วันที่ 16 มีนาคม 2026

ดร.วันดีร่วมทอดกฐินสามัคคี หล่อพระนำไปประดิษฐานวัดวังชิลโลภูฏาน

People Unity News : ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมงานทอดกฐินสามัคคีและเป็นประธานหล่อพระพุทธรูปปรางค์สะดุ้งมาร หน้าตัก 40 นิ้ว นำไปประดิษฐานวัดวังชิลโล ประเทศภูฏาน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมงานทอดกฐินสามัคคี และเป็นประธานหล่อพระพุทธรูป ณ วัดพระศรีอารย์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปรางค์สะดุ้งมาร ขนาดหน้าตัก 40 นิ้ว เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดวังชิลโล ประเทศภูฏาน ด้วยตระหนักว่าสตรีมีบทบาทหลายประการ เป็นแม่ของลูก มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ และผู้หญิงมีความสวยงาม ซึ่งตรงกับประเทศภูฏานซึ่งเป็นประเทศที่มีความสวยงาม

ดังนั้นการหล่อพระพุทธรูปในวันนี้และวัดพระศรีอารย์นี้ เพื่อต้องการยกย่องสตรีไทยที่มีความสวยงามทั้งกิริยา มารยาท วาจาไพเราะอ่อนหวาน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นผู้นำ ซึ่งเข้ากับยุคพระศรีอารย์ แต่ทางวัดไม่สามารถเชิญสตรีทั้งประเทศมาร่วมงานพิธีหล่อพระพุทธรูปได้ ทางวัดจึงได้กำหนดเชิญ ดร.วันดี ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของสตรีทั้งประเทศ เพื่อนำพลังแห่งความงดงามของสตรีไทยร่วมในพิธีดังกล่าว

วัดพระศรีอารย์ ก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2275 ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา มีอายุกว่า 280 ปีมีโบสถ์ทองคำที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันก่อสร้างใช้เวลากว่า 37 ปี โดยท่านพระครูวิทิตพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระศรีอารย์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เยาวชนสามารถแสดงปาฐกถา บรรยายธรรม จัดค่ายพุทธบุตร เพื่อให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด ได้รับพระราชทานรางวัลโล่ห์ ด้านบรรยายธรรม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นอกจากนี้ยังเป็นผู้อนุรักษ์ว่าวปั๊กเป้า ว่าวจุฬา เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้ยั่งยืนสืบไป

“กนกวรรณ”หนุนจัดงบฯอนุรักษ์คุรุสัมมนาคารเลยอายุกว่า 102 ปี ลุยดัน กศน.สู่ 6G

People Unity News : “กนกวรรณ”รมช.ศธ. หนุนจัดงบฯอนุรักษ์คุรุสัมมนาคาร กศน.เมียงเลย อายุกว่า 102 ปี เก่ามีสภาพทรุดโทรม ลุยต่อไม่รอแล้ว ยึดหลักการทำงาน “ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า” ขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน.6G

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. และคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ อาคารครุสัมนาคาร ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเลย (กศน.อำเภอเมืองเลย) สังกัด สำนักงาน กศน. จังหวัดเลย โดยอาคารคุรุสัมมนาคารแห่งนี้ เป็นอาคารเก่าสภาพทรุดโทรม มีอายุการใช้งานมากว่า 102 ปี (พ.ศ.2460) และปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของ กศน.อำเภอเมืองเลย เพื่อให้บริการจัดการศึกษาสำหรับนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเลย มาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2536

ดร.กนกวรรณ เปิดเผยว่า “วันนี้ตนลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการและติดตามงานตามนโยบายการศึกษาของหน่วยงานในการกำกับดูแล ในเขตจังหวัดเลย ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาตรวจเยี่ยมและได้เห็นสภาพปัญหาในการดำเนินงานของพื้นที่อย่างแท้จริง โดยอาคารคุรุสัมนาคารแห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน กศน.จังหวัดเลย เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ยาว 44 เมตร กว้าง 8เมตร มีประวัติอายุการใช้งานที่ยาวนาน กว่า 102 ปี เป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงไว้เป็นสมบัติของชุมชน ซึ่งสำนักงาน กศน.จังหวัดได้เคยจัดสรรงบประมาณของจังหวัดในการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2554 โดยการทาสีอาคาร แต่เนื่องจากอายุการใช้งานที่ยาวนานจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลายด้าน เพราะจากการรับฟังรายงานและตรวจเยี่ยม พบว่าสภาพอาคารโดยรอบมีความทรุดโทรมควรต้องได้รับการบูรณะซ่อมแซม พัฒนา ปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย พร้อมใช้งานโดยเร็ว โดยเฉพาะระบบสายไฟฟ้าภายในที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนปรับปรุงมานานหลายปี เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างอาคาร ฝ้าเพดาน รางน้ำและการทาสีอาคารโดยรอบ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ สำนักงาน กศน.จังหวัดเลยจัดทำข้อมูลรายละเอียดการซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคเสนอมายังต้นสังกัด เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการซ่อมบำรุงต่อไป”

“อาคารคุรุสัมมนาคารเลย” ปัจจุบันเป็นอาคารที่ตั้งของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเลย สถานภาพเป็นสถานศึกษา ในราชการบริหารส่วนกลาง สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเลย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง ศึกษาธิการ ประกาศจัดตั้ง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2531 ข้อ 6 ประกาศ ณ วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536 ตามประกาศกระทรวง ศึกษาธิการ

เรื่อง จัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/กิ่งอำเภอ นายปราโมท สุขุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ลงนาม โดยได้ใช้อาคารไม้ 2 ชั้น ยาว 44 เมตร กว้าง 8 เมตร ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีอายุกว่า 102 ปี ซึ่งเดิมเป็นโรงเรียนสตรีเลยและเป็นที่ทำการหน่วยศึกษานิเทศก์และจัดประชุมสัมมนา เรียกชื่ออาคารนี้ว่า “คุรุสัมมนาคารเลย” และเป็นที่ทำการของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเลย ตามลำดับ และปัจจุบันศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองเลย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเลย ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพ.ศ. 2551 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2551

ลุยต่อไม่รอแล้วจร้า ยึดหลักการทำงาน “ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า”

พร้อมกันนี้ ดร.กนกวรรณ และ ดร.พะโยม และคณะลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายด้านการศึกษาแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดเลย พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ชุมชนของ กศน. ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดเลย โดยมี นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการเลย ดร.ใยอนงค์ ทิมสุวรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย เขต 3 ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมให้การต้อนรับ

ดร.กนกวรรณ กล่าวตอนหนึ่งว่า “ตนได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้กำกับดูแล กศน. การศึกษาเอกชน และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งก็เดินหน้าทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษาให้เดินหน้าในทุกมิติ การลงพื้นที่ตรวจราชการทุกแห่งก็พร้อมรับฟังปัญหาและยินดีเป็นผู้นำสารจากทุกหน่วยงานแม้มิได้กำกับดูแล ก็ส่งต่อถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและต้นสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการด้วยความเต็มใจ โดยยึดหลักการทำงาน “ทุกข์ก็เห็นหน้า สุขก็เห็นหน้า” ในการดูแลประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อทลายทุกข้อจำกัดที่เป็นข้อขัดข้องในการทำงาน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หรือจะลงชื่อ สะท้อนปัญหาผ่านจดหมาย ส่งมาที่ ตนเองที่กระทรวงศึกษาธิการก็ยินดี เพราะถือว่าคำแนะนำ ข้อเสนอแนะของทุกท่านล้วนมีความสำคัญ และเป็นประโยชน์ในการเติมเต็มการทำงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพต่อไป

สำหรับการดำเนินงานตามนโยบายของ กศน. ในปีงบประมาณ 2563 นี้ กศน.จะเดินหน้าขับเคลื่อน กศน. สู่ กศน. WOW (6G) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ที่ดีแก่คนทุกช่วงวัยในทุกพื้นที่ ในการพลิกโฉมการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ เรื่อง ขวัญกำลังใจของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ทุกๆแห่ง ก็ได้รับทราบถึงปัญหาบุคลากรอัตราจ้างและพนักงานราชการที่ไม่สามารถบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ รวมทั้งเรื่องขาดแคลนข้าราชการในพื้นที่ ซึ่งเราได้มีการประชุมหารือและสามารถเกลี่ยอัตราสำหรับการสอบบรรจุข้าราชการครู กศน.ได้จำนวน 891 อัตราตามที่เคยมอบนโยบายไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ เพราะยังมีข้อจำกัดบางเรื่องเกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพครู วุฒิครู แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะตั้งใจมาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ

ในส่วนของการศึกษาเอกชน ได้ดำเนินการผลักดันเรื่องของสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครูเอกชน โดยได้ดำเนินการปรับค่ารักษาพยาบาลจาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2563 นี้ ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลของครูเอกชน ที่ต้องการให้สวัสดิการรักษาพยาบาลครอบคลุมถึงบุคคลในครอบครัวของครูเอกชนด้วยนั้น เรื่องนี้ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ การจัดสวัสดิการเนื่องจากต้องใช้ดอกผลจากกองทุนฯ หากกองทุนฯ สามารถบริหารจัดการ สร้างรายได้ ได้เพียงพอ ก็จะเร่งดำเนินการให้ทันที เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครูเอกชน พร้อมทั้งจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายตรงตรงได้ต่อไป สำหรับเงินอุดหนุนรายหัวซึ่งปัจจุบันได้รับ 70% ขอปรับเพิ่มเป็น 75% สช.ได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2564 แล้ว

จากนั้น รมช.ศธ.และคณะได้เดินทางไปมอบนโยบายและพบปะข้าราชการ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา กศน. ณ หอประชุมอำเภอภูเรือ และเยี่ยมชมห้องสมุดประชาชนอำเภอภูเรือ ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ กศน.จังหวัดเลยเร่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการวางแผน บริหารจัดการ พัฒนา และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค เพื่อยกระดับแรงงานให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ขจัดปัญหาการจ้างแรงงานที่ไม่ถูกกฏหมายและลดการอพยพถิ่นฐานไปทำงานนอกพื้นที่อย่างยั่งยืน

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานหมูสุกๆดิบๆ เสี่ยงโรคไข้หูดับ อาจทำให้เสียชีวิตได้

People Unity News : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานหมูดิบ หรือสุกๆดิบๆ เสี่ยงป่วยโรคไข้หูดับ และอาจทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้ เผยปีนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 337 ราย โดยร้อยละ 68 เป็นผู้ป่วยในภาคเหนือ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับประปรายบางพื้นที่ และช่วงนี้มีกิจกรรมที่ประชาชนทำร่วมกันและอาจจะปรุงอาหารรับประทานกันเอง เช่น จัดงานบุญกฐิน งานประเพณี งานรื่นเริงต่างๆ เป็นต้น กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเรื่องการประกอบอาหารและรับประทานอาหาร โดยขอให้เน้นการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใหม่ และสะอาด โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ชำแหละกันเองในหมู่บ้าน และนำมารับประทานดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย หลู้หมูดิบ เป็นต้น ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้

ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 ตุลาคม 2562 พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับ จำนวน 337 ราย เสียชีวิต 28 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมา 55-64 ปี และ 45-54 ปี ตามลำดับ ส่วนภาคที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคเหนือ พบผู้ป่วย 230 ราย คิดเป็นร้อยละ 68 ของผู้ป่วยทั้งหมด และเสียชีวิต 19 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ แพร่ กำแพงเพชร และน่าน ตามลำดับ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย ซึ่งโรคนี้ติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อนี้ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนผ่านทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา 2.การบริโภคเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ หลังรับประทาน 3-5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ จนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการกินหมูดิบให้ทราบ เพราะหากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้

สำหรับวิธีการป้องกันโรค คือ 1.รับประทานหมูสุกเท่านั้น โดยปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงจนเนื้อไม่มีสีแดง ไม่เติมหรือใส่เลือดดิบในอาหาร และควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ 2.ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ที่เสี่ยงต่อกาเกิดโรคไข้หูดับ คือ ผู้รับประทานหมูดิบหรือมีเลือดหมูดิบในอาหาร ผู้ที่สัมผัสกับสุกรที่ ติดโรคโดยตรง เช่น ผู้เลี้ยงสุกร ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อสุกร เป็นต้น กลุ่มที่เสี่ยงมีอาการป่วยรุนแรงถ้าติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคลดลง โรคนี้รักษาหายขาดได้ ดังนั้น หากมีอาการข้างต้นภายหลังจากรับประทานอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมู เลือดดิบๆ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ ขอให้รีบพบแพทย์ทันที ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ศิษย์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ แนะวิธีอาราธนาธรรมถูกต้องตามพระไตรปิฎก

People Unity News : “รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล” อาจารย์ผู้ออกแบบพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ภาษาบาลี “มจร” ศิษย์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ แนะวิธีอาราธนาธรรมถูกต้องตามพระไตรปิฎก

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 รศ.ดร.เวทย์ บรรณกรกุล อาจารย์ผู้ออกแบบพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ภาษาบาลี มหวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย( มจร) วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม คณะกรรมการจัดทำสัททานุกรมพระไตรปิฎกเชิงวิจัย ฉบับบาลี-ไทย เปิดเผยว่า ประมาณ 4-5 วัน ที่ผ่านมาได้รับข้อความใน Messenger จากอดีตมหาเปรียญที่สนใจเรียนบาลีคัมภีร์สัททาวิเสส และได้คุยกันเรื่องการสวดสาธยายคาถาอาราธนาธรรม “พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี ฯลฯ” เรื่องนี้ได้เขียนเรียบเรียงในงานวิจัยทำเป็นบทความตีพิมพ์เผยแผ่เมื่อปี 2556 ประเด็นเรื่อง “ผิด ถูก” ก็ว่ากันตามหลักฐาน ทั้งในพระไตรปิฎก อรรถกถา

“เมื่อครั้งที่ผมเรียนคัมภีร์ฉันทลักษณ์ “วุตโตทัย” สอนโดยอาจารย์รุ่งอรุณ จันทร์สงคราม เมื่อปี 2534 ที่สถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส (สมัยนั้น ยังไม่เข้าในสังกัดมหาจุฬาฯ) สนุกสนานครับ เรียนกฎฉันทลักษณ์แล้วเปิดบาลีพระไตรปิฎก ฝึกตรวจทานสูตรวุตโตทัย มีหลายแห่งครับ ในหนังสือที่พิมพ์เผยแผ่ เช่นบทสวดมนต์ต่าง ๆ อักขระคลาดเคลื่อนและสวดสาธยายต่อ ๆ กันมา” รศ.ดร.เวทย์ กล่าวและว่า

จึงต้องการให้อย่างน้อยก็รู้ว่า “เรียนบาลีกัจจายนสูตร วุตโตทัย ที่พระศรีสุทธิพงศ์ แนะนำให้สามเณรเวทย์ท่องจำและเรียนอย่างจริงจัง มีประโยชน์เป็นอริยทรัพย์ติดตามไปทุกภพชาติ”

รศ.ดร.เวทย์ ระบุด้วยว่า อ่านเอกสารที่ตนได้เขียนเรียบเรียงในโพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก Wate Bunnakornkul (ทั้งหมด 41 หน้า) โดยให้เปิดพระไตรปิฎกบาลี ฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ 33 หน้า 435 ประกอบด้วย จะรู้ว่า “… ที่เราสวด ๆ กันในมนต์พิธี คลาดเคลื่อนอย่างไร?” โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/100004489845162/posts/1387961154696866?sfns=mo

บารมีหลวงปู่ทวด! สาธุชนล้นหลามร่วมทำบุญทอดกฐินวัดวังไทร

People Unity News : พุทธศาสนิกชน เป็นจำนวนมาก แห่ร่วมงานทำบุญทอดกฐินสามัคคี วัดมหาชัยวนาราม (วัดวังไทร) ส่งผลให้การก่อสร้างมณฑปและรูปปั้นหลวงปู่ทวด แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสาสนวัตถุที่กราบไว้ และสักการบูชา สืบต่อไป

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการจัดงานทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2562 ณ วัดมหาชัยวนาราม (วัดวังไทร) ตำบลวังไทร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างมณฑปหลวงปู่ทวด และองค์รูปปั้นหลวงปู่ทวด ซึ่งดำเนินการโดย ร.ต.อ.นิยม เปลื้องกลาง รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปคบ. และนายธัชชัย โชติจันทึก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟ พรอพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด และคณะกรรมการวัด ข้าราชการท้องถิ่น และอุบาสก อุบาสิกา

ในการทอดกฐินสามัคคีครั้งนี้ มี พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ประธานที่ปรึกษา บริษัท รักษาความปลอดภัย ที.เอส.จี. อินเตอร์การ์ด จำกัด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

สำหรับการดำเนินการก่อสร้างมณฑปหลวงปู่ทวด และองค์รูปปั้นหลวงปู่ทวด ได้เสร็จสมบูรณ์ทันต้อนรับพิธีทอดกฐิน ให้พุทธสาสนิกชนผู้มีจิตรศรัทธาที่มาร่วมงานได้กราบไหว้ สักการะ บูชา และด้วยบารมีของหลวง ส่งผลให้บรรยากาศการทอดกฐินเป็นไปด้วยความคักคัก มีประชาชนล้นหลาม มาร่วมทำบุญเต็มความจุของศาลาการเปรียญ และบริเวณวัดที่จัดงาน ส่งผลให้ยอดบริจาคทำบุญรวมทั้งสิ้น 3,044,570.50 บาท นอกจาก นี้ ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ยังได้บริจาคเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ(EKG) มูลค่า 70,000 บาท ให้กับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังไทร (รพ.สต.วังไทร) ด้วย

ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ประธานทอดกฐิน กล่าวว่า ยินดีที่ได้มาร่วมงานทอดกฐินในครั้งนี้ เคยไปร่วมงานและเป็นประธาน หลายครั้ง แต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นพุทธศาสนิกชน คนวังไทร ซึ่งเป็นหมู่บ้านในชนบท มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ถ้ามีโอกาสจะมาร่วมงานอีก และเชื่อว่า องค์รูปปั้นหลวงปู่ทวด จะเป็นที่กราบไหว้ ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านต่อไป

ทั้งนี้ วัดวังไทร มีพระครูสุภรชัยคุณ เป็นเจ้าอาวาส เป็นศูนย์รวมศรัทธา และบำเพ็ญบุญกุศล ของพุทธศาสนิกชน ในบ้านวังไทร และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยผู้ที่มีจิตศรัทธา สามารถเดินทางไปร่วมทำบุญ และกราบนมัสการหลวงปู่ทวด ได้ที่วัดวังไทร ตำบลวังไทร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หรือ ร่วมบริจาคทำบุญได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี “วัดมหาชัยวนาราม” เลขที่ 3030529614 เพื่อบำรุง วัด และสาสนวัตถุ จรรโลงพระพุทธศาสนา สืบต่อไป สอบถามเพิ่มเติม ที่ ร.ต.อ.นิยม เปลื้องกลาง เบอร์โทร 081-389-4275 หรือ นายธัชชัย โชติจันทึก เบอร์โทร 086-377-9815 ไลน์”eed0604”

4-5พ.ย.เป็นวันหยุดพิเศษ! สธ.กทม.และนนทบุรีไม่หยุด

People Unity News : 4-5พ.ย.เป็นวันหยุดพิเศษ! สธ.กทม.และนนทบุรีไม่หยุด เปิดบริการปกติลดผลกระทบต่อผู้รับบริการ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

วันหยุด เราไม่หยุด

ตามที่ได้มีการประกาศให้วันที่ 4-5 พฤศจิกายน เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ สำหรับส่วนราชการที่อยู่ในกทม.และนนทบุรี นั้น

กระทรวงสาธารณสุข ขอแจ้งให้ทราบว่า เพื่อไม่ให้กระทบต่องานบริการประชาชน และผู้ป่วย สถานบริการทุกแห่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม.และนนทบุรี จะเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งวันที่ 4-5 พฤศจิกายน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน และผู้ป่วยที่ได้นัดหมายไว้แล้ว

ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยนัดหมายผ่าตัด นัดหมายตรวจพิเศษ สามารถเข้ารับบริการได้ตามปกติ

อ่านแล้วช่วยแชร์ให้ทราบโดยทั่วกันนะครับ

ขณะนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ วันที่ 4- 5 พฤศจิกายน 2562 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่ อิมแพค เมืองทอง จังหวัดนนทบุรี กระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้สถานบริการในสังกัด ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ยังคงเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ ในช่วงวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน และเกิดความเสียหายต่อทางราชการ

โดยผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ผู้ป่วยทั่วไป ผู้ป่วยนัดหมายผ่าตัด นัดหมายตรวจพิเศษ สามารถเข้ารับบริการได้ตามปกติ

3 พ.ย.62 บุญทอดกฐินวัดรางหมัน เจ้าภาพกองกฐินรับเหรียญเม็ดแตงอายุยืน

People Unity News : 3 พ.ย.62 บุญทอดกฐินวัดรางหมัน เจ้าภาพกองกฐินรับเหรียญเม็ดแตงอายุยืน ปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารอายุยืน

วัดประชาราษฎร์บำรุง หรือ “วัดรางหมัน”ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีพระเถราจารย์ชื่อดัง “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” ได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน” เป็นพระเถระผู้ถือครองเพศบรรพชิตแบบเรียบง่าย สมถะ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย

ท่านไม่มีตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ ด้วยไม่มีความปรารถนาในลาภยศตำแหน่งใดๆ เป็นที่เลื่อมใสของคนจำนวนมาก โดยท่านออกต้อนรับญาติโยมที่มาทำบุญทุกวันๆละ 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 06.30-07.00 น. ช่วงกลางวัน 10.30-11.00 น. แสดงธรรมให้กับญาติโยม ขณะนี้ทางวัดกำลังก่อสร้างวิหารขนาดใหญ่ และพระพุทธรูปต่างๆมากมาย โดยเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้ากราบไหว้ได้แล้ว หากแล้วเสร็จจะนับเป็นสถานที่ที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ต.ค. 2562 หลวงปู่แผ้วได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว วาระพิเศษ แซยิด วัตถุมงคลฉลองอายุครบ 8 รอบ 96 ปี รุ่น “เจ้าสัว” “รุ่นเจริญพร” และรุ่น”แซยิดอายุยืน”

1.เหรียญแซยิดอายุยืน เหรียญเจริญพร เหรียญเจ้าสัว เพื่อสมทบสร้างอาคาร ร.พ อนุสรณ์ 96 ปี ซื้อเครื่องมือแพทย์ร.พ.กำแพงแสน

2.เหรียญเม็ดแตงอายุยืน หรียญเจ้าภาพกองกฐิน ปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารอายุยืน

3.เหรียญเจริญพร ครบ 8 เหรียญรางวัลงานประกวดพระเครื่อง

เหรียญเจ้าสัว อายุครบ 8 รอบ จัดพิธีพุทธาภิเษก 3 วาระ คือ วาระแรก พิธีพุทธาภิเษกเหรียญนำฤกษ์ต้นแบบ ณ กุฏิร่มเย็น

วาระที่ 2 ในวันพิธีไหว้ครูครบ 8 รอบ อายุ 96 ปี และ

วาระที่ 3 ครบไตรมาส ในวันพฤหัสบดี ที่ 10 ต.ค. 2562 ณ กุฏิหลวงปู่แผ้ว วัดรางหมัน

เหรียญเจ้าสัว อายุครบ 8 รอบ จัดสร้างขึ้นเพื่อสมทบทุนสร้างอาคารโรงพยาบาลอนุสรณ์ 96 ปี และซื้อคุรุภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ มอบเป็นเป็นสาธารณประโยชน์โรงพยาบาลกำแพง แสน จ.นครปฐม

ส่วนเหรียญเจริญพร ครบ 8 รอบจะนำไปเป็นรางวัลงานประกวดพระเครื่อง พระบูชา แบะเหรียญพระคณาจารย์ท้องถิ่น ในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ณ วัดราษฎร์บำรุงธรรม (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

เหรียญเม็ดแตง รุ่น”แซยิด อายุยืน”ทางวัดรางหมันจะนำมาเป็นวัตถุมงคลที่ระลึกแก่ผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพกองกฐิน ปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารอายุยืน และกุฏิร่มเย็น โดยจะจัดงานทอดกฐินในวันอาทิตย์ ที่ 3 พ.ย. 2562 (ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 12)

กำหนดการ เวลา 10.30 น. ทอดกฐินสามัคคีเวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์ ณ วิหารอายุยืน

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าภาพกฐินกองละ 1,500 บาท รับเหรียญเงิน 1 เหรียญ เจ้าภาพกองละ 1,000 บาท รับเหรียญชนวน 1 เหรียญ เจ้าภาพกองละ 500 บาท รับเหรียญฝาบาตร 1 เหรียญ เจ้าภาพกองละ 100 บาท รับเหรียญทองแดง 1 เหรียญ

ผู้ที่สนใจวัตถุมงคล สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) และศูนย์จองพระเครื่อง รุ่นเจ้าสัวหลวงปู่แผ้ว ปวโร คุณปริญญา บัวศรี โทร. 086-757-7280, ID LINE : 0867577280 ติดตามความเคลื่อนไหวทาง Facebook Fanpage : วัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว ปวโร วัดรางหมัน

“ยุทธพล”แถลงจับลักลอบ”นาก-ชะนีมือขาว”พรากจากศพแม่

People Unity News : “ยุทธพล”แถลงข่าว”หน่วยพญาเสือ”จับกุมดำเนินคดีเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองรายใหญ่ พบ “นาก-ชะนีมือขาว” ถูกพรากจากศพแม่

วันที่ 31 ตุลาคม​ 2562​ นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวการจับกุม-ดำเนินคดี ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองในภาคใต้ โดยหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า “หน่วยพญาเสือ” ปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปราบที่ 4 (ภาคใต้) และอีกหลายหน่วยงาน ได้ของกลางเป็นนากเล็กเล็บสั้นจำนวน 17 ตัว ซากนากเล็กเล็บสั้น 1 ตัว นาอาย 1 ตัว และชะนีมือขาว 1 ตัว

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพและข้อความ เสนอขายนากเล็กเล็บสั้น และ ชะนีมือขาว บนเฟซบุ๊กหน่วยพญาเสือ จึงได้ลงพื้นที่จ.สงขลาและพัทลุง เพื่อสืบหาข้อมูล ติดต่อขอซื้อสัตว์ป่าจนทราบที่อยู่อาศัยของ นายวุฒินันต์ แสงแก้ว อายุ 27 ปี ผู้ต้องสงสัย จึงได้สนธิกำลังเข้าจับกุม โดนระหว่างการจับกุม นายวุฒินันต์ได้รับโทรศัพท์จากนาย เอกรัฐ วงษ์สวัสดิ์ อายุ 62 ปี ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ สั่งให้นำนากไปส่งจำนวน 10 ตัว จึงขยายผลจับกุมเพิ่ม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัทลุง ดำเนินคดีต่อไป

นายยุทธพล กล่าวว่า ตนขอวิงวอนทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย โดยเฉพาะผู้ซื้อ ขอให้ใช้วิจารณญานและศึกษาข้อมูลและกฏหมายให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะมีโทษปรับหลักล้านบาท อย่าเพียงแค่เสพสื่อทางโซเชียลมีเดีย แล้วเห็นความน่ารักของสัตว์ป่าจนอยากครอบครองโดยไม่สนใจข้อกฏหมาย เพราะส่วนใหญ่สัตว์ป่าที่ถูกนำมาเข้าสู่กระบวนการค้าสัตว์ป่า ล้วนถูกพรากมาโดยการยิงแม่ให้ตาย แล้วได้ลูกมาขายต่อ ส่วนด้านผู้ค้าที่ทำผิดกฏหมายมาหลายครั้งหลายคราว ต่อไปจะไม่มีการผ่อนผันและจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด โดยระหว่างนี้ สัตว์ของกลาง จะถูกนำไปอนุบาลรักษาสุขภาพ อย่างดีที่สุด เพื่อฟื้นฟูความแข็งแรง รอวันปล่อยคืนสู่ป่าที่เป็นบ้านที่แท้จริง ตามนโยบายของ รมว.ทส.ต่อไป

“พิพัฒน์”พัฒนาสำนักวัดเขาอ้อพัทลุง เป็นแหล่งท่องเที่ยวว่าน-สมุนไพรใต้

People Unity News : รมว.พิพัฒน์ ลงพื้นที่สำนักวัดเขาอ้อ จ.พัทลุง เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางการศึกษาเชิงอนุรักษ์ว่านและพืชสมุนไพรในพื้นที่ภาคใต้

วันที่ 31 ตุลาคม​ 2562​ นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงการ​ท่องเที่ยว​และ​กีฬา​ เป็น​ประธาน​เปิดการประชุมหารือเรื่อง กำหนดยุทธศาสตร์ สำนักวัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางการศึกษาเชิงอนุรักษ์ว่านและพืชสมุนไพรในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายคณนาถ หมื่นหนู โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะ​ผู้บริหาร​ฯ​ นางสาวศรอนงค์ สงสมพันธ์ นายอำเภอควนขนุน นายสุกษม อามระดิษ เลขานุการสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย นายเอกระพีร์ สุขกุลพิพัฒน์ รองประธานชมรมอนุรักษ์ว่านและพืชสมุนไพรวัดเขาอ้อ นายอนั้นต์ มณีประสิทธิ์ กำนันตำบลมะกอกเหนือและประธานกรรมการวัดเขาอ้อ ให้การต้อนรับ นำชม และรายงานความคืบหน้าของโครงการ ณ วัดเขาอ้อ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

โดยที่ประชุม​ได้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงการ​ท่องเที่ยว​และ​กีฬา​ ดังนี้

1.โครงการมหกรรมการท่องเที่ยวเมือง​สมุนไพรไสยเวทย์ 560 ปี สำนักเขาอ้อ ส่งเสริมสนับสนุนจุดเด่นวัดเขาอ้อ ด้านอนุรักษ์พืชสมุนไพร การใช้สมุนไพรเพื่อไสยเวช เพิ่มช่องทางการเพิ่มมูลค่าสมุนไพร รวมถึงเรื่องเล่าตำนานความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นจุดขายวัดเขาอ้อ ที่มีคุณค่า และสร้างกระแสนิยมให้กับนักท่องเที่ยว

2.โครงการพัฒนาโครงสร้างสำคัญบริเวณวัดเขาอ้อ สนับสนุนการพัฒนาปรับภูมิทัศน์ โครงสร้างสำคัญบริเวณวัดเขาอ้อ ตามความเรียกร้องของนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก มองเห็นภูมิทัศน์ที่ชัดเจน เช่น โครงการก่อสร้างบันไดคอนกรีตขึ้นจุดชมวิวยอดเขาอ้อ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบวัดเขาอ้อ โครงการก่อสร้างอาคารบริการนักท่องเที่ยว จำหน่ายผลิต​ภัณฑ์ชุมชนและบริการสมุนไพรเพื่อสุขภาพ พร้อมอุปกรณ์แปรรูปสมุนไพร โครงการคลินิกแพทย์แผนไทยวัดเขาอ้อ โครงการศูนย์เรียนรู้แปลงสมุนไพรพร้อมดูแล

3.โครงการพัทลุงเมืองสมุนไพร ส่งเสริมจังหวัดพัทลุงและวัดเขาอ้อให้มีจุดเด่นในการอนุรักษ์พืชสมุนไพร​ และการใช้สมุนไพรเพื่อบำบัดรักษา

รมว.พิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้มาลงพื้นที่ ณ วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เพื่อประชุมหารือการส่งเสริมมหกรรมการท่องเที่ยวเมืองสมุนไพรไสยเวทย์ 910 ปี สำนักเขาอ้อ ซึ่งเป็นจุดเด่นของวัด อาทิ ด้านการอนุรักษ์พืชสมุนไพร การใช้สมุนไพร นับเป็นการเพิ่มช่องทางการเพิ่มมูลค่าสมุนไพร รวมถึงสามารถเล่าขานตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของวัดให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับทราบ ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป

 

“อนุทิน”นำ สธ.จับมือก.ดิจิทัลนำร่องใช้ Big Data พัฒนาระบบบัตรทอง

People Unity News : สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)” พัฒนาระบบบัตรทอง

วันที่ 31 ตุลาคม 2556 ที่โรงแรมเซนทรา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุนภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นพยานในพิธี เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สนับสนุนการให้บริการด้านสุขภาพ มี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนพ. ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นผู้ลงนาม

นายอนุทิน กล่าวว่า พิธีลงนามในวันนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือกันในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลด้านสุขภาพระดับประเทศโดยใช้เทคโนโลยี Big Data ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลปริมาณมากและซับซ้อน การนำเทคโนโลยี Big data เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและการวิเคราะห์ข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนและทันเวลา ทั้งนี้ขอฝากถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำกับดูแลติดตามความก้าวหน้าเนื้อหาสาระที่บรรจุในระบบให้เสร็จสิ้นตามกำหนดและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับทั้งสถาบันเชี่ยวชาญโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปโรงพยาบาลชุมชนได้พัฒนาเป็น Smart Hospital โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารและอำนวยความสะดวกในการจัดบริการประชาชน เช่น การจองคิวออนไลน์ระบบนัดหมาย แจ้งเตือนการฉีดวัคซีน ค้นหาเวชระเบียนออนไลน์ด้วยบัตรประชาชน การบันทึกข้อมูลผู้ป่วยใช้ข้อมูลเดียวกันทั้งโรงพยาบาลและคลินิกหมอครอบครัว รวมทั้งระบบการรักษาทางไกล (Tele Medicine)

“ระบบสาธารณสุขไทยอยู่ในลำดับ 6 ของโรค พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สปสช.มีอายุเกือบ 20 ปี จากการรักษาโรคทั่วไป ปัจจุบัน รักษากระทั่งโรคหายาก เท่ากับดูแลผู้ป่วยทุกโรค คนไทยมีจำนวนมาก ทุกคนล้วนต้องการบริการด้านสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เป็นความจำเป็น ต้องขอบคุณกระทรวงดิจิตัลที่เข้ามาช่วยเหลือ ในอนาคตข้อมูลด้านสุขภาพ ต้องเชื่อมต่อกันทุกสถานพยาบาล การให้บริการจะเร็วขึ้น เมื่อผู้ป่วยไปหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม แพทย์จะรู้ว่าประชาชนแต่ละคนมีอาการอย่างไร รับยาอะไรอยู่ แพ้ยาอะไรบ้าง การเชื่อมโยงข้อมูลจะไม่หยุดที่เรื่องสุขภาพ แต่จะเริ่มต้นใช้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย”

ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้จะเป็นการผลักดันนโยบายการพัฒนาการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีความตื่นตัวเรื่อง Big Data อย่างกว้างขวางองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มปรับตัวและเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคของการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อประกอบการตัดสินใจ

Verified by ExactMetrics