วันที่ 28 เมษายน 2024

ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯปลื้ม อปท.ทั่วประเทศ จัดเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ

People Unity : ร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯปลื้ม อปท.ทั่วประเทศ จัดเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มอบรายได้เป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้กว่า 2,000 คน

วันที่ 27 ต.ค.2562 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานฝ่ายหาทุนการศึกษา มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เปิดเผยว่า คณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้เห็นชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ยากไร้ในจังหวัดนั้นๆ ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ โดย อปท.เจ้าภาพ ได้กำหนดวันแข่งขัน เดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว สามารถสมัครได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในทุกจังหวัด

อนึ่ง ในขณะนี้มีอปท.เจ้าภาพใน 5 จังหวัด ที่ได้จัดงานเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯไปเรียบร้อย คือ

1.ปราจีนบุรี มีเงินตั้งทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ 470,000.-บาท

2. สตูล มีเงินตั้งทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ 165,000.-บาท

3.กำแพงเพชร มีเงินตั้งทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ 178,452.-บาท

4.ยะลา มีเงินตั้งทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ 518,400.-บาท

5.ยโสธร มีเงินตั้งทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากไร้ 750,000.-บาท

มูลนิธิฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2525 โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นประธานก่อตั้งฯตามคำกราบทูลเชิญของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยให้ทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความรู้และคุณธรรม กว่า 2,000 คน เพื่อให้เยาวชนเจริญเติบโตเป็นคนดีของชาติสามารถช่วยเหลืองตนเองได้ในอนาคต

โฆษณา

ยูสเซอร์-โปรแกรมเมอร์ร่วมงาน “Hackafuture” อนค.จัด

People Unity : “อนาคตใหม่” จัดงาน “Hackafuture” เหล่ายูสเซอร์-โปรแกรมเมอร์ ตบเท้าร่วมระดมความคิด ด้าน “ณัฐพงษ์” ชี้ นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ทำให้ไทยก้าวทันโลก

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ฝั่งธนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ นายไกลก้อง ไวทยาการ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับทีมดิจิทัล จัดงาน HackaFuture เชิญชวนประชาชนร่วมกันระดมสมองและออกแบบแอพพลิเคชั่นฉบับพรรคอนาคตใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมในวันนี้เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 09.00 น. มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมสร้างแอพพลิเคชั่นเป็นจำนวนมาก ทั้ง user,coder,designer รวมไปถึงเหล่า programer ที่ต้องการมาร่วมกันสร้างและพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการเมือง โดยให้เข้าถึงอย่างง่ายที่สุด

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า งานในวันนี้เป็นการรวบรวมเครือข่ายทั้งยูสเซอร์ โค้ดเดอร์ ดีไซน์เนอร์ ที่จะมาร่วมกันออกแบบแอพพลิเคชั่น ที่จะเป็นแอพฯการเมืองในมุมของภาคประชาชน ออกแบบตามความต้องการของยูสเซอร์ เป็นการทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อที่จะทำให้พรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคการเมืองของทุกคน ในมุมของยูสเซอร์ที่มาในวันนี้ ก็จะเป็นการแชร์ความต้องการของประชาชนผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นในทุกๆวัน เพื่อที่จะให้โค้ดเดอร์หรือโปรแกรมเมอร์ พัฒนาโปรแกรมให้ตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด ทำให้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมถึงกันโดยง่าย พรรคการเมืองทุกพรรคมีเว็ปไซด์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่วันนี้เป็นการระดมสมองเพื่อโมบายแอพฯ นำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อที่จะใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด

“ก่อนหน้านี้พรรคอนาคตใหม่มีเว็ปไซด์สำหรับรับเรื่องร้องทุกข์ แต่ประชาชนอาจจะต้องการแอพพลิเคชั่นอย่างอื่น ที่เปิดพื้นที่นำเสนอนโยบาย นำเสนอไอเดีย หรือแม้แต่ร่วมออกแบบงบประมาณในท้องที่ต่างๆ เราต้องการไอเดียของทุกๆคนเพื่อมาระดมสมองเพื่อที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า โดยเอาดิจิทัลแพลตฟอร์ม เอาเทคโนโลยีมาช่วยทำให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ทำให้รัฐมีความโปร่งใสมากขึ้น พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ในตอนนี้ ตื่นมาก็เปิดแอพพลิเคชั่นไม่สีฟ้าก็สีเขียว นั่นคือไลน์หรือเฟซบุ๊ก เราอยากจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เป็นของประชาชน เข้าถึงการมีส่วนร่วม รายงานร้องทุกข์ หรือแม้แต่ข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ที่ทำให้ตื่นเช้ามาจะเปิดแอพฯนี้เป็นอันดับแรก สามารถใช้ได้ทุกวันและเป็นทางออกของการแก้ปัญหาต่างๆ ผมเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ จะสามารถทำให้ประเทศไทยก้าวทันโลก” ณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องร้องทุกข์แล้ว สิ่งที่คิดว่าจะเกิดได้ใกล้ที่สุดจากแอพพลิเคชั่นนี้คือ อนาคตกฎหมายลูกทุกฉบับ อยากจะให้เกิดจากการระดมความคิดเห็น เพราะกฎหมายคือกติการ่วมกันของสังคม จะดีกว่าไหมที่เราไม่ได้ยกการร่างกฎหมายไปอยู่ในมือของนักกฎหมายที่เราอ่านภาษากฎหมายไม่เข้าใจ จะดีกว่าไหมถ้าการร่างกฎหมายเกิดจากความคิดของประชาชน ว่าอยากได้กติการ่วมกันของสังคมยังไง เรื่องพวกนี้ถ้าไม่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลไม่สามารถทำได้ เราจะถามคน 60 ล้านคน เพื่อร่างกฎหมายฉบับเดียวออกมาได้อย่างไร การมีดิจิทัลแพลตฟอร์ม จะเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ในโลกอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมตลอดทั้งวัน จะเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อแชร์ข้อมูลทั้งฝั่งผู้ใช้ ผู้สร้างและผู้ออกแบบ โดยเน้นการระดมไอเดียของการมีส่วมร่วมจากภาคประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับโลโก้พรรคอนาคตใหม่ที่เป็นสามเหลี่ยมหัวกลับที่ยึดโยงกับประชาชน ทั้งนี้ในเวลา 20.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเดินทางมาร่วมงาน Hackafuture ที่ศูนย์ฯอนาคตใหม่ธนบุรีอีกด้วย

People Unity : “วรวัจน์”จี้รัฐเร่งหามาตรการรับมือภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ยกระดับความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดจีเอสพี

People Unity : “วรวัจน์”จี้รัฐเร่งหามาตรการรับมือภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ยกระดับความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดจีเอสพี

วันที่ 27 ตุลาคม 2562 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี กับสินค้าไทยคิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 39,650 ล้านบาท นั้น มีผลกระทบกับภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่อยู่ในภาวะซบเซาอยู่แล้ว อย่างยิ่ง

ดังนั้น ภาครัฐต้องเร่ง แก้ปัญหา ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ยังคงส่งออกสินค้าและแข่งขันได้ โดยไม่กดราคาสินค้าเกษตรลงไปอีกและต้องหามาตรการลดต้นทุนทางด้านการเพาะปลูกโดยด่วน

นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้รัฐบาลควรต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ทั่วโลกยอมรับ ว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทยเพราะจะทำให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าราคาสินค้าเกษตรพื้นฐาน ซึ่งในการพิจารณางบประมาณหากพบว่าหน่วยงานไหนที่มีแผนงานในการส่งเสริมและแก้ไขการแปรรูปสินค้าเกษตร ทางคณะกรรมาธิการจะให้การสนับสนุนแต่หากหน่วยงานไหนไม่มีแผนงานชัดเจน หรือใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ยังไม่จำเป็น ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือช่วยเหลือประเทศในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ทางคณะกรรมาธิการคงจะมีการปรับลดงบประมาณอย่างแน่นอน ในส่วนของการทำหน้าที่กรรมาธิการนั้น ทางกรรมาธิการจะมีส่วนร่วมในการเร่งแก้ไขวิกฤติประเทศและให้คำแนะนำหน่วยงานเพื่อไม่ให้สภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ทรุดหนักลงไปอีก

“จุรินทร์”ยันอีก! มะกันตัดจีเอสพีไม่เกี่ยวกับแบน 3 สารพิษ

People Unity : “จุรินทร์”ยันอีก! มะกันตัดจีเอสพีไม่เกี่ยวกับแบน 3 สารพิษ ขี้ข้อเท็จจริงตัวเลขสิทธิพิเศษทางภาษีที่ถูกตัดประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาทเท่านั้น “หมอตี๋”ยัน สธ.มีจุดยืนปกป้องสุขภาพคนไทยจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

วันที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิทางภาษีหรือ GSP ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าในเรื่องกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้ตัดจีเอสพีสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกานั้น ประเด็นก็คือ ปัจจุบันนี้สหรัฐฯให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือที่เรียกว่าจีเอสพี ที่ส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ รวมทั้งหมดราคา 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์เต็มตามจำนวนที่ให้สิทธิ์เรา ใช้สิทธิ์แค่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ส่งออกไปในทุกวันนี้

ประเด็นของการจากตัดจีเอสพี ก็หมายความว่าต่อไปนี้สินค้าของไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จำนวนยอดขายรวมกัน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ นั้นจะต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐ จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษี ภาษีที่ต้องเสียตกร้อยละ 4-5 โดยประมาณ ซึ่งทั้งหมดนี้หมายความว่าต่อไปนี้สินค้าไทย ที่จะส่งไปขายสหรัฐอเมริกาจะต้องมีภาระภาษีแทนที่จะไม่ต้องจ่ายภาษี ซึ่งภาระทางภาษีแต่ละปี เมื่อคำนวณแล้วตกประมาณ 1,500 ถึง 1800 ล้านบาท

“กล่าวโดยสรุปก็คือการตัดสิทธิ์พิเศษภาษีทางศุลกากรของสหรัฐทำให้สินค้าไทยที่ส่งออกไปขายยังสหรัฐอเมริกา มีภาระที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 1500 -1800 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตามประเด็นที่เป็นที่มาของสหรัฐฯ อ้างว่าใช้เป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิ์ ทำให้เราต้องเสียภาษีคือเรื่องแรงงาน สหรัฐต้องการให้ไทยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าว ที่มาทำงานอยู่ในประเทศไทยสามารถตั้งสหพันธ์แรงงานได้อันนี้เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ส่วนประเด็นอื่นนั้นขอให้ทางทรวงแรงงานเป็นผู้ให้ข้อเท็จจริง” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงพิจารณาประจำปีของเขาแต่เราสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้ทบทวนใหม่ได้ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมาอย่างเช่นปีที่แล้วก็ทบทวนรายการสินค้าคืนมาให้ 7 รายการ และปีนี้เราก็จะยื่นขอทบทวนอีก ถ้าเขาไม่ทบทวนถือว่าเป็นอำนาจของเขาเข่นกันเพราะเขามีสิทธิ์ฝ่ายเดียวเขาสามารถให้หรือไม่ให้ประเทศใดก็ได้ อย่างไรก็ตามประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เขาให้ฝ่ายเดียว เมื่อเขาไม่ให้หรือทบทวนแล้วไม่ให้เราก็จะไม่ได้สิทธิ์พิเศษนั้นต่อไปนี้เราก็จะต้องจ่ายภาษีตามเงื่อนไขที่เขากำหนดทำให้เรามีภาระทางภาษีเพิ่มขึ้น 1500 -1800 ล้านบาท ส่วนคำถามเรื่องสำหรับการแบน 3 สาร เท่าที่ติดตามไม่ได้เป็นเงื่อนไขของครั้งนี้สิ่งที่เราทราบเป็นทางการ คือ เกี่ยวกับประเด็นแรงงาน สรุปว่าสิ่งที่เขาอ้างในการตัดสิทธิ์ไม่เกี่ยวกับ 3 สาร แต่อย่างใด

“หมอตี๋”ยัน สธ.มีจุดยืนปกป้องสุขภาพคนไทยจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยจากการประกาศแบน 3 สารเคมีนั้นว่า ในฐานะกระทรวงสาธารณสุข ถือพันธกิจสำคัญคือเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพเพราะฉะนั้นเมื่อเรามีข้อมูลว่า ทั้ง 3 สารมีอาจจะมีอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งกระทรวงก็ได้ประกาศไปแล้ว และทางคณะกรรมการวัตถุอันตรายก็ได้ประการแบน 3 สารเคมีไปแล้ว ดังนั้นถือ เป็นสิทธิของกระทรวงสาธารณสุข ที่เราเน้นความปลอดภัยของประชาชนในการบริโภคอาหาร และเป็นสิทธิที่เราจะปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงในการดูแลสุขภาพของคนไทย

ดร.สาธิต กล่าวด้วยว่า ส่วนผลกระทบด้านอื่นๆ คงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องมาดูแลว่า เกษตรกรจะต้องมีสารทดแทนอย่างไร ซึ่งก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่รัฐบาลจะตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยนั้น ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นสิทธิในการแสดงจุดยืนเรื่องการดูแลสุขภาพของคนไทย

“มัลลิการ์”โพสต์เตือนอย่าตื่นตูมอย่าปั่นกระแสจนเกินเหตุ

นางมัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ ได้โพสต์เตือนว่า อย่าตื่นตูมมากไป และ อย่าปั่นกระแสจนเกินเหตุ แล้วพวกที่กระโจนใส่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ลืมอะไรไปหรือเปล่า?

1.โดยหลัก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการแบน 3 สารพิษ 2.ส่วนกรณีสิทธิด้านแรงงานตามกล่าวนั้น อเมริกาและไทยเจรจากันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2556 ที่สมาพันธ์แรงงานUSAยื่นหนังสือร้องเรียน (ตอนนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์) 3.ส่วนเรื่อง GSP (สิทธิด้านภาษี) เราได้รับสิทธินี้เป็นพิเศษมาตั้งแต่ปี 2519 และเราก็ใช้สิทธินี้อย่างเต็มที่มาเรื่อยๆซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับเป็นพิเศษ 4.การทบทวนเพิ่มหรือลดสิทธิพิเศษทางภาษี GSP เป็นกระบวนการปกติที่มีการเจรจาและทำกันมาอยู่ตลอด (เราได้สิทธิ 3,500 รายการแต่เราใช้เพียง 1,285 รายการเท่านั้นเพราะนอกจากนั้นเราไม่ได้ผลิตหรือไม่ได้ส่งUSA) 5.ต้องแก้ไขข่าวที่สื่อลงนิดหนึ่ง คือ ตัวเลข 40,000 ล้านบาท ที่สื่อฯลงนั้นไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกตัดสิทธิ (อันนั้นเป็นตัวเลขโดยรวมของการส่งออกUSAใน 573 รายการ) แต่ตัวเลขที่ถูกตัดคือสิทธิด้านภาษี ก็คือ 61 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,800 ล้านบาทเท่านั้น (ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกไปUSAต้องจ่ายเป็นภาษีศุลกากรเขาและเป็นกรณีภาษีที่เรายังมีโอกาสในการเจรจาซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือนจากนี้ ซึ่งการเจรจานี้ก็เป็นเรื่องปกติสามารถทำได้ตามฟอรัมต่างๆที่เราจะได้เจอเขาโดยเฉพาะในต้นเดือนพย.นี้)

6.มาตรการรองรับจากกระทรวงพาณิชน์ โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ได้ให้นโยบายตั้งแต่ต้นโดยเป็นมาตรการรองรับสงครามการค้าและมาตรการเชิงรุกด้านตัวเลขส่งออกอยู่แล้ว คือ เราเน้นฟื้นตลาดเก่า เพิ่มตลาดใหม่ รุกตลาดยุโรปและอื่นๆ รวมทั้งตะวันออกกลาง แอฟริกา รัสเซีย จีน อินเดีย เป็นต้น และเพิ่มมูลค่าทางสินค้าโดยการปรับเปลี่ยนเพิ่มคุณภาพและนวัตกรรมต่อไป

7.ภาพรวมที่ผ่านมา การส่งออกไป USA นั้นไทยเราได้ดุลการค้า ในสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์ และกลุ่มอาหาร #ไม่มีใครนิ่งเฉย #อย่าตกใจจนขย้ำผู้นำประเทศตน

“หมวดเจี๊ยบ”สอนรัฐบาล”บิ๊กตู่”รีบแจงมะกันตัดจีเอสพีไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษ

People Unity : “หมวดเจี๊ยบ”สอนรัฐบาล”บิ๊กตู่”รีบแจงมะกันตัดจีเอสพีไม่เกี่ยวแบน 3 สารพิษ อย่าปล่อยให้สังคมตื่นตระหนกและเข้าใจผิด จนกลายเป็นปัญหาลุกลามกระทบความสัมพันธ์ ไทย-สหรัฐ

วันที่ 27 ต.ค.2562 ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรทำความเข้าใจกับสังคมไทยให้ทั่วถึงว่าการแบน 3 สารพิษ ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐตัด GSP ของสินค้าไทย เพราะความจริงแล้วรัฐบาลสหรัฐได้ทบทวนการตัดGSP ของไทย และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ มาเป็นปีแล้ว เพราะมีความเชื่อว่า จีนหันมาผลิตสินค้าในประเทศอาเซียนที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีหรือ GSP จากสหรัฐ แล้วส่งสินค้ากลับไปขายที่สหรัฐโดยใช้ประเทศอาเซียนเป็นทางผ่าน ทั้ง ๆ ที่ จีนและสหรัฐทำสงครามการค้ากันอยู่ และนี่คือ ประเด็นหลักในการตัด GSP ไม่ใช่เรื่องการแบน 3 สารพิษอย่างที่บางคนเข้าใจ ทั้งนี้ รัฐบาลประยุทธ์รู้ตัวล่วงหน้านานแล้วว่าจะถูกตัด GSP เพราะสหรัฐไม่ได้ตัด GSP เฉพาะของไทยเพียงชาติเดียว แต่เขาไล่ตัดมาหลายประเทศแล้ว แม้แต่ อินเดีย ที่เคยได้โควต้า GSP มากที่สุดจากสหรัฐ ก็โดนตัดโควต้า GSP ทิ้งทั้งหมด จะเห็นว่าอินเดียเสียประโยชน์หนักกว่าไทยเสียอีก และการถูกตัด GSP ไม่ได้แปลว่าห้ามนำเข้าสินค้าเหล่านั้นเข้าสหรัฐ เพียงแต่จะทำให้ต้นทุนสินค้าบางรายการสูงขึ้น จนแข่งขันได้ยาก ซึ่งในภาพรวมมูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2561 ก็ยังได้เปรียบดุลการค้าเหนือสหรัฐอยู่ ถึง 378,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสินค้ามูลค่า 40,00 ล้านบาท ที่จะถูกตัด GSP ถือว่าเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และยังเป็นปริมาณที่อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลไทยจะใช้เวทีเจรจาเพื่อแก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยกเว้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่มีความสามารถหรือใช้เครื่องมือทางนโยบายไม่เป็น

ทั้งนี้ บุคคลที่สมควรถูกตำหนิมากที่สุด ในกรณีการตัด GSP ครั้งนี้ คือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้แรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลได้ตามที่องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ร้องทุกข์ไปยังสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้สหรัฐใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างตัด GSP สินค้าไทย ทำให้ประเทศไทยต้องเสียประโยชน์ทางการค้า และรัฐบาลประยุทธ์ ก็ไม่เคยบอกความจริงเรื่องนี้กับคนไทย จึงทำให้สังคมตื่นตระหนกและโยงเรื่องนี้กับเรื่องการแบน 3 สารพิษ เพราะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

ซึ่งอันที่จริง รัฐบาลประยุทธ์ ต้องเตรียมตัวรับมือกับนโยบายการค้าของสหรัฐที่ต้องเปลี่ยนไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะข้อกำหนดเรื่อง GSP เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น เพื่อสร้างพันธมิตรทางการเมืองของโลกตะวันตกเพื่อต่อสู้กับค่ายคอมมิวนิสต์ดังนั้น จึงมีการหยิบยื่นความช่วยเหลือต่าง ๆ ให้ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อหาพวก แต่วันนี้ สถานการณ์การเมืองโลกเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้น สิทธิพิเศษต่าง ๆ ในโลกยุคสงครามเย็นย่อมเปลี่ยนไปด้วย ซึ่ง รัฐบาล ประยุทธ์ ต้องใช้สติและใช้เวทีเจรจาเป็นหลักในการหาทางออกในเรื่องนี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ อย่าใช้วิธีปลุกกระแสคลั่งชาติ แต่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชนจะได้ไม่ตื่นตระหนก เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นลุกลามไปส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ด้านอื่น ๆ ระหว่างไทยและสหรัฐ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาบนโต๊ะเจรจา ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดูขี้ขลาด แต่เป็นการแก้ปัญหาอย่างมีสติแบบคนที่เจริญแล้ว

“ธนกร”วอนฝ่ายค้านใช้เวทีสภาฯสร้างสรรค์ไม่ใช่หลอกด่ารบ.รายวัน

People Unity : “ธนกร”มั่นใจรัฐบาลรับมือฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ วอนใช้เวทีสภาฯ อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่หลอกด่ารัฐบาลรายวัน เพราะประชาชนจับตาดูอยู่

วันที่ 27 ต.ค.2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงกลางเดือนธันวาคมว่า เป็นสิทธิของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจงฝ่ายค้านในทุกเรื่อง แต่รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่นาน ตนยังนึกไม่ออกว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องอะไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชลอตัวเนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องคอยไปชี้แจงฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นระยะๆ ทั้งกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ถึง 3 วัน ทั้งๆ ที่ควรจะเอาเวลาเหล่านี้ไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ จึงนึกไม่ออกจริงๆ ว่าฝ่ายค้านจะเอาเรื่องอะไรมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 รัฐบาลก็สามารถชี้แจงได้หมด ดังนั้นิหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตนมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงได้ วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ก้าวเข้าสู่โลกข้อมูลข่าวสาร การอภิปรายต่างๆ พี่น้องประชาชนจับตาดูอยู่ หากการอภิปรายไม่สร้างสรรค์ ไม่มีสาระสำคัญ หรือมุ่งอภิปรายโจมตีรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนตัวแล้วอยากจะให้ฝ่ายค้านให้เวลาในการทำงานให้กับบ้านเมืองก่อนจะดีกว่าหรือไม่ เมื่อมีข้อมูลที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลทำงานบกพร่อง หรือไม่ชอบมาพากล ก็ค่อยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้พี่น้องประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใช้เวลาในการทำงานอย่างเต็มที่ คงไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมหรือสงครามน้ำลายโจมตีกันไปมา เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

“อนุสรณ์”ชี้”บิ๊กตู่”ควรให้ความร่วมมือ”กมธ.” ยก”บิ๊กแดง”เป็นตัวอย่าง

People Unity : “อนุสรณ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้”บิ๊กตู่”ควรให้ความร่วมมือ”กมธ.” ยก”บิ๊กแดง”เป็นตัวอย่าง

วันที่ 27 ต.ค.2562 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายชุด มีหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมถึงรองนายกฯ และรัฐมนตรี ไปให้ข้อมูล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะฝ่ายบริหาร ควรสละเวลา ให้ความร่วมมือ มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ เพื่อตอบคำถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น อะไรแจงได้ก็แจงไปจะได้จบ ถ้าทุกฝ่ายเคารพประชาชน ให้ความร่วมมือกันในการทำงาน จะเป็นบรรยากาศที่ดีของการสร้างประชาธิปไตยและความปรองดองของคนในประเทศ ความกลัวทำให้เสื่อม ไม่มีอะไรต้องกลัว พล.อ.ประยุทธ์ ควรดูตัวอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่บรรยายพิเศษ หัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองความมั่นคง” แล้วเกิดคำถาม กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญมาพบ ผบ.ทบ.แม้จะมีภารกิจรัดตัว ยังสละเวลามาเลย กรณีที่กรรมาธิการเชิญพล.อ.ประยุทธ์ มาพบนั้น ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มาเสียชื่อหมด เดี๋ยวกรรมาธิการเขาหาว่ากลัว เพราะปรกติพล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ หรือไม่ให้ความร่วมมือในการมาพบกรรมาธิการ

“5 ปีที่ผ่านมาการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แต่วันนี้มีสภา มีกรรมาธิการ ทุกฝ่ายควรเปิดพื้นที่ ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เครื่องมือตรวจสอบของประชาชน ผ่านกรรมาธิการสามารถทำงานได้” นายอนุสรณ์ กล่าว

สาธุมะกันตัดจีเอสพี! คนไทยจะได้เห็นคุณค่าพอเพียง “หม่อมเต่า”เรียกถกด่วน

People Unity : สาธุมะกันตัดจีเอสพี! คนไทยจะได้เห็นคุณค่าศก.พอเพียงมากขึ้น ด้าน “หม่อมเต่า” เรียกผู้บริหารก.แรงงานถกด่วน “โฆษกรัฐบาล”ยันไม่เกี่ยวปมแบนสารพิษเกษตรฯ พาณิชย์เผยกระทบส่งออกจิ๊บจ๊อย

วันที่ 27 ต.ค.2562 นายปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณีทางการสหรัฐฯ มีคำสั่งให้ระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) กับสินค้าบางชนิดที่นำเข้าจากประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุผลว่าทางการไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยระงับสิทธิพิเศษสินค้าไทย 600 รายการ เกือบ 4 หมื่นล้านบาทว่า คนไทยต้องเป็นไท

เรื่องต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงประเทศไทยต้องอยู่เหนือการเมืองหรือพรรคนะครับ ผลประโยชน์และความอยู่รอดของชาติเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ผมมีข้อติงอยู่ 2 เรื่อง

1.พรรคไหนหรือใครจะเล่นการเมืองอย่างไรก็เล่นไป แต่ไม่ควรดึงต่างชาติมาเพื่อเปลี่ยนเกมทางการเมืองให้ตนเองได้ประโยชน์เหนือพรรคอื่น อย่าทำตัวเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองให้ต่างชาติ ไม่เช่นนั้น เราจะไม่มีชาติให้อยู่อาศัย

2.คนที่เป็นรัฐบาลก็ต้องโปร่งใส ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง อย่าเล่นพรรคเล่นพวกมาก อย่าปล่อยให้มีการทุจริต กฎหมายเป็นกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใครเป็นพรรคพวกตัว จะต้องรอดจากกฎหมาย ต้องได้ศรัทธาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สงครามพันทางจากต่างชาติจึงจะใช้ไม่ได้ผล

ภารกิจหลักของรัฐบาลคือเอาชนะใจประชาชน ให้ประชาชนพึ่งพาตนเอง มีเงินจากประกอบการงาน ไม่ใช่เอาชนะใจเจ้าสัวกลุ่มเดียวแล้วไล่แจกเงินแก่ประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประชาชนต้องมีเงินใช้จ่ายจากงานของตนเอง ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป คนจนก็จะจนต่อไป มีแต่เจ้าสัวไม่กี่รายที่จะเจริญ ถ้ารัฐบาลไม่โปร่งใส ทุจริต เล่นพรรคเล่นพวกตลอด ต่างชาติก็จะหยิบเอามาเป็นจุดอ่อนเพื่อระดมบรรดาโทรจันไล่รัฐบาลได้

การคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้ประเทศไทย

1.หันมาพึ่งตนเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิจัยและผลิตยาจากตำรายาในคัมภีร์ใบลานซึ่งมีอยู่มากเพื่อให้คนไทยได้ใช้ในราคาถูก ลดการพึ่งพายาจากบริษัทยาในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ เวเนซุเอล่าและอิหร่านก็ถูกอเมริกาคว่ำบาตรทั้งยาทั้งอาหาร ห้ามมิตรประเทศอเมริกาซื้อขายยาและอาหารกับอิหร่าน

คนไทยต้องลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ มีตลาดใหม่ที่ดีกว่า สรุปว่าพึ่งพาตนเองได้ทั้งยา ทั้งอาหารในระยะยาว

2.หันไปคบมิตรประเทศหรือมหาอำนาจที่ค้าขายอย่างเป็นธรรมและไม่เอาเปรียบอย่างรัสเซียให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำ MOU ไว้สร้างภาพ แผนการต่างๆ ที่ทำไว้ต้อง implement ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติ อย่างรวดเร็ว เมื่อถูกอเมริกาคว่ำบาตรก็สามารถหาตลาดใหม่ได้

ระวังกันเอาไว้ครับ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจก็เพื่อให้ไทยยอมจำนนหรือจนตรอกแล้วหันไปทำตามคำสั่ง ถ้าไม่ยอมจำนน ก็จะมีมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ ตามมา รวมทั้งไล่รัฐบาลไปด้วย ประเทศเล็กๆ ต้องตระหนักรู้ ทำใจและเตรียมตัวให้พร้อม ผมมองว่าการคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้คนไทยเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงและรู้จักแยกแยะประเทศที่เป็นมิตรแท้มิตรเทียม และเลือกคบประเทศที่เคารพศักดิ์ศรี บูรณภาพของดินแดนและความเป็นไทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นครับ

“หม่อมเต่า”เรียกผู้บริหารก.แรงงานถกด่วน

รายงานข่าวแจ้งว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ได้เรียกนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารในกระทรวงหารือเป็นกรณีพิเศษที่กระทรวงแรงงานในเวลา 14.00 น. เพื่อดูรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

“โฆษกรัฐบาล”ยันไม่เกี่ยวปมแบนสารพิษเกษตรฯ

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับทราบข้อมูลมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อครั้งที่รมว.พาณิชย์ สหรัฐฯ มาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือ ขณะเดียวกันนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ก็ได้มีหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องนี้เอง นอกจากนี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ไทยห้ามนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรของสหรัฐฯ อย่างแน่นอน แต่เป็นคนประเด็นกัน.

พาณิชย์เผยกระทบส่งออกจิ๊บจ๊อย

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบ ประมาณ 0.01% ของการส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้าบางรายการที่ใช้สิทธิมากที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น โดยมีรายละเอียด ดังนี้ โดยสินค้าที่สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิจีเอสพี ประเทศไทย (Country Review) มีจำนวน 573 รายการ (40% จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิในปี 61 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เม.ย. 63 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ โดย ปี 61 ไทยมีการใช้สิทธิ จีเอสพีพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ย 66.7% อาทิ อาหารทะเลแปรรูป พาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัวและของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและสเตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา

สำหรับการถูกตัดสิทธิจีเอสพีทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50.33 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5% (อ้างอิงจากอัตรา MFN rate ของสหรัฐฯ ปี 61) โดย สนค. ประเมินว่า การถูกตัดสิทธิจีเอสพี ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยอย่างจำกัด อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจทำให้ มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ สำหรับสินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิในปี 63 (เมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้) ลดลงมูลค่า 28.8 – 32.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.01% ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย

นอกจากนี้การส่งออกไทยที่มีจุดเด่นในการกระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในอนาคต เช่น เครื่องนุ่งห่มรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ ต่อไปได้ แต่การถูกตัด จีเอสพีทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษีหมดไป และไทยจะเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น การรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

“ผู้กองมาร์ค”ข้องใจเกี่ยวกับจีนได้เมกะโปรเจกต์จากรัฐบาล”บิ๊กตู่”หรือไม่

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช หรือผู้กองมาร์ค เลขานุการกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สัดส่วนพรรคเพื่อไทยอ(พท.) กล่าวว่า จากที่ได้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับสหรัฐอเมริกามาหลายรัฐบาล ทราบดีถึงระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพของสหรัฐอเมริกา ซึ่งยึดผลประโยชน์ของประชาคมโลกเป็นหลักมาโดยตลอด และจากความสัมพันธ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีมายาวนาน จึงเป็นไปได้ยากที่ว่าสหรัฐจะมีมาตราการตอบโต้ไทยจากการที่ได้สั่งแบนสารพิษทั้ง 3 ชนิด เพราะสหรัฐอเมริกาเองก็คงไม่ยอมให้บริษัทสารพิษมาบัญชาการอยู่เบื้องหลัง และท่ามกลางความขัดแย้งของสองมหาอำนาจ(สหรัฐฯและจีน) รัฐบาลไทยควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ หรือรัฐบาลให้ประเทศจีน มาทำเมกะโปรเจกต์ ในประเทศไทยมากเกินไป หรือไปเอาใจและใช้เงินภาษีของประชาชนคนไทย ซื้ออาวุธ จะเป็นต้นเหตุหรือไม่ ก็ไม่อาจจะทราบได้ อย่างไรก็ตาม อยากให้พล.อ.ประยุทธ์เร่งประสานความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาโดยด่วน และเสริมสร้างรายได้ให้กับคนไทยทันที

“สาธิต”ลั่นเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลสหรัฐ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลสหรัฐ แต่กระทรวงสาธารณสุขก็มีสิทธิ์ในการตัดสินใจในบางเรื่องที่เป็นสุขภาพของคนไทย และในส่วนของไทยเมื่อยกเลิก การใช้สาร 3 ชนิดดังกล่าวแล้ว รัฐบาลก็จะต้องพูดคุยกันว่าจะดูแลเกษตรกรอย่างไร มีสารตัวใดที่ใช้ทดแทนได้บ้าง

“แอ๊ด คาราบาว”เชียร์รัฐบาลไทยอย่ายอม

นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Add Carabao ระบุว่า…เห็นสันดานอเมริกาหรือยังครับพี่น้อง มันหาได้คำนึงถึงชีวิตของคนอื่นเลย มุ่งแต่จะเอาประโยชน์เพื่อตนฝ่ายเดียว รัฐบาลไทยอย่าไปยอมมันนะครับ มันจะแบนสินค้าเราก็ช่างแม่ง เวลานี้คุณสมคิด คุณจุรินทร์ ได้ออกเดินสายหาคู่ค้ารายใหม่ๆในประเทศต่างๆ ที่มีคุณธรรม และไม่เอาเปรียบข่มเหงรังแกเรา ขอให้พวกเราต้องร่วมกันสู้นะครับ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย ถ้าไม่สู้เราก็ตายผ่อนส่งต่อไปเรื่อยๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งภาครัฐและเอกชน สู้ๆๆๆๆ ถึงเวลาที่ต้องทิ้งประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วละครับพี่น้อง

“อลงกรณ์”ซัดหาเหตุกดดันไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร. ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สหรัฐต้องการใช้การตัดสิทธิพิเศษจีเอสพีเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบบหมูไปไก่มา เช่น การขอให้ไทยเปิดให้นำเข้าเนื้อหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐหรือขอให้ไทยทบทวนการแบนสารพิษไกรโฟเซตที่ทั้งทางการสหรัฐและหอการค้าสหรัฐไม่เห็นด้วยเพราะกระทบผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกัน

“เห็นว่าถ้าเป็นเหตุผลหลังสุดคงยากที่ทางการไทยจะยอมอ่อนข้อเพราะเป็นเรื่องสุขภาพของคนไทยด้วยสาเหตุดีงกล่าวทางการสหรัฐควรทบทวนตัวเองมากกว่าเรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนและหากยังคิดจะเป็นมิตรที่ดีกับคนไทยและประเทศไทย อย่าใช้มาตรการจีเอสพีกดดัน แบบนี้เป็นอันขาด” นายอลงกรณ์ กล่าว

“สุริยะ”รอข้อมูลก.เกษตรก่อนพิจารณาประเด็นสหรัฐฯท้วงแบน 3 สาร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 27 ตุลาคมนี้ กล่าวถึงกรณีสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดค้านการห้ามใช้สารไกลโฟเซต ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตรที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกใช้ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 62 เป็นต้นไปว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว ต้องรอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งรายละเอียดการแบน 3 สาร และสารทดแทน กลับมาให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาอีกครั้ง

“ขณะนี้ต้องส่งเรื่องกลับเข้ามาก่อนที่การแบน 3 สาร จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ”นายสุริยะกล่าว

“สิระ”วิจิกิจฉา!”ธนาธร”นั่ง กมธ.ฐานะคนนอกแต่ลงมติไม่ได้

People Unity : “สิระ”ข้องใจปม”ธนาธร”นั่ง กมธ.ฐานะคนนอกแต่ลงมติไม่ได้ ถือว่าได้ปฎิบัติหน้าที่ กมธ.หรือไม่ หวั่น ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2563 เป็นโฆษะ พร้อมแนะสภาฯสร้างบรรทัดฐาน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ต.ค.2562 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็นหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ว่า ตนเข้าใจว่ากรรมาธิการวิสามัญอนุญาตให้เป็นได้ทั้งส.ส. และคนนอก แต่ในกรณีนี้นายธนาธร ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.แต่ไปเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนคนนอก แต่ลงมติไม่ได้ สามารถเป็นไปได้ทำจริงหรือไม่ เพราะถือว่าการลงมติเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการทุกคน

“หากยังให้นายธนาธรปฏิบัติหน้าที่กรรมาธิการในฐานะคนนอก อะไรคือเครื่องมือยืนยันว่านายธนาธรจะไม่ลงมติในที่ประชุม ใครจะมีอำนาจสั่งห้ามนายธนาธรไม่ให้ลงมติได้ และคำถามต่อว่าหากนายธนาธรลงมติดังกล่าว ผลการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 เป็นโฆษะในอนาคตหรือไม่ กรรมาธิการควรหาข้อสรุปในเรื่องนี้”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวต่อว่า ประเด็นของนายธนาธรยังสร้างความข้องใจให้สังคมว่าจริงๆแล้ว บรรทัดฐานในเรื่องนี้ควรข้อสรุปอย่างไร สภาฯชุดนี้ควรไตร่ตรองและสร้างมาตรฐานสำหรับกรณีเช่นนี้ เพื่อนำไปใช้ในอนาคตจะได้ไม่เป็นข้อถกเถียงกันในอนาคตต่อไป

นายสิระ ยังกล่าวต่อว่า ในขณะนี้นายธนาธรจะเป็นผู้ช่วย สส ยังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นหากจะให้เรื่องนี้กระจ่างนายธนาธรควรที่จะลาออกจากการเป็น ส.ส.ดีที่สุด

สหรัฐฯตัด”จีเอสพี”ไทย! เพื่อไทยเย้ย รบ. เจรจาสำเร็จแค่เพียงสั่งซื้ออาวุธ

People Unity : สหรัฐฯตัด”จีเอสพี”ไทย! เพื่อไทยเย้ยรบ. เจรจาสำเร็จแค่เพียงสั่งซื้ออาวุธ ติงรัฐไร้ประสิทธิภาพจัดการสิทธิแรงงาน ชี้เอกชนเคว้งกระทบส่งออกยาว

วันที่ 27 ต.ค.2562 นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด เขต 5 ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP กับสินค้าของไทยคิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 40,000 ล้านบาทว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ รับทราบถึงความเป็นไปได้ที่ไทยจะถูกระงับสิทธิ GSP นี้ ตั้งแต่เป็นรัฐบาล คสช. และได้รับการแจ้งเตือนมาเป็นระยะ แต่กลับไม่มีการแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบอย่างทั่วถึง ไม่มีการศึกษาผลกระทบและจัดเตรียมมาตรการที่จะช่วยบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ จนสหรัฐฯ ประกาศระงับสิทธิดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายยังคงงุนงงต่อกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าภาคเอกชนจะมีเวลาในการปรับตัวเพียงแค่ 6 เดือนก่อนที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

การถูกระงับสิทธิ GSP ในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพและไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติเหมือนที่เคยอวดอ้าง ที่ผ่านมามีกรอบการประชุมในหลายระดับซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ สามารถใช้ในการเจรจากับสหรัฐฯ ได้ แต่กลับล้มเหลวทั้งหมด ทำให้เข้าใจได้ว่า ผลงานเดียวที่รัฐบาลสามารถเจรจาสำเร็จคือ การสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ

การส่งออกของไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาติดลบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกภายใต้สิทธิ GSP สูงเป็นอันดับ 1 การถูกระงับสิทธิ GSP จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง เพราะสินค้าไทยหลายรายการอาจถูกประเทศที่ยังได้รับสิทธินี้ใช้ความได้เปรียบในแง่ของราคาเข้ามาแย่งตลาด หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้จะกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะยาว

นอกจากนี้ นางสาวจิราพรยังกล่าวว่า ตนอยากฝากให้รัฐบาลเลิกทำตัวอุ้ยอ้ายทำอะไรก็ไม่เคยทันการ โดยขอให้เร่งออกมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบที่สามารถดำเนินการได้จริง ไม่ใช่เพียงมาตรการที่เคยตั้งไว้แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่สามารถทำได้สำเร็จเหมือนหลายกรณีที่ผ่านมา ที่สำคัญรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่า มีความสามารถในการบริหารประเทศไม่ได้ถนัดแค่สั่งซื้ออาวุธเพียงอย่างเดียว

Verified by ExactMetrics