วันที่ 17 สิงหาคม 2026

คุมเข้ม”กมธ.”ห้ามเชิญคนนอกมั่ว! “ชวน”ออกกฎเหล็กต้องรายงานให้รู้ก่อน

People Unity News : “ชวน” ออกกฎเหล็ก คุมเข้ม กมธ.ห้ามเชิญมั่ว ให้ปธ.กมธ.รายงาน ปธ.สภาฯ ทุกวันศุกร์ พิจารณาเรื่องไหน ประเด็นอะไร เชิญใคร กันทำงานซ้ำซ้อน ให้อำนาจปธ.สภาฯ ชี้ขาดใครดำเนินการ หากทำมากกว่าหนึ่งคณะแล้วตกลงกันไม่ได้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562 มีเนื้อหาว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 และข้อ 90 วรรคหก แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พศ. 2562 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ. 2562

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้
“ประธานสภา” หมายความว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร
“คณะกรรมาธิการ” หมายความว่า คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร
“ที่ประชุม” หมายความว่า ที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการ
ที่เกี่ยวข้องทุกคณะ

ข้อ 4 เมื่อคณะกรรมาธิการจะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ให้ประธานคณะกรมาธิการทุกคณะรายงานต่อประธานสภาทราบภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจะมีการพิจารณา
เรื่องใด ประเด็นใด และเชิญผู้ใด หรือหน่วยงานใดเข้าร่วมการพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป

ข้อ 5 ให้ประธานสภาตรวจสอบรายงานตามข้อ 9 หากพบว่ามีคณะกรรมาธิการมากกว่าหนึ่งคณะ
จะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน ให้ประธานสภาแจ้งให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทราบโดยไม่ชักข้า และจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรฆาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ พื่อร่มกันดำเนินการ ทั้งนี้ ให้คณะกรมาธิการที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำกิจการ
พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ไม่อาจยุติการดำเนินการดังกล่าวได้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจไปพลางก่อนได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ประธานสภาแจ้งให้ทราบ

ข้อ 6 การร่วมกันดำเนินการตามข้อ 5 อาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง
หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธานในการดำเนินการดังกล่าว หากไม่อาจตกลงกันได้ ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด
(2) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง
หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดำเนินการ และให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นที่เกี่ยวข้องส่งกรรมาธิการตามจำนวนที่ที่ประขุมกำหนดเข้าร่วมการดำเนินการนั้นด้วย
(3) แนวทางอื่นที่ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการ เมื่อที่ประชุมเห็นขอบให้ร่วมกันดำเนินการตาม (1)(2) หรือ (3) แล้ว ให้ประธานสภาแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ 7 ในกรณีที่มีญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของประธานสภาให้ถือเป็นเด็ดขาด

ข้อ 8 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศณวันที่ 31ตุลาคม พ.ศ.2562 ลงชื่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวออกมาภายหลัง เกิดปัญหากรรมาธิการปปช ออกหนังสือเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 โดยไม่ถูกต้องเนื่องจากยังถวายสัจไม่ครบถ้วนถึง 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดมีการอ้างถึงการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาด้วย ซึ่งในขณะนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 13 เกี่ยวกับการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกรวมถึงบทลงโทษทางอาญาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 129 หรือไม่ตามคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

“ภูมิธรรม”เชื่อเยาวชนคืออนาคตของชาติ

People Unity News : “ภูมิธรรม”เชื่อเยาวชนคืออนาคตของชาติ ชี้กระบวนการคิดคือสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาเยี่ยมชมพร้อมพูดคุยกับเยาวชนที่ร่วมโครงการ “Pheu Thai Top Secret ไขความลับพรรคเพื่อไทย” ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวว่า เด็กๆมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพียงแต่ที่ผ่านมาเด็กไทยไม่ได้ถูกทำให้มีโอกาสได้ใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ เพื่อดูสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆรอบตัว ดังนั้น หัวใจสำคัญในการทำกิจกรรมของน้องๆ ครั้งนี้ คือการที่ทุกคนได้ลงพื้นที่ได้ไปเจอสภาพปัญหา และเริ่มตั้งคำถามกับปัญหาที่เจอ แล้วมองว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งสังคมต้องการคนแบบนี้ คนที่ตื่นรู้ และเข้าใจในสภาพของปัญหา แล้วนำไปคิดว่าจะหาทางออกอย่างไร โดยเหล่านี้เป็นกระบวนการคิดเพื่อมองหานโยบายที่จะตอบสนองกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็คือประชาชน

“บางคนคิดแต่เรื่องโครงสร้าง คิดแต่การเปลี่ยนแปลงในเรื่องใหญ่ๆ บางทีก็ลืมปัญหาเล็กๆที่เรากำลังเผชิญอยู่ การไปพบเจอปัญหาเป็นจุดเริ่มต้นของการมองภาพรวมทั้งหมด ซึ่งต้องขอชื่นชมน้องๆ อายุเท่านี้ยังมองโลกได้ขนาดนี้ ไม่ได้บอกว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนแล้วดีแบบที่ใครพูด”

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า การจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นและออกแบบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน โดยภายในงานมีการโต้วาทีร่วมกันระหว่างเยาวชนและนักการเมือง การเสวนาในหัวข้อต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง พร้อมการลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้ร่วมกับชุมชนจริง

“สนธิรัตน์”ไปเมืองคอน ยันแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำอย่างยั่งยืน

People Unity News : “สนธิรัตน์”ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงนโยบายพลังงาน หนุนน้ำมันบนดิน พลิกเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเชื่อมั่นพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ยัน B 10 แก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำอย่างยั่งยืน ส.ส. ใต้ พปชร. ร่วมต้อนรับครบทีม

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายอนุรุท นาคาศัย เลขาธิการรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเยี่ยมพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเพื่อรับฟังปัญหา และให้กำลังใจ ณ ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง บ้านหัวคู ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อม แถลงนโยบาย “น้ำมัน B10 น้ำมันบนดิน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ในเวทีสัมมนาหัวข้อ B10 ราคาปาล์มจะรุ่ง หรือร่วง ณ ลานหน้าเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ประกอบการน้ำมัน พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และประชาชนทั่วไปในจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มี ส. ส. ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส. เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส. เขต 1 จังหวัดตรัง และร้อยตำรวจเอก อรุณ  สวัสดี ส.ส. เขต 4 จังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ได้กล่าวสร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องเกษตรชาวสวนปาล์มน้ำมันทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช และทั่วประเทศ ว่า ในฐานะที่กระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ตนตั้งใจทำ 2 เรื่องหลักคือ ลดความเหลื่อมล้ำ และใช้กลไกด้านพลังงานไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประชาชน ให้กับชุมชน และขอให้เชื่อมั่นว่านโยบายของกระทรวงพลังงานจะเป็นเครื่องมือสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกระดับ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา และขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนชีวิตของคนไทยทุกคนในปัจจุบันไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืนตามนโยบาย พลังงานเพื่อทุกคน พลังงานเพื่อชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

“อยู่ไม่เป็น”แค่วาทกรรม! “ธนกร”เย้ย”อนค.”จมปลักอยู่กับอดีต

People Unity News : “ธนกร”เย้ย”อนค.” “อยู่ไม่เป็น”แค่วาทกรรม จมปลักอยู่กับอดีตมากเกินไป ชี้ประชาชนอยากให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข อย่าปลุกม๊อบสร้างความขัดแย้งให้ประเทศอีก

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่จัดงานอยู่ไม่เป็นว่า การจัดงานระดมพลต่างๆ อย่างสร้างสรรค์สามารถทำได้ แต่ขออย่างเดียวว่าอย่าปลุกม๊อบลงถนนอีก เพราะบ้านเมืองมีความสงบแล้ว อย่าหวนไปสู่จุดเดิมอีก ประชาชนต้องการให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข การใช้คำว่าอยู่ไม่เป็นถือเป็นเพียงวาทกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องการปลุกกระแสเพื่อกลบผลการกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังประสบอยู่ใช่หรือไม่ เป็นชะตากรรมของนายธนาธรที่เกิดจากผลกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นมาใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มีการนำพี่น้องประชาชนมาเป็นเกราะป้องกัน

นายธนกร กล่าวอีกว่า สังคมไทยเป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม ประชาชนชอบให้เมืองเมืองสงบ ไม่อยากให้การเมืองสร้างความขัดแย้งในสังคมอีก วันนี้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย อย่าพยายามบิดเบือนโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมอีกเลย เพราะพล.อ.ประยุทธ์รักประเทศ รักประชาชน พรรคการเมืองเมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วมีปัญหาอะไรก็นำเข้าสู่กลไกรัฐสภา แต่พรรคอนาคตใหม่ก็ไม่ยอมเดินไปข้างหน้า จมปลักอยู่กับอดีตมากเกินไป อยากให้หันมาร่วมกันพัฒนาประเทศตามระบอบประชาธิปไตย บางสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำมันสวนทางกับความเป็นไปของสังคมไทย วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ถูกต้องพี่น้องคนไทยตาสว่างแล้ว

“บิ๊กตู่”ปัดตอบเคลียร์ใจ”อนุทิน”ปมลือรอยร้าวใน”ครม.”

People Unity News : “บิ๊กตู่”ปัดตอบเคลียร์ใจ”อนุทิน”ปมลือรอยร้าวใน”ครม.” หลังลงนามความร่วมมือแลกเปลี่ยนทางทหารกับ รมว.กห.ญี่ปุ่น สหรัฐและจีน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 3 ประเทศ ประกอบด้วย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและจีน พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ที่ กระทรวงกลาโหม ไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นการเมืองถึงการเคลียร์ใจกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังมีกระแสข่าวรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้โบกมือลา ให้กับสื่อมวลชน และมอบหมายให้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม ในการแถลงข่าวการลงนาม MOU ต่อสื่อมวลชนก่อนจะเดินทางกลับโดยทันที

พล.ท.คงชีพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562 เวลา 09.00น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้การต้อนรับการเยี่ยมคำนับของ นายโคโนะ ทะโร ( KONO Toro ) รมว.กห.ญี่ปุ่น ณ ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม ADMM – Plus ทั้งสองฝ่ายได้ชื่นชมความสัมพันธ์ทางการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน และยินดีที่ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกันมีความคืบหน้าไปมาก พร้อมทั้งได้หารือร่วมกันถึงการเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางทหารและความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันให้มากขึ้น ผ่านกลไกทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคงของสองประเทศ

นายโคโนะ ทะโร ได้กล่าวแสดงความชื่นชมถึงบทบาทนำของไทยในอาเซียน โดยญี่ปุ่นยังคงมุ่งมั่นกระชับความสัมพันธ์กับไทยและอาเซียน โดยเฉพาะความมั่นคงบนพื้นฐานความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งเคารพมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ต้องการให้ปลอดขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณ ญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษามากขึ้น และย้ำว่า ความมั่นคงของประเทศและภูมิภาค เป็นพื้นฐานของความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม โดยไทยพร้อมเป็นแกนกลางอาเซียนเข้าร่วมแก้ปัญหาต่างๆของภูมิภาค และพร้อมให้การสนับสนุนญี่ปุ่น เข้ามามีบทบาทความมั่นคงที่สร้างสรรค์และยั่งยืนในภูมิภาคมากขึ้น พร้อมเชิญชวนญี่ปุ่นแสวงหาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และร่วมลงทุนเพื่อความร่วมมือในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน

ต่อจากนั้น ได้ร่วมลงนาม ในบันทึกข้อตกลงระหว่าง กห.กับ กห.ญี่ปุ่น ว่าด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางทหาร ซึ่งจะเป็นกรอบของการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารร่วมกันด้านต่างๆ เช่น การแลกเปลี่ยน ทั้งการเยือน ข่าวสารทางทหาร มุมมอง ความรู้และความสนใจร่วมกันในหลายระดับ ความร่วมมือด้านการฝึกร่วม ด้านการศึกษาและวิจัย ด้านการส่งกำลังบำรุง ด้านสิ่งอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหาร รวมถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เป็นต้น

ทั้งนี้ การลงนามร่วมกันระหว่าง กห.ไทย-ญี่ปุ่น จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีด้านการทหารของทั้งสองประเทศ ในการเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจ รวมถึงการร่วมกันเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น

“ชวน”โชว์ฟิต! เป่าแซกโซโฟนกล่อมเพื่อนร่วมรุ่น นิติ มธ.01ถึง 5 เพลงรวด

People Unity News : “ชวน”ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่นนิติ มธ. 01 โชว์ฟิตวัย 83 ปี เป่าแซกโซโฟนกล่อม 5 เพลงรวด

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อนร่วมรุ่นนิติ มธ. 01 ที่โรงแรมดิอิมเมอรัล รัชดา ซึ่งมีนายกมล อุชุปะระนันท์ เป็นประธานรุ่น โดยนายชวนได้ใช้โอกาสนี้เป่าแซกโซโฟน ให้เพื่อนร่วมรุ่นได้ครวญเพลงไปพร้อม ๆ กัน เริ่มจากเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะเป่าแซกโซโฟน และร่วมร้องเพลงกับเพื่อนร่วมรุ่นต่อเนื่องอีก 5 เพลง โดยในงานนี้ นายชวนได้เตรียมเพลงสำหรับการเป่าแซกโซโฟนไว้ถึง 12 เพลง อาทิ ยูงทอง ขวัญโดม บ้านเรา มอญดูดาว รักคุณเข้าแล้ว และบ้านเรา

ทั้งนี้นายชวนเพิ่งเข้ารับการรักษาอาการป่วย จากการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีอาการป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 อันมีสาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ในปัจจุบันร่างกายกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว

สำหรับนักศึกษา นิติธรรมศาสตร์ ปี 2501 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนายชวนนั้น มี ทั้งนักการเมือง นักกฎหมาย นักสื่อสารมวลชนที่มีชื่อเสียง อาทิ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 60 นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายมานิจ สุขสมจิตร สื่อมวลชนอาวุโส โดยในปีนี้นายชวนมีอายุย่างเข้าวัย 83 ปีแล้ว

“เทพไท”อัดกลับ”ธรรมนัส” แฉคน”พปชร.”ต่างหากถือครอง ส.ป.ก.

People Unity News : “เทพไท”อัดกลับ”ธรรมนัส” แฉคน”พปชร.”ต่างหากถือครอง ส.ป.ก. แนะอย่าสองมาตรฐาน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ facebook live จากสภากาแฟ ศูนย์เรียนรู้ประชาธิปไตย บ้านสำนักขัน อ.จุฬาภรณ์ กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พาดพิงว่ามีนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ด้วย ว่า จากการตรวจสอบ และสอบถามเพื่อน ส.ส.ของพรรค ยังไม่ปรากฏว่ามี ส.ส.ของพรรคฯคนใดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดิน สปก.ตามที่เป็นข่าวแต่ประการใด

ส่วนที่มีกระแสข่าวปรากฎตามสื่อมวลชนว่า นายสมัชชา เอ่งฉ้วน เป็นผู้ได้มอบเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.ด้วยนั้น แม้ว่านายสมัชชา ผู้รับเอกสารสิทธิ์มีนามสกุลเดียวกับนายอาคม เอ่งฉ้วน อดีตรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะนายสมัชชา เอ่งฉ้วน ได้ลงผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ แข่งขันกับนายสุชีน เอ่งฉ้วน ลูกชายของนายอาคม จากพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุที่มีนามสกุลเดียวกัน จึงอาจทำให้เกิดความสับสนกับข้อมูลในเรื่องนี้ได้

จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง ดำเนินการตามข้อกฏหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ลูบหน้าปะจมูก และต้องใช้มาตรฐานทางกฎหมายเดียวกันกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ เจตนารมย์ของกฎหมาย สปก. ที่ต้องการให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ถือครองที่ดินได้ไม่เกิน50ไร่/คน อยากจะเรียนให้รัฐบาลทราบว่า ตอนนี้สังคมกำลังจับตามองการทำงานเรื่องนี้ของรัฐบาล ว่าจะมีการเลือกปฎิบัติ หรือมีการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ อย่านำเอาประเด็นที่ดิน ส.ป.ก.มาทำลายล้างทางการเมืองเหมือนกับเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา

“อนุทิน”ลั่นข้าฯมากับพระ! “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”

People Unity News : “อนุทิน”ลั่นข้าฯมากับพระ! “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” พร้อมชวน “วิ่ง ทำให้ ตายช้า”

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความว่า ข้าฯมากับพระ “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”

และโพสต์ต่อว่า วิ่ง ทำให้ ตายช้า

งานวิจัยเกี่ยวกับการวิ่ง ที่ตีพิมพ์ใน British Journal of Sports Medicine ว่า นักวิ่งจะมีโอกาสเสียชีวิตช้ากว่าคนที่ไม่วิ่ง อย่างเห็นได้ชัด

การวิจัยทำในมนุษย์ 230,000 คน โดยเริ่มสำรวจตั้งแต่อายุ 5 ขวบครึ่ง – 35 ปี เก็บข้อมูลด้วยการแบ่งกลุ่มคนที่วิ่งกับคนที่ไม่วิ่ง ซึ่งในกลุ่มคนที่วิ่งนั้นเพียงแค่วิ่งเดือนละ 1 ครั้ง ก็สามารถนับรวมในกลุ่มนี้ได้แล้ว

ตลอดการวิจัยมีผู้เสียชีวิต 25,951 คน และพบว่าคนที่วิ่ง(แม้จะแค่เดือนละครั้ง) จะมีเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตน้อยลง และโอกาสลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด 30% ลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งได้ 23 %

แล้วการวิ่งแบบไหนที่จะดีกับร่างกายมากกว่ากัน? นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้

ผลวิจัย บอกว่า การวิ่งในความเร็วที่ให้ความรู้สึกดีกับตัวเองที่สุด ย่อมเป็นการวิ่งที่ดีที่สุดของคนๆ นั้น

มันไม่เกี่ยวว่าจะต้องเพซให้เร็วถึงจะดีกว่าคนที่วิ่งเพซช้า

แค่ให้ออกมาวิ่ง ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาพร่างกาย น้ำหนัก โรคประจำตัว เพราะทุกคนย่อมมีร่างกายไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

ดร.เซจโก้ เปดิซิช นักวิจัยมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เผยว่า การวิ่งในทุกรูปแบบต่างๆ ให้ประโยชน์กับผู้วิ่งทั้งนั้น
เพียงแค่วิ่งสัปดาห์ละครั้งหรืออาจจะแค่สัปดาห์ละ 50 นาที จะเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่วิ่งมากกว่านั้นจะต้องลดลงให้เหลือแค่ 50 นาทีต่อสัปดาห์
.
ขณะที่ ดร.ชาร์ลี ฟอสเตอร์ มหาวิทยาลัยบริสตอล ประเทศอังกฤษ เผยว่า สำนักการแพทย์ของอังกฤษ บอกกับคนที่จะเริ่มวิ่งว่า การที่คนค้นหากิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ชอบให้เจอแล้วตั้งใจทำมัน ถ้าไม่สามารถวิ่งได้ก็ลองหันมาเดินให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้

อ่านจบแล้วออกมาวิ่งกันเถอะ คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง คัดย่อ มาจากที่นี่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1674882005976011&id=857361924394694

ร่วมออกกำลังกายงาน “หยุดซิ่ง มาวิ่งกันเถอะ” ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ (สวนบางกระเจ้า) อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานเปิดงาน และร่วมออกกำลังกายในกิจกรรม “หยุดซิ่ง มาวิ่งกันเถอะ” หรือ “Run for Road Traffic Victims” จัดโดยกลุ่มผู้เสียหายทางถนน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน

กิจกรรมครั้งนี้ เป็นไปเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนขับขี่อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนน สนับสนุนการมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ พร้อมกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของความปลอดภัยทางถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละประมาณ 22,491 ราย คิดเป็น 32.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน เฉลี่ยแล้ว มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุชั่วโมงละ 3 คน ซึ่งถือว่าเกิดค่าเฉลี่ยของโลกถึง 2 เท่า

“สิระ”ท้า”เสรีพิศุทธ์”เปิดเทป ยันไม่มีมติใช้ม.129 เรียก “บิ๊กตู่”

People Unity News : “สิระ”ท้า”เสรีพิศุทธ์”เปิดบันทึกเทปประชุม กมธ.ปปช.นัดที่ผ่านมา มั่นใจไม่มีมติให้ใช้ ม.129 หาก “เสรีพิศุทธ์”ทำผิดจริง แนะลาออก ก่อนถูกปลดฟ้าผ่า พร้อมแนะ “บิ๊กตู่” อย่าใส่ใจหนังสือเชิญที่ผิด กม.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ใช้อำนาจรธน.และพรบ.คำสั่งเรียก เชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงปมถวายสัตย์ไม่ครบและไม่มีอำนาจเสนอกม.งบประมาณว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากว่าในวันประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา มีมติที่ประชุม 6 ต่อ 3 เห็นด้วยที่จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะกมธ.อีกครั้ง แต่ไม่ได้มีมติเห็นด้วยที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพ.ศ.2554

“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลงนามในหนังสือเชิญโดยไม่ผ่านมติของที่ประชุม นั่นหมายความว่า ผู้ลงนามต้องรับผิดชอบเรื่องที่กับหนังสือฉบับดังกล่าว การกระทำที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ผมไม่ไว้วางใจที่จะให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฎิบัติหน้าที่เป็นประธาน กมธ.ชุดนี้อีกแล้ว ผมอยากให้สังคมดูพฤติกรรมและการกระทำของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่ากำลังใช้หัวโขนประธาน กมธ.มาเป็นเครื่องมือในเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือไม่”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการในชุดนี้ด้วยขอฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่ต้องสนใจจดหมายเรียกเชิญดังกล่าว เพราะตนมั่นใจว่าหนังสือเรียกฉบับนี้ผิดกฎหมายแน่นอน เพราะการจะออกหนังสืออะไรก็ตามในชั้นกรรมาธิการ ต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมาธิการในทุกเรื่อง ไม่ใช่เอาความคิดของผู้ที่เป็นประธาน มายัดใส่ว่ากรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ทั้งนี้ ตนขอท้าให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอดเทปบันทึกการประชุมในวันดังกล่าว และนำมาเปิดเผย เพื่อพิสูจน์ว่ามีการขอมติที่ประชุมที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 129 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 หรือไม่ หาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กระทำเกินขอบเขต ไม่ตรงกับเทปบันทึกการประชุมในวันนั้น ตนขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลาออกจากการเป็นประธานด้วยตนเอง ก่อนที่จะถูกมติที่ประชุมปลด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสนอปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นายสิระ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าเสียงส่วนใหญ่ในกรรมาธิการต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวประธาน ขอให้ติดตามดูในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ ตนจะเป็นคนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว

“ภูมิธรรม”อุ้ม “เสรีพิศุทธ์” จี้คนใช้ใกล้ชิด “ประยุทธ์-ประวิตร” หยุดปลด ปธ.กมธ.ปราบโกง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อกรณีที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เสนอเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนนราษฎร ให้เปลี่ยนประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ไปเป็นส.ส.ของพรรครัฐบาล ว่า โควต้าประธานกมธ. ชุดดังกล่าวเป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ดังนั้นในทางปฏิบัติไม่ควรใช้ประเด็นที่ไม่เป็นไปตามครรลองเพื่อเปลี่ยนตัวบุคคลที่เป็นไปตามข้อตกลง อย่างไรก็ตามในการทำงานของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ฐานะประธานกมธ. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร นั้นไม่มีประเด็นที่ทำผิดกฎหมายหรือเกินกรอบรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นบุคคลที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไม่ควรใช้วิตกเกิดเหตุ และตนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ควรมาชี้แจงต่อกมธ.ฯ ชุดดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาพบคำยืนยันแล้วว่าเป็นไปตามกฎหมาย

“นายกฯ และรองนายกฯ ควรมาชี้แจง ไม่ควรหลบเลี่ยง หากมั่นใจว่าทำตามกฎหมายควรมาชี้แจง และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดถูกต้อง ไม่ควรกลัวการมาชี้แจงกับกรรมาธิการ ไม่ควรถือว่าเป็นศักดิ์ศรี หรือเรื่องเสื่อมเสีย จนทำให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นไปตามครรลอง” นายภูมิธรรม กล่าว

“รัฐบาล”เดินหน้านโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพ

People Unity News : รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย “รัฐบาล” เดินหน้านโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยไม่มีผลกระทบต่อสัญญา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง บรรเทาความเดือนร้อนของผู้โดยสาร ลดภาระค่าครองชีพที่ใช้จ่ายประจำวัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟม. พิจารณาลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อประชาชน

ทั้งนี้ บอร์ด รฟม. จะพิจารณาใน 2 มาตรการ 1.เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง คิดอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง 2.ลดอัตราค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak) ระหว่าง 9.00-15.30 น. และช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยปัจจุบันเก็บอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 14-42 บาทต่อเที่ยว ส่วนมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบนั้น ขณะนี้ กรมการขนส่งทางราง กำลังเร่งหาแนวทางอยู่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ได้กระทบต่อสัญญา และให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

“การลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าลง จะทำให้ประชาชนหันมาเดินทางโดยรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คาดหวังจะให้นโยบายนี้ แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทย และคาดหวังว่าจะเป็นที่น่าพอใจต่อประชาชน สามารถช่วยเหลือประชาชนในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางได้เป็นอย่างดี” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

Verified by ExactMetrics