วันที่ 17 มิถุนายน 2026

“วัชระ”มอบเงิน 5 พันจาก”รมต.ปชป.” ให้กำลังใจนร.เหยื่อกระทงลิขสิทธิ์

People Unity News : “วัชระ”พร้อมกลุ่มเครือข่ายประชาชนโคราช เดินทางไปมอบเงิน 5,000บาท จาก “รมต.ปชป.” ให้กำลังใจ นร.เหยื่อกระทงลิขสิทธิ์

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์พร้อมกลุ่มเครือข่ายประชาชนโคราชเดินทางไปที่สภ.เมืองนครราชสีมา พบพลตำรวจเอกสุวิระ ทรงเมตตา รองผบ.ตร.และพันตำรวจเอกคเชนทร์ เสตบุตระ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ขณะนำน้องนักเรียนผู้เสียหายชี้จุดเกิดเหตุภายในสภ.เมืองนครราชสีมา

โอกาสนี้นายวัชระกล่าวขอบคุณพลตำรวจเอกสุวิระ และกล่าวว่า การมาให้กำลังใจนักเรียนครั้งนี้เพราะเห็นถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น จึงมาให้กำลังใจและมอบเงิน 5,000 บาท โดยมีคุณแม่ของนักเรียนเป็นผู้รับ โดยเงินจำนวนนี้มาจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ 2,000 บาท นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีการพัฒนาการสังคมและมนุษย์ 2,000บาทและเงินส่วนตัวของตนอีก 1,000บาท รวมเป็น 5,000 บาท

นายวัชระ กล่าวต่อว่า เพื่อซื้อกระทงของน้องนักเรียน 1 ใบและสนับสนุนให้นักเรียนช่วยพ่อแม่ทำงานหารายได้พิเศษ และไม่สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆและเห็นว่าการกระทำของนักเรียนไม่มีความผิดตามกฎหมาย จากนั้นนายวัชระได้นำกระทงที่นักเรียนมอบให้ไปกราบถวายย่าโมที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีด้วย

ขณะเดียวกันนายวัชระได้ขอบคุณนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาที่รับปากในฐานะพ่อเมืองว่าจะติดตามและประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลเรื่องนี้และปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั้งจังหวัด เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมต่อไป

“เศรษฐพงค์”แจงประโยชน์ 5G ต่อระบบสาธารณสุขไทย

People Unity News : “เศรษฐพงค์”แจงประโยชน์ 5G ต่อระบบสาธารณสุขไทย ยัน “Telemedicine” ช่วยแก้ปัญหารพ.แออัด ลดเหลื่อมล้ำ แนะ ลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรักษาข้อมูลทางการแพทย์

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสัง หรือ กมธ.ดีอีเอส ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อวาน(12พ.ย.) ตนได้รับเชิญไปกล่าวในงาน Diner Dialogue เกี่ยวกับนวัตกรรมทางการแพทย์ จัดโดยสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ หรือ พรีม่า ซึ่งตนได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนแพทย์ของประเทศไทยที่มีมายาวนาน และขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายนำ Telemedicine หรือการแพทย์ทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการดูแลจากโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ และในที่สุดจะสามารถดูแลโดยตรงถึงบ้านผู้ป่วย โดยแพทย์สามารถให้คำแนะนำผ่านวิดีโอแบบเรียลไทม์ และแม้แต่การขอใบสั่งยาจากแพทย์ได้และนำส่งยาถึงบ้านได้เลย ซึ่งปัญหาการขาดแคลนแพทย์ จะส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาต้องใช้เวลารอนานหลายชั่วโมง และแพทย์เองก็อาจมีความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาด เนื่องจากความเหนื่อยล้า

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การบริหารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข จึงมีนโยบายเร่งด่วนในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยร่วมมือกับสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้นำร่องในการใช้ Telemedicine เพื่อดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ชายขอบ ให้มีโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม โดยใช้ชื่อว่าโครงการเทเลเฮลธ์ (Telehealth) ซึ่งเป็นการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชายขอบในระยะเวลา 3 ปี เริ่มต้นใน 9 จังหวัด ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการแพทย์แห่งอนาคต และเป็นปัจจัยสําคัญที่จะช่วยผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

รองประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าวว่า นอกจากนี้ การพัฒนาการแพทย์สู่อนาคต ต้องมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล 5G มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ๆ จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ป่วยและแพทย์อย่างเห็นได้ชัด จากการศึกษาของ Market Research Future ระบุว่า แนวคิดของรัฐบาลเกือบทุกประเทศทั่วโลก มองไปทิศทางเดียวกันคือการใช้ Telemedicine ในพื้นที่ชนบทมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการดูแลสุขภาพ แน่นอนว่า 5G ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์หลายประเภท แต่ที่ใช้ได้อย่างแพร่หลายและสะดวกคือ การใช้เครือข่าย IoT (Internet of things) ที่สามารถติดตามอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ เช่น การวัดชีพจร อุปกรณ์วัดความดัน อุปกรณ์วัดวิเคราะห์ผลเลือด เป็นต้น จึงทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ทำให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถทำการมอนิเตอร์ เพื่อตรวจสอบติดตามอาการผู้ป่วยและรวบรวมข้อมูลที่สามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการดูแลส่วนบุคคลและการป้องกันได้

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ ทำให้การแพทย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น ก็ยิ่งต้องความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ด้วย โดยเฉพาะข้อมูลของคนไข้หรือผู้ป่วยที่ถือเป็นความลับ รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์การรักษา การวิจัยตัวยา หรือแนวทางการรักษาใหม่ๆ ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญต้องได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีดิจิทัล 5G สามารถพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้เข้าถึงประชาชนทุกคนได้ เป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ทัดเทียมนานาประเทศแล้ว จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับความมั่นคงปลอดภัยด้วย แม้พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ก็มีความจำเป็นที่จะลงทุนในเรื่องอุปกรณ์เพื่อรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ Telemedicine ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงปลอดภัย

นายกฯ เผยเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 ล้าน ครอบคลุมน้ำท่วม 5 จว.ใต้

2 ธันวาคม 2568 นายกฯ เผย เงินเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วม 2 ล้านบาท ครอบคลุม 5 จังหวัดใต้ บอก รมว.คลัง พิจารณา ต้องออกเป็นพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กรณีเสียชีวิตจำนวน 2 ล้านบาท ว่า จะมีการขยาย ไปยังพื้นที่อื่นนอกเหนือจากจังหวัดสงขลา ที่ประกาศในพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ว่า ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่ประกาศพ.ร.ก. แต่เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะมีหลักเกณฑ์อยู่ แต่ในรายละเอียดก็พยายามที่จะให้ ส่วนการเยียวยาจะต้องออกเป็นพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่ ต้องถาม นายเอกนิติ นิติทัฑณ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

Advertisement

รมว.พลังงาน ให้ความมั่นใจค่าไฟจะไม่แพง ลั่นเอาจริงแน่นอนปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ไม่ได้พูดเอาเท่

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 ธันวาคม 2566 “พีระพันธุ์” รมว.พลังงาน ให้ความมั่นใจค่าไฟ จะไม่แพงตามที่ กกพ. มีมติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ขอให้มั่นใจค่าไฟจะไม่สูงอย่างที่เป็นข่าวครับ ผมเข้าใจถึงความกังวลใจของพี่น้องประชาชนที่ถามกันมามากเรื่องราคาค่าไฟฟ้าภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลามาตรการลดค่าไฟฟ้าในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ว่าราคาอาจกระโดดสูงขึ้นถึงหน่วยละ 4.68 บาท หรือ 17% จากราคาปัจจุบันหน่วยละ 3.99 บาทตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดให้มีการสอบถามและมีมติไป

ผมเองก็รับไม่ได้ ถ้าราคาค่าไฟจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างนั้น เพราะถึง กกพ.จะมีมติแบบนั้น แต่เราก็ต้องบริหารจัดการเอาราคาค่าไฟลงมาให้ได้ ซึ่งผมได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เร่งประสานทุกจุดล่วงหน้าด้วยวิธีการใหม่ๆหลายรูปแบบแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนไม่แบกรับค่าไฟฟ้าที่มากเกินไป จะพยายามทำให้ใกล้เคียงกับที่จ่ายอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด

ผมขอให้ความมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานยุคนี้ ไม่ได้นิ่งนอนใจและทำงานล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้วเพื่อให้ราคาค่าไฟอยู่ในระดับที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก ซึ่งต้องใช้หลายกลไกพร้อมๆกันภายใต้โครงสร้างในปัจจุบันที่ไม่ได้ให้อำนาจกับฝ่ายนโยบายมากนัก แต่จะพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้การที่ กกพ.ประกาศให้ประชาชนเห็นชอบแนวทางในการปรับอัตราค่าไฟฟ้าก่อนหน้านี้ เป็นเงื่อนไขตามกฎหมายที่จะต้องมีการประกาศเพื่อให้ประชาชนแสดงความคิดก่อนที่จะมีมติ แต่ทั้งนี้ไม่ได้เป็นที่สุด จะต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดต่อไป ทั้งหมดนี้จะเตรียมการให้เสร็จสิ้นและประกาศโดยเร็วที่สุด

ผมพูดเสมอว่านี่คือการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนภายใต้โครงสร้างแบบปัจจุบัน แต่ที่กำลังดำเนินการแบบเข้มข้นที่สุด และทำงานกันไม่หยุดหย่อนทุกวัน คือการเร่งรวบรวมข้อมูลทุกด้านเกี่ยวกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด ให้ครบทุกมิติ เพื่อนำไปสู่การ รื้อ ลด ปลด สร้าง พลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนทั้งระบบ ไม่ยากครับ ถ้าแค่พูดเอาเท่ ฟังดูดีทรงภูมิ

คนทำแบบนั้นมีเยอะแล้ว แต่ไม่เคยเห็นรูปธรรม พูดไปเรื่อยๆ ใช่ครับ อะไรๆก็แก้โครงสร้าง แต่จะแก้อะไร แก้อย่างไรครับ ส่งผลกระทบแบบไหน จะทดแทนด้วยอะไร ทั้งระบบต้องสอดคล้องและไม่ก่อภาระเพิ่มให้กับประชาชน ย้อนกลับไปดูกันนะครับ กฎหมายแต่ละฉบับ รูปแบบที่ใช้กันอยู่ ใช้มานานเท่าไร ปล่อยกันมาสี่สิบปีแล้วนะครับ

ผมเองหลังแถลงนโยบายมาสองเดือนเศษ ผมไม่พูดมาก แต่ลงมือทำ อย่างน้อยผมก็พยายามลดภาระให้ประชาชน ไม่ว่าจะตามโครงสร้างแบบไหน ทั้งน้ำมันดีเซล เบนซิน ค่าไฟฟ้า ตรึงราคาค่าแก๊ส ผมดีใจที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เวลาเดียวกันก็เร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลชนิดลงลึกทุกขั้นทุกตอน ทำงานกันหลายคณะ ทำมากกว่าพูดลอยๆ ว่า “ปรับโครงสร้างๆๆ”

เมื่อข้อมูลครบถ้วนแล้ว ไม่นานครับ เพราะผมและคณะจะร่างกฎหมายเอง เป็นชุดและครอบคลุมทั้งหมด ตอบได้ทุกคำถาม เพราะยึดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมศึกษา หาข้อมูล ถกเถียง คิดวิเคราะห์ คืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะนี่คือการลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงแค่พูดแล้วเสกออกมา ขอให้มั่นใจ ผมเอาจริงแน่นอน

Advertisement

คนกรุงพอใจผลงาน 2 ปี ‘ชัชชาติ’ ผู้ว่าฯ กทม. 40% ยังจะเลือกให้ทำงานต่อ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 มิถุนายน 2567 นิด้าโพล เผยคนกรุงพอใจผลงาน 2 ปี ‘ชัชชาติ’ ผลสำรวจชี้เกิน 40% ยังจะเลือกทำหน้าที่ต่อ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ต่อการทำงานในรอบ 2 ปี ของผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ร้อยละ 43.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.30 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 20.15 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 8.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ร้อยละ 45.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.65 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 19.60 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 10.30 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ร้อยละ 46.60 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.30 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 19.35 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 11.60 ระบุว่า ไม่ดีเลย การสนับสนุนการกีฬา ร้อยละ 41.80 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 23.25 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 17.45 ระบุว่า ดีมาก

การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย ตัวอย่างร้อยละ 44.30 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 25.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ร้อยละ 46.90 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 23.60 ระบุว่า ไม่ค่อยดี การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 43.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 22.10 ระบุว่า ไม่ค่อยดี

การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่างร้อยละ 43.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 28.15 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 15.10 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่ดีเลย

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ร้อยละ 37.00 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 29.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี การจัดระเบียบการชุมนุม ร้อยละ 41.50 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 24.90 ระบุว่า ไม่ค่อยดี การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ ร้อยละ 41.10 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 29.35 ระบุว่า ไม่ค่อยดี การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ร้อยละ 41.25 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 28.65 ระบุว่า ไม่ค่อยดี

Advertisement

“อนุสรณ์”ชี้เครื่องจักรเศรษฐกิจวิกฤตหมดทั้ง 5 ด้าน

People Unity News : “อนุสรณ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้เครื่องจักรเศรษฐกิจวิกฤตหมดทั้ง 5 ด้าน ส่งออกติดลบ บริโภค ชะลอตัว ลงทุนภาครัฐหด ลงทุนภาคเอกชนลด นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี เครื่องจักรเศรษฐกิจวิกฤตหมดทั้ง 5 ด้าน ว่า สิ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ชะลอตัวลงทุกรายการเครื่องจักรที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 5 ด้าน ได้แก่ การส่งออก, การบริโภคภายในประเทศ,การใช้จ่ายภาครัฐ, การลงทุนภาคเอกชน, การท่องเที่ยว พร้อมใจกันมีปัญหา ทั้งหมด

1.การส่งออกติดลบ จากภาคอุตสาหกรรมหดตัว ยอดคำสั่งซื้อลดลง โรงงานลดจำนวนเวลาทำงาน ลดโอที ปลดพนักงาน เลิกกิจการ เหตุจากเศรษฐกิจใน-ต่างประเทศ ชะลอตัว เงินบาทแข็งค่า รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ที่กระทบเกษตรกร ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ

2.การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง เงินเฟ้อหดตัว เงินเดือนไม่ปรับขึ้น เงินออมไม่กล้านำออกมาใช้

3.การลงทุนภาครัฐหดตัว การลงทุนเมกะโปรเจคหลายโครงการเลื่อนออกไป หรือตัวโครงการดำเนินการล่าช้า ไม่มีการลงทุนใหม่ๆ มีแต่โครงการต่อเนื่องจากปีงบฯปีก่อน รายได้รัฐจากการจัดเก็บรายได้กรมเก็บภาษีบางกรม เก็บได้น้อยลง

4.การลงทุนภาคเอกชนลด อันเกิดจากความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการเจรจาการลงทุนจากต่างประเทศ และความล่าช้าของงบประมาณ ทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าลงทุน ดูได้จากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ของสภาอุตสาหกรรม เทียบปีต่อปี หรือไตรมาสต่อไตรมาส รวมถึงตัวเลขคาดการณ์ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า

5.การท่องเที่ยว เมื่อดูรายประเทศ รายภูมิภาค นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เหตุจากภาครัฐไม่มีมาตการระยะยาวในการทำโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวรองรับ ปัญหาเงินบาทแข็งค่า จนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

“ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ จะไปหาความมั่นใจหรือความเชื่อมั่นจากที่ไหน เพราะขนาดในทีมเศรษฐกิจทีมเดียวกันเอง ยังโบ้ยความรับผิดชอบ ส่งสัญญาณคายฟันยาง ตัวใครตัวมัน สุดท้ายปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนก็ถูกทิ้งไว้ โดยไม่สามารถแก้ไขอะไรได้” นายอนุสรณ์ กล่าว

 

“การุณ”อัดคนออกแบบรัฐธรรมนูญหวังแช่แข็งประเทศไทย

People Unity News : “การุณ”ชี้ผู้มีอำนาจหลงอำนาจไม่อยากแก้รธน. อัดคนออกแบบรัฐธรรมนูญหวังแช่แข็งประเทศไทย

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือต้องการแก้ไขเพื่อประชาชน โดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเนื่องมาจากผู้บังคับใช้ก็ไม่สามารถปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้บรรดาผู้ที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้ หรือ ทำได้ไม่หมด

ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญมีข้อห้ามข้าราชการในหลายมาตราและมีการกำหนดบทลงโทษหลายมาตราส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถดำเนินการได้ และกังวลว่าจะตกเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ประหนึ่งคนร่างรัฐธรรมนูญหวังแช่แข็งประเทศไทยไม่ให้เดินไปข้างหน้า อาทิ ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตามหลักผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต้องเป็นเลขาธิการคณะกรรมาธิการ แต่ในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณไม่ยอมรับตำแหน่งเลขาธิการ อ้างว่ามีส่วนได้ส่วนเสียและหวาดกลัวเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ในขณะที่ข้าราชการก็ไม่กล้าให้ข้อมูลมากนักเพราะหวั่นผิดรัฐธรรมนูญทำให้การพิจารณางบประมาณมีปัญหามาก

นายการุณ กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกแบบให้ผู้มีอำนาจที่ได้ประโยชน์และหลงในอำนาจ การกระทำการต่างๆไม่สนใจว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่เพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการนิริโทษกรรมให้กับผู้มีอำนาจไว้แล้ว ดังนั้นผู้มีอำนาจจึงไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้องตัวเองเท่านั้น

“รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขอฝากไปถึงผู้มีอำนาจว่าจะใหญ่ก็ใหญ่ได้ไม่นานเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะพันขาคุณเอง ความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ส่วนที่มีข่าวว่าผู้มีอำนาจมีการเตรียมส่งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการร่างรัฐธรรมนูญเข้ามานั่งในคณะกรรมาธิการนั้นก็เป็นเพียงการเข้ามารักษาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องตัวเองเท่านั้น ผู้มีอำนาจไม่ควรเอาเชื้อร้ายในอดีตเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้” นายการุณกล่าว

“บิ๊กป้อม” เปิดงานวันน้ำโลก 66 ย้ำใช้น้ำอย่างประหยัด

People Unity News : 1 กันยายน 2566 “บิ๊กป้อม” เปิดงานวันน้ำโลก 66 ย้ำต้องใช้น้ำอย่างประหยัด รัฐบาลพร้อมเดินหน้ากับนานาชาติ เพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการน้ำ-สุขาภิบาลอย่างยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการจัดกิจกรรมความร่วมมือและการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องในวันน้ำโลกประจำปี 2566 ที่โรงแรมรามาการ์เด้น เพื่อสื่อสารกับทุกภาคส่วนให้ร่วมกันเร่งสร้างความตระหนักและความร่วมมือเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับทุกภาคส่วนรวมถึงเยาวชน โดยมุ่งพัฒนาน้ำดื่มน้ำใช้ที่ได้มาตรฐานและขับเคลื่อนความร่วมมือการใช้น้ำอย่างประหยัด

พล.อ.ประวิตร กล่าวบนเวทีว่า น้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาในทุกมิติ องค์การสหประชาชาติจึงกระตุ้นให้ประชาคมโลกได้ร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โครงการเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงด้วยการลงมือปฏิบัติ เพื่อลดวิกฤติด้านน้ำและด้านสุขาภิบาล

ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบพลวัต โดยความร่วมมือของคณะกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นข้อกลางเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทุกภาคส่วน

การเสริมความเข้มแข็งและการร่วมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตั้งแต่ระดับชุมชนพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงการใช้น้ำอย่างมีคุณภาพอย่างเพียงพอและเท่าเทียม ลดความเสียหายจากภัยพิบัติ เกิดความสมดุลและยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ในวาระครึ่งทศวรรษ ศตวรรษ ในการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำ ในปีนี้ตนขอเน้นย้ำถึงเจตนาของรัฐบาลว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้ากับประเทศสมาชิกในการประกาศคำมั่นโดยสมัครใจ เพื่อยืนหยัด ยืนยันความร่วมมือเร่งการจัดการด้านน้ำ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วมให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2530

และประเทศไทยพร้อมรับข้อเสนอ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานและองค์กรด้านน้ำของประเทศสมาชิก เพื่อเพิ่มอัตราเร่งของการพัฒนาการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้การจัดกิจกรรมในวันน้ำโลก ประจำปี 2566 ประสบความสำเร็จในการขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือปฏิบัติที่เข้มแข็ง และเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการในเรื่องสุขาภิบาลของประเทศ ตามเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืน

Advertisement

เพื่อไทยหนุนผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองบนเวทีนานาชาติมากขึ้น

People Unity News : “ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ” รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เผย ส.ส.หญิงของพรรคได้รับเชิงเชิญจากทูตฟินแลนด์ร่วมสัมมนาและอภิปรายหัวข้อ”การมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิง” ยันพรรคหนุนผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองบนเวทีนานาชาติมากขึ้น

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2562 นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยรองโฆษกพรรคและนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้รับเชิญจากนาง Satu Suikkari-Kleven เอกอัครราชทูตประเทศฟินแลนด์ประจำประเทศไทยเข้าร่วมสัมมนาและอภิปรายหัวข้อ “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิง” และมีเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ ตัวแทนจาก UN Women สถาบันพระปกเกล้า และนักการเมืองหญิงจากพรรคการเมืองต่างๆ ณ บ้านพักของเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย

นางสาวธิดารัตน์กล่าวว่าภายในงาน พบสถิติที่น่าสนใจเรื่องจำนวนนักการเมืองหญิงในฟินแลนด์ โดยในปี พ.ศ. 2562 มีนักการเมืองหญิงในฟินแลนด์กว่า 40% หรือจำนวน 1,036 คน ในการลงสมัครเลือกตั้งครั้งล่าสุด ในสหภาพยุโรปเองก็มีอัตราส่วนของนักการเมืองหญิงสูงถึง 40% เช่นกัน ส่วนประเทศไทยมีสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้หญิงที่เข้าไปนั่งในสภารวม 78 คน จาก 498 คน คิดเป็น 15.8% และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่ออยู่ที่ 25 คน จาก 149 คน หรือ 17% ซึ่งมากกว่าในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5%

นางสาวธิดารัตน์กล่าวอีกว่า ในการเสวนานางลดาวัลลิ์ได้เสนอว่าการที่จะส่งเสริมให้ผู้หญิงสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นนั้น ต้องได้รับการสนับสนุนจากองค์การต่างๆ ในการช่วยพัฒนาความสามารถของผู้หญิง รวมถึงครอบครัว สื่อมวลชน และสังคมต้องยอมรับและช่วยผลักดัน และเสนอเส้นทางลัดในการสร้างความเปลี่ยนแปลงคือการให้มีผู้หญิงเข้าไปนั่งในกรรมการบริหารพรรคมากขึ้นดังเช่นที่พรรคเพื่อไทยทำ และให้มีผู้หญิงเข้าไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ เช่น รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านสังคม กระทรวงมหาดไทย และให้ผู้หญิงเป็นผู้บริหารในส่วนราชการมากขึ้น

“พรรคเพื่อไทยเองได้ให้การสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองสม่ำเสมออยู่แล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากการริเริ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การสนับสนุนให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และการที่มีประธานยุทธศาสตร์พรรคเป็นผู้หญิง คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” นางสาวธิดารัตน์กล่าว

พปชร.เดินหน้าเปิด”เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่มฯ”ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี

People Unity : พปชร.เดินหน้าเปิด “เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้กินได้เลย” ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี ชาวบ้านสุดปลื้มขณะนี้นโยบายรัฐบาลออกดอกออกผลให้เห็น โดยเฉพาะมาตรการช่วยเกษตรกรที่เงินลงไปถึงมือแล้ว ด้าน “มาดามเดียร์” มั่นใจ หลังงบปี 63 ผ่าน ทุกนโยบายจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

วันที่ 21 ต.ค.2562 เวลา 16.00 น. ที่ ลานวัดโกรกสิงขร อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำโดย ดร.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผช.รมว.กระทรวงการคลัง น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.และตัวแทนชุมชน เปิดเวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้ก็กินได้ เป็นเวทีที่ 3 ต่อจากเวทีแรกที่ จ.นครราชสีมา และเวทีที่ 2 จ. กำแพงเพชร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาปากท้องจากชาวบ้านโกรกสิงขร เพื่อนำมาสะท้อนกับรัฐบาลให้ดูแลแก้ไข

นายชาญกฤช กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล กำลังออกดอกออกผล ที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่มของสังคมให้เกิดความเท่าเทียม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลมีมาตรการดูแลออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือการขยายมาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไปอีก 1 ปี ทั้งค่าน้ำ 100 บาท/เดือน , ค่าไฟ 230 บาท/เดือน และลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 2% สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตร เริ่ม 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเฟสสองเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

นอกจากนั้น กระทรวงการคลังยังได้ออกมาตรการชิมใช้อปใช้ เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นที่ถูกใจของประชาชนเป็นอย่างมาก และกำลังจะมีเฟสสองออกมาเร็ว ๆ นี้ เช่นกัน

ส่วนมาตรการช่วยเหลือชาวเกษตรกร รัฐบาลได้ออกมาตรการไปแล้ว อาทิ จ่ายเงินอุดหนุนปลูกข้าวนาปี เพื่อลดต้นทุนการผลิตไร่ละ 500 บาท โอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ว 1.77 ล้านครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10,976 ล้านบาท จากเป้าหมาย 4.31 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 24,000 ล้านบาท //ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด ในปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ประกอบด้วย ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือในโอกาสต่อ ๆ ไป ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดเสมอว่า “รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ด้าน ส.อ.ชัยวัฒน์ หาญธนะสุกิจ ผู้ช่วยผู้อำนายการสำนักงาน ธกส. จังหวัดราชบุรี บอกกล่าวกับชาวบ้านว่า ขณะนี้ธกส.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว 4 โครงการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ประกอบด้วย 1.เงินอุดหนุนต้นทุนการผลิตชาวนา 500 บาท /ไร่ 2.ประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต2562/63 รอบที่ 1 3.ประกันรายได้ปาล์ม และ 4.เงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ซึ่งทั้ง 4 โครงการเงินได้ถึงมือพี่น้องชาวเกษตรกรแล้ว

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้แม้รัฐบาลจะยังไม่มีเงินมากนักในการดำเนินนโยบายตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ แต่หลายนโยบายได้เริ่มปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว และเชื่อว่าหากร่างงบประมาณปี 63 กว่า 3.2 ล้านล้านบาท ผ่านการเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนมกราคม ปี 2563 จะทำให้รัฐบาลมีเงินมาใช้จ่ายในการผลักดันนโยบายให้ขับเคลื่อนไปได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า จะเดินหน้าดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่พบปะประชาชน จ.กาญจนบุรี และราชบุรี พร้อมกับประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย

ขณะที่ น.ส.ปารีณา กล่าวเสริมว่า ขอให้พี่น้องชาวราชบุรี มีความมั่นในรัฐบาล ที่จะมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ได้ลงไปถึงมือชาวบ้านแล้วหลายโครงการ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงพิสูจน์ได้ว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนตัวแทนชาวบ้านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ยืนยัน รู้สึกพอใจกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สามารถนำเงินดังกล่าวมาจุนเจือครอบครัวได้จริงแม้จะมีคนส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเงินเพียงน้อยนิดก็ตาม เพราะเงินส่วนนี้ถูกนำมาต่อยอดในการประกอบอาชีพอื่น ๆ เพื่อหารายได้อีกทาง

ขณะชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ยืนยันเช่นกัน ขณะนี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ทั้งชาวนา ชาวไร่ และขอขอบคุณรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐที่จัดเวทีรับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมกับมีมามาตรการช่วยเหลือ ที่เข้าถึงมือชาวบ้านได้จริง

Verified by ExactMetrics