วันที่ 5 พฤษภาคม 2026

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ “APEC 2022”

People Unity News : 26 กันยายน 2565 ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ “APEC 2022” ทุกหน่วยงานเตรียมต้อนรับผู้นำและผู้แทนทุกเขตเศรษฐกิจ พร้อมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ จัดเมนูอาหารจากวัตถุดิบที่โดดเด่นจากทุกภูมิภาคของไทย

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าการเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปี พ.ศ. 2565 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 นี้ โดยใช้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสถานที่สำหรับการประชุมหลัก และหอประชุมกองทัพเรือสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) อย่างเป็นทางการ สำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและคู่สมรสโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยร่วมกันเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ของไทยอย่างแข็งขัน โดยด้านการรักษาดูแลความปลอดภัย ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝึกซ้อมแผนแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤต และการเผชิญเหตุ รองรับการประชุมเอเปค 2565 ในช่วงวันที่วันที่ 16 – 20 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีการซักซ้อมยุทธวิธีการปฏิบัติต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

ในส่วนของงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและคู่สมรส ซึ่งจะมีขึ้นที่หอประชุมกองทัพเรือ ได้มีการเตรียมการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model: BCG) ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ พร้อมคัดเลือกวัตถุดิบ และเมนูอาหาร เครื่องดื่มที่มีความเป็นเลิศในรสชาติตามตำรับไทยแท้ มีความสร้างสรรค์ และใช้วัตถุดิบที่โดดเด่นมีคุณภาพจากทุกภูมิภาคของไทย อาทิ ผักออแกนิคจากวิสาหกิจชุมชนทั่วทุกภาคของเมืองไทย ไก่ฟ้าโครงการหลวง กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ไข่เป็ดไล่ทุ่งเมืองสุพรรณบุรี เกลือเมืองเพชร กุ้งแม่น้ำอยุธยา ไก่บ้านออแกนิคจากนครปฐม ไข่ปลากุเลาแดดเดียวจากปัตตานี เนื้อโคขุนจากสหกรณ์โพนยางคำสกลนคร ข้าวหอมมะลิไทยจากทุ่งกุลาร้องไห้ และยอดกาแฟเมืองน่าน ทั้งนี้ เมนูอาหารจะได้รับการรังสรรค์โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร ซึ่งเป็น 1 ใน 9 APEC Presenters นอกจากนี้ ยังมีการนำผลิตภัณฑ์ งานศิลปหัตถกรรมไทย จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาใช้ในการตกแต่งโต๊ะอาหาร ซึ่งจะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

“รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นร่วมกันเตรียมความพร้อมประเทศไทยในทุกด้าน สู่การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม สมเกียรติเต็มภาคภูมิ และสอดคล้องกับแนวคิดหลักที่ไทยผลักดันในการเป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งผสมผสาน นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ของดีประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับนานาชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ โดยได้มีการเตรียมแผนรองรับหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และขอให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพด้วยมิตรภาพที่ดี เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ของไทยจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี” นายอนุชา กล่าว

Advertisement

หัวหน้าภูมิใจไทยสั่งลูกพรรคลุยเลือกตั้ง

People Unity News : 24 กันยายน 2565 “อนุทิน” ลั่น ถูกแล้วภูมิใจไทยเป็นพรรคดูด แต่ดูดด้วยผลงาน สั่งลูกพรรคลุยเลือกตั้ง หน้าต้องดำ ผิวต้องกร้าน เอาตัวเองเข้าสภาให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยสัญจร ที่จังหวัดขอนแก่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมงานเลี้ยงพบปะ ส.ส.พรรค โดยนายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีแต่คนไหลเข้า ไหลออกยังไม่เห็น อย่าให้มีคนแรกจะถูกพวกเราโห่จนกลับบ้านไม่ถูก เพราะเราสำเร็จมาด้วยกัน ทำงานมาด้วยกัน เวลามันมีพลวัตขับเคลื่อนเราเปรียบเสมือนสิ่งที่หมุนรอบ ซึ่งหากหมุนไปเรื่อยๆ ในทางฟิสิกส์จะเกิดเป็นแรงดูด จึงขอให้หมุนไปแบบนี้ หมุนด้วยความเร่ง ความตั้งใจ ความจริงใจต่อประชาชน แรงดูดจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงถูกแล้ว ที่เขาพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็น “พรรคดูด” แต่ดูดด้วยผลงาน ดูดด้วยความนิยม ก่อนที่นายอนุทิน จะย้ำว่า ขอให้คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจะสนุกสนานกัน แต่นับจากวันนี้ หน้าต้องดำ ผิวต้องกร้าน และต้องได้รับคะแนนนิยม ความเชื่อมั่นจากประชาชน แล้ววันรุ่งขึ้น หลังการเลือกตั้งเราจะฉลองอย่างยิ่งใหญ่

นายอนุทิน ยังย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ติดดิน และย้ำว่าต่อให้ฝนตกหนักแค่ไหน หัวหน้าพรรคจะยืนเคียงข้างลูกพรรค เราตากแดด ตากลม ตากฝน ได้หมด ขออย่างเดียวให้ได้เดินเข้าสภา

นายอนุทิน ยังกล่าวต่อว่า จากนี้ไป 6 เดือน เราจะอยู่ในโหมดของการต่อสู้และขอให้ทุกคนสู้แบบ อสม. คือ สู้จนกว่าจะชนะและเอา ส.ส.ตัวเป็นๆ เข้าสภาเท่านั้น และเราจะชนะอย่างแน่นอน

Advertisement

รัฐบาลแจงแม้ พ.ร.บ.กัญชาฯ ยังไม่มีผลบังคับ แต่มีกฎหมายอื่นควบคุมการใช้

People Unity News : 18 กันยายน 2565 รองโฆษกรัฐบาลแจง แม้ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ยังไม่มีผลบังคับ แต่มีกฎหมายควบคุมการใช้ให้เหมาะสมเพียงพอ

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ถอน ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. ออกจากวาระประชุมโดยให้มีการทบทวนร่างกฎหมายใหม่อีกครั้ง ทำให้เกิดกระแสความกังวลว่า จะไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาและกัญชงนั้น

รัฐบาลขอยืนยันว่าปัจจุบันมีกฎหมายที่ควบคุมการใช้กัญชา กัญชงให้เหมาะสมอย่างรอบด้าน โดยนับแต่รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมกัญชาทางการแพทย์ โดยปลดล็อกให้ทุกส่วนของกัญชาและกัญชงออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ยกเว้นแต่เพียงสารสกัดจากกัญชาและกัญชงที่มีสาร THC เกินกว่า 0.2% ที่ยังถือเป็นยาเสพติด มีผลมาตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 65 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อควบคุมให้เกิดการใช้ให้เป็นไปตามนโยบาย ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อเศรษฐกิจ ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ

กฎหมายที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาแล้ว ได้แก่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดให้การกระทำให้เกิดกลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด เป็นเหตุรำคาญ พ.ศ.2565 มีผลบังคับมาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 65 ควบคุมไม่ให้มีการ สูบ เสพในที่สาธารณะทุกประเภท หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) ที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.65 มุ่งกำกับให้มีการใช้กัญชาในฐานะพืชสมุนไพรควบคุมให้เป็นไปอย่างเหมาะสม จำกัดการครอบครองช่อดอกกัญชาทั้งระดับบุคคลและวิสาหกิจชุมชน มีการห้ามจำหน่ายกัญชาให้แก่ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี, สตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่ให้นมบุตร หากฝ่าฝืนก็ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทางด้านการควบคุมการนำกัญชาไปประกอบอาหาร มีประกาศกรมอนามัย เรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบหรือปรุงอาหาร ในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบกิจการต้องควบคุม กำกับ และจัดให้มีการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพและการต้องตระหนักถึงความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการจำหน่ายอาหารที่มีการใช้ใบกัญชาเป็นส่วนประกอบ

ทางด้านผู้ประกอบการที่จะนำกัญชา กัญชงไปใช้ในกระบวนการผลิตเป็นสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอาง ก็ต้องมีการขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ

“แม้ร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ยังคงต้องอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา กฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ก็จะควบคุมการใช้กัญชา กัญชง ไปจนกว่าพระราชบัญญัติฉบับสมบูรณ์จะออกมาบังคับใช้ หรือหากมีกรณีใดที่มีความจำเป็นต้องออกกฎหมายมารองรับก็มี คณะกรรมการบูรณาการนโยบายพืชกัญชาและกัญชง ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน สามารถพิจารณาออกประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ มาดูแลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมเพิ่มเติมได้” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

Advertisement

“อนุทิน” ย้ำนโยบาย กยศ.ถือเป็นการสร้างอนาคตชาติ

People Unity News : 16 กันยายน 65 “อนุทิน” ย้ำนโยบาย กยศ. ไม่ได้สอนให้คนเบี้ยวหนี้ แต่มองเยาวชนควรได้รับการศึกษาฟรี เป็นการสร้างอนาคตชาติ เรื่องวินัยการเงินการคลังต้องไม่ทุจริต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวพรรคภูมิใจไทยใช้นโยบาย กยศ.หาเสียง โดยไม่สนวินัยการเงินของประชาชน ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้บอกให้คนเบี้ยวหนี้ แต่ให้การศึกษาเยาวชนของชาติควรให้เรียนฟรี แต่พรรคไม่อยากฝืนกระแสของคณะรัฐมนตรี เพราะอาจยังไม่พร้อมเรื่องของงบประมาณ

“เรื่องดอกเบี้ย กยศ. พรรคภูมิใจไทยเขียนเป็นนโยบายตั้งแต่ปี 2557 และเป็นโมฆะไป ยืนยันว่า นโยบายเยาวชนของชาติต้องได้รับการศึกษาสูงสุดโดยรัฐเป็นผู้สนับสนุน ไม่มีประเด็นทางการเมือง เพราะคิดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์และเป็นความมั่นคงของบ้านเมืองในอนาคต เพื่อให้คนในชาติมีการศึกษาสูง ซึ่งถือเป็นการสร้างรากฐานทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ยืนยันไม่ใช่เรื่องหาเสียง แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำเมื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน” หัวหน้าพรรคภุมิใจไทย กล่าว

ส่วนที่ถูกมองว่าอาจไม่เหมาะสมกับสถานะการคลังของประเทศในขณะนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า การศึกษาคือการลงทุนอนาคตของชาติ ซึ่งจะมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง เพราะวินัยการเงินการคลังควรไปดูเรื่องการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด อะไรที่เป็นสิ่งจำเป็นควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ และต้องดูเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมากกว่า อย่าให้มีเงินรั่วไหล

Advertisement

ปชป. เสนอนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเช่นเดิม ให้อำนาจ ตร.ควบคุมจนกว่ามี กม.มารองรับ

People Unity News : 15 กันยายน 2565 “สาทิตย์” ยัน ปชป.ไม่คิดเล่นเกมการเมือง ทำร่าง พ.ร.บ.กัญชาสะดุด มั่นใจไม่กระทบพรรคร่วม ชี้หลายฝ่ายห่วงเยาวชนเข้าถึงง่าย กระทบสุขภาพ ยอมรับ กมธ.ปชป.เสนอสูบกัญชาในที่ท่องเที่ยว แต่ทุกอย่างต้องยึดมติที่ประชุม

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ภูมิใจไทย และประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ระบุว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์หยุดเล่นการเมืองสกัดร่างกฎหมายกัญชา โดยยืนยันว่า ร่างฎหมายดังกล่าวมีปัญหา และแพทย์ ครอบครัว ยังมีความวิตกกังวล ยืนยันว่าแม้จะตีกลับกฎหมาย แต่ไม่ได้ทำให้ตกไป กรรมาธิการนำไปปรับปรุงแก้ไข ป้องกันเยาวชนเข้าถึงกัญชาโดยง่าย ก่อนเสนอกลับเข้าสู่ที่ประชุมใหม่ได้อีกครั้ง

ส่วนข้อครหาว่าเป็นเกมการเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเกมการเมือง เพราะก่อนหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีมติ ไม่ได้ประสานกับพรรคใดเลย และเห็นว่ามติที่ให้ถอนร่างก็มีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่าไม่ใช่การเอาคืนกับเรื่องกฎหมาย กยศ.

“เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล แต่เกี่ยวพันกับอนาคตของเยาวชน เชื่อว่าจะไม่บานปลาย หรือกลายเป็นการขัดแข้งขัดขา เพื่อหวังคะแนนนิยม แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ลงมติให้ถอนร่าง เพราะหวังตัดคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ เพราะเรื่องนี้เป็นข้อกังวลของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ภาคใต้” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดที่นายศุภชัยขู่จะแฉว่าในชั้นกรรมาธิการมีการเสนอให้สูบในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ใครจะเสนอแบบสุดโต่ง แต่ไม่ใช่มติพรรค และทั้งหมดต้องยึดมติของกรรมาธิการและมติสภา ทั้งนี้ ระหว่างเกิดสุญญากาศ ไม่มีกฎหมายควบคุม อยากให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนแก้ไขนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเช่นเดิม ส่วนผลกระทบกับประชาชนที่ปลูกกัญชาไปแล้ว จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนให้อำนาจตำรวจควบคุมจนกว่าจะมีกฎหมายมารองรับ

Advertisement

“ทิพานัน” แจงรัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองให้เพียบ ประชาชนรู้ยัง?

People Unity News : 15 กันยายน 2565 “ทิพานัน” ระบุรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” ยกระดับ “บัตรทองพรีเมียม” อันดับ 1 อาเซียน ลดเหลื่อมล้ำ สะดวก มีคุณภาพ เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้ายฟรี ครอบคลุมทุกกลุ่ม

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชน และการเข้าถึงบริการภาครัฐของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ทำการพัฒนาบัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้เป็น “บัตรทองพรีเมียม” เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มคุณภาพและบริการ โดยผู้ถือบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ในโรงพยาบาลรัฐที่เป็นโรงพยาบาลปฐมภูมิทั่วประเทศ นอนโรงพยาบาลโดยไม่ต้องมีใบส่งตัว นโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย ไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง หรือพ้นภาวะวิกฤติ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล สามารถเปลี่ยนสิทธิรักษามีผลทันทีไม่ต้องรอ 15 วัน ผ่านแอปพลิเคชันของ สปสช. หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด สะดวกสบาย ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทางไปรักษา

“ผู้มีสิทธิบัตรทองในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หลายท่านยังไม่ทราบว่ามีการเพิ่มสิทธิการรักษาและการดูแลด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นมาก เช่น ได้รับสิทธิในการรักษาโรคร้าย โดยผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทาง และรักษามะเร็งได้ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกที่ ได้รับสิทธิฟอกไตฟรี รักษาโควิดฟรี เพิ่มบริการสำหรับแม่และเด็ก เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การเพิ่มวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก คัดกรองภาวะ Down Syndrome ในหญิงตั้งครรภ์ (อายุไม่เกิน 35 ปี) ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมสำหรับเด็กหูหนวก และการให้บริการแว่นตาเด็ก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ให้การดูแลและรักษาระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ การรักษาผู้ป่วยติดบ้านหรือผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนทุกสิทธิและทุกกลุ่มอายุ แจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่าย เพื่อดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยที่มีปัญหากลั้นขับถ่าย จำนวน 3 ชิ้น/คน/วัน ในการลดภาระค่าใช้จ่าย ดำเนินการผ่านกองทุนสุขภาพตำบล เพิ่มการเข้าถึงบัญชียา โรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลือง โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี การป้องกันและรักษาโรคเอดส์ด้วยยาต้านไวรัส HIV รวมถึงการเพิ่มสิทธิด้านวัคซีน 5 ชนิด (คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) เป็นต้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ถือบัตรทองสามารถรับการบริการสาธารณสุขระบบทางไกล (Telehealth/Telemedicine) และการตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล สามารถรับยาที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันใกล้บ้าน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หืด จิตเวช และโรคเรื้อรังอื่นๆ บริการส่งยาเวชภัณฑ์ถึงบ้านทางไปรษณีย์ การใช้กัญชาทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง พาร์กินสัน ไมเกรน จะเห็นได้ว่ารัฐบาลดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสิทธิต่างๆให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ

“รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้ครอบคลุม มีคุณภาพ ทันใจ ทันเวลา ให้พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นต่อไป สมกับที่ได้รับการจัดอันดับคุณภาพระบบสุขภาพ ปี 2564 โดย CEOWORLD ให้ได้อันดับ 13 ของโลก เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชีย โดยได้คะแนนอันดับ 1 ของโลก ด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบสุขภาพ และด้านความพร้อมด้านยาที่มีคุณภาพ ได้คะแนนอันดับ 2 ของโลก ด้านค่าใช้จ่ายต่อคน และได้อันดับ 10 ของโลก ด้านบุคลากรทางการแพทย์และด้านความพร้อมของรัฐ” น.ส.ทิพานัน กล่าว

Advertisement

“อนุชา” ประกาศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค

People Unity News : 14 กันยายน 2565 “อนุชา” ประกาศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค เปิดตัว 9 คนดังร่วมประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนไทยเป็นเจ้าภาพ

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ “ไทยพร้อม APEC พร้อม” ที่มุ่งเน้นนำเสนอภายใต้แนวคิด Open. Connect. Balance. หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” โดยนายอนุชา กล่าวว่า ไทยพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพ เพื่อเปิดกว้างสู่ทุกโอกาสด้านการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงทุกมิติ เพื่อฟื้นฟูการเดินทางระหว่างกันที่สะดวกและปลอดภัย และส่งเสริมการเจริญเติบโตที่เน้นสร้างสมดุลทุกด้าน ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

“ประเทศไทยคำนึงถึงการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG) มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่จะผลักดันในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ด้วย โดยในงานมีการนำเสนอผลสำเร็จตามผลงานสำคัญของรัฐบาล เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ปี 2565 ผ่านการนำเสนอในกิจกรรมของงาน การแสดง วีดิทัศน์ และบูธสาธิต” นายอนุชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานดังกล่าวได้เปิดตัวผู้แทนอย่างเป็นทางการในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การจัดงานทั้ง 9 คน ได้แก่ คุณคมสันต์ แซ่ลี CEO บริษัท Flash Express, คุณเขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดง, เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟชื่อดัง, คุณแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์ส, คุณทารีน่า โบเทส รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, คุณฐิติพันธ์ ทับทอง ศิลปิน NFT, คุณเข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดง, คุณอุกฤษ อุณหเลขกะ นักธุรกิจสตาร์ตอัป และคุณศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ นักร้องนักแสดง ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพ APEC 2022 ของไทยอย่างเป็นทางการ โดยกิจกรรมการประชุมผู้นำจะจัดขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้าไปจนถึงวันกำหนดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้าน Soft Power ของไทยด้วย

Advertisement

“อนุชา” เผย งวด 1 ต.ค. เพิ่มสลากดิจิทัลเป็น 12.8 ล้านฉบับ ย้ำเพิ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป

People Unity News : วันนี้ (วันที่ 13 กันยายน 2565) เวลา 16.30 น. ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา พร้อมด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล  เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาว่า  สำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาตามโร้ดแมปที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง การจำหน่ายสลากดิจิทัล จากการจำหน่ายสลาก 6 งวดที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ทำให้เห็นว่า สลากราคา 80 บาทมีอยู่จริง ประชาชนให้ความสนใจ  เมื่อถูกรางวัลก็ขึ้นเงินรางวัล สะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก สำหรับงวด 1 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มสลากเข้าไปในระบบดิจิทัลเป็น 12,879,500 ฉบับ จำนวนตัวแทนจำหน่าย 25,759 ราย  พร้อมกันนั้น ก็ได้เพิ่มจุดจำหน่ายสลาก 80 เป็น 1,076 จุด กระจายอยู่ทั่วประเทศและในระยะต่อไป จะมีการจำหน่ายที่จุดบริการน้ำมันทั่วประเทศด้วย

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย กับแพลตฟอร์มที่กระทำผิดกฎหมายในความผิดฐานเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินกว่าราคาที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาลในระบบออนไลน์ทั่วประเทศ ขณะนี้มีทั้งหมด 17 แพลตฟอร์ม มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีแตกต่างกันไป  ไม่ว่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.การพนัน และข้อหาฉ้อโกงประชาชน  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอปิดเว็บไซต์ที่กระทำความผิด และต้องรอฟังคำสั่งศาล ในช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลมีความมุ่งหมายและตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ซื้อรักษาสิทธิ์ของตนเองโดยการซื้อสลากตามราคา ในช่องทางที่สำนักงานฯ ดำเนินการให้ และช่วยกันปฏิเสธการซื้อสลากเกินราคา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน

Advertisement

เพื่อไทยเปิด 2 นโยบายแรก “เกษตรแบบตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” – “1 ครอบครัว 1 Soft Power”

People Unity News : 10 กันยายน 65 “แพทองธาร” เปิด 2 นโยบายแรก “เกษตรแบบตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” – “1 ครอบครัว 1 Soft Power” อาสาขอเป็นเซลส์แมนขนสินค้าเกษตรไปขายต่างประเทศ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวที “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ”ว่า วันนี้รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติที่ได้มาปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ลงเครื่องก็มีความสุข เพราะเชียงใหม่ คือบ้านเกิดของพ่อและอา ทำให้หายคิดถึงกันได้นิดนึง ตอนเด็กๆ เคยมาฟังพ่อปราศรัยที่นี่ รู้สึกตื่นเต้นมาถึงตอนนี้

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การพัฒนาเชียงใหม่และภาคเหนือเป็นสิ่งที่เพื่อไทยทำมาโดยตลอด ตนจะคงดำรงเจตนารมย์นี้ต่อไป ตนมีเลือดเนื้อเชื้อไขคนเมือง ไม่มีทางลืมภาคเหนือแน่นอน อยากจะให้ประชาชนทั่วประเทศมั่นใจ ถ้าเพื่อไทยเข้ามาทำงานเมือง เมื่อไหร่จะสร้างความกินดีอยู่ดีให้อย่างแน่นอน เอาหนี้สินเปลี่ยนเป็นการเติมเงินในกระเป๋า วันนี้นำผู้สมัครมามากมาย เพื่อให้เห็นความพร้อม ต่อศึกการเลือกตั้ง วันเลือกตั้งเมื่อไหร่ขอให้กาพรรคเพื่อไทยทุกๆบัตร

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า4 ปีภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย จะทำให้ทุกคนกินดีอยู่ดีอย่างแน่นอน ส่วนคำพูดที่ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” ที่ได้ฟังจากชายคนหนึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกเจ็บปวด แต่ผู้หญิงคนนี้และพรรคเพื่อไทยจะทำได้ อย่างแน่นอน เหมือนที่เคยทำมาแล้ว

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวว่า วันตนตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกมีความสุขจากกำลังจากทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ แม้รู้ดีว่าศึกหน้าจะหนัก แต่วันนี้เพื่อไทยลั่นกองสะบัดชัยเพื่อประกาศความพร้อมให้ทุกคนรับทราบ หลายคนบอกกับตนรวมถึง นายทักษิณ ว่า ใครจะมาเป็นนายกฯ จะต้องทำงานหนักอย่างมากในรัฐบาลหน้า เพราะรัฐบาลนี้ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ประเทศหยุดนิ่ง พัฒนาล่าช้า ยาเสพติดเต็มไปหมด จับตรงไหนก็มีปัญหา แต่ตนมั่นใจว่าประสบการณ์ของบุคคลากรของพรรคจะพัฒนา ถ้าได้โอกาสจากประชาชนแบบแลนด์สไลด์ พรรคเพื่อไทยจะเป็นตำตอบของทุกปัญหา

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย จะเริ่มทำจากปัญหาระยะสั่น คือการลดรายจ่ายให้ประชาชน จะต้องมำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ระบบราชการต้องเข้าถึงได้ง่าย จะต้องมีระบบออนไลน์ One stop service ทั่วทุกจังหวัด จะต้องมีการกระจายอำนาจ ความเจริญจะต้องมีทั่วทุกจังหวัด จะต้องมีโอกาสที่จะขจัดหนี้ของประชาชนให้ออกไปจากชีวิต

น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า วันนี้ตนขอเสนอนโยบายหลักๆ2 ข้อในวันนี้ คือนโยบายการเกษตร ต้องการจะเอา “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งตนก็มีที่ปรึกษาเรื่องการตลาด จากคนที่ทุกคนที่รู้ว่าใคร และตนก็จะรับเป็นเซลล์ไปขายสินค้าของเกษตรกรให้กับต่างประเทศ เมื่อเกษตรกรมีกินมีใช้ ก็จะส่งผลต่อระบบทั้งประเทศ

นอกจากนี้ยังมี นโยบาย “1 ครอบครัว 1ซอฟต์พาวเวอร์” เป็นการส่งเสริมศักยภาพของประชาชนทุกอาชีพ คนไทยสามารถปรับตัวเอง ให้เข้ากับทุกวัฒนธรรม และรู้จักพลิกแพลง พรรคเพื่อไทยมองเห็นโอกาส ว่าจะสามารถทำตรงนี้ได้ หากตอนนี้มี20ล้านครอบครัว จะหาครอบครัวละ1คน ก็ได้ 20 ล้านคนจะนำคนเหล่านั้นมาเจียระไน ฝึกฝน เพื่อสร้างรายได้และดูแลครอบอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ตอนนี้อยากให้ประชาชน กรอกรายละเอียดในเว็บไซต์ ว่าใครในครอบครังเป็นที่มีศักยภาพด้านใดบ้าง หากต่อไปในอนาคตเพื่อไทยได้มีโอกาส ก็จะเอาข้อมูลตรงนี้ไปต่อยอด จัดให้มีหน่วยงานดูแล จัดคัดแยกบุคคลตามศักยภาพด้านต่างๆ โดยผู้เป็นนายกฯจะเป็นผู้ดูแล รัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด 20 ล้านคนจะเป็นเเรงงานสำคัญที่จะทำให้ครอบครัวของเขามีกินมีใช้ อย่างมีเกียรติ

Advertisement

ไทยสร้างไทยชู “สุดารัตน์” แคนดิเดตนายกฯ ชี้ตั้งใจทำงานเพื่อคนไทยทุกคน

People Unity News : 9 กันยายน 65 “โภคิน-น.ต.ศิธา” หนุน “คุณหญิงสุดารัตน์” แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคไทยสร้างไทย ชี้ตั้งใจทำงานเพื่อคนไทยทุกคน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พร้อมเปิดรับคนอุดมการณ์เดียวกัน

นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยไทยสร้างไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในโอกาสที่ที่ประชุมพรรคไทยสร้างไทยให้ความไว้วางใจดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยมั่นใจว่าคุณหญิงสุดารัตน์จะเป็นผู้นำพรรคเพื่อร่วมกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนเปลี่ยนประเทศให้สำเร็จ เพื่อปลดปล่อยและสร้างพลังให้กับพี่น้องประชาชนทุกด้าน ต้องร่วมกัน ทำให้ประเทศหลุดพ้นจากแนวคิดและวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยมและรัฐราชการที่กดทับการดำรงชีวิต และการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็ก

นายโภคิน กล่าวว่า จากการร่วมทำงานกับคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เห็นความตั้งใจ ความเสียสละ การใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดเวลา การมีน้ำใจและมิตรไมตรีกับผู้คนทั้งหลาย การให้ความสำคัญกับผู้คนทุกรุ่นทุกวัย ตลอดจนความตั้งใจอย่างแรงกล้า ที่จะมาทำงานเพื่อบ้านเมืองไม่ใช่มาทำเพื่อตัวเอง เพราะประเทศกำลังอยู่ในสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่งในทุกๆด้าน อันจะนำไปสู่ความตกต่ำอย่างถึงที่สุดจนยากจะแก้ไข

“ผมได้เห็นความตั้งใจของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่จะสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน เอาตัวเองเป็นเสาเข็มและสะพานเชื่อมให้กับคนทุกรุ่นทุกวัย มีความเป็นผู้นำ พร้อมเป็นกองหน้าของผู้คนที่รักชาติ รักประชาธิปไตย และต้องการทำเพื่อคนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ที่กำลังประสบกับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสในเวลานี้ ผมจะเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อเสนอคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และของคนไทยทุกคนต่อไป” นายโภคิน กล่าว

ด้าน นต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์เป็นแคดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาเรื่องของการรวมกับพรรคสร้างอนาคตไทย ขอยืนยันว่าหากใครมี อุดมการณ์เดียวกับเรา ก็พร้อมที่จะเปิดรับมาร่วมเส้นทางเดียวกัน เพราะวันนี้พวกเรามีความเชื่อมั่นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์จะเป็นทางออกเดียวในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทย

Advertisement

Verified by ExactMetrics