วันที่ 5 พฤษภาคม 2026

ครม.เตรียมให้ 5 พ.ค. เป็นวันหยุดพิเศษกระตุ้นเศรษฐกิจ

People Unity News : 10 มกราคม 2566 ‘วิษณุ’ เผย ครม.พิจารณาเพิ่มวันหยุดพิเศษ 5 พ.ค. กระตุ้นเศรษฐกิจ แจง ‘นายกฯ-รมต.’ ลากิจร่วมกิจกรรมพรรคการเมืองได้ เหตุเป็นเวลานอกราชการ เล็งขอดูคำสั่งตั้งที่ปรึกษานายกฯ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการเสนอเพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ  เนื่องจากวันที่ 4 พฤษภาคมเป็นวันฉัตรมงคล และวันที่  5 พฤษภาคม 2566 เป็นวันศุกร์  จึงจะให้มีวันหยุดพิเศษเป็นวันที่ 5 พฤษภาคมอีก 1 วัน เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องยาว 4 วัน คือวันที่ 4-7 พฤษภาคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ส่วนกฎหมายลูกสองฉบับโปรดเกล้าฯลงมาแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ลงมา ยังไม่ถึงกำหนดเวลา 90 วัน

สำหรับการลากิจของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เพื่อไปร่วมงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา สามารถไปร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า  ไปร่วมทำกิจกรรมได้ เพราะถือเป็นเวลานอกราชการ แต่ส่วนตัวยังไม่ได้ดูว่านายกฯมีข้อผิดพลาด บกพร่องอย่างไร

ส่วนกรณีที่นายกฯตั้งคนของพรรคการเมืองเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า  ทุกรัฐบาลเวลามีโควต้า ก็ตั้งคนของพรรคการเมือง ไม่คนของพรรคตัวเองก็คนของพรรคอื่น ย้ำว่าทุกรัฐบาลเหมือนกันทั้งนั้น และตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีถือเป็นตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง ซึ่งตนยังไม่เห็นคำสั่ง แต่จะขอดูก่อน

Advertisement

“ประยุทธ์” เข้าร่วม รทสช. เผยวันนี้นอนหลับแล้ว หลังจากนอนไม่หลับมาหลายวัน

People Unity News : 9 มกราคม 2566 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ – “พล.อ.ประยุทธ์” เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ บอก วันนี้นอนหลับแล้วหลังตัดสินใจเลือกพรรคนี้ ร่ายยาวเหตุผลร่วมงาน ชี้ประเทศไทยต้องไปต่อ หวังประชาชนให้โอกาสอีกครั้ง สัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ย้ำมีหัวใจหนึ่งเดียวแต่ต้องใหญ่พอรักคนทั้งประเทศไทยได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาร่วมงาน รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยพลเอกประยุทธ์ ได้ลงนามในใบสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และเสียเงินค่าสมาชิก 2,000 บาท เป็นสมาชิกตลอดชีพ โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เป็นสักขีพยาน จากนั้น นายพีระพันธุ์ เป็นผู้สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีขาวของพรรคให้ โดยได้เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินของพรรค และสวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวเพื่อขึ้นเวที โดยตลอดทางที่เดินขึ้นเวที ประชาชนตะโกนเสียงเชียร์ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่อยู่ต่อ และเป็นกำลังใจให้

จากนั้น พลเอกประยุทธ์ ขึ้นกล่าวบนเวที ว่า ขอขอบคุณด้วยใจจริง ที่รับตนเป็นสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ พวกเราคือคนไทยหัวใจเดียวกัน วันนี้มีโอกาสพบกับทุกคน อยากบอกว่าวันนี้เป็นวันแรก ครั้งแรกของตนในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และพรรคการเมืองที่ตัดสินใจสมัคร คือรวมไทยสร้างชาติ

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ตนมีวันนี้ได้เพราะพวกเรา เพราะเราคือประเทศไทย เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เกิดที่นี่ หากินที่นี่ ก็ต้องอยู่ที่นี่ และยังต้องรักษาพื้นแผ่นดินนี้ไว้ให้ได้ สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนยึดถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือหัวใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งตนได้รับการสั่งสอนมาว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งปกติไม่กลัวอะไรเพราะเป็นทหารมาทั้งชีวิต และเคยอยู่ทหารที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มีเครื่องหมายทหารเสือ มีเสือ 2 ตัว มีหัวใจอยู่ตรงกลาง ทำไมหัวใจเป็นสีม่วง ก็เพราะผู้บังคับบัญชาต้องมีหัวใจแห่งความซื่อสัตย์ ความหมายของหัวใจสีม่วงคือหัวใจของคนใกล้ตาย ซึ่งไม่โกหก และต้องสุจริต

“หลายคนสงสัยว่ามาทำไม หรือเพราะอยากเป็นอะไรต่อหรือไม่ ยืนยันไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่ได้อยากมีอำนาจ เพราะอำนาจมีมาทั้งชีวิตของผมแล้ว และอำนาจจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ การมีอำนาจจะต้องใช้อำนาจให้ถูกต้องและเป็นธรรม เป็นไปตามกระบวนการ และทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นวันนี้ ไม่ได้อยากยิ่งใหญ่ ไม่ได้อยากได้ผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ยืนยันไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ เพราะนึกถึงประชาชนทุกคน วันนี้ที่มายืนตรงนี้ เพราะเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่ประเทศไทยต้องไปต่อ บนพื้นฐานของความมีเสถียรภาพ และความมั่นคง เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต” พลเอกประยุทธ์ กล่าว

พลเอกประยุทธ์ กล่าวย้ำอีกว่า ประเทศไทยต้องไปต่อ ไปสู่อนาคตที่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ก็คิดมาหลายเดือนกว่าจะมาอยู่พรรคนี้ เพราะไม่แน่ใจว่ามีคนรักหรือไม่ ระหว่างนี้ประชาชน ตะโกนให้กำลังใจ พลเอกประยุทธ์ จึงยิ้มและหัวเราะ แล้วบอกว่าถ้ารู้แบบนี้มาอยู่นานแล้ว พร้อมฝาก อย่าเป็นคนขี้เบื่อเร็วนัก ขอให้อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน และซื่อสัตย์ต่อกัน ยิ่งแก่ตนก็ยิ่งรักทุกคน วันนี้จะทำอะไรต้องมีความเข้มแข็งก่อน ซึ่งประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ความรัก ความสามัคคี อยู่แล้ว อย่าให้ใครมาทำลายเพราะคนไทยมีความสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด และตนไม่ใช่คนขี้ขลาด ยังมีงานที่จำเป็นต้องทำจึงทำให้ต้องมายืนตรงนี้ เพราะยังมีโครงการต่างๆ ที่ยังค้างคาต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้ ไม่มีอะไรเอาชนะไม่ได้ เอาชนะตัวเองให้ได้ แล้วฟันฝ่าไปด้วยกัน แม้จะเหนื่อยเครียดแต่ก็อดทน ซึ่งสิ่งที่ทำก็เพื่ออนาคตที่มีความยั่งยืน โดยไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใคร ประเทศไทยต้องไปต่อส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

“ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และสิ่งสำคัญประเทศไทยต้องไปต่อ วันนี้นอนหลับแล้ว หลังจากที่นอนไม่หลับมาหลายวัน ขอทุกคนให้โอกาส และสัญญาจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ใช่เพื่อตนเอง ผมมีหัวใจเพียงหนึ่งเดียวแต่ต้องใหญ่พอที่รักคนทั้งประเทศไทยได้ นั่นคือความมุ่งมั่นของผม” พลเอกประยุทธ์ กล่าว

ระหว่างนี้ พลเอก ประยุทธ์ ได้ร้องเพลง “ศรัทธา” ของวง หิน เหล็ก ไฟ ว่า “ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ” และตะโกนปิดท้ายดังๆว่า “รวมไทยสร้างชาติ”

Advertisement

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกวงเงินงบฯ ปี 2567

People Unity News : 4 มกราคม 66 นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกกำหนดวงเงินงบฯ ปี 2567 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ให้สัญญาจะทำให้สถานะการเงินการคลังมีความมั่นคงในทุกด้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ผอ.สำนักงบประมาณ เข้าร่วม

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นการประชุมเรื่องแผนการเงินระยะปานกลาง รายรับรายจ่ายปีงบประมาณ 2567 และประเมินไปถึงปี 2570 ซึ่งจำเป็นต้องประเมิน เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการวางพื้นฐานการใช้จ่ายงบประมาณ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตอย่างระมัดระวังที่สุด พร้อมขอขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง และในโอกาสนี้ขออวยพรปีใหม่ให้กับทุกๆ คนเพราะถือเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2566 ที่พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้สถานะการเงินการคลังของเรามีความมั่นคงในทุกๆด้าน และขอให้ทุกคนมีความสุขประสบความสำเร็จทุกประการทั้งชีวิตราชการและเรื่องส่วนตัว

Advertisement

นายกฯทำบุญปีใหม่ 2566 เผยอธิษฐานขอให้บ้านเมืองสงบสุข

People Unity News : 3 มกราคม 2566 ทำเนียบรัฐบาล–นายกฯ พร้อมด้วยภริยาและคณรัฐมนตรีร่วมทำบุญปีใหม่ 2566 พร้อมสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย เผยอธิษฐานขอให้บ้านเมืองสงบสุข อวยพรสื่อให้มีความสุข

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลวันแรกของปี 2566 โดยเป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการร่วมพิธี

นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สวดอนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชาและกราบลาพระสงฆ์ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ จากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วย ครม.ได้มาถวายสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา ศาลยาย

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีนายกรัฐมนตรีกล่าวสวัสดีกับผู้สื่อข่าว ขอให้ทุกคนมีความสุข ช่วยกันทำบ้านเมืองให้สงบสุขต่อไป

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีอธิษฐานอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำอธิษฐานก็อย่างที่เคย ที่ทุกคนอธิษฐาน ให้ช่วยกันทำบ้านเมืองให้สงบสุข

Advertisement

“พล.อ.ประวิตร” มั่นใจ พปชร. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

People Unity News : 1 มกราคม 66 “พล.อ.ประวิตร” มั่นใจพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังจากนี้หากไม่ได้รับการสนับสนุนเตรียมวางมือทางการเมือง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในปี 2566 พรรค พปชร. จะดูแลประชาชนให้กินดีอยู่ดีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความมุ่งหมายของ พปชร.ในการตั้งพรรคมา 3-4 ปี มั่นใจว่าจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งจากกระแสความนิยมของพรรคที่ตั้งมาถึง 4 ปี และเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา จึงหวังว่าประชาชนจะให้ความสนใจต่อพรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งใหม่ รวมทั้งยังตั้งเป้าให้ พปชร.เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งต่อไป เพราะ ส.ส.ในพรรค ทุกคน ให้การสนับสนุน ร่วมใจเป็นอย่างดี

กลยุทธ์เลือกตั้งครั้งหน้า ไม่มีไม้เด็ดอะไร เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทำการเมือง มาครั้งแรกก็เป็นเรื่อง “ตกกระไดพลอยโจน” เข้ามา 3 ปี และหากการเลือกตั้งครั้งนี้มีคนสนับสนุนก็จะทำการเมืองต่อไป แต่ถ้าไม่มีใครสนับสนุนก็เลิก เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเมือง และส่วนตัวก็ชอบเป็นทหารมากกว่าการเมือง

ส่วนการหาเสียงจะมีการปรับลุค ด้วยการใส่กางเกงยีนส์ เพราะทำให้เกิดกระแสฮือฮา ป็อบปูลา มีแรงบันดาลใจ ในช่วงรักษาการนายกฯ 38 วัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไรพิเศษ ส่วนคำว่า “ใจบันดาลแรง” ผมก็คิดเอง หลังจากสื่อมวลชน ถามมีแรงบันดาลใจอย่างไรในการทำงานช่วงนั้น ว่า “ผมใช้ใจบันดาลแรง ไม่ได้ใช้แรงบันดาลใจ เพราะมีแต่ใจเท่านั้น เพราะแรงผมไม่ค่อยมี… ขาเดินไม่ค่อยสะดวก”

Advertisement

นายกฯ ปราศรัยวันขึ้นปีใหม่ ส่งความรัก ความปรารถนาดีถึงคนไทย

People Unity News : 31 ธันวาคม 2565 นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2566 ส่งความรัก ความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน เชื่อมั่นพลังแห่งความรัก ความสามัคคีของทุกคน จะหนุนนำให้ชาติบ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และความท้าทายต่างๆ ไปได้ด้วยดี มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลาประมาณ 20.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยผ่านบันทึกเสียง เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เผยแพร่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย คลื่น FM.92.50 MHz และ AM 819,891 และเผยแพร่ผ่านบันทึกวีดิทัศน์ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันที่ 1 มกราคม 2566 เวลา 00.01 น. ส่งความรัก ระลึกถึง และความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องในศุภวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังประชาชนชาวไทยทุกคน และขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐาน อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญด้วยพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงค์หมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ดังพระราชหฤทัยปรารถนา ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่เหล่าพสกนิกรชาวไทย ตราบนิจนิรันดร์

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็น “ปีแห่งชัยชนะ” ของประเทศไทยที่สามารถก้าวผ่านวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั้งโลก โดยชัยชนะแรก คือ ชัยชนะเหนือสงครามโควิด ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทั้งชาติ เอาชนะอุปสรรคนานัปการ เสียสละ อดทน และร่วมมือกันทำตามคำแนะนำ และมาตรการด้านสาธารณสุข จนสามารถกลับมาประกอบอาชีพ ใช้ชีวิต และไปมาหาสู่กันได้ แบบ New normal ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ และถือเป็นโมเดลแห่งความสำเร็จหนึ่งของโลก รวมทั้งสามารถเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มากกว่าเป้าหมาย 10 ล้านคน ยิ่งกว่านั้นยังสามารถสร้างความเชื่อมั่น และประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ตลอดจนการประชุมที่เกี่ยวเนื่อง อีกนับร้อยเวทีการประชุม และการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวไทยทั้งประเทศ ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดี ต่อการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ อีกทั้งยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลกให้โดดเด่นขึ้น

ชัยชนะต่อมา คือ ไม่เพียงประเทศไทยจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในภาพรวม จากความขัดแย้งทางการเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศในช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว ไทยยังสามารถพลิกสถานการณ์ภาคเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังซบเซา โดยการส่งออกของไทยยังเข้มแข็งต่อเนื่อง การค้าขายก็เริ่มมีสัญญาณที่ดี การลงทุนยิ่งกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง และการท่องเที่ยวก็กำลังฟื้นตัวแรง ซึ่งเชื่อมั่นว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในปีหน้า และปีถัด ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพลิกบทบาทของประเทศ ไปสู่ฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากความชัดเจนในระดับนโยบาย การมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว และการเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนความจริงใจของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยในสายตาชาวโลก

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปีหน้า และต่อจากนี้ไปว่า ยังมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องเผชิญอีกหลายประการ รวมทั้งวิกฤตซ้อนวิกฤตข้างต้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะยุติลงเมื่อใด แต่เชื่อว่าพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ของทุกคน จะหนุนนำให้ชาติบ้านเมืองผ่านพ้นอุปสรรค และความท้าทายเหล่านั้นไปได้ด้วยดี มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน บรรลุตามเป้าหมายร่วมกัน ที่ได้กำหนดเอาไว้ โดยขอเชิญชวนให้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติอีกครั้ง คือ ประการแรก ยังคง “ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก” เพื่อลดความเสี่ยง และเน้นการป้องกัน ไม่ให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ซ้ำอีก ประการที่ 2 เป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน จากทั่วโลก เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจ อบอุ่น และปลอดภัย เมื่ออยู่เมืองไทย…เหมือนอยู่บ้านตนเอง และประการที่ 3 เป็น “พลเมืองที่ดี” โดยทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสังคม ให้เจริญก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าช่วงบรรยากาศแห่งความสุขในการต้อนรับปีใหม่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับครอบครัว พี่น้อง และญาติมิตรอย่างมีความสุข มอบความรักและความปรารถนาดีให้เป็นของขวัญอันประเสริฐแก่กันและกัน เฉลิมฉลองอย่างมีสติและไม่ประมาท มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อผู้ร่วมทางในการเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ เพื่อให้เทศกาลแห่งความอบอุ่นนี้ มีแต่ความทรงจำที่ดี ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความสดชื่นแจ่มใส เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครทุกคน ที่ปฏิบัติงานอยู่ตามแนวชายแดน หรือพื้นที่ธุรกันดารห่างไกล และพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการช่วยเหลือ ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้อยู่ในความปลอดภัยเป็นอย่างดี ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความราบรื่น เพื่อร่วมกันเติมความสุขให้คนไทยจากใจจริง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพรเนื่องในวาระอันเป็นศุภมิ่งมงคลขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกคนเคารพนับถือ อีกทั้ง เดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกคน ประสบแต่สิ่งอันเป็นมงคล มีความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากภยันอันตรายทั้งปวง มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา ที่เข้มแข็ง และขอจงสัมฤทธิผลดั่งใจ ในสิ่งพึงปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน

Advertisement

“ประยุทธ์” แจก 18 มาตรการเป็นของขวัญปีใหม่ ปชช.

People Unity News : 29 ธันวาคม 2565 รองโฆษกรัฐบาล  เผย รัฐบาลออก 18 มาตรการเป็นของขวัญปีใหม่ ตั้งใจแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ปชช. ช่วยเหลือเยียวยา กระตุ้นเศรษฐกิจทุกกลุ่ม

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยและต้องการส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องประชาชน จึงมอบนโยบายให้หน่วยงานต่าง ๆ หามาตรการต่าง ๆ เป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อส่งมอบความสุขให้กับประชาชนหลากหลายมาตรการ  อาทิ

1.มาตรการช้อปดีมีคืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 40,000 บาท 2.มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2566 โดยลดภาษีให้ในอัตราร้อยละ 15 ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของปีภาษี 2566 3.มาตรการช่วยเหลือเงินพิเศษแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 200 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยจะได้รับเงินในเดือนมกราคม 2566 4. สายการบินลดค่าเครื่องบินภายในประเทศลง 20% จากมาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานภายในประเทศ โดยลดอัตราภาษีตามปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ใช้บินในประเทศ จากลิตรละ 4.726 บาท เหลือลิตรละ 0.20 บาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2566 จึงมีผลให้สายการบินลดค่าเครื่องบินภายในประเทศลง 20%

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า 5.มาตรการตรึงราคาน้ำมันทุกชนิดในช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2565 ถึง 3 มกราคม 2566 6. ให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น LPG ที่ 19.9833 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งมีกรอบเป้าหมายเพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2566 7.มาตรการลดค่าโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ร้อยละ 5 สำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์ วันที่ 1 ถึง 31 ธันวาคม 2565 8. ลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน  โดยตรึงอัตราค่าไฟฟ้า 4.72 บาทต่อหน่วย ไปจนถึงไตรมาสสองของปี 2566 หรือในช่วงการคำนวนค่าเอฟทีงวดมกราคม-เมษายน 2566

9.มาตรการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ระหว่างเวลา 12.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566 พร้อมขยายเวลาเปิดให้บริการเดินรถของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566 10. มาตรการขยายเวลาการเดินรถเมล์ ในเขตกรุงเทพมหานคร เส้นทางที่ผ่านสถานที่จัดงานเคานท์ดาวน์ (Count Down) เช่น สยามพารากอน ไอคอนสยาม และเอเชียทีค ถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2566 11. มาตรการให้บริการฟรีเรือไฟฟ้า (EV Boat) ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึง 1 มกราคม 2566 12. มาตรการเปิดให้วิ่งฟรีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ 7 วัน ตั้งแต่เวลา 0.01 น. ของวันที่ 29 ธันวาคม 2565 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2566

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า 13 .เข้าอุทยานแห่งชาติฟรี ทั้งคนไทยและยานพาหนะ 31 ธันวาคม 2565 ถึง 1 มกราคม 2566 14 .มาตรการช่วยลูกหนี้ สำหรับลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้กับ บสย. ผ่อนน้อย เบาแรง ลดค่างวดผ่อนชำระเหลือ 20% ของค่างวดเดิม ขั้นต่ำ 500 บาทต่องวด สูงสุด 6 งวด ที่ยื่นคำขอระหว่าง 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2566 15 .สินเชื่อ 2,000,000 บาทเพื่อที่อยู่อาศัย ผู้ประกันตนระบบประกันสังคมมาตรา 33 ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 15,000 คน 26 ธันวาคม 2565 ถึง 5 มกราคม 2566 16. กยศ. ลดหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดเงินต้น ขยายเวลาถึง 30 มิถุนายน 2566 17.ส่วนลดส่ง EMS ในประเทศ 19-48% สำหรับประชาชนที่ใช้บริการแบบ walk in ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2565 ถึง 5 มกราคม 2566 18.กิจกรรมเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฟรี  27 ธันวาคม 2565 ถึง 8 มกราคม 2566 เช่น อวพช. คลองห้าปทุมธานี,เดอะสตรีทรัชดากรุงเทพฯ, เชียงใหม่,โคราช

“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของมาตรการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน เพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระค่าครองชีพ   อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ มีแรงจูงใจและเกิดความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยกระจายรายได้ไปยังชุมชน จึงขอแจ้งมายังพี่น้องประชาชนถึงสิทธิที่รัฐบาลมอบให้ในมาตรการของขวัญปีใหม่นี้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

Advertisement

ชาวบ้านพอใจ “พล.อ.ประวิตร” พูดจริงทำจริง

People Unity News : 26 ธันวาคม 2565 “พล.อ.ประวิตร” ช่วย จ.เชียงราย มีน้ำใช้เพียงพอ พัฒนา “แก้มลิงเวียงหนองหล่ม – หนองมโนราห์” สำเร็จ ชาวบ้านพอใจ พูดจริงทำจริง พร้อมหนุนเป็นนายกฯ คนต่อไป

26 ธ.ค.65 เวลา 16.30 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะ ผอ.กอนช. และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ต่อเนื่อง จากช่วงเช้า โดยในช่วงบ่ายได้ไปประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำภาคเหนือ และความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ “เวียงหนองหล่ม” ณ หอประชุม เฉลิมพระเกียรติหนองมโนราห์ ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย

พล.อ.ประวิตร ได้รับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของภาคเหนือ และ จ.เชียงราย จาก นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผวจ.เชียงราย, สทนช.,กรมชลประทาน ซึ่งภาคเหนือมีพื้นที่ครอบคลุม 17 จังหวัด มีลำน้ำสำคัญได้แก่ ปิง วัง ยม น่าน สาละวิน และโขงเหนือ แหล่งน้ำมีปริมาณน้ำปัจจุบัน 21,908 ล้าน ลบ.ม. สำหรับ จ.เชียงราย มีปริมาณน้ำ 156 ล้าน ลบ.ม. ปัญหาภัยแล้งของจังหวัดมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 2 อำเภอได้แก่ อ.แม่สรวย และ อ.เวียงป่าเป้า การแก้ปัญหาด้านน้ำที่สำคัญจังหวัดได้รับงบกลางปี 65 (127 โครงการ) แผนบูรณาการฯ น้ำปี 65 (42 โครงการ) และโครงการสำคัญปี 66-67 อีก 7 โครงการ และยังมี 10 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 65/66 ควบคู่กับระบบ Thai Water Plan เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับ แก้มลิง “เวียงหนองหล่ม” พล.อ.ประวิตร ได้เคยสั่งการให้ สทนช. จังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ขับเคลื่อนการพัฒนาให้ครอบคลุม ทุกมิติ (เมื่อ 23 ธ.ค.63) ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง ในการทำน้ำประปา การเกษตร และเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำ ”หนองมโนราห์” และงานซ่อมผิวทางจราจรรอบอ่าง โดยมีหน่วย นพค. 35 ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายให้ สทนช. จังหวัดและทุกหน่วยงานให้เร่งรัดปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง และเร่งดำเนินงานที่รับผิดชอบให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ทั้งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปา การเกษตร การประมง และสามารถเป็นแหล่งส่งเสริมอาชีพ เพิ่มรายได้และการท่องเที่ยว ของจังหวัดด้วย

ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง พร้อมสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป

Advertisement

นายกฯ กำชับติดตามราคาพลังงาน-เงินเฟ้อใกล้ชิด

People Unity News : 24 ธันวาคม 2565 “ธนกร” เผยนายกฯ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ติดตามราคาพลังงาน-เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ย้ำต้องไม่กระทบค่าครองชีพ ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด เล็งปั้นไทยเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค รองรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าโลก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงติดตามสถานการณ์พลังงานไทยและโลกอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับตัวลดลง แต่ยังคงมีความผันผวนสูง ทั้งจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ รวมทั้งการคาดการณ์ประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกที่มีแนวโน้มถดถอย ขณะที่ไทยยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง ท่านนายกฯจึงกำชับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนบริหารจัดการพลังงานภายในประเทศอย่างสมดุล ต้องไม่ให้เกิดการขาดแคลนพลังงาน รวมทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้าในประเทศต้องไม่กระทบต่อต้นทุนภาคการผลิตและการบริการ ที่สำคัญต้องไม่เป็นภาระค่าครองชีพ ประชาชนต้องเดือดร้อนน้อยที่สุด ขณะเดียวกัน รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรียังวางอนาคตให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบาย 30@30 คือ การตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573 รวมถึงการส่งเสริมการผลิตรถสามล้อ เรือโดยสาร และรถไฟระบบรางอีกด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลยังมุ่งเพิ่มอุปทานและอุปสงค์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงชีวภาพ ผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษีและนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้มีการใช้ยานยนต์มลพิษต่ำในประเทศ รวมถึงส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตในประเทศ และสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (BEV) ลง 80% เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่จดทะเบียน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป และลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) รถยนต์สามล้อรับจ้าง รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่ครบกำหนดเสียภาษีประจำปี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2566 ให้ปรับลดภาษีลง 90% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป

“ครม. เห็นชอบการใช้มาตรการภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ กระตุ้นให้เกิดการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดย 2 ปีแรก (ปี 65 – 66) เน้นสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) และกรณีรถยนต์ รถยนต์กระบะ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ (CKD) ด้วยการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า ลดอัตราภาษีสรรพสามิต หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด และช่วง 2 ปีถัดไป (ปี 67 – 68) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ยกเลิกการยกเว้น ลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ รัฐบาลมั่นใจว่า มาตรการต่างๆ จะช่วยส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทำให้ยังสามารถเป็นฐานการผลิตของภูมิภาครองรับความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตทั่วโลกด้วย” นายธนกร กล่าว

Advertisement

“ประยุทธ์” บินเบลเยียม วอนอยู่กันดีๆ ลดขัดแย้ง

People Unity News : 12 ธันวาคม 2565 “พล.อ.ประยุทธ์” เผยไปราชการต่างประเทศ ขอสื่อลดเสนอข่าวสร้างความขัดแย้ง ไม่สนผลโพลความนิยมนายกฯ ร่วงไปอันดับ 6 ไม่มีผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง ชี้ไม่รู้ใครทำ-ใครตอบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน – สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน – สหภาพยุโรป (ASEAN – EU Commemorative Summit) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2565

โดยก่อนเดินทางไปประชุม พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ว่า ตนเองไปฏิบัติภารกิจหลายวันขอให้อยู่กันดีๆ ส่วนเรื่องงานได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ทำงานกันอยู่ทุกวัน เพราะนายกฯได้สั่งการแต่ละนโยบายไปหมดแล้ว กรรมการแต่ละระดับก็ทำงานกันไป ผลสำเร็จก็จะตามมา แต่เรื่องเดียวที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงคือความขัดแย้งก็ขอให้ลดลงบ้าง ในการนำเสนอข่าวให้เบาๆ กันหน่อย รู้ว่าเป็นสิทธิที่พูดได้แต่ต้องพูดให้อยู่ในขอบเขตไม่เช่นนั้นจะมีผลต่อการทำงาน เพราะในเวลานี้หลายอย่างต้องดำเนินต่อไปตามขั้นตอน ถ้าพูดกันแล้วก็จะขัดแย้งกันไปทุกเรื่องจะไปได้อย่างไร

พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า เวลาทำงานของรัฐบาลมีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ทุกอย่างก็ว่าไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพลที่ความนิยมของ พลเอกประยุทธ์ ลดลงอยู่อันดับ 6 นั้น พลเอกประยุทธ์ได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “โพลของใครทำอยู่ก็ไม่รู้กัน ใครตอบก็ไม่รู้เหมือนกัน” ยืนยันว่าผลสำรวจที่ออกมานั้นไม่ได้กระทบกับความรู้สึก โดยระหว่างตอบคำถาม พลเอกประยุทธ์ ได้ทำท่าแบมือทั้งสองข้างพร้อมยักไหล่ ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าหลังจากเสร็จภารกิจต่างประเทศจะตัดสินใจเปิดตัวทางการเมืองหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ ตอบสั้นๆ ว่า “รอกลับมาก่อน”

Advertisement

Verified by ExactMetrics