วันที่ 29 เมษายน 2026

ธอส.สนับสนุนงบประมาณ 3 แสนบาท ร่วมสร้างไอซียูสนาม โรงพยาบาลราชวิถี สู้ภัย COVID-19

People Unity News : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ 3 แสนบาท ให้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี จัดสร้างไอซียูสนาม เพื่อรองรับผู้ป่วยวิกฤติเข้ารับการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างเต็มศักยภาพและเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร

18 พฤษภาคม 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์ ในการให้ความช่วยเหลือดูแลรักษาประชาชนที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ซึ่งปัจจุบันยังคงพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมทั้งผู้ป่วยวิกฤติที่มีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคาร ประกอบด้วย นายภพกร เจริญลาภ นางภานิณี มโนสันติ์ นางกรุณา เหมือนเตย และนางสุดจิตตรา คำดี เป็นผู้แทนธนาคาร มอบเงินสนับสนุน จำนวน  300,000 บาท ให้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี สำหรับจัดสร้างไอซียูสนามที่ใช้รองรับการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่มีอาการรุนแรง โดยมี นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และคณะ เป็นผู้รับมอบ อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากนายปริญญา พัฒนภักดี และนายขรรค์ ประจวบเหมาะ ร่วมในพิธีส่งมอบครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ธนาคารยังได้มอบน้ำดื่มของธนาคาร จำนวน 5,000 ขวด หน้ากากอนามัย พร้อมสายคล้องหน้ากากอนามัยที่พนักงานธนาคารจัดทำขึ้นด้วยจิตอาสา นำไปแจกจ่ายให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนที่มารอรับบริการจากโรงพยาบาลอีกด้วย

ทั้งนี้ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาตลอดระยะเวลากว่า 67 ปี ธนาคารสร้างโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 3.7 ล้านครอบครัว ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของธนาคาร ทั้งทางด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา สังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์/ศาสนา/ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน และการปลูกจิตอาสาช่วยเหลือสังคมของผู้ปฏิบัติงานภายในองค์กร รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชน และสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน

Advertising

รองโฆษกฯเผยผลงาน 1 ปีรัฐบาล ด้านพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ

People Unity News : รองโฆษกฯเผยผลงาน 1 ปีรัฐบาล ด้านพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การดำเนินงานด้านการพัฒนาที่อยู่ของรัฐบาลมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) และวิสัยทัศน์ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นสร้างความมั่นคงในชีวิตแก่ผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ทั้งนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหน่วยงานหลักและตั้งเป้าหมายดูแลผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย การดูแลแบ่งเป็นภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

สำหรับในปี 2563 พอช. ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวที่มีฐานะยากจน สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม  มีสภาพไม่ปลอดภัย ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เช่น หลังคารั่ว เสาเรือนผุ บันไดโยกคลอน พื้นบ้าน ฝาบ้าน หลายพันครัวเรือนทั่วประเทศ ผ่านโครงการ ”บ้านพอเพียงชนบท”

ในส่วนของ กคช. ได้ออกโครงการบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อยเริ่มเดือนละ 999-2,500 บาท โดยนำบ้านว่าง-ห้องว่างจากโครงการ กคช. ทั่วประเทศ 20,000 ห้อง ผลปรากฏว่ามีผู้แสดงความสนใจ 28,000 ราย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งมอบห้องเช่าที่คาดว่าจะจบได้ภายในปีนี้ มากไปกว่านั้น ยังมีโครงการสร้างบ้านเช่า 100,000 หลัง ในพื้นที่ กทม.และจังหวัดอื่นๆ รวมระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ.2564-2568) สร้างปีละ 20,000 หลัง มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ คนพิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือข้าราชการเกษียณ และประชาชนที่มีรายได้น้อย

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีกรมธนารักษ์ ที่เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งในปีนี้จะเปิดให้ข้าราชการพลเรือนสามารถจองซื้อสิทธิ์การเช่าคอนโดมิเนียมข้าราชการที่จะก่อสร้างบนที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำร่องในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และขอนแก่น เป็นการสร้างคอนโดมิเนียม 7 ชั้น ห้องละไม่เกิน 40 ตารางเมตร ผ่อนเดือนละประมาณ 3,900 บาท ระยะเวลา 30 ปี ข้าราชการมีเงินเดือน 16,000 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ เมื่อครบสัญญายังต่ออายุสัญญาได้อีก 30 ปี และสามารถโอนสิทธิ์ได้เมื่ออยู่ครบ 5 ปีแต่จะต้องโอนสิทธิ์ให้เฉพาะข้าราชการด้วยกันเท่านั้น ขณะเดียวกัน ทางกรมฯยังเร่งโครงการก่อสร้างซีเนียร์คอมเพล็กซ์ที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย โดยวางเป้าหมายเปิดให้ผู้สูงวัยอายุ 58 ปีขึ้นไปและเริ่มจองได้ภายในสิ้นปีนี้ เฟสแรกจำนวน 900 ยูนิต พื้นที่ยูนิตละประมาณ 35 ตารางเมตร ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้างราว 2 ปี เข้าอยู่ได้เมื่อผู้จองมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

“รัฐบาลมีความตั้งใจขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งการทำงานจะต้องเป็นไปอย่างบูรณาการ ครอบคลุมทั้งเรื่องตัวที่พัก ราคาที่ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึง สภาพแวดล้อม และการรองรับสังคมผู้สูงอายุ สำหรับกระทรวง พม. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลัก กคช. รับไปดำเนินการ 2 ล้านครัวเรือน และ พอช.ดำเนินการประมาณ 1 ล้านครัวเรือน รวมทั้งจะดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติด้วย“ นางสาวรัชดา กล่าว

Advertising

จับกุม “บุหรี่ไฟฟ้า” ใกล้สถานศึกษา กว่า 12,000 ชิ้น เผยทำแพ็คเกจเป็นขนม ปากกา กล่องนม ตบตา

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 เมษายน 2567 ทำเนียบรัฐบาล ”พวงเพ็ชร“ แถลงจับกุมผู้ลักลอบขาย “บุหรี่ไฟฟ้า” ใกล้สถานศึกษา โซน กทม. ยึดของกลางกว่า 12,000 ชิ้น มูลค่า 3.6 ล้านบาท หวั่นทำลายสมองเด็ก-เยาวชน

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับ สน.วังทองหลาง แถลงข่าว ผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าใกล้สถานศึกษา หลังเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ 3 จุด จำนวน 5 ร้านค้า ประกอบด้วยบริเวณซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่) เขตจตุจักร จำนวน 3 ร้าน, ซอยลาดพร้าว 122 (ซอยมหาดไทย) เขตวังทองกลาง จำนวน 1 ร้าน และซอยรามคำแหง 65 ถนนศรีวรา เขตวังทองหลาง จำนวน 1 ร้าน ยึดของกลางได้ 20 กระสอบ กว่า 12,000 ชิ้น เป็นเงินกว่า 3.6 ล้านบาท

สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปราบปราม จับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและจำหน่าย “บุหรี่ไฟฟ้า” อย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยเฉพาะร้านที่อยู่ใกล้สถานศึกษา ให้มีการออกมาตรการป้องกันและรณรงค์โทษของบุหรี่ไฟฟ้า สร้างความตระหนักรู้ รวมถึงให้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ทั้งที่สถานศึกษาและการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า แพ็คเกจของบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายใกล้สถานศึกษา เป็นแพ็คเกจที่ออกแบบมาล่อเด็กและเยาวชน เช่นออกแบบมาในรูปแบบที่เป็นเหมือนขนม ปากกา หรือกล่องนม ทำให้อาจารย์ในสถานศึกษา ไม่ทราบ อีกทั้งสารนิโคติน ในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารอันตรายทำลายสมอง ในการพัฒนาของวัยรุ่นไปจนถึงอายุ 25 ปี การรับนิโคตินในช่วงวัยรุ่นจะส่งผลต่อการเรียนรู้ อารมณ์ และจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดยาชนิดอื่น

“เราต้องเร่งให้ความรู้เด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ปกครอง ให้เฝ้าระวังการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และรู้ถึงโทษที่ส่งผลต่อร่างกายและพัฒนาการของเด็ก ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 437 แห่ง ให้เร่งสร้างความตระหนักรู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้ปกครองและผู้ใกล้ชิดเด็กและเยาวชน คอยสังเกตุและตรวจสอบสิ่งที่คาดว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า และคอยตักเตือนและให้ความรู้ ป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของมหันตภัยร้ายที่จะทำลายอนาคตของชาติ” นางพวงเพ็ชร กล่าว

ด้าน นายธสรณ์อัฑฒ์ ระบุว่า การจับกุม สคบ.ใช้กฎหมายตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 หากฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 แสนบาท อีกทั้งยังผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2546 คือ ห้ามนำเข้า หากฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับอีก 4 เท่าของมูลค่า โดยหลังจากนี้ของกลางทั้งหมด จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี และหลังมีคำพิพากษาจากศาล ก็จะมีมาตรการในการทำลายสินค้าดังกล่าว เพื่อไม่ให้หมุนเวียนกลับเข้ามาอยู่ในระบบ และทำร้ายเด็กและเยาวชน โดยจะให้สื่อมวลชนเป็นสักขีพยานในการทำลายด้วย

ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่จับได้ ล้วนเป็นผู้รับจ้างขาย ซึ่งเป็นคนประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะต้องมีการขยายผลสืบสวน และสอบสวนเพื่อจับกลุ่มผู้ว่าจ้างต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการตรวจสอบของกลางที่ยึดมาได้นั้น นางพวงเพ็ชร ได้หยิบบุหรี่ไฟฟ้าที่แพ็คเกจมีสีส้ม และมีโลโก้ลักษณะคล้ายโลโก้ของพรรคก้าวไกล จึงอยากให้เจ้าของพรรคได้ตรวจสอบและดำเนินการในการนำโลโก้ของพรรคมาใช้ ในบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าผิดกฏหมาย

Advertisement

รัฐบาลเตรียมเยียวยาผู้ประกอบการ-ลูกจ้างอาชีพกลางคืน นักร้อง นักดนตรี ผู้ประกอบการสถานบันเทิง

People Unity News : ประยุทธ์ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ – ลูกจ้างอาชีพกลางคืน พิจารณา 3 หลักเกณฑ์เยียวยา

4 ธ.ค.64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาล เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้หน่วยงานเร่งหามาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการและลูกจ้างอาชีพกลางคืนที่ได้รับผลกระทบจากการสถานการณ์โควิด-19 โดยให้กระทรวงแรงงานสรุปผลการเจรจากับตัวแทนสมาคมเครือข่ายนักร้อง นักดนตรี ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ฯลฯ

หลักเกณฑ์การเยียวยาเบื้องต้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.กลุ่มนายจ้าง – สถานประกอบการ รัฐบาลจะเยียวยาตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาท/ราย/เดือน

2.กลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม ม.33

3.กลุ่มลูกจ้างที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม อาจต้องขึ้นทะเบียน ม.40 ซึ่งมีราว 1.5 แสนราย ส่วนผู้ที่เกินอายุเกิน 65 ปี ให้กระทรวงวัฒนธรรมสำรวจจำนวนเพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติม

หลังจากนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสภาพัฒน์ฯ จะเร่งพิจารณา และนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ต่อไป

Advertising

แจกประกันภัยอุบัติเหตุฟรีแก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ช่วงสงกรานต์

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 เมษายน 2567 “สมศักดิ์” แจ้งข่าวดี “กองทุนหมู่บ้าน” จับมือ “ทิพยประกันภัย” แจกประกันภัยอุบัติเหตุฟรี ช่วงสงกรานต์ ให้กับสมาชิกกองทุนฯ คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท นาน 30 วัน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ จะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยจะมีการเดินทางกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากขึ้นตามไปด้วย โดยจากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงวันที่ 11-17 เมษายน 2566 พบว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 2,203 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 264 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 2,208 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีทั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  จึงได้จัดโครงการประกันภัยฟรี ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯทั่วประเทศ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า กองทุนหมู่บ้านฯ ได้ร่วมมือกับ ทิพยประกันภัย ทำประกันภัยอุบัติเหตุฟรี ให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ที่มีอายุ 20-70 ปี ช่วงสงกรานต์  โดยคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มครองนานถึง 30 วัน โดยสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่คิวอาร์โค๊ด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 15 เมษายน นี้ โดยระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน จะเริ่มนับจากวันที่ลงทะเบียนรับสิทธิ ซึ่งการจัดทำโครงการประกันภัยฟรี ของกองทุนหมู่บ้านฯ กับ ทิพยประกันภัย เป็นครั้งที่ 2 แล้ว เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม

“โครงการประกันภัยอุบัติเหตุฟรี ถือเป็นโครงการที่ดี และมีประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชนได้ หากเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งจากการเดินทาง หรือ อุบัติเหตุระหว่างการเล่นน้ำสงกรานต์ ก็จะมีประกันภัยนี้ คอยช่วยดูแลพี่น้องประชาชนได้ เพราะต้องยอมรับว่า บางคนไม่มีประกันภัย เวลาเกิดอุบัติเหตุ ก็จะเดือดร้อนในเรื่องค่ารักษา หรือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ประกันภัยฟรีให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ที่มีทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ในยามจำเป็น ผมจึงขอเชิญชวนสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ จะได้เดินทางและเล่นน้ำสงกรานต์กันได้อย่างอุ่นใจ และเต็มไปด้วยความสุข” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

Advertisement

ผบ.ตร. รับนโยบายนายกฯ ลุยเข้มยกระดับการปฏิบัติระดมกวาดล้างอาวุธปืน

People Unity News : 5 ตุลาคม 2566 สตช. – ผบ.ตร.ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี ยกระดับการปฏิบัติ สั่งเข้มทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาวุธปืนเด็ดขาดและต่อเนื่อง จับมือมหาดไทย ศุลกากร บูรณาการแก้ไขปัญหาการถือครองอาวุธปืน การนำเข้า Blank Gun และเสนอปรับแก้กฎหมายให้รัดกุม พร้อมย้ำลุยต่อยอดฝึกอบรม ประชาสัมพันธ์ ป้องกันเหตุ ตามกลยุทธ์ หนี-ซ่อน-สู้ ฝากขอความร่วมมือผู้ปกครองสอดส่องพฤติกรรมบุตรหลาน

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กำหนดมาตรการในการป้องกันเหตุกราดยิง หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่ห้างพารากอน ผบ.ตร.ได้ขานรับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี และสั่งการทันที กำชับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในมาตรการป้องกันการก่อเหตุในทุกพื้นที่ โดยให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยให้รายงานผลการปฏิบัติทุกๆ 15 วัน ในกรณีที่มีการจับกุมให้สืบสวนขยายผล ดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง

2.ประสานความร่วมมือ บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย กรมศุลกากร และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า จำหน่าย รวมทั้งการออกใบอนุญาตอาวุธปืน ที่ยังพบว่ามีสถิติการถือครองอาวุธปืนและใบอนุญาตโดยง่าย โดยเฉพาะประเด็นแบลงค์กัน (Blank Gun) ซึ่งสามารถนำเข้าได้ พบสถิตินำเข้ากว่าหมื่นกระบอก จะได้ร่วมกับกรมศุลกากรชะลอ หรืองดการนำเข้า เพื่อไม่ให้คนร้าย หรือกลุ่มมิจฉาชีพนำมาดัดแปลงเป็นอาวุธปืนผิดกฎหมาย นอกจากนี้ หากพบว่ากฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง เกี่ยวกับอาวุธปืน ที่ยังล้าสมัย ไม่ทันต่อสถานการณ์ ให้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุง แก้ไข เพื่อควบคุมการใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดทุกรูปแบบ ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

3.ให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยทั่วประเทศ จัดทำและตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายอาวุธปืนในพื้นที่ และให้ บช.สอท. เป็นหน่วยรับผิดชอบในการตัดวงจรการจำหน่ายและการสืบสวนขยายผล การนำซื้อขายอาวุธออนไลน์ การนำแบลงค์กัน (Blank Gun) ไปดัดแปลงเป็นอาวุธ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อตัดองค์ประกอบในการกระทำความผิด

4.จัดชุดวิทยากรฯ ต่อยอดการฝึกอบรมการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติในการรับมือกับสถานการณ์ฯ ในพื้นที่โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลและพื้นที่ต่างๆ (Soft Target)

5.ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็ก เยาวชน บุตรหลาน เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนหรือความรุนแรงต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หรือเหตุความรุนแรงต่าง ๆ ในสังคม

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า ผบ.ตร. ได้ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว มีความห่วงใยต่อสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะอยู่นี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ทุกประเด็น ทุกมิติ ทั้งนี้ ตร. ขอความร่วมมือในการงดแชร์ งดเผยแพร่ภาพ คลิป หรือข้อมูล ในกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อีกทั้งกระทบต่อจิตใจครอบครัวผู้สูญเสีย และสังคมวงกว้าง พร้อมประชาสัมพันธ์คลิปการรับมือเหตุกราดยิง หนี-ซ่อน-สู้ 3 กลยุทธ์สากล การเอาชีวิตรอดจากกรณีมือปืนกราดยิง ที่ได้จัดทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ มีพื้นฐานแนวทางในการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ สามารถลดจำนวนทั้งผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

Advertisement

นายกฯ ร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีน ปีม้า ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนฯ ย้ำสายสัมพันธ์ไทย – จีน “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน” จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายกฯ ร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีน ปีม้า ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนฯ ย้ำสายสัมพันธ์ไทย – จีน “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน” จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน

วันนี้ (วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 11.40 น. ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา และคณะ เข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ปีม้า 2569 ตามคำเชิญของนายจาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา ได้รับชมการแสดงพื้นบ้านจีน อาทิ การแสดงอิงเกอ (Yingge) การแสดงเชิดสิงโต การแสดงวัฒนธรรมประเพณีตรุษจีน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการวัฒนธรรมพื้นบ้านจีนที่สะท้อนอัตลักษณ์และความงดงามของวัฒนธรรมจีน รวมไปถึงการร่วมพิธีแต้มตาสิงโต ซึ่งเป็นพิธีกรรมตามประเพณีจีน โดยมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดดวงตาและปลุกชีวิตให้สิงโตมงคล เปรียบเสมือนการนำพาความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประชาชน ตลอดจนสะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันตรุษจีน ภายใต้ชื่องาน “Embracing the Chinese New Year” เป็นภาษาจีน โดยแสดงความขอบคุณในนามของประชาชนชาวไทยต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประชาชนชาวจีน สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในโอกาสการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งขอบคุณเอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย์ สำหรับไมตรีจิตและคำเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองในครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” (中泰一家亲) พร้อมอวยพรให้ชาวไทยเชื้อสายจีนและพี่น้องชาวจีนทุกคนมีความสุขในวันตรุษจีน ปีม้า มีความโชคดี สมปรารถนาในทุกประการ และขอให้มิตรภาพและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศยั่งยืนยาวนานและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

Advertisement

 

ศบค.คลายล็อก ลดพื้นที่สีส้มเหลือ 44 จว. เริ่ม 24 ม.ค. เปิดลงทะเบียน Test and Go 1 ก.พ.

People Unity News : ศบค. คลายล็อก ลดพื้นที่สีส้มเหลือ 44 จว. เริ่ม 24 ม.ค. 65 เปิดลงทะเบียน Test and Go 1 ก.พ. 65

20 ม.ค. 65 ที่ประชุม ศบค. (20 ม.ค. 65) เห็นชอบการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร โดยลดพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 69 จังหวัด เหลือ 44 จังหวัด และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) เป็น 25 จังหวัด โดยยังคงพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) 8 จังหวัด เริ่ม 24 ม.ค. 65 เป็นต้นไป

25 จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) ประกอบด้วย จ.กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ นครพนม นครสวรรค์ นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ยะลา ลำปาง ลำพูน เลย สกลนคร สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี

พร้อมปรับมาตรการในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและพื้นที่เฝ้าระวังสูง โดยขยายเวลาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร เป็นไม่เกิน 23.00 น. ซึ่งจะต้องเป็นร้านที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น

สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร จะเปิดลงทะเบียน Thailand Pass ในรูปแบบ Test and Go โดยไม่กำหนดประเทศต้นทาง และเพิ่มพื้นที่ Sandbox ได้แก่ จ.ชลบุรี (อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน และ ต.บางเสร่) และ จ.ตราด (เกาะช้าง) ตั้งแต่ 1 ก.พ. 65

Advertising

ศบค.ปรับเพิ่มพื้นที่สีเหลือง-ฟ้า เริ่ม 1 เม.ย. 65 และคงมาตรการป้องกันควบคุมโรคแบบบูรณาการ

People Unity News : วันนี้ (18 มี.ค 65) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 5/2565

ที่ประชุม ศบค. เห็นชอบการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 และคงมาตรการป้องกันควบคุมโรคแบบบูรณาการ

– ปรับระดับพื้นที่ควบคุม จาก 44 จังหวัด เป็น 20 จังหวัด -พื้นที่เฝ้าระวังสูง จาก 25 จังหวัดเป็น 47 จังหวัด -พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวจาก 8 จังหวัดเป็น 10 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต (จังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่) พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ใช้มาตรการเช่นเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง

– คงมาตรการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในร้านอาหาร สำหรับพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว และพื้นที่เฝ้าระวังสูง คงมาตรการจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 23.00 น. คงมาตรการจำกัดประเภทร้านอาหารที่บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2-Plus เท่านั้น และตามมาตรการ COVID Free Setting

-Work From Home ให้เป็นไปตามความเหมาะสม และการพิจารณาของหน่วยงาน

โดยมอบหมาย มท. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ตรวจประเมินสถานบริการฯ ร้านอาหาร และกำกับติดตามตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแนะนำให้หน่วยงาน และสถานประกอบการ เตรียมพร้อมมาตรการ Work From Home หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

Advertising

4 วัน 7 มิ.ย.-10 มิ.ย. ไทยฉีดวัคซีนเพิ่ม 1.45 ล้านโดส รวมยอดฉีดสะสม 5.66 ล้านโดส

People Unity News : ฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 4 วัน เพิ่ม 1.45 ล้านโดส เริ่มฉีดในนิคมอุตสาหกรรมระยองนำร่อง

10 มิ.ย.64 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด19 ว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ที่เป็นวันแรกของการกระจายการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ โดยเริ่มกับประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคเสี่ยง 7 โรค ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก นับถึงวันที่ 10 มิ.ย. มีจำนวนฉีดวัคซีนสะสม  5.66 ล้านโดส ซึ่งภายในช่วงเวลา 4 วัน นับจากวันที่ 6 มิ.ย.  ที่มีจำนวน 4.21 ล้านโดส เพิ่มขึ้น 1.45 ล้านโดส  ซึ่งจากนี้ไปทางกระทรวงสาธารณสุขให้ความมั่นใจว่า จะได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตมากขึ้นและสามารถทยอยกระจายไปยังสถานบริการสาธารณสุขและจุดบริการต่างๆ เพื่อดำเนินการฉีดให้ได้ตามแผน

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ได้เริ่มดำเนินการฉีดให้กับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมด้วยแล้ว นำร่องพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกลุ่มมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จังหวัดระยอง และชุมชนรอบข้างพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนจำนวนทั้งสิ้น  25,000 คน จาก 1)นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2)นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอตะวันออก (มาบตาพุด) 3)นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย 4) นิคมอุตสาหกรรมผาแดง 5)นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล และ 6)ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. ตั้งเป้าวัคซีนให้ได้วันละประมาณ 1,000 คน

ในส่วนของนักเรียนนักศึกษาไทย ที่จะเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ  นับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ถึง 6 มิ.ย. ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว จำนวนกว่า 1,600 คน และมีรอการฉีดอีก 2 พันกว่าคน ซึ่งเมื่อดำเนินการในกลุ่มนี้แล้วเสร็จ ทางกรมการกงสุลจะพิจารณาเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติมอีกครั้ง

Advertising

Verified by ExactMetrics