วันที่ 30 เมษายน 2026

“ธนกร”โต้”หญิงหน่อย”รับศก.ไทยไม่ค่อยดีเพราะผลกระทบจากศก.โลก

People Unity News : “ธนกร”โต้”หญิงหน่อย” เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดีเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ยัน”บิ๊กตู่”ไม่เคยอุ้มนายทุน แต่ช่วยคนทั้งประเทศ เหน็บไม่เหมือนอดีตผู้นำบางคน เลือกช่วยเฉพาะจังหวัดที่เลือกตัวเองก่อน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โจมตีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมว่า ไม่เคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง มักอ้างนักการเมืองและผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดีนักเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกจริงๆ ซึ่งทุกประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบหมด รัฐบาลจึงออกมาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงให้เศรษฐกิจประคองไปได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการชิมช้อปใช้ มาตรการประกันรายได้เกษตรกร การส่งเสริมการท่องเที่ยว ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่พูดก็คงไม่มีใครว่า แต่ทางที่ดี หากมีข้อเสนอแนะอะไรดีๆ ก็น่าจะนำเสนอมา ไม่ใช่พูดไปเรื่อย เอาความสะใจไปวันๆ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ควรเอาเวลาไปช่วยดูแลพรรคเพื่อไทยบ้างดีกว่า เห็นส.ส.หลายคนก็บ่นๆ อยู่

นายธนกร กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานเพื่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ที่สำคัญไม่เคยอุ้มนายทุนขนาดใหญ่หรือคนรวยตามที่คุณหญิงกล่าวหา ไม่เหมือนอดีตผู้นำบางคน ไปปราศรัยที่จ.นครสวรรค์แล้วบอกว่าจะช่วยจังหวัดที่เลือกพรรคของท่านก่อนเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เอสเอ็มอี แรงงาน สิ่งเหล่าพี่น้องประชาชนทราบดี มีเพียงคุณหญิงสุดารัตน์ที่ไม่ยอมเปิดรับ อยากให้เปิดใจให้กว้าง ทำจิตใจให้สงบ แล้วจะสัมผัสถึงความรักชาติ รักประชาชนของพล.อ.ประยุทธ์ คุณหญิงสุดารัตน์จะได้เข้าใจ มาช่วยกันเพื่อบ้านเมืองจะดีกว่า เพราะการเล่นเกมการเมืองมากจนเกินไปประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร

ผู้แทน “ทรัมป์” พบ “บิ๊กตู่” ยันพิจารณาตัด GSP ถี่ถ้วนอีกครั้ง

ผู้แทน “ทรัมป์” พบ “บิ๊กตู่” ยันพิจารณาตัด GSP ถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนไทย ยาหอมบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียน พร้อมกระชับความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ขณะที่วงถก “อาเซียน-สหรัฐฯ” ยันร่วมสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้อง Sapphire 108 ชั้น 1 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบหารือกับนายโรเบิร์ต ซี โอไบรอัน (Robert O’Brien) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของนายโดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐอเมริกาในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไทยพร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน และเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ เช่น การลงทุน การต่อต้านการค้ามนุษย์ และการสนับสนุนบทบาทของสหรัฐฯ ในการเพิ่มพูนความร่วมมือกับภูมิภาค พร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยา โดยหวังว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับที่ประเทศไทย

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐฯ แสดงความขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่นของไทย และกล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ฝากหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อย้ำว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับไทยในฐานะมิตรประเทศอันใกล้ชิด ชื่นชมการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ และยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการร่วมมือกับไทยและอาเซียนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคต่อไป

ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ มีความใกล้ชิดและครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง รวมถึงความท้าทายในรูปแบบใหม่ ไทยมุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายยินดีที่การประชุม Indo-Pacific Business Forum ในวันนี้ จะเป็นโอกาสอันดีในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะสาขาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ดิจิทัล ทั้งนี้ระหว่างการหารือได้มีการหยิบยกประเด็นการประกาศพักสิทธิ GSP บางส่วนของไทย ซึ่งสหรัฐฯ รับไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนไทย

อาเซียน-สหรัฐฯ ร่วมสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

ต่อมาเวลา 10.30 น. ณ ห้อง Sapphire 203 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พลเอกประยุทธ์ และผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน และนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 ภายหลังเสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 มีขึ้นเพื่อทบทวนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน-สหรัฐฯ ในมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรมในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ในอนาคต และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยมีผู้แทนจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวให้การต้อนรับนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ในฐานะประธานอาเซียน ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคซึ่งช่วยให้อาเซียนได้พัฒนาเป็นประชาคมที่มีพลวัตและความเจริญรุ่งเรือง และขอบคุณที่สหรัฐฯ สนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนผ่านกลไกสำคัญรวมไปถึง กรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) เออาร์เอฟ และเอดีเอ็มเอ็มพลัส และในปีนี้ อาเซียนและสหรัฐฯ ได้ร่วมกันจัดการฝึกร่วมทางทะเล เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

สหรัฐฯ ยังมีบทบาทสนับสนุนมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงาน รวมถึงการมีบทบาทของนักลงทุนสหรัฐฯ ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญต่อการเจริญเติบโตในภูมิภาคที่ครอบคลุมและยั่งยืน ในการนี้ ผมยินดีที่ภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ร่วมกันริเริ่มจัดการประชุม Indo-Pacific Business Forum ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทย ในวันนี้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการประชุมในวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่อาเซียนและสหรัฐฯ จะได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และหวังที่จะเห็นพัฒนาการในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของอาเซียน-สหรัฐฯ ในทุกมิติ เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ของประชาชนอาเซียนและสหรัฐฯ อย่างก้าวหน้าและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักลงทุนสหรัฐฯ ให้ร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค รวมถึงสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งบทบาทที่แข็งขันของสหรัฐฯ นี้จะช่วยต่อยอดการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดหลักของการประชุมอาเซียนในปีนี้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกส่วนที่มีส่วนร่วมในการแสดงวิสัยทัศน์ และขอบคุณ สปป.ลาว ที่ทำหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพตลอดปีที่ผ่านมา

“เพื่อแม้ว”ยันไม่มีอุปาทานคนจะมาเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ รธน.

People Unity News : “เพื่อแม้ว”ยันไม่ยึดติดตัวคนจะมาเป็นประธาน กมธ ศึกษาแก้ รธน. เพราะสาระอยู่ที่แนวคิดและความจริงใจของแต่ละฝ่าย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว ต่างประเทศ กล่าวถึงการที่สภาจะพิจารณาญัตติตั้ง กมธ.ไปศึกษาวิธีการแก้ไข รธน. และขณะนี้มีการพูดถึงชื่อตัวบุคคลที่จะมานั่งเป็นประธาน กมธ. ชุดดังกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ยึดติดตัวบุคคลที่จะเป็นประธาน แต่ให้ความสำคัญกับแก่นสาระและแนวคิด รวมทั้งความจริงใจของพรรคการเมืองทุกพรรคในสภา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ว่าจะเห็นปัญหาและประเด็นที่ควรได้รับการแก้ไขหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาของกรรมาธิการฯคงต้องไปพิจารณาว่า

1. จะมีการแก้ รธน. ให้มีการเลือกตั้งตัวแทนประชาชนมาร่าง รธน. ในรูป สภาร่าง รธน หรือ สสร. ตามที่พรรคฝ่ายค้านเสนอหรือไม่ หรือ 2. จะแก้ไขมาตรา 256 โดยลดเงื่อนไขให้การแก้ไขรธน. ยากน้อยลง เช่นที่เคยบัญญัติไว้ใน รธน ปี 2550 คือใช้เสียงกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. และ สว.

หรือ 3. อาจมีการเสนอแก้ไขในประเด็นอื่นตามที่รัฐสภาเห็นชอบ “การมีการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชน การมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง และสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้นั้นขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของ รธน. ตนเชื่อว่าพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านและ สว. จะยึดเอาประโยชน์ของคนไทยและประเทศไทย และร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศเดินหน้าเต็มศักยภาพและนำความรุ่งเรืองและมาสู่คนไทยทุกคน”

“ตั๊น จิตภัสร์”เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนว่าด้วยเท่าเทียมทางเพศ

People Unity News :  “ตั๊น จิตภัสร์”เข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและชนชั้นของเพศหญิงในสังคมในหลากหลายมิติ WO=MEN SUMMIT 2019

ช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ย. 2562 นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง ‘Not Just Another Pretty Face’ โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน Dragonfly 360 Summit การประชุมสุดยอดที่ว่าด้วยเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและชนชั้นของเพศหญิงในสังคมในหลากหลายมิติ ณ เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งนางสาวจิตภัสร์ได้กล่าวว่า ตนเองทำงานการเมืองมาเกือบ 10 ปี มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานตรงจุดนี้ มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติและเข้ามาพัฒนาประเทศ กำลังใจจากคนรอบข้างและพี่น้องประชาชนทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตเราจะแข่งขันกันที่ความสามารถและความรู้ มากกว่าว่า วันนี้เราจะแต่งตัวยังไง คนนี้หน้าตาเป็นยังไง

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของผู้หญิง สิทธิในการลาคลอดเป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การขยายระยะเวลาสิทธิลาคลอดเป็น 6 เดือนรับเงินเดือนเต็ม เกิดปั๊บรับสิทธิ์เงินเเสนเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูที่ช่วยให้ลูกที่เกิดมีความสมบูรณ์แต่วันแรก นโยบายนี้กำลังได้รับการผลักดันภายใต้ท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ท้ายสุดนางสาวจิตภัสร์ได้กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เราเห็นในทุกวันนี้ หลายอย่างเริ่มจากรากฐานที่มั่นคง นั่นก็คือเรื่องของการศึกษา หากทุกคนได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกัน และเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ตนเชื่อว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นรากฐาน ให้เด็กเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีอนาคตที่มีคุณภาพ

“มาดามเดียร์”หนุน”อาเซียน”เจ้าภาพบอลโลก2034

People Unity News : “มาดามเดียร์”หนุน”อาเซียน”เจ้าภาพบอลโลก2034 ชี้เป็นความท้าทายของประเทศสมาชิก แต่หากทำได้ ช่วยกระตุ้น ศก.ทั้งระยะสั้น-ยาว ยกระดับอาเซียนในเวทีโลก

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ FB ส่วนตัว”เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี” ระบุว่า หลังจากที่สมาชิกอาเซียนประกาศจับมือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034 ที่เกิดขึ้นในการประชุมอาเซียนซัมมิท ทำให้เดียร์และเชื่อว่าแฟนบอลอีกหลายคนต้องดีใจเป็นพิเศษ เพราะฟุตบอลโลกนอกจากจะเป็นความฝันสูงสุดของวงการฟุตบอลทีมชาติ แต่การจัดงานยังช่วยกระตุ้นระบบหมุมเวียนเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและยาวให้กับประเทศ ยกระดับกลุ่มอาเซียนให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก แต่เป้าหมายจะไปได้ถึงจริงหรือไม่ นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ 1. จากตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะได้รับเทียบกับมูลค่าการลงทุน หากเราดูกรณีตัวอย่างเจ้าภาพในรอบ 3 ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า ทั้งกรณีแอฟริกาใต้ บราซิลและรัสเซีย ต่างล้วนอยู่ในสภาวะที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งมาจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น ทั้ง 3 ประเทศล้วนมีต้นทุนค่าก่อสร้างสนามแข่งขัน และพื้นฐานสาธารณูปโภคอื่นๆที่สูงมาก โดยเฉพาะหากเราย้อนดูกรณีเมื่อครั้งที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพปี 2006 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการกอบโกยรายได้เข้าประเทศเพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับบราซิลที่งบประมาณก่อสร้างบานปลาย มีปัญหาคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นมากมาย จนสร้างสนามเสร็จวินาทีสุดท้ายก่อนพิธีเปิด

2. ความเป็นเอกภาพของประเทศในอาเซียน ในการร่วมกันจัดงาน ยกตัวอย่างงานพิธีเปิด-ปิด ของฟุตบอลโลกที่จะถือเป็นไฮไลท์สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เราจะมีมาตรการอย่างไรในการคัดเลือกประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถ้าดูจากความพร้อมสนามปัจจุบันที่ต้องมีจำนวนที่นั่งอย่างน้อย 80,000 ที่นั่งตามข้อกำหนดของฟีฟ่า ก็ดูเหมือนจะมีเฉพาะ 2 ประเทศในอาเซียนที่มีความพร้อมปัจจุบันคือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย เพราะสนามรัชมังคลาฯของไทยที่ใหญ่ที่สุดสามารถจุคนได้เพียงประมาณ 49,000 คนเท่านั้น ดังนั้นหากไทยต้องการคว้าพิธีเปิด หรือปิดฟุตบอลโลกมาจัดเองก็ต้องมีการลงทุนสนามแข่งเพิ่มเติม

น.ส.วทันยา ระบุด้วยว่า ยังมีความท้าทายอีกหลายจุดโดยเฉพาะในการเตรียมทีมชาติเพื่อให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ หากอาเซียนต้องการเป็นเจ้าภาพจริง การพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลก็คงต้องทุ่มเทความสำคัญนับเป็นวาระหลักของประเทศอีกหนึ่งวาระ ส่วนจะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหนก็คงอยู่ที่ความสามารถของรัฐบาลที่จะวางแผนควบคุมต้นทุนไม่ให้เกิดปัญหาดังเช่นในกรณีประเทศบราซิล แต่ที่สำคัญแน่ๆคือ การลงทุนครั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้คือ ความสุขและความภูมิใจของแฟนบอลอาเซียนทุกคน และอีกสิ่งสำคัญนั่นคือความสามัคคีของคนในชาติที่สามารถสร้างได้ด้วยกีฬา

ถกผู้นำอาเซียนบวกสาม “บิ๊กตู่”ขอเสียงหนุนตั้ง “ศูนย์อาเซียนศึกษาและผู้สูงวัย”ที่ไทย

People Unity News : ถกผู้นำอาเซียนบวกสาม”บิ๊กตู่”ขอเสียงหนุน ตั้ง”ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการ หารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ ” ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม”ที่ประเทศไทย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.30 น. ณ ห้อง Sapphire 204 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 ภายหลังเสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม โดยเน้นแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน


นายกรัฐมนตรีกล่าวในนามรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 พร้อมแสดงความเสียใจกับรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยประเทศไทยหวังว่า กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่และประชาชนที่ประสบภัยให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

โดยความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสามเป็นกรอบความร่วมมือที่มีพลวัตมากที่สุดกรอบหนึ่ง ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเสาหลักที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเฉพาะด้าน รวมทั้งการสร้างแนวคิดการเป็น ประชาคมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทั้ง 13 ประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3M ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน

ภายใต้กระแสความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่าง ๆ ในปัจจุบัน ทั้งการแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นผลมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 ซึ่งอาเซียนบวกสามจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราควรเตรียมความพร้อมให้อาเซียนบวกสามในการรับมือ และมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสจากความท้าทายเหล่านั้น

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม 2 ประการ ได้แก่

ประการที่หนึ่ง ความเชื่อมโยงในภูมิภาค ไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อมโยง ในภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย-แปซิฟิกมาโดยตลอด ซึ่งการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง ต่าง ๆ ของภูมิภาคจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้เป็นกลไกที่สำคัญของการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ประการที่สอง ความยั่งยืนในทุกมิติ ไทยในฐานะผู้ประสานงานของอาเซียนในเรื่องการพัฒนา ที่ยั่งยืนขอให้ประเทศบวกสามสนับสนุนความมุ่งมั่นของอาเซียน ทั้งนี้ ขอให้ประเทศบวกสามสนับสนุนอาเซียน โดยเฉพาะในการจัดตั้ง “ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการ หารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ” ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม” ที่ประเทศไทย

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าความร่วมมืออาเซียนบวกสามจะเป็นกลไกที่สำคัญนำไปสู่หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของภูมิภาคเอเชียตะวันออก พร้อมขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสำนักเลขาธิการอาเซียนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยมาโดยตลอดทั้งปี

“อาเบะ”หารือ”บิ๊กตู่” พร้อมจับมือพัฒนาอีอีซี-แก้รัฐยะไข่

People Unity News : “อาเบะ”หารือ”บิ๊กตู่”ชมบทบาทผู้นำไทยในการประชุมอาเซียนจนเกิดผลสำเร็จในการพัฒนาภูมิภาค พร้อมหารือพัฒนาอีอีซี-สถานการณ์รัฐยะไข่-กีฬา

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เวลา 08.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบหารือกับนายชินโซ อาเบะ (Mr. Shinzo Abe) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยือนประเทศไทยในรอบ 6 ปี ยินดีที่อาเซียนและญี่ปุ่นบรรลุการเจรจาถ้อยแถลงร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 22 ว่าด้วยความเชื่อมโยง พร้อมหวังว่าอาเซียนจะได้ร่วมมือกับญี่ปุ่นภายใต้ ASEAN Outlook on Indo-Pacific โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การเข้าถึงบริการทางการเงิน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการจัดการขยะทะเล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ญี่ปุ่นสนับสนุนการส่งเสริมความเชื่อมโยง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งชื่นชมญี่ปุ่นในฐานะประธาน G20 ในการจัดทำเอกสารผลลัพธ์สำคัญต่างๆ ของการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง G20 Principles on Quality Infrastructure Investment ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง เพื่อสอดประสานข้อริเริ่มด้านความเชื่อมโยงทั้งระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นชื่นชมบทบาทการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย โดยเฉพาะบทบาทผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่สามารถผลักดันให้บรรลุผลการประชุมที่สำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคประสบความสำเร็จ โดยญี่ปุ่นจะเดินหน้าร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมถึงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาประเด็นท้าทายสำคัญในภูมิภาคด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองต่างยินดีต่อความร่วมมือในการส่งเสริม SMEs และ Startups โดยมีการ การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และ Startups ของไทยและญี่ปุ่น จำนวน 6 ฉบับ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่าย และการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการจัดตั้ง Startups ที่มีนวัตกรรมของรัฐบาลไทยภายใต้โครงการ Innospace (Thailand) รวมทั้ง ความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ในการพัฒนาประเทศที่สาม ซึ่งมีการลงนามบันทึกช่วยจำว่าด้วยกรอบความร่วมมือแบบหุ้นส่วนระหว่างญี่ปุ่นกับไทย ระยะที่สาม (Memorandum on Japan-Thailand Partnership Programme Phase 3) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 เพื่อต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ในด้านการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในประเทศที่สาม โดยเฉพาะประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และอาเซียน โดยใช้ประสบการณ์ องค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของไทยและญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายยังได้หารือประเด็นความร่วมมือในภูมิภาคสำคัญ เช่น ความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนและกรอบ G20 ซึ่งไทยและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ความร่วมมือภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (ACMECS) และกรอบลุ่มน้ำโขง – ญี่ปุ่น ความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สถานการณ์ในรัฐยะไข่ และ ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและกีฬาระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ก่อนจบการหารือ นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกใน ปี 2563

โฆษกปชป.ไม่กังวลผลซูเปอร์โพลยันรมต.ของพรรคมีผลงาน

People Unity News : โฆษกปชป.ไม่กังวลผลซูเปอร์โพลยันรมต.ของพรรคมีผลงาน ย้ำประโยชน์ที่ประชาชนได้รับคือประจักษ์พยานที่ดีที่สุด

วันที่ 4 พ.ย.2562 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีผลสำรวจของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความกังวลใด ๆ ต่อเรื่องดังกล่าวเพราะการทำงานทุกอย่างของรัฐมนตรีของพรรคฯ มีความชัดเจนด้วยผลสำเร็จของงาน และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับก็เป็นประจักษ์พยานให้กับพี่น้องประชาชนดีที่สุด โดยตลอดระยะเวลาที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ เข้ารับตำแหน่งก็มุ่งหน้าทำงานตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีนี้ก็มีสิ่งที่ปรากฏชัดอยู่มากมาย

อีกทั้งนโยบายประกันรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรได้มีการขับเคลื่อนจนเกิดผลสำเร็จ และทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรก็ดีขึ้น รวมไปถึงการเปิดตลาดในต่างประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งออกสินค้าเกษตรของประชาชนให้มีพื้นที่ทางการตลาด เพิ่มช่องทางการขายมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อราคาพืชผลในอนาคต การมุ่งแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบและยั่งยืนโดยการมุ่งเน้นแก้ที่เศรษฐกิจฐานราก และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยผลงานดังกล่าวที่ผ่านมา จึงอยากชี้ให้เห็นว่าทั้งหมดเป็นผลสำเร็จของงาน และเป็นประจักษ์พยานที่จะนำไปสู่ความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนต่อไป โดยข้อมูลของโพลแต่ละโพลนั้นก็เป็นเพียงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทางพรรคฯ ก็มีข้อมูลที่ได้จากเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่นกัน โดยทีมโฆษกฯ ได้ริเริ่มดำเนินการโครงการ “โฆษกสัญจร” ลงพื้นที่ไปจังหวัดต่าง ๆ และจากการสอบถามและเก็บข้อมูลทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าประชาธิปัตย์ทำงานจริงมีผลงานออกมาให้เห็นเด่นชัด โดยนโยบายที่ประชาชนพูดถึงมากที่สุดก็คือ นโยบายประกันรายได้พี่น้องเกษตรกร

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรค จึงไม่จำเป็นต้องมีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับกับผลโพลดังกล่าว และเมื่อติดตามจากข่าวสารการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคฯ ทุกคนจะเห็นได้ว่ามีผลงานปรากฏออกมาให้เห็นต่อเนื่องตลอดเวลา โดยล่าสุดประชาชนชาวสวนยางทั้งประเทศได้ขอบคุณ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงการจ่ายเงินส่วนต่างครั้งประวัติศาสตร์ในการประกันรายได้ยางพาราให้พี่น้องชาวสวนยางอีกด้วย ดังนั้นรัฐมนตรีของพรรคฯ รวมถึง ส.ส. ของพรรคจึงไม่มีความกังวลแต่อย่างใด และยังคงตั้งใจ มุ่งหน้าทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่

เจ้าคุณเทียบต้อนรับนายกฯรัสเซียชมวัดโพธิ์ โอกาสเยือนไทยหารือ”บิ๊กตู่”

People Unity News : เจ้าคุณเทียบต้อนรับนายกฯรัสเซียชมวัดโพธิ์ โอกาสเยือนไทยหารือ”บิ๊กตู่” ระหว่างประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 35

วันที่ 3 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย หลังจากเข้าพบปรึกษาหารือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางไปที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ เพื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยมีพระราชปริยัติมุนี หรือเจ้าคุณเทียบ สิริญาโณ ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาส คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ให้การต้อนรับพาเยี่ยมชม

Cr.ภาพจากเพจ Phra Rajapariyattimuni Thiab

รมว.พาณิชย์สหรัฐเข้าพบ”บิ๊กตู่” พร้อมทบทวนตัด”จีเอสพี”บางส่วน

People Unity News : รมว.พาณิชย์สหรัฐเข้าพบ “บิ๊กตู่” พร้อมเจรจาทบทวนประเด็นการตัดจีเอสพีบางส่วนแก่ไทย ขณะที่นายกฯรัสเซียเข้าหารือด้วยโดยไทยหวังกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิลเบอร์ได้นำคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมเดินทางมาไทย ซึ่งสหรัฐฯ นับเป็นนักลงทุนที่สำคัญของไทยและมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัทสหรัฐฯ ในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อากาศยานและอวกาศ ดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์

ด้าน รมว.พณ.สหรัฐฯ แสดงความชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน พร้อมกล่าวว่าการมาเยือนครั้งนี้นำภาคเอกชนจากสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของไทยมาร่วมประชุม Indo Business Forum ที่หอการค้าไทยและหอการค้าสหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน เชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคเอกชน

“นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยมีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่การลงทุนของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างชาติ รวมทั้งได้พัฒนากฎระเบียบต่างๆ และผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ มาร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคของอาเซียนด้วย”นางนฤมล กล่าวและว่า

สำหรับประเด็นการพักสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) บางส่วนแก่ไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลห่วงกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาคเอกชนและสาธารณชน แต่เข้าใจดีเรื่องกติกาของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในฐานะมิตรอันใกล้ชิด ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาทบทวนอีกครั้ง ซึ่งรมว.พณ.สหรัฐฯ พร้อมเปิดให้มีการเจรจาทบทวนระหว่างกันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 6 เดือน

นางนฤมล กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์ได้ร่วมหารือกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีความยินดีที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศมีความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ท่านนายกฯ ยังได้กล่าวเชิญบริษัทรัสเซียเข้ามาลงทุนใน EEC ในสาขาที่รัสเซียเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล การเมือง ระบบเมืองอัจฉริยะ และการผลิตเครื่องมือแพทย์ พร้อมกล่าวว่าไทยมีความสนใจที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตลาดรัสเซียเพิ่มขึ้น และขอบคุณรัสเซียที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ทางประเทศไทยยินดีที่มีการตรวจสอบโรงงานสินค้าประมงไทย โดยหวังว่าจะนำไปสู่การค้าขายสินค้าระหว่างกันมากขึ้น นอกจากนี้ ไทยหวังที่จะกระชับความร่วมมือด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ประโยชน์จากคณะทำงานร่วมด้านพลังงานเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ด้านนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซียยินดีกับประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุม อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย โดยรัสเซียยินดีและพร้อมส่งเสริมความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญกับไทย อาทิ ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน และการเกษตร เป็นต้น

โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์กันอย่างรอบด้าน ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณรัสเซียที่มูลนิธิสโกลโกโว (Skolkovo Foundation) ของรัสเซียได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงคัดเลือกนักศึกษาไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ซึ่งถือเป็นการช่วยพัฒนาบุคลากรด้านวิชาการและวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศไทย

Verified by ExactMetrics