วันที่ 5 พฤษภาคม 2026

“สมคิด” พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ

People Unity News : 8 กันยายน 65 “สมคิด” ระบุ ขอทำการเมืองใหม่ เปิดทางทุกฝ่ายร่วมงาน ไม่ขัดแย้งใคร พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถ้าพรรคเสนอ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดตัวร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ว่า มาให้กำลังใจและอธิบายเหตุผลที่จะมาช่วยงานเพราะอะไร โดยรับปากจะใช้กำลังความสามารถมาช่วยงานพรรค และไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง การสร้างพรรคไม่ใช่มาแข่งขัน แต่ต้องการแสวงหาความร่วมมือ ความสามารถของทุกคน ทั้งภายในและนอกพรรคมาช่วยกัน

“พร้อมทำงานร่วมกับพรรคอื่น ที่ต้องการแก้ไขปัญหาในขณะนี้ รวมถึงวางรากฐานอนาคต เพราะเราช้าไปแล้ว และเพื่อนบ้านแซงไปแล้ว ไม่อยากเห็นประเทศแย่ไปกว่านี้ สิ่งสำคัญเวลานี้คือเราต้องจัดเตรียมชุดความรู้เอาไว้ และต้องให้กำลังใจรัฐบาลทำให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง แล้ววันนั้นประชาชนจะตัดสินใจเองว่าใครจะมาอยู่ในสภาฯ วันนี้จึงมาให้กำลังใจและรวมพลัง และรับปากว่าจะเป็นประธานพรรค” นายสมคิด กล่าว

ส่วนจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เป็นกลไกในพรรค เราทำพรรคก็เห็นว่าพร้อมและเป็นประโยชน์ที่จะช่วยได้ ยินดีทุกบทบาท แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องการหรือไม่ ถ้าส่วนใหญ่ต้องการให้กลับมา นำพาคนที่มีความสามารถเพื่อช่วยประเทศชาติ มาทำงานร่วมกับคนอื่น พรรคก็ต้องพร้อมที่จะเสนอตนและตนก็พร้อมที่จะช่วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเวลาเลือกตั้งมาถึงหรือยัง และพรรคพร้อมหรือยัง ส่วนตนพร้อมอยู่แล้ว และต้องการให้พรรคเข้มแข็ง เป็นตัวเอง เกาะเกี่ยวอยู่กับปรชาชน และพรรคจะเข้มแข็งเอง พรรคที่ตั้งใหม่ จากต้นกล้าเป็นต้นใหญ่ ต้องใช้เวลา และพรรคที่เป็นต้นกล้าก็เป็นความหวังทั้งนั้น

เมื่อถามว่าที่ระบุว่าการเมืองเหมือนสนามม้า ที่ต้องซื้อม้าเข้าคอก พรรคสร้างอนาคตไทยจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เราจะพูดถึงอนาคต จะไม่พูดอดีต และไม่ขัดแย้งกับใคร พูดสิ่งที่เป็นจริง ทำในสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง จะทำให้คนรุ่นหลังรู้คนการเมืองที่ดีทำได้ แม้จะลำบากไม่ต้องใช้เงินก็ทำได้ และอยากทำให้เป็นตัวอย่าง

เมื่อถามว่า พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมจะทำงานร่วมกับรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อีกหรือไม่ นายสมคิด ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าวและเดินทางกลับทันที

Advertisement

ครม.ให้กู้เงิน 85,000 ล้านบาทบริหารค่า FT

People Unity News : 6 กันยายน 65 “สุพัฒนพงษ์” เผย ครม.เห็นชอบกระทรวงพลังงาน กู้เงิน 85,000 ล้านบาท บริหารค่า FT เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือค่าไฟครัวเรือน เข้า ครม.สัปดาห์หน้า ให้มีผลในรอบบิลนี้

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนการกู้เงินเพื่อบริหารภาระค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ตามนโยบายของรัฐบาล ประจําปีงบประมาณ 2566  วงเงินประมาณ 85,000 ล้านบาท ส่วนการประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า กระทรวงพลังงานจะเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานแก่ประชาชนในด้านค่าไฟฟ้าและราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ให้ที่ประชุมพิจารณา โดยจะสามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้ทันในรอบบิลเดือนนี้

“การประชุม ครม.วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงประชาชน โดยเฉพาะภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น แต่รัฐบาลทำควบคู่ไปกับการส่งเสริม การติดตั้ง Solar Rooftop แต่กระบวนการต้องใช้เวลานาน จึงจะบูรณาการทำงาน ทั้งจากกระทรวงพลังงาน  และการไฟฟ้า โดยจะเร่งรัดการดำเนินการให้เร็วขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สำหรับครัวเรือนที่มีศักยภาพในการติดตั้งหรือลงทุนใน Solar Rooftop ได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว

Advertisement

“พล.อ.ประวิตร” ทุ่ม 100 ล้านเร่งแก้น้ำเค็มรุกบางปะกง

People Unity News : 1 กันยายน 2565 “พล.อ.ประวิตร” ยันน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54 ย้ำมีคณะกรรมการดูแลใกล้ชิด ไม่แล้ง 3 ปีแล้ว เตรียมทุ่ม 100 ล้านแก้น้ำเค็มรุกบางปะกง ระบุ ขรก.ต้องตอบสนอง ปชช.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกง การเพิ่มปริมาณน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี โดยประชุมและมอบนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังการบริหารจัดการน้ำ ภาพรวมและในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ฝั่งขวาแม่น้ำบางปะกง รวมถึงสถานการณ์น้ำต้นทุนเพื่อการผลิตน้ำประปา เพื่อการอุปโภคบริโภคของพื้นที่

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สัปดาห์หน้ารัฐจะอนุมัติงบ 100 ล้านบาทสร้างประตูน้ำแก้ปัญหาน้ำเค็มลุกลาม ซึ่งขณะนี้จะรอระบบนิเวศอย่างเดียวไม่ได้ เพราะน้ำเค็มรุกไปถึง อ. บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หากไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำได้ประชาชนก็จะด่ารัฐบาล ตอนนี้ประชาชนกำลังห่วงเรื่องฝน รับรองว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมอย่างปี 54 แน่นอน เพราะที่ผ่านมามีคณะกรรมการทั้งระดับจังหวัดและลุ่มน้ำดูแล จนไม่เกิดภัยแล้งมา 3 ปี และร่วมมือกันการกระจายน้ำตลอดเวลาจากฝนตกทางเหนือ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้การประปาต้องมีแหล่งน้ำสำรอง จะรอแต่น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติลุ่มน้ำต่างๆอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเก็บน้ำดิบ มีแหล่งน้ำสำรองตลอดเวลา

“การแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ถ้ามีน้ำสมบูรณ์ทุกฤดูจะทำให้การปลูกพืชต่างๆได้ พัฒนาการทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่จะเกิดขึ้น ขอฝากข้าราชการและประชาชนต้องทำงานร่วมกัน โดยข้าราชการจะต้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของประชาชน เพราะเงินเดือนมาจากภาษีของประชาชนจึงต้องจำไว้ว่าจะต้องประสานกับประชาชนเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน โดยจะต้องบูรณาการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเข้าร่วมส่วนร่วมในการแก้ปัญหาน้ำด้วย ขณะที่ประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ต้องบอกข้าราชการ และข้าราชการก็จะต้องสนองความต้องการของประชาชน” พล.อ.ประวิตร กล่าว

Advertisement

ป.ป.ช.โอดหน่วยงานไม่ร่วมมือลงโทษวินัยหลังชี้ขาด

People Unity News : 31 สิงหาคม 2565 เลขาฯ ป.ป.ช. เผยชี้มูลวินัยไร้รูปธรรม หน่วยงานต้นสังกัดไม่ให้ความร่วมมือลงโทษ เตรียมแก้กฎหมาย

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่เริ่มปี 2565 ถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมารวม 260 เรื่อง แต่พบว่าเมื่อแจ้งกลับไปยังหน่วยงานต้นสังกัดให้ลงโทษ กลับพบว่าลงโทษน้อยมาก เช่น เดือนมกราคม แจ้งวินัยร้ายแรง 7 ราย ลงโทษเพียง 1 เรื่อง เดือนกุมภาพันธ์ ชี้วินัยร้ายแรง 21 เรื่อง ลงโทษ 4 เรื่อง   และเดือนมิถุนายน ชี้วินัยร้ายแรง 25 เรื่อง ลงโทษเพียง 1 เรื่อง

“ทำให้เห็นว่าการชี้มูลความผิดทางวินัยของ ป.ป.ช. และการลงโทษทางวินัยของหน่วยงานต้นสังกัดยังมีปัญหาเรื่องความเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งบางคดีมีโทษทางอาญา  อยากให้ต้นสังกัดพิจารณาเรื่องโทษทางอาญากับการลงโทษทางวินัยด้วย และ ป.ป.ช.จะขอพิจารณาเรื่องปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้การลงโทษทางวินัยเป็นรูปธรรม” เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าว

นายนิวัติไชย เปิดเผยถึงโครงการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแห่งชาติ หรือ CDC ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 371 เรื่อง ซึ่งในอนาคตทางสำนักงานจะร่วมมือกับนายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่องการรับเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต รวมทั้งประสานหน่วยงานทุกแห่ง เพื่อจะดูว่าหน่วยงานไหนตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เพื่อลดความซ้ำซ้อน และประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในการแก้ไขของหน่วยงานใด

Advertisement

ครม. อนุมัติ ค่าเสี่ยงภัย อสม. – อสส. 500 บ./เดือน เป็นเวลา 2 เดือน (เม.ย. – พ.ค. 65)

People Unity News : 30 สิงหาคม 65 ที่ประชุม ครม. (30 ส.ค. 65) อนุมัติ 1,050.31 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และค่าเสี่ยงภัย สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จำนวน 1,050,306 คน ในอัตรา 500 บ./คน/เดือน สำหรับเดือน เม.ย. – พ.ค. 65 ตามโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และค่าเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของ อสม. ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในชุมชน

อสม. และ อสส. ถือเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด-19 นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 63 เป็นต้นมา ทั้งการให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลสุขภาพแก่ประชาชน/ การเฝ้าระวังและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง/ การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 – แนะนำกลุ่มเป้าหมายตรวจ ATK ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยฯ มาแล้วเป็นเวลา 6 เดือน (ต.ค. 64 – มี.ค. 65) เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้พี่น้อง อสม. ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งมาอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

“ประยุทธ์” ให้กำลังใจ “ประวิตร” ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ

People Unity News : 26 สิงหาคม 65 โฆษกรัฐบาล เผย “พล.อ.ประยุทธ์” ให้กำลังใจ “พล.อ.ประวิตร” ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ขอเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล ยืนยันมีเสถียรภาพ มุ่งมั่นทำงานเข้มแข็ง เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ยืนยันว่าในช่วงเวลานี้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วนยังคงปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนตามปกติ โดยในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้กำลังใจการทำงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อประชาชนและประเทศไทยต่อไป

“ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนี้ ยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนและพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่และมีเสถียรภาพ มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ดูแลประชาชนทุกด้านให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องสำคัญเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่ต้องรีบดำเนินการขณะนี้ ทั้งการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน การควบคุมราคาพลังงาน ควบคู่กับการดูแลประชาชนด้านสาธารณสุข รัฐบาลจะยืนหยัดทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

Advertisement

 

ครม. อนุมัติเงินอุดหนุนคันละ 1.8 หมื่น – 1.5 แสนบาทหนุนใช้ยานยนต์ EV

People Unity News : 23 สิงหาคม 2565 ที่ประชุม ครม. (23 ส.ค. 65) อนุมัติวงเงิน 2,923.397 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตามประกาศกรมสรรพสามิตเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 65 ดังนี้

รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสาร มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภท BEV มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท

มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงแต่น้อยกว่า 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง เงินอุดหนุน 70,000 บาท/คัน

มีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป เงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน

รถยนต์กระบะประเภท BEV มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศและมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป เงินอุดหนุน 150,000 บาท/คัน

รถจักรยานยนต์ประเภท BEV มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท เงินอุดหนุน 18,000 บาท/คัน

โดยผู้ “มีสิทธิ” ขอรับเงินอุดหนุนตามมาตรการจะต้องเป็นบุคคลตามประกาศกรมสรรพสามิตกำหนด เช่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ผู้นำเข้าที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เป็นต้น และต้องทำข้อตกลงร่วมกับกรมสรรพสามิต เพื่อรับทราบและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ตลอดจนรับบทลงโทษหากไม่สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว จะช่วยสนับสนุนให้ราคาของรถยนต์และรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) ลดลง ทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุน และส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการซื้อ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้มีการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้นในอนาคต

Advertisement

เกษตรกรขอบคุณ พล.อ.ประวิตร และ บจธ. พัฒนาที่ดินทำกินสร้างรายได้

People Unity News : 20 สิงหาคม 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานบอร์ด บจธ. (ธนาคารที่ดิน) ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือดูแล พี่น้องเกษตรกร ในการพัฒนาที่ดินทำกิน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักศาสตร์พระราชา และดำเนินการติดตามเร่งรัดการดำเนินการตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 ในการตรวจเยี่ยมเกษตรกร 8 จังหวัด 12 วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่ผ่านมา เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถมีรายได้เลี้ยงตนเองอย่างยั่งยืน

ในการตรวจเยี่ยมที่ผ่านมา มีตัวแทนเกษตรกรออกมากล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร และหน่วยงาน บจธ. ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ อาทิ นางสุมิตรา จันทราพูน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า หลังจากที่ท่านประวิตร ได้สั่งการ มีหน่วยงานต่างๆ ประสานงานกลับมาที่กลุ่มเราเพื่อบูรณาการร่วมกันเพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่ชุมชนของเรา อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สอด สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล กำแพงเพชร การประปาส่วนภูมิภาคแม่สอด องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 33 ล่าสุดผู้ว่าฯ ตาก นายสมชัย เจริญกิจรุ่งโรจน์ นัดประชุมทุกภาคส่วนงานที่รับผิดชอบร่วมหารือแนวทางการบูรณาการพัฒนาพื้นที่ ในวันที่ 23 ส.ค. 2565 ในพื้นที่ พี่น้องเราต้องขอขอบคุณทาง บจธ. ที่ช่วยประสานงานในทุกๆเรื่องให้ จากเรื่องที่เราคิดว่ายากก็เป็นเรื่องง่าย ต่อไปเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีถนนดี มีน้ำบริโภค มีน้ำใช้ในการเกษตร มีไฟฟ้าส่องสว่าง แค่นี้พวกเราก็พอใจแล้ว ขอบคุณ บจธ. และทุกๆหน่วยงานจริงๆ

นายศักยะ ตั้งอยู่ ผู้แทนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านห้วยม่วงเพื่อการผลิตลำไยคุณภาพ กล่าวว่า ขอขอบคุณนโยบายรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บจธ. ช่วยเหลือให้พี่น้องกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีที่ดินที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลุ่มของเรามีความตั้งใจที่จะรักษาที่ดินสืบทอดไว้ให้กับลูกหลาน ตามนโยบายของรัฐที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน และลดปัญหาความยากจนของประชาชน

ด้านนายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน กล่าวว่า บจธ. ได้ร่วมประสานงานกับทุกหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานช่วยสนับสนุน และพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนอื่นๆได้ในอนาคต โดยผลจากการที่ บจธ. ได้จัดให้ผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ได้ร่วมกันตรวจเยี่ยมผ่านระบบ video conference เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ และรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้สั่งการทันที ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว

Advertisement

มท.1 ยันใช้คุณธรรมประเมินความดีความชอบในมหาดไทย

People Unity News : 19 สิงหาคม 2565 มท.1-ปลัด การันตีมหาดไทยยุค “พล.อ.อนุพงษ์” โปร่งใส-ไว้ใจได้ เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีระบบ Ai ประเมินการทำงาน ย้ำแต่งตั้งโยกย้ายใช้ระบบคุณธรรม ดูการกระทำในอดีตด้วย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสวนาออนไลน์หัวข้อ “ผู้นำ..กับการปราบโกง!!” และการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ว่าการคอรัปชั่นมีผลต่อการเมืองและแก้ได้ด้วย1.ยุทธศาสตร์ชาติ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน ส่วนการปราบปรามต้องใช้วิธีการลงโทษโดยกฎหมายวินัย อาญา  2.ต้องมี แผนแม่บท เน้นระบบให้ประชาชนรับรู้มากขึ้น มีความยุติธรรมในการลงโทษ และ 3.ต้องปฏิรูปพัฒนาระบบยุติธรรม พัฒนาคนเพื่อให้ได้คนดีเข้ามาทำงาน กระทรวงมหาดไทยมีศูนย์ปราบปรามการทุจริต ตั้งแต่ระดับกระทรวงลงไปถึงจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 57 ถึงปี 65 มีการลงโทษผู้ที่กระทำผิดทุจริตไปแล้ว 1,200 ราย

ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คนที่มารับราชการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และมีระบบอบรมให้อยู่ในระเบียบวินัย มีผู้บังคับบัญชาคอยประเมิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรมตลอดเวลา และสร้างแรงจูงใจโดยคัดเลือกบุคคลต้นแบบบุคคลที่เป็นข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์ ให้รางวัลและปูนบำเหน็จเรื่องความก้าวหน้า ในแต่ละปีข้าราชการมหาดไทยซึ่งมีจำนวนนับแสนคน มีผู้กระทำผิดถูกลงโทษเป็นประจำตลอดเวลา

“ขณะเดียวกันองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ติดตามประเมินผลการทำงานของราชการ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงมหาดไทยได้คะแนนความโปร่งใสในการทำงานสูงขึ้นทุกปี ซึ่งตรงกับแนวโน้มที่รัฐมนตรีบอกว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งปีนี้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้คะแนนเกณฑ์ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสหรือ  Ita ได้คะแนน 96.11 และรัฐมนตรีได้ให้นโยบายกับข้าราชการประจำให้ทำงานโดยประชาชนมีส่วนร่วม  อย่างเช่นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างจะมีภาคประชาชนองค์กรต่างๆมีส่วนร่วมในการตรวจสอบตรวจรับงาน จัดทำแผนพัฒนาอำเภอ พัฒนาจังหวัด” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนทำระบบติดตามประเมินผลในงานนโยบายต่างๆ ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร และยังมีระบบ AI ที่ศูนย์ดำรงธรรมเป็นระบบอัตโนมัติซึ่งประชาชนสามารถร้องเรียนได้ 24 ชั่วโมงทั้งเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ การใช้โทรศัพท์และระบบ AI จะประเมินว่าเหตุใดจังหวัดนี้มีเรื่องร้องเรียนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เห็นว่าข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นข้าราชการที่สำนึกและมีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำงานด้วยความสุจริตและตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน โดยอำเภอและจังหวัดสร้างทีมเครือข่ายอำเภอละ 100 คน เพื่อให้สบายใจว่านายอำเภอจะทำงานโดยร่วมคิดร่วมทำและร่วมรับผิดชอบกับประชาชน

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ส่วนระบบการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง รัฐมนตรีให้นโยบายว่าให้พิจารณาตามระบบคุณธรรม ดูความประพฤติ ความสามารถและประวัติในอดีต จึงมั่นใจว่ากระทรวงมหาดไทยในยุคของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นกระทรวงมหาดไทยที่โปร่งใส ไว้ใจได้ ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยยังมีผู้ตรวจราชการที่จะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและคอยแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบข้อมูลของข้าราชการ

“ระบบการพิจารณาเรื่องความดีความชอบ เรื่องตำแหน่งแห่งหน เราใช้ระบบคุณธรรม ใช้คณะกรรมการที่มอบหมายความไว้วางใจเป็นผู้ช่วยคัดเลือกคนตามความรู้ความสามารถ ตามความประพฤติและตามสิ่งที่ควรจะได้ ดังนั้น ยุคนี้เอาคนไม่ดีให้มามีอำนาจนั้น ไม่มีแน่ ที่สำคัญการลงโทษก็ไม่ช่วยเหลือกัน แต่กระบวนการลงโทษต้องทำตามกฎหมาย ตั้งแต่การสอบข้อเท็จจริง ถ้ามีมูลต้องตั้งกรรมการสอบวินัยและลงโทษ ถ้ามีเรื่องเชิงประจักษ์ก็ไม่รอถึงขนาดนั้น ในเชิงบริหารงานบุคคล เราเรียกมาประจำส่วนกลาง สิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องชาวมหาดไทยมีบรรทัดฐานที่เหมือนกันว่าเราประเมิน 360 องศา มีเหตุเราก็ต้องช่วยกันตักเตือนถ้าไม่ดีขึ้นก็ช่วยไม่ได้ก็ต้องลงโทษกันดังนั้นสบายใจได้ถ้ามีอะไรก็ 1567 เชิญใช้ได้ 24 ชั่วโมง” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

Advertisement

แต่งตั้ง ”อนุชา บูรพชัยศรี” หวนนั่ง โฆษกรัฐบาล

People Unity News : 18 สิงหาคม 2565 นายกฯ เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง “อนุชา บูรพชัยศรี” นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาลอีกรอบ หวังให้งานประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลต่อเนื่อง เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ ได้เลื่อนขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และได้ลาออกจากตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงเย็นวานนี้ (17 ส.ค.) นั้น ในวันนี้ (18 ส.ค. 65)  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 205/2565 เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการการเมืองปฏิบัติหน้าที่ อีกหน้าที่หนึ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อเนื่องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2536 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 197/2562 เรื่อง หน้าที่ของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐนตรี

นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งมอบหมายให้ นายอนุชา บูรพชัยศรี ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอนุชา บูรพชัยศรี เคยดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. 2563 – 24 ส.ค. 2564 ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

Advertisement

Verified by ExactMetrics