วันที่ 22 เมษายน 2024

นายกฯสนับสนุนดัดแปลงรถยนต์ราชการใช้พลังงานไฟฟ้า

People Unity News : 12 มิถุนายน 2566 โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐนำร่องพัฒนารถยนต์ราชการมาดัดแปลงเป็นรถพลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการนำร่องพัฒนารถยนต์ราชการดัดแปลงเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเปิดตัวรถยนต์ราชการไฟฟ้าดัดแปลงในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยได้พัฒนาต้นแบบยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดิมสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนำรถยนต์ราชการสองคัน คือ รถมินิบัส และรถตู้ ที่สภาพเก่า และใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้มีค่าบำรุงรักษาซ่อมแซม รวมถึงยังปล่อยก๊าซเรือนกระจก PM2.5 และไอเสีย มาดัดแปลงเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน เปลี่ยนต้นกำลังจากการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมุ่งหวังที่จะนำรถยนต์ราชการไฟฟ้าดัดแปลงมาใช้ในการปฏิบัติราชการ และใช้เป็นรถสวัสดิการรับ-ส่งเจ้าหน้าที่ พนักงาน และบุคลากรในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังวางแผนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ และบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ทำให้เกิดการสร้างอาชีพในการดัดแปลงและการซ่อมบำรุงรักษายานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพิ่มขึ้น

“นายกรัฐมนตรีสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐที่มองเห็นความพยายามในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า สอดคล้องกับแนวทางรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลมุ่งผลักดันพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล และทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญของโลก” นายอนุชา กล่าว

Advertisement

รมว.ยุติธรรม ชี้ “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์พักโทษหรือไม่ ขึ้นกับกฎหมาย

People Unity News : 16 กันยายน 2566 พ.ต.อ.ทวี​ สอดส่อง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม​ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใกล้จะครบ 30 วัน ที่รักษาตัวนอกเรือนจำแล้ว ว่า พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มีหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักสากล ย้ำว่ามีมาตรฐานการควบคุมตัวเป็นไปตามระเบียบ ขณะนี้เป็นขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ หากมีการรักษาตัวนอกเรือนจำนานกว่า 30 วัน จะต้องมีความเห็นจากทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ หากนานกว่า 60 วัน จะต้องมีความเห็นจากทางปลัดกระทรวงยุติธรรม และหากนานเกิน 120 วัน จะต้องมีความเห็นจาก รมว.ยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีความเห็นของแพทย์ที่รักษาด้วย เรื่องนี้มีรายละเอียด ส่วนกรณีนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ทุกอย่างขึ้นกับกฎหมาย

Advertisement

บิ๊กล็อต! ครม.แต่งตั้งโยกย้าย”บิ๊กขรก.”หลายกระทรวง

People Unity : บิ๊กล็อต! ครม.แต่งตั้งโยกย้าย”บิ๊กขรก.”หลายกระทรวง ส่วน ศธ. “ดิศกุล”นั่ง กศน. “อรรถพล” สช.

.วันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนระดับสูงหลายกระทรวง ดังนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน 2.นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ อธิบดีกรมพิธีการทูต ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ 3.นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพิธีการทูต 4.น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย 5.นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศ และ 6.นายเอกพล พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมยุโรป ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ – เลสเต ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง สับเปลี่ยนหมุนเวียน และทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1.นายรัตนะ สวามีชัย รองเลขาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ 2.นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิดีกรมปสุสัตว์ ดำรตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการฯ 3.นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการฯ 4.นางดาราเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการฯ และ 5.นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป

กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายพงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 2.น.ส.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการฯ และ 3.นางอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจฯ

กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 8 ราย ได้แก่ 1.นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2.นายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจฯ 3.นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจฯ 4.นางปัทมา วีระวานิช ผู้ตรวจฯ ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 5.นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ ศึกษาธิการภาค 2 ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงฯ 6.นายธีรพงษ์ สารแสน ศึกษาธิการภาค 10 ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงฯ 7.นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจฯ และ 8.นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจฯ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายนิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ นายปริญญา พัฒนภักดี เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นายพชร อนันตศิลป์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารออมสิน และ นายสุพันธ์ุ มงคลสุธี เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

ผบ.ทบ.ยันลบคำว่า “ปฏิวัติ” จากพจนานุกรมกองทัพ

People Unity News : 11 พฤษภาคม 2566 ผบ.ทบ.ยันลบคำว่า “ปฏิวัติ” ออกจากพจนานุกรมกองทัพ ย้ำหลังเลือกตั้งเป็นศูนย์ ไม่หวั่นก้าวไกลเป็นรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องการเมืองจับขั้ว พร้อมดึงสติประชาชน บ้านเมืองต้องการความสงบ หากวุ่นวายจะเดือดร้อน

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์เชิญชวนให้กำลังพลไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ เพราะเป็นหน้าที่ในการสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กองทัพบกโดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้เน้นย้ำมาตลอด นอกจากนี้ยังใช้สื่อของกองทัพบกในทุกช่องทาง เพื่อสื่อสารกับกำลังพลและครอบครัวให้ออกไปใช้สิทธิ เพราะหน้าที่ของพลเมืองที่ดีคือการไปเลือกตั้ง ไปใช้สิทธิของตัวเองให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า อยากเตือนกำลังพลถึงแนวทางปฏิบัติในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า เรื่องแนวทางการปฏิบัติ ให้ระมัดระวังอย่าทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะในด้านใด ซึ่งในวันที่ 12 พ.ค. ถือเป็นวันราชการวันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ก็จะเน้นย้ำกันอีกครั้ง โดยเฉพาะข้อกฎหมาย เช่น การสวมเสื้อมีชื่อพรรคการเมือง เข้าไปในพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง รวมถึงหลังเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. งดการหาเสียง

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ทหารตกเป็นเป้าการยกเลิกเกณฑ์ทหาร และมองว่าทหารไม่จำเป็น มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ใครจะเข้ามา เขาก็มีสิทธิที่จะทำตามนโยบายของเขา ในส่วนของเราที่เป็นทหาร ก็มีสิทธิทำข้อมูลชี้แจงถึงความจำเป็นในการมีทหาร หรือความจำเป็นในการเกณฑ์ทหาร

“เป็นเรื่องที่นายทหารจะต้องพูดคุยกัน มีทั้งเรื่องที่คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คือเป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่ทุกคนจะมีแนวคิดหรือมุมมองด้านใดได้ ถามว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์หลังเลือกตั้ง เพราะมองว่าจะมีความวุ่นวาย จะเดือดร้อนทหารอีกหรือไม่ ผมไม่ห่วง เพราะเชื่อว่าเรามีบทเรียนมามากแล้วในอดีต เพราะฉะนั้นทุกคนมาถึงจุดนี้ การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเดินไป แต่ทุกคนก็ต้องมีสติ ว่าอะไรควร ไม่ควร สำหรับบ้านเมืองเรา และบ้านเมืองต้องการอะไร ซึ่งต้องการความสงบเรียบร้อย บ้านเมืองจะได้เจริญ เศรษฐกิจจะได้ดี แต่ถ้าเราคิดจะขัดแย้ง ก่อความวุ่นวาย บ้านเมืองและคนส่วนใหญ่ก็จะได้รับความเดือดร้อน จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะต้องกังวล แต่ทุกคนควรมีสติ” พล.อ.รณงค์พันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การเปลี่ยนแปลงและการคงไว้ของเดิม อันไหนดีกว่ากัน พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า เรื่องคงเดิมหรือเปลี่ยนใหม่ เป็นเรื่องของวันเวลา ที่เปลี่ยนใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลง ต้องดูว่าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ดี ซึ่งมี 2 ทาง เพราะฉะนั้นทุกคน ถ้ามีสติ และมีข้อมูลอย่างรอบด้าน จะพิจารณาได้ว่า ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ตามกาลเวลาและสถานการณ์โลกใบนี้ เช่นเดียวกับชีวิตพวกเราก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงมีอยู่แล้ว เพียงแต่ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี

เมื่อถามว่า 5 เดือนที่เหลือในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยืนยันได้หรือไม่ว่า สถานการณ์จะเรียบร้อย ไม่มีทหารออกไปทำอะไรให้ประชาชนหวาดวิตก พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า “ผมยืนยันไม่ได้ หมายถึงว่า ในส่วนของบ้านเมืองจะเรียบร้อยหรือไม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน แต่สิ่งที่ผมยืนยันได้ในเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ผมบอกแล้วว่ามันติดลบ ติดศูนย์ ผมยืนยันเรื่องนั้นแน่นอน”

เมื่อถามว่า ไม่มีการปฏิวัติหลังการเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า คำพวกนี้บอกนักข่าวไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ควรพูด ไม่ควรถาม และไม่ควรเขียน เพราะจะเป็นการปลุกความคิดที่ขัดแย้งต่อเนื่อง ซึ่งมันควรจะไม่มีแล้ว เพราะคำพวกนี้ที่คิดว่าไม่ดี ไม่เหมาะสม กลับประเทศ จึงขอร้องผู้สื่อข่าว ควรลบออกไปจากพจนานุกรมของผู้สื่อข่าว

เมื่อถามย้ำอีกว่า ต้องลบออกจากพจนานุกรมของกองทัพด้วยหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ พยักหน้า พร้อมกล่าวว่า ลบแน่นอนสำหรับผม

เมื่อถามว่า ไม่ควรจะมี แต่ใช่ว่าจะไม่มีใช่หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ยังคงถามอยู่ คือ สิ่งที่เราสื่อสารกันเข้าใจ นักข่าวต้องถามเรื่องพวกนี้ จึงบอกว่าให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ไม่ควรมีคำพวกนี้

เมื่อถามว่า มีคนไปปลุกกระแส หากมีคนไปเลือกพรรคโน้นแล้วทหารจะออกมา พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของสถานการณ์ในอนาคต ไม่มีใครตอบได้ จนกว่าจะถึงวันที่ 14 พฤษภาคม หรืออะไรก็ว่ากันไป ซึ่งถือเป็นเรื่องของนักการเมืองที่จะไปจับขั้วกันเองว่าจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ทหารเป็นเพียงข้าราชการประจำ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง

Advertisement

 

นายกฯตอบเอง “หม่อมอุ๋ย” หน.ทีมเศรษฐกิจ พปชร.??

People Unity News : 21 ตุลาคม 65 ตามที่มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมผลักดัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐนั้น

ในวันนี้ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเสร็จ ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี รวมถึงกรณีที่ล่าสุดมีชื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ โดยนายกรัฐมนตรีส่ายหน้าและตอบว่า ไม่มี

Advertisement

“IMF”เข้าพบ”บิ๊กตู่” อาสาเผยแพร่ ศก.พอเพียง ให้ทั่วโลกได้รับรู้

People Unity News : “IMF”เข้าพบ”บิ๊กตู่”ที่ทำเนียบฯ อาสาเผยแพร่ ศก.พอเพียงให้ทั่วโลกได้รับรู้ เหตุสอดคล้องกับหลักการของ ยูเอ็น

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้การต้อนรับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Mrs. Kristalina Georgieva)  กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หลังจากนั้นได้พาเดินชมทัศนียภาพโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนางคริสลินา กล่าวชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมของทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับทักทายบรรดาสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของไอเอ็มเอฟที่มีต่อประเทศไทยว่า นางคริสตาลินาระบุว่าก่อนเดินทางมาประเทศไทย เพิ่งได้อ่านหนังสือและได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และคิดว่าเป็นหลักปรัชญาที่ทางไอเอ็มเอฟจะนำไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รับรู้ เพราะสอดคล้องกับหลักการของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นางคริสตาลินาได้เล่าให้นายกรัฐมนตรีฟังว่าการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมาร่วมประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งความจริงได้พบกับนายกรัฐมนตรีระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 อยู่แล้ว และได้มีการพูดคุยกันเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

นางนฤมล กล่าวว่า ส่วนสภาพเศรษฐกิจโลก นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าในหลายข้อเสนอแนะ เราพร้อมที่จะรับมาดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบายด้านการเงินที่ทางไอเอ็มเอฟระบุว่า ไทยยังสามารถจะปรับได้อีก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของระยะยาว คือการปรับโครงสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษาจะพัฒนาอย่างไรให้มีคุณภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการพัฒนาทักษะแรงงาน

นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า สิ่งเหล่านี้ได้อยู่ในแผนพัฒนาและแผนยุทธศาสตร์ชาติอยู่แล้ว ที่จะมีการทบทวนทุกๆ 5 ปี ทั้งนี้ ทางธปท.คงได้มีการหารือตัวแทนไอเอ็มเอฟอีกครั้งหนึ่ง และไอเอ็มเอฟมองประเทศไทยว่า ยังมีจุดที่สามารถพัฒนาได้อีกมากตามศักยภาพที่มี พร้อมชื่นชมการจัดประชุมอาเซียนซัมมิท

“อย่างไรก็ตาม ไทยพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำและดำเนินการในทุกมิติ โดยมอบหมายให้ทางธปท.เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่า ธปท.เป็นองค์กรอิสระ ในฐานะฝ่ายบริหารจะไปก้าวล่วง หรือสั่งการอะไรไม่ได้” นางนฤมล กล่าวและว่า

นอกจากนี้ ทางไอเอ็มเอฟ แม้ไม่ได้มีการพูดคุยถึงภาพรวมภายหลังการเลือกตั้ง แต่ก็มองว่าในปัจจุบันประเทศไทยยังมีเสถียรภาพ ซึ่งหลังการเลือกตั้งน่าจะมีการปฎิรูปในหลายด้าน

เมื่อถามว่าทางไอเอ็มเอฟต้องการให้ธปท. ลดอัตราดอกเบี้ยตามเฟดใช่หรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่ได้พูดชัดเจนขนาดนั้น เพียงแต่บอกว่ายังมีช่องทางที่สามารถปรับได้อีก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนได้มากขึ้น

“ประยุทธ์” เปิด Website และ Facebook “สายตรง ไทยนิยม”

People unity news online : รัฐบาลเปิดสายตรงไทยนิยม ช่องทางการรับฟังปัญหาจากประชาชน 24 ชม. โดยได้เพิ่มช่องทางสื่อสารเปิด Website และ Facebook ชื่อ “สายตรง ไทยนิยม”

เมื่อวานนี้ (3 เมษายน 2561) เวลา 13.45 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการสายตรงไทยนิยม โดยฝากสื่อมวลชนชี้แจงต่อประชาชนถึงช่องทางการสื่อสารของรัฐบาล โดยได้เพิ่มช่องทางสื่อสารเปิด Website และ Facebook ชื่อ “สายตรง ไทยนิยม” เพื่อรับคำร้องเรียน ร้องทุกข์ ข้อเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น และใช้ในการกระจายข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ ข้อมูลสาธารณประโยชน์ ข้อเท็จจริงต่างๆที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เสริมช่องทางเดิมที่มีอยู่ ซึ่งโครงการนี้ไม่ใช่โครงการประชานิยม แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางการรับฟังปัญหาจากประชาชน ในขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความต้องการสาธารณูปโภคพื้นฐานมากถึง 50% ทั้งนี้เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การค้าขาย  การคมนาคมได้สะดวก นอกจากนี้ ยังมีด้านสาธารณสุข 8% ด้านการเกษตรประมาณ 10% และด้านอื่นๆ เช่น การบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานต้องทำงานในเชิงโครงสร้างในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ส่งเสริมผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งการดูแลแรงงานภาคการเกษตรให้กลับสู่ภูมิลำเนา รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการปฏิรูปการเกษตรทั้งระบบ ซึ่งได้ดำเนินการทบทวนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้มากขึ้น รวมทั้งการเจรจาค้าขายกับต่างประเทศ โดยต้องระมัดระวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรภายในประเทศ ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนคำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้เป็นแรงงานที่มีฝีมือ เพื่อให้เป็นแรงงานที่มีศักยภาพ และเพิ่มรายได้สูงขึ้น

People unity news online : post 4 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น.

นายกฯบอกชาวกำแพงเพชร พร้อมผลักดันทุกโครงการ หากได้อยู่ต่อ

People Unity News : 7 กรกฎาคม 2565 นายกฯ​ พร้อมผลักดันทุกโครงการให้เร็วขึ้น หากได้อยู่ต่อ บอกไม่ได้สัญญาล่วงหน้าหรือหาเสียง อ้อนเอาหัวใจมาฝากชาวกำแพงเพชร ขณะชาวบ้านอวยพร ขอให้กลับมาเป็นนายกฯ อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ การจัดหาแหล่งน้ำ และการเพิ่มพื้นที่ชลประทานของจังหวัดกำแพงเพชร ที่ฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง (โครงการหนองขวัญ) ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนคือวัยเดียวกัน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งต้องช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ ดีใจที่ได้มาเจอทุกคนในวันนี้ และได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งของชาวจังหวัดกำแพงเพชร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เอาหัวใจมาฝากชาวกำแพงเพชร ขอให้รู้ว่านายกรัฐมนตรีใจร้อนและอยากทำงานให้แล้วเสร็จ แต่ปัญหามีจำนวนมาก ตนเองอยู่มาเกือบ 8 ปี แผนงานโครงการต่างๆ ได้เข้าสู่ขั้นตอนแล้ว หากได้อยู่ต่อก็จะทำให้เร็วขึ้น แต่ที่พูดนี้ไม่ได้เป็นการหาเสียง และที่ผ่านมาได้พยายามอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำฝนที่ตกลงมามีปริมาณพอสมควร แต่อยู่ที่ว่าจะสามารถกักเก็บได้มากน้อยแค่ไหน ทุกวันนี้สภาพอากาศได้เปลี่ยนแปลงไป ได้พยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่างอย่างเต็มที่ และถ้าทุกคนได้ร่วมมือกัน และเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะเดินหน้าต่อไปได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมาถึงที่นี่แล้วรู้สึกแข็งแรง เพราะอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้รับอากาศอย่างที่นี่ ซึ่งรู้สึกอบอุ่น บางทีอาจจะร้อนไปบ้าง แต่ก็อบอุ่นใจ คนเราอยู่ด้วยใจ อยู่ที่กำลังใจ ซึ่งสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ไปก็ได้รับการตอบกลับมาจากประชาชน โดยนายกฯ ถามประชาชนว่า ใครให้นายกฯ เต็ม 100 บ้าง ซึ่งทุกคนได้ยกมือ นายกรัฐมนตรีจึงบอกว่านายกฯ ให้กลับไป 200 ตนขอเกทับ วันนี้พวกมาเยอะมาทั้ง ส.ส. ส.ว.และได้พูดคุยกัน แล้วว่าจะทำอะไรเพื่อประชาชนให้เดินหน้าไปข้างหน้า ทำการเมืองก็ต้องทำเพื่อประชาชน เราอาจจะให้สัญญามากไม่ได้ แต่เราต้องทำให้ได้ในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว ซึ่งตนเองรู้ข้อมูลทั้งประเทศทั้งหมด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวใจเราตรงกัน ตนไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโต เพียงแต่มีหน้าที่ที่เข้ามาดูแล ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นนายกฯ ไม่คิดทุจริตและเงินทุกบาททุกสตางค์ต้องกลับมาที่ประชาชน เมื่อเห็นน้ำก็มีความสุข บางทีเห็นน้ำก็มีความทุกข์ เพราะมากเกินไป ฝายตรงนี้หากทำให้เร็วขึ้น เพราะขอมานานแล้ว​ ขอมาตั้งแต่รัฐบาลไหน และตนจะผลักดันให้ ซึ่งข้อเรียกร้องของประชาชน ถ้าอะไรที่ไม่มีปัญหาทางกฎหมาย​ ตนยินดีจะทำให้

นายกรัฐมนตรี ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “จะดูแลเมื่อยามเธอหมองเศร้า” ซึ่งคือเพลง ขอเป็นคนหนึ่ง ของนันทิดา แก้วบัวสาย ทั้งนี้ มีประชาชน ได้บอกว่า ขอให้นายกฯ ได้เป็นนายกฯ อีก จากนั้นนายกฯ ได้พบกับประชาชนจากจังหวัดพิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ที่มารอพบพร้อมตะโกนนายกฯ สู้ ๆ พร้อมให้ดูแลเรื่องบริหารจัดการน้ำช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า ถ้าได้อยู่ก็จะทำต่อ ทำให้ชาวบ้านปรบมือ นายกฯ จึงกล่าวอีกว่า เดี๋ยวหาว่ามาหาเสียง ไม่ใช่ แต่มาตรวจงาน ดูทุกพื้นที่ ทั้งนี้ นายกฯ ยังขอให้ประชาชนดูแลป้องกันตัวเองจากโควิด-19 ขณะก่อนหน้านี้ ชาวบ้านได้ผูกผ้าขาวม้าให้นายกฯ ด้วย

Advertisement

“บิ๊กป้อม”เผยครม.ไฟเขียว”ชิม ช้อป ใช้”เฟส 2 เริ่ม 24 ต.ค.

People Unity : “บิ๊กป้อม”เผยครม.ไฟเขียว”ชิม ช้อป ใช้”เฟส 2 เริ่ม 24 ต.ค.  ลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนองห้องชุดไม่เกิน 3 ล้าน “สมคิด”ชูกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ด้านบิ๊กบอสเครือสหพัฒน์จี้แบงก์ชาติดูเงินบาทอย่าแข็งมากเกิน

วันที่ 22ต.ค.2562 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.วันนี้อนุมัติมาตรการชิมช็อปใช้ ระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 62 ระยะที่ 2 ใน 4 มาตรการ ประกอบด้วย

1.มาตรการส่งเสริมการบริโภคในประเทศ (ชิมช้อปใช้ เฟส 2) จำนวน 3 ล้านคน โดยรับลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคน เริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 24 ต.ค.62 นอกจากนี้ ยังขยายมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.62 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.62

โดยสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนได้รับมี 3 ส่วน

1) รัฐบาลสนับสนุนวเงินเพื่อเป็นสิทธิซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 1,000 บาท/คนผ่านแอพฯ “เป๋าตัง”

2) กรณีผู้ที่ลงทะเบียนเติมเงินใน g-wallet ช่อง 2 เพื่อใช้จ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก รวมถึงบริการต่างๆ ค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น ค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้น จะได้รับ cash back เท่ากับ 15% ของยอดการชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาท/คน (วงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท/คน)

3) ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการใช้จ่ายผ่าน g-wallet ช่อง 2 โดยรัฐบาลจะสนับสนุน cash back เท่ากับ 20% ของยอดการชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาท/คน สำหรับวงเงินใช้จ่ายในส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท/คน (วงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาท/คน) ซึ่งจะรวมถึงผู้ที่ได้รับสิทธิ 10 ล้านคนแรกที่ยังไม่ถูกตัดสิทธิ

2. มาตรการลดภาษีเพื่อที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนอง (ที่ต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน) โดยจะเป็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01% เฉพาะการซื้อขายที่อยู่อาศัย ที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้-24 ธ.ค.63 ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากการปรับลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวราว 2,652 ล้านบาท

3. มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ตั้งวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท

4. มาตรการเร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม สัมมนา ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มตั้งแต่ พ.ย.-ธ.ค.62 รวม 2 เดือน

“สมคิด”ชูกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ด้านบิ๊กบอสเครือสหพัฒน์จี้แบงก์ชาติดูเงินบาทอย่าแข็งมากเกิน

ทางด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการชิมช้อปใช้เฟส 2 ยังจำเป็นต้องแจกเงิน 1,000 บาทให้กับผู้ลงทะเบียน เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น และที่ผ่านมามองว่าประชาชนใช้จ่ายเงินคล่องมากขึ้น นับว่าการออกโครงการชิมช้อปใช้ เป็นวิธีการที่ได้ผล เพราะดึงดูดให้ประชาชนผู้ลงทะเบียนออกไปใช้จ่ายต่างจังหวัดมากขึ้น และยังดึงดูดให้ร้านค้ารายย่อย รายใหญ่ รายใหม่นับแสนรายเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งพัฒนาระบบข้อมูล Big Data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับหลายหน่วยงานของรัฐ เพื่อรองรับการให้สวัสดิการรูปแบบต่างๆเพิ่มเติม

สำหรับตัวเลขการส่งออกเดือนก.ย.62 แม้ติดลบร้อยละ 1.4 ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีสำหรับประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และไทยยังมีสินค้าอีกหลายกลุ่มสามารถทำตลาดเพื่อการส่งออกได้ เช่น สินค้าเกษตร และสินค้าทำตลาดเฉพาะกลุ่มในประเทศเป้าหมาย

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่เหมือนที่หลายฝ่ายกังวล เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังเข้มแข็ง และการชะลอตัวลักษณะดังกล่าวเป็นแบบนี้มานานหลายปี เศรษฐกิจไทยยังดำเนินอยู่ไปได้ เศรษฐกิจไทยจึงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลคือ กำลังซื้อของรายย่อยที่ขาดหายไป จึงต้องเติมกำลังซื้อรูปแบบต่างๆเช่น ชิมช้อปใช้ เพื่อให้ภาคเกษตร ร้านค้ารายย่อย วิสาหกิจชุมชน มีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้สิ่งสำคัญต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพื่อประคองเศรษฐกิจไทยให้เหมาะสม ยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลดีต่อการลงทุน นำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาขยายการลงทุน เพื่อพัฒนาโครงสร้างหลักของประเทศ อีกมุมหนึ่งการดูแลส่งออก ด้วยการให้เงินบาทอ่อนค่าสอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ดูแลสินค้าเกษตร สร้างรายได้ให้เกษตรกร ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดูแล

ขณะที่การทำงานปัจจุบัน ธปท.ยังให้ความสำคัญกับการปรับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยสอดคล้องกับแนวโน้มอัตราของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จนทำให้กองทุนเฮดฟันด์จับทิศทางนโยบายการเงินของไทยได้ ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าในปัจจุบัน ท้ายที่สุดส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรรายย่อยของประเทศ ขณะที่หลายประเทศทั้งพัฒนาแล้วหรือบางประเทศ ธนาคารกลางใช้นโยบายการเงินช่วยดูแลเศรษฐกิจในประเทศในช่วงทั่วโลกประสบปัญหา จึงอยากให้ ธปท.พิจารณาปัจจัยดังกล่าวนี้ เพื่อดูแลเงินบาทอ่อนค่าลงดูแลภาคเกษตร

นายกฯปลื้ม “ชาไทยเย็น” คะแนนโหวตติดอันดับโลก ต่อยอดท่องเที่ยว

People Unity News : 25 กุมภาพันธ์ 2566 โฆษกรัฐบาล เผย TasteAtlas จัดอันดับ “ชาไทยเย็น” ติด 1 ใน 10 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับคะแนนดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023 (10 Best Rated Non-Alcoholic Beverages in the World)

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2566) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ได้ทราบว่า TasteAtlas ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความและข้อมูลอาหารยอดนิยมทั่วโลกได้จัด 10 อันดับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023 (10 Best Rated Non-Alcoholic Beverages in the World) (https://www.tasteatlas.com/best-rated-non-alcoholic-beverages-in-the-world#!#modal) โดย “ชาไทยเย็น” ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลกสะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอาหารของไทยที่โดดเด่น ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2018 ชาเย็นไทย ก็ได้รับการจัดอันดับที่ 27 ใน 50 เครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดในโลก (World’s 50 most delicious drinks) จากเว็บไซต์ CNN Travel เช่นเดียวกัน (https://edition.cnn.com/travel/article/most-delicious-drinks-world/index.html)

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลการจัดอันดับดังกล่าวได้ให้รายละเอียดว่า ชาไทยเย็น ได้รับคะแนนโหวต 4.7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน โดยถือเป็นเครื่องดื่มที่ผสมผสานเข้ากันได้ดีระหว่างชาดำเข้มข้น นมข้นหวาน/จืด น้ำตาล และสมุนไพรเครื่องเทศต่าง ๆ ซึ่งเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง โดยปัจจุบันจะพบชาไทยเย็นได้ ทั้งใน Street Food และร้านอาหารทั่วไป

ทั้งนี้ การจัดอันดับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1. Hong Kong-Style Milk Tea จากฮ่องกง 2. Aguas Frescas จากเม็กซิโก 3. Chai masala จากอินเดีย 4. Maghrebi Mint Tea จากเมืองอัลมัฆริบ (Maghreb) และโมร็อกโก 5. Horchata จากเม็กซิโก 6. Salep จากตุรกี 7. ชาไทยเย็น จากไทย 8. El submarino จากอาร์เจนตินา 9. Ristretto จากอิตาลี และ 10. Darjeeling จากอินเดีย

“นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงการส่งเสริม Soft power ประเภทต่าง ๆ ซึ่งมั่นใจว่าไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหารไทยถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นการตอกย้ำเป้าหมายของไทยในการขับเคลื่อนนโยบายครัวไทย สู่ครัวโลก ชูจุดเด่นด้านอาหารของไทยที่มีความหลากหลาย รสชาติอร่อย ซึ่งเป็นสิ่งนานาชาติให้การชื่นชมและยอมรับมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสามารถต่อยอดไปสู่การส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมการบริโภคได้เพิ่มเติมในอนาคต” นายอนุชา กล่าว

Advertisement

Verified by ExactMetrics