วันที่ 30 เมษายน 2026

“ภท.”ชู”มนัญญา”หญิงแกร่งแบน 3 สารพิษจนสำเร็จ

People Unity : “ภท.”ชู”มนัญญา”หญิงแกร่ง ผนึกกำลัง “กษ.-สธ.” แบน 3 สารพิษจนสำเร็จ “อนุทิน” ขอบคุณทุกฝ่ายให้ความร่วมมือช่วยผลักดันนโยบาย “เศรษฐพงค์” ลั่น “ภูมิใจไทย”จะเดินหน้าทำงานหนักต่อไปเพื่อประโยชน์ปชช.

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลได้เข้าทำงานมากว่า 4 เดือน เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลเดินหน้าทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ต่างเดินหน้าทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ก็ได้ผนึกกำลังร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในการผลักดันแบนด์ 3 สารพิษได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งน.ส.มนัญญา ถือเป็นรัฐมนตรีผู้หญิงเพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำงานเดินหน้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เรียกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งแห่งพรรคภูมิใจไทย สู้ไม่ทอยในเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพี่น้องประชาชน

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ก็ได้มีการเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญและมีผลต่ออนาคตการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นโครงการที่จะนำการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้ ตนจึงอยากให้พี่น้องประชาชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย เราสัญญาว่าบุคลากรของพรรคภูมิใจไทยทุกคน จะเดินทำงานหนัก อย่างไม่ย่อท้อ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป

“ท่านอนุทิน ฝากขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงาน รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จอย่างดี ซึ่งผลงานที่ออกมา ไม่ใช่เป็นของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ถือเป็นผลงานของรัฐบาลด้วย เพราะทุกนโยบายที่จะสำเร็จได้ ลำพังเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวไม่อาจทำให้สำเร็จได้ ต้องได้แรงสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย ดังนั้นผลงานที่ออกมาต้องให้เครดิตกับทุกคนในรัฐบาล” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

รัฐบาลเอาจริงพักใบอนุญาตฯครู ระหว่างสอบสวนความผิดล่วงละเมิดทางเพศ ทุจริต ยาเสพติด

People Unity News :  รัฐบาลเอาจริงพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ระหว่างการสอบสวนความผิดร้ายแรง ล่วงละเมิดทางเพศ ทุจริต ยาเสพติด

วันที่ 6 เมษายน 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง ครม.มีมติเห็นชอบ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เรื่อง การกระทำความผิดของข้าราชการ กรณีชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ คุกคามทางเพศ และการใช้สื่อออนไลน์ในการล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศ หากพบกระทำการผิดและมีหลักฐานเพียงพอ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมของข้าราชการ นั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก กำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด หากพบข้าราชการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมร้ายแรง โดยมีหลักฐานชั้นต้นเพียงพอ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการสอบสวน

ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพคุรุสภา (กมว.) ได้มีมติดำเนินการกับครู อาจารย์ที่กระทำความผิดในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศตามเงื่อนไข ทั้งนี้ เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครูหรือผู้บริหารแล้ว มติ กมว.ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ในระหว่างที่ผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จได้ ในกรณีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณร้ายแรงที่เป็นที่ประจักษ์ หรือมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแรงร้ายแล้ว เห็นได้ว่ามีเหตุให้สามารถพักใช้ใบอนุญาตฯไว้ก่อนได้ การพักใบอนุญาตฯไม่ใช่แต่เพียงเรื่องการละเมิดหรืออนาจารทางเทศเท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงความผิดเรื่องยาเสพติด และความผิดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ซึ่งถือว่าล้วนแล้วแต่เป็นความผิดร้ายแรง สามารถดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ต่อไป หรืออาจจะพักใช้ใบอนุญาตฯ แล้วแต่ผลการสอบสวนตามความรุนแรงของการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

นางสาวรัชดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีครูสอนสังคมศึกษาโรงเรียนในเมือง จ.สุรินทร์ มีพฤติกรรมกระทำอนาจารนักเรียน ม.3 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ นั้น กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการเร่งให้หน่วยงานในสังกัดทั้งศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์เข้าไปเยียวยาดูแลเด็ก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าว ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการสอบสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จหากปรากฏความผิดชัดเจนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

“นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำต้องทำโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก บุคลากรทางการศึกษาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ หากพบว่าประพฤติตัวไปในทางที่เสื่อมเสีย สร้างความเสียหายให้กับแบบพิมพ์ที่ดีของชาติ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องรีบจัดการ หวังให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เป็นที่เคารพและศรัทธาของลูกศิษย์ตลอดไป” นางสาวรัชดา ย้ำ

Advertisement

“จุรินทร์”ปลุกสมาชิก”ปชป.”มุ่งหน้าทำงาน ยันแก้ไขรธน.เป็นเงื่อนไขหนึ่งร่วมรัฐบาล

People Unity : “จุรินทร์”ปลุกสมาชิก”ปชป.”มุ่งหน้าทำงาน ยันแก้ไขรธน.เป็นเงื่อนไขหนึ่งร่วมรัฐบาลทำฝันประชาชนสำเร็จ โอนเงินส่วนต่างข้าว-ปาล์มแล้ว พืชอีก 3 ชนิดโอนภายในสิ้นปีนี้ทั้งหมด

วันที่ 26 ต.ค.2562 เวลา 9.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมกรรมการสาขาพรรคและตัวแทนประเทศ ประจำทุกจังหวัดของพรรคประชาธิปัตย์ และได้กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์โดยกลไกกรรมการสาขาและตัวแทนประจำจังหวัดจะต้องดำเนินการจัดตั้งตามกฎหมายให้ครบถ้วน ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเลือกตั้งเร็วๆนี้แต่เป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องมีความพร้อม

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (24มีนาคม2562) อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เป็นความฝัน ของพรรคที่ว่าอยากเห็นผู้ที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้แทนราษฎร ผู้บริหารของพรรค อดีตผู้สมัครของพรรคได้มีโอกาสทำหน้าที่ขณะนี้ก็เป็นจริง คือ ประมาณไม่ต่ำกว่า 80 คนดังกล่าวได้ถูกคัดสรรค์ให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้บริหารระดับต้นของประเทศและตำแหน่งอื่นๆ เช่น ผู้ช่วย ส.ส. ผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการ และที่ต้องช่วยรัฐมนตรีของพรรค คือ เลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นทีมจากพรรคประชาธิปัตย์ นี่เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถทำฝันที่คิดกันมานานลงสู่การปฏิบัติได้แม้ว่าไม่ครบถ้วนทุกคนก็ตาม

และในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคก็มีเงื่อนไขคือนำนโยบายองพรรคบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดหัวข้อที่จะต้องแก้ไข ได้หรือการเปิดกุญแจปลดล็อคให้เดินไปสู่การแก้ไขในวันข้างหน้าได้ และการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งหมดก็บรรจุไว้เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้

ส่วนนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ โดยเป็นนโยบาย เร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งการประกันรายได้พืช 5 ชิดนั้น คือข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด แต่ไม่ได้หมายความว่าพืชเกษตรตัวอื่นจะไม่ดูแลแต่ใช้ยาคนละขนาน กันเท่านั้น สำหรับพืช 5 ชนิดนี้หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วก็มีความคืบหน้าเป็นอย่างยิ่งมีผลเป็นรูปธรรมโดยปาล์มลงมือปฏิบัติไปแล้วโดยการจ่ายเงินงวดแรกเรียบร้อยถึงมือเกษตรกรแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เราใช้เวลาเพียงแค่60วันฟังการแถลงนโยบาย หรือ 77 วันหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ส่วนเรื่องข้าวได้โอนเงินส่วนต่างให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวงวดแรกไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวที่ 3 คือเรื่องยางพาราได้ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วกำลังดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ คือ และวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้โดย 1- 15 พย.ใช้เวลา 15 วันเราจะโอนเงินส่วนต่างถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกยางทุกคน เพราะกระบวนการเรื่องยางพาราจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนมากกว่า เมื่อมีการตรวจสอบบัญชีเสร็จเรียบร้อยจึงจะเป็นการโอนเงิน ทันที

สำหรับมันสำปะหลัง วันพรุ่งนี้ 27 ตุลาคม 2562 จะเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี เพื่อการประชุม 3 ฝ่ายภาครัฐภาคเอกชนและเกษตรกร จะไปเคาะในวันพรุ่งนี้ว่าจะประกันรายได้ไว้ที่กิโลกรัมละเท่าใดจำนวนเท่าใดต่อครัวเรือน เสร็จแล้วก็จะเข้ากระบวนการคณะรัฐมนตรี ส่วนข้าวโพดจะไปเคาะประกัน 3 ฝ่ายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็จะเข้าคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดแล้วไปคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติต่อไป ทั้งหมดนี้คาดว่าจะดูแลส่วนต่างพืช 5 ชนิดได้ครบถ้วนภายในสิ้นปีนี้

นายจุรินทร์ บอกกับสมาชิกพรรคว่า นี่คือสิ่งที่เราตั้งใจทำเพื่อประชาชนและพิสูจน์ตามที่ประกาศไว้ว่าจะ “ทำได้ไว ทำได้จริง” สุดท้ายนี้เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน จับมือร่วมกันเดินหน้าด้วยกลไกล 3 ประสานทำงานไปด้วยกัน ประชาธิปัตย์ยุคนี้ กลไกที่หนึ่งคือกลไกรัฐบาล หน้าที่ความรับผิดชอบในรัฐบาล กลไกที่สองคือกลไกสภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคต้องทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเข้มแข็ง กลไกที่สามคือกลไก ของพรรค ต้องเดินหน้าคู่ขนานกิจกรรมของพรรคต้องทำเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นให้เกิดผลต่อความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปได้

นายกรัฐมนตรีกำชับ เตรียมความพร้อม ก่อนแจก ATK ฟรี 8.5 ล้านชุด 15 กันยายนนี้

People Unity News : นายกรัฐมนตรีกำชับ เตรียมความพร้อม ก่อนแจก ATK ฟรี 8.5 ล้านชุด 15 กันยายนนี้

5 กันยายน 2564 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมความพร้อมการกระจายชุดตรวจโรควิด-19 ด้วยตัวเอง หรือ Antigen Test Kit (ATK) ภายหลังผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ได้ลงนามสัญญาจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่า จะเริ่มแจกจ่ายประชาชนกลุ่มเป้าหมายในวันที่ 15 กันยายนนี้

สปสช.ได้เตรียมการกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านหน่วยบริการที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพใน 2 รูปแบบคือ แจกให้ชุมชนแออัด รวมทั้งตลาด โดยให้ผู้นำชุมชน ผู้ประสานงาน หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มารับชุดตรวจและกระจายให้กลุ่มเป้าหมาย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางมารับที่หน่วยบริการ แจกที่หน่วยบริการ ได้แก่ โรงพยาบาล และ รพ.สต.ทุกแห่ง รวมถึงคลินิกและร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนขอรับผ่านแอปเป๋าตัง ที่ธนาคารกรุงไทยกำลังพัฒนาระบบอัพเดทแอปเป๋าตัง เพิ่มเมนูรับชุดตรวจโควิด-19 ฟรี

Advertising

ครม.เคาะ 28 ธ.ค.64 เป็นวันหยุดประจำภาคตะวันออก และกำหนดวันหยุดยาวปี 65 อีก 4 ครั้ง

People Unity News : ครม. เคาะ 28 ธ.ค. 64 วันหยุดประจำภาคตะวันออก และวันหยุดราชการพิเศษ ปี 65 จำนวน 4 วัน กระตุ้นการท่องเที่ยว – เศรษฐกิจ

ที่ประชุม ครม. (4 พ.ย.) เห็นชอบการกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2565 จำนวน 4 วัน เพื่อให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องกับวันหยุดประจำสัปดาห์ กระตุ้นการเดินทางและส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว – เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ดังนี้

วันศุกร์ที่ 15 ก.ค. 65 (วันหยุดยาวติดต่อกัน 5 วัน)

วันศุกร์ที่ 29 ก.ค. 65 (วันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน)

วันศุกร์ที่ 14 ต.ค. 65 (วันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน)

วันศุกร์ที่ 30 ธ.ค. 65 (วันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน)

สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้แต่ละแห่งพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดเป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณีต่อไป

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบกำหนดให้วันอังคารที่ 28 ธ.ค. 64 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคตะวันออก ประกอบด้วย จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ซึ่งตรงกับวันพระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนวันหยุดประจำภาค ในปี 2565 นั้น ยังไม่ได้มีการกำหนดแต่อย่างใด

Advertising

“ประยุทธ์” เชิญชวนประชาชนประเมินความโปร่งใสหน่วยงานภาครัฐผ่านทางแอป ไอทีเอเอส

People Unity News : นายกรัฐมนตรีประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมชวนประชาชนและข้าราชการ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ และคุณธรรมของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ

17 พฤษภาคม 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัย เชิญชวนประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม

ทุกปี องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ จะดำเนินการสำรวจสถานการณ์การทุจริตของทุกประเทศทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ คอรัปชั่น เพอเซพชั่น อินเดกซ์ หรือค่าซีพีไอ (CPI) โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่ 104 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า  รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งยึดหลักภาครัฐของประชาชน เพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม เพื่อสร้างภาครัฐให้โปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต รวมทั้งความละอายต่อการทุจริต ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกและค่านิยมในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตอย่างสิ้นเชิง โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน และภาคีต่างๆ ร่วมมือกันในการลดและป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างยั่งยืน

โดยได้มีการนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือที่เรียกว่า ไอทีเอ (ITA) มาใช้ในการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาการปฏิบัติงาน ให้มีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐของประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนคนไทย ทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ และคุณธรรมในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยร่วมกันประเมินหน่วยงานภาครัฐที่เคยติดต่อหรือรับบริการได้ทางเว็บไซต์สำนักงาน หรือทางแอปพลิเคชัน ไอทีเอเอส (ITAS) ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยจะมีการประกาศผลการประเมิน ไอทีเอ ของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศให้ต่อไป

Advertising

“บิ๊กตู่”ปัดจัดงบฯปี 63 ให้สิทธิพิเศษนักธุรกิจ ผ่อนชำระได้!อย่ากลัวหนี้สาธารณะเกินเพดาน

People Unity : “บิ๊กตู่” ยันจัดทำงบฯปี63 ทั่วถึงทั้งประเทศ ปัดให้สิทธิพิเศษนักธุรกิจ แต่ต้องกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ลั่น ไม่สนิท-ไม่ขัดแย้งกับใคร อย่ากลัวหนี้สาธารณะเกินเพดาน เหตุประเทศมีความสามารถผ่อนชำระ

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2562 ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวันสุดท้ายว่า รู้สึกพอใจกับการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯในห้วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งตนก็รับฟังทั้งหมด สิ่งไหนที่เป็นเรื่องดีก็จะนำไปบูรณาการ

ทั้งนี้ งบประมาณของแต่ละกระทรวงได้มากน้อยลดหลั่นกันไป ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ เช่น การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการและนำปัญหาที่ใหญ่ที่สุดมาจัดการ บางครั้งต้องใช้งบประมาณบูรณาการหรืองบของกระทรวงอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ และถ้ามีปัญหาเร่งด่วนก็สามารถดึงงบกลางมาใช้ได้

ทั้งนี้ งบกลางจำนวน 4 แสนล้าน มองดูเหมือนจะมาก แต่เราใช้ในภาระต่าง ๆจำนวนมาก ทั้งเรื่องเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ยังไม่รวมถึงการช่วยเหลือน้ำท่วมซึ่งใช้งบหลายหมื่นล้าน ตลอดถึงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาต่างๆ ยืนยันว่าการใช้งบกลางไม่ได้ใช้จ่ายไปเรื่อยเปื่อย ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ทุกจังหวัดก็มีการเสนอโครงการเร่งด่วนเข้ามา ตนก็ต้องนำมาดูว่าสามารถปรับใช้งบประมาณตรงไหนได้บ้าง โดยเน้นในเรื่องแผนงานต่างๆ ถ้างบประมาณยังไม่เพียงพอ เราก็จะนำงบกลางเติมลงไปให้

นายกฯกล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหม ซึ่งวันนี้อาจไม่ทราบกันว่าทหารทำอะไรบ้าง เฉพาะกองทัพบก เรามี 7 กองกำลังที่อยู่ตามชายแดน จำนวนหลายหมื่นคนที่ต้องทำงานทุกวัน ทั้งเรื่องการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย นี่คือหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้ ซึ่งเราให้ความสำคัญ โดยได้แยก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมา และตนได้ย้ำว่าจะต้องมีโครงการลงไปในพื้นที่

ดังนั้นการทำแผนงบประมาณครั้งนี้ เราเน้นว่าทำอย่างไรให้เกิดความทั่วถึง พื้นที่ไหนเร่งด่วนก็ทำก่อน เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้เรามีแผนงานและโครงการกว่า 2,000 โครงการ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากติดปัญหาหลักอยู่ที่งบประมาณและที่ดินของประชาชน ซึ่งตามหลักการแล้ว ตนก็ยอมรับในความคิดเห็นของทุกคนว่าแต่ละคนต้องการสิ่งต่างๆ เพราะเข้าใจว่าความขาดแคลนมีเยอะ แต่เราก็ทยอยดำเนินการแก้ปัญหา ขณะที่งบประมาณมีจำกัด ต้องบูรณาการจัดสรรไป

ปัจจุบันนี้ภารกิจมีจำนวนมากที่เกี่ยวข้องทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ยอมรับว่าที่ผ่านมางบประมาณที่ใช้ไปกับการรักษาพยาบาล การแก้ไขปัญหาสินค้าการเกษตร มีเป็นจำนวนมาก และในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องคิดคือเราจะหาเงินเข้าประเทศอย่างไร การลงทุนภายในประเทศของเราเองก็ติดขัดเรื่องกฎหมาย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขาปลดล็อกเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ การลงทุน หลายคนก็มาบอกว่าเอื้อประโยชน์ ซึ่งยอมรับว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะภาษีเราก็ได้มาจากเขา จึงจะต้องสนับสนุนให้มีการลงทุน ดังนั้นต้องสนับสนุนให้มีการลงทุนภายในประเทศของเราเอง โดยยึดกฎหมายทุกฉบับ

“ยืนยันว่านายกฯไม่มีสนิทสนมกับใคร ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น จะให้สิทธิพิเศษใครไม่ได้ ทุกอย่างต้องผ่านการประมูล ซึ่งงบประมาณตรงนี้เรามีอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท ก็จะไปช่วยเสริม ไปช่วยเรื่องการลงทุนอย่างต่ำ 20 เปอร์เซ็นต์ตามที่กฎหมายระบุไว้ ซึ่งเราก็จัดสรรได้มากที่สุดในขณะนี้ จะเห็นว่า 20 เปอร์เซ็นต์ตรงนี้พร้อมที่จะลงทุน ทั้งในเรื่องรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน รถไฟรางเดี่ยวในต่างจังหวัดซึ่งต้องทำให้ทั่วถึง โดยเงินลงทุนทั้งหมดมาจากภาคเอกชน จากเดิมที่เป็นการลงทุนของภาครัฐอย่างเดียว โดยการกู้เงิน ก็จะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่จำนวน 41 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่น่ากังวล หากมองตัวเลขอาจจะดูน่ากลัว แต่ก็สูงตามค่าจีดีพี ไม่อยากให้มากังวลตรงนี้เพราะเรามีขีดความสามารถในการใช้หนี้ ในส่วนของหนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ขณะที่หนี้ระยะยาวก็ผ่อนชำระไป เมื่อหาเงินได้มากขึ้น เราก็ผ่อนเงินต้น แล้วก็น่าจะกู้ใหม่ได้อีกประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้จะต้องไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ต่างประเทศมีหนี้สาธารณะ 200 เปอร์เซ็นต์ แต่เขามีขีดความสามารถในการผ่อนชำระ รวมถึงมีอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งของเราก็กำลังจะเดินไปตรงนี้ แต่ต้องใช้เวลา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯยังกล่าวยืนยันอีกว่า ไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ถ้ามาบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันไม่น่าจะได้ ซึ่งตนเกรงว่าประชาชนจะไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างการรับรู้ของประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ หากทุกคนเรียกร้องพร้อมกันทั้งหมด ไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหาได้ การนำหลักการของประเทศต่างๆมา ตนก็นำมาใช้ ตนรู้และผ่านการศึกษามา และตนก็เดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง เอกสารหรือโครงการต่างๆที่น่าสนใจ ตนก็กลับมาดูว่าสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศของเราได้หรือไม่ แต่ปัญหาของประเทศเราติดอยู่ที่งบประมาณ และความเข้าใจของประชาชน ปัญหาในปัจจุบันมันมีมากกว่าสิ่งที่เราคิดทำ และบางอย่างก็ติดปัญหาด้านกฎหมาย ซึ่งตนก็โทษใครไม่ได้ และยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งประชาชน อย่ามาแยกแยะว่ากลุ่มนี้รวย กลุ่มนี้จน เพราะคนรวยก็มีความเสี่ยงในเรื่องการลงทุน ในขณะที่รัฐบาลก็ดูแลเรื่องการแข่งขันให้เกิดความเท่าเทียมกัน ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร และสิ่งที่ตนจะเตือนเพราะการพูดจาในสภาฯถูกถ่ายทอดไปสู่ประชาชน และบางครั้งประชาชนเขาไม่ได้รับฟังในสิ่งที่รัฐบาลชี้แจง เขาฟังสิ่งที่ฝ่ายค้านพูด ซึ่งฟังแล้วก็ดูดีหมด ในส่วนของตนก็คิดว่าดีทุกเรื่อง แต่ต้องมาดูว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน

ซูเปอร์โพลชี้คนหนุนผู้นำแก้ ศก.-ปากท้อง “อนุทิน” นำห่าง “อุ๊งอิ๊ง-จุรินทร์”

People Unity News : 23 เมษายน 2566 ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจนโยบายพรรคการเมือง-ผู้นำที่ประชาชนชื่นชอบ พบ “อนุทิน” นำห่าง “อุ๊งอิ๊ง-จุรินทร์” หวังให้แก้เศรษฐกิจ-ปากท้อง

ซูเปอร์โพลเปิดเผยผลสำรวจ “นโยบายพรรคการเมืองที่ชื่นชอบของประชาชน” พบว่า 3 อันดับแรก พรรคการเมืองที่มีนโยบายช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ชื่นชอบ ได้แก่ ร้อยละ 40.4 ระบุพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 36.2 ระบุพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 21.3 ระบุพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อพิจารณา 3 อันดับแรกพรรคการเมืองที่มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและไม่ด่างพร้อย ไม่ทุจริตที่ชื่นชอบ พบว่าร้อยละ 41.0 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 38.3 ระบุพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 29.1 ระบุ พรรคเพื่อไทย ตามลำดับ

นอกจากนี้ 3 อันดับแรกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ทำตามที่พูด พูดแล้วทำ (ตอบได้มากกว่า 1 พรรค) พบว่าร้อยละ 53.9 ระบุพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 44.2 พรรคเพื่อไทย และร้อยละ 39.7 พรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ

ผู้นำทางการเมืองที่ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 58.6 ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 37.5 ระบุนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และร้อยละ 35.6 ระบุนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตามลำดับ

Advertisement

ไม่เลื่อนแบนสารพิษเด็ดขาด! “อนุทิน”ยันเดินตามมติ กก.วัตถุอันตราย

People Unity News : ไม่เลื่อนแบนสารพิษเด็ดขาด! “อนุทิน” ยันเดินตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ไม่สนสหรัฐฯตัดจีเอสพีการค้าไทยอ้างแก้ปัญหาสิทธิแรงงานเหลว ลั่นอย่าเอามาโยงกัน

วันที่ 29 ต.ค.2562 จากกรณีที่มีความกังวลกันว่ามติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ให้ยกเลิกสารพิษ อาจเป็นเหตุให้ประเทศไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้าจากสหรัฐฯนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขออย่านำเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงกับกรณีที่สหรัฐฯ สั่งยกเลิกสั่งยกเลิก GSP กับประเทศไทย ต้องแยกเป็นคนละเรื่องกัน ส่วนการเดินหน้าของทุกภาคส่วนในการแบนสารพิษนั้น ล้วนทำเพื่อให้ประชาชนมีสุขอนามัยที่ดีปราศจากสารพิษ และไม่ให้มีสารพิษปนเปื้อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ส่วนตัวขอยืนยันว่า ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล การดำเนินการแต่ละอย่างมีขั้นตอนที่ต้องรายงานต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบเป็นระยะ

เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มเกษตรกรเตรียมยืนร้องศาลปกครองให้ยกเลิกแบน 3 สารเคมี นายอนุทิน ตอบว่า เป็นสิทธิ์ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แต่ยืนยันว่าขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อดูแลประชาชนให้ปลอดภัยจากสารพิษ

นักข่าวถามต่อถึงกระแสข่าวเรื่องมีข้อเสนอให้ขยายเวลาการเริ่มต้นแบนสารพิษไปอีก 6 เดือน จากที่ควรเริ่มต้นในวันที่ 1 ธันวาคมปีนี้ เป็นให้แบนในช่วงกลางปีหน้า นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีมติจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายออกไปแล้ว และคณะกรรมการนี้ก็อยู่ภายใต้กฎหมาย

“เรื่องที่มันเกี่ยวกับสุขภาพ มันจะรอได้หรือ สารพิษดังกล่าวไม่ได้อยู่แค่เพียงในผักผลไม้เท่านั้น แต่มีอยู่ทุกที่ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน”

 

“ปชป.” เตรียมคัดชื่อ กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ

People Unity News : “องอาจ คล้ามไพบูลย์” ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เผย “ปชป.” เตรียมคัดชื่อ กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้เชิญ ส.ส. ของพรรคฯ มาประชุมเพื่อพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมไปเป็นคณะกรรมาธิการฯ ในส่วนของพรรคฯ จำนวน 4 ท่าน ในวันอังคารที่ 26 พ.ย. เวลา 13.30 น.

พรรคประชาธิปัตย์ มีบุคคลที่เหมาะสมหลายท่าน ขึ้นอยู่กับ ส.ส. ของพรรคฯ จะดูว่าใครเหมาะสมโดยจะใช้วิธีเสนอชื่อแล้วให้ ส.ส. เลือกในที่ประชุม โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อและที่ประชุม ส.ส. เลือกก็ต้องสมัครใจที่จะไปทำงานเป็นคณะกรรมาธิการฯ ด้วย

ส่วนที่ประชุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เคยมีมติเสนอชื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคฯ ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ นั้น ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม เพราะคุณอภิสิทธ์มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการฯ แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิปรัฐบาลด้วยว่าจะมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร ขณะนี้พรรคฯ ก็รอฟังจากวิปรัฐบาลอย่างเป็นทางการว่าจะมีมติออกมาอย่างไร

กรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับการเมืองในภาพรวม เพราะเป็นเพียงเริ่มต้นศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังต้องมีกระบวนการที่จะต้องดำเนินการอีกพอสมควร

ทุกฝ่ายควรตระหนักร่วมกันว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งและองค์กรหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จได้

Verified by ExactMetrics