วันที่ 15 มีนาคม 2026

รัฐบาลห่วงไข้มาลาเรียฤดูฝน พบตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม

People Unity News : 16 กรกฎาคม 2566 รัฐบาลห่วงใยสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในช่วงฤดูฝน พบตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม เตือนประชาชนและผู้เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง 10-14 วัน มีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยร่างกาย ให้พบแพทย์โดยเร็ว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยประชาชนหลังรับทราบรายงานสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย (ณ 7 ก.ค. 66) กรมควบคุมโรครายงานพบผู้ป่วยเพิ่มจากสัปดาห์ก่อนหน้า 835 ราย นายกรัฐมนตรีจึงฝากความห่วงใยมายังประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีไร่มีสวนติดกับเขตพื้นที่ป่าเขา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดนที่ติดพื้นที่ป่า รวมทั้งประชาชนที่ชอบเดินป่า เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนเหมาะต่อการเจริญพันธุ์ของยุงหลายชนิด เสี่ยงติดเชื้อโรคมาลาเรียซึ่งมียุงก้นปล่องที่ออกหากินเวลากลางคืนเป็นพาหะนำโรค โดยกรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้มิดชิด ใช้ยาทากันยุงหรือจุดยากันยุง หากต้องนอนค้างคืนในป่าควรกางมุ้ง หรือหากนอนเปลควรหามุ้งคลุมเปลป้องกันยุงกัด จะช่วยป้องกันโรคไข้มาเลเรีย หรือไข้ป่า ไข้จับสั่นได้

นางสาวรัชดา กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รายงานสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย จากระบบมาลาเรียออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยสะสม 9,255 ราย (รายงานเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 835 ราย) จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุดได้แก่ ตาก 5,513 ราย รองลงมาคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1,026 ราย และจังหวัดกาญจนบุรี 945 ราย เป็นคนไทย 4,158 ราย (ร้อยละ 44.9) และต่างชาติ 5,097 ราย (ร้อยละ 55.1) พบผู้เสียชีวิต 3 ราย ที่จังหวัดตาก ทั้งนี้ โรคไข้มาลาเรีย เกิดจากเชื้อพลาสโมเดียม โดยมียุงก้นปล่องซึ่งมักอาศัยอยู่ตามป่าเขาเป็นพาหะ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามพื้นที่ป่าเขา รวมถึงพื้นที่แถบชายแดน มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด อาการของโรคไข้มาลาเรีย คือ เมื่อผู้ป่วยถูกยุงก้นปล่องตัวเมียกัด จากนั้นประมาณ 10 – 14 วัน จะมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะเป็นพัก ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร หากไปพบแพทย์ทัน สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยาในเวลาไม่นาน แต่หากไปพบแพทย์ช้า ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวาย ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

“กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงโรคไข้มาลาเรีย 10 – 14 วัน แล้วมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยร่างกาย คลื่นไส้และเบื่ออาหาร ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่โรงพยาบาล ซึ่งมีขั้นตอนคือ การเจาะเลือดหาเชื้อ หากพบเชื้อจะได้รับยา และกินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง มาตรวจเลือดซ้ำตามแพทย์นัด และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการควบคุมยุงพาหะ ในพื้นที่ให้คลอบคลุมทุกหลังคาเรือน เร่งค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการ 1-3 -7 และเฝ้าระวังการกลับมาแพร่เชื้อใหม่ในพื้นที่ และสำหรับประชาชนเมื่อต้องเข้าป่า หรือไปในพื้นที่เสี่ยงควรป้องกันตนเอง ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าปกคลุมแขนขาให้มิดชิด ใช้ยาทากันยุงหรือจุดยากันยุง เมื่อต้องนอนค้างคืนในป่า ควรนอนในมุ้ง โดยมุ้งต้องอยู่ในสภาพดีไม่มีรูขาด รวมทั้งนำมุ้งไปชุบสารเคมีที่มีฤทธิ์ไล่และฆ่ายุง หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นางสาวรัชดา กล่าว

Advertisement

ฮามาสปล่อยตัวประกันคนไทยเพิ่มอีก 3 คน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 27 พฤศจิกายน 2566 กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันกลุ่มที่ 3 ที่ลักพาตัวมาจากอิสราเอล จำนวน 17 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 3 คน แลกเปลี่ยนกับนักโทษชาวปาเลสไตน์

กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันกลุ่มที่ 3 ที่ลักพาตัวมาจากอิสราเอล จำนวน 17 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 3 คน แลกเปลี่ยนกับนักโทษชาวปาเลสไตน์

เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของข้อตกลงพักรบในฉนวนกาซา ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ทั้งสองฝ่ายยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงด้วยการปล่อยตัวประกันและนักโทษตามที่ตกลงกันไว้ โดยกองทัพอิสราเอลแถลงว่ากลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันชุดที่ 3 รวม 17 คน แบ่งเป็นชาวอิสราเอล 13 คน รวมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งบางคนในนี้เป็นบุคคลสองสัญชาติ นอกจากนี้ยังปล่อยตัวแรงงานชาวไทยอีก 3 คน และชาวรัสเซีย 1 คน

ต่อมาสื่ออิสราเอลรายงานว่า ตัวประกันชาวรัสเซียถือสัญชาติอิสราเอลด้วย จึงทำให้มีตัวประกันชาวอิสราเอลได้รับการปล่อยตัวชุดที่ 3 จำนวน 14 คน ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์จากเรือนจำเพิ่ม 39 คน

กลุ่มฮามาส แถลงด้วยว่า ตัวประกันกลุ่มหลังที่ได้รับการปล่อยตัวคือแรงงานไทย 3 คน และอีกคนเป็นคนสองสัญชาติ อิสราเอล-รัสเซียนั้น ได้รับการปล่อยตัวนอกเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล ซึ่งก่อนหน้านี้ข่าวระบุว่าอิหร่านและตุรกีช่วยเจรจาช่วยเหลือปล่อยตัวประกันคนไทย ขณะที่คนสองสัญชาติ อิสราเอล-รัสเซีย ได้รับการปล่อยตัวตามความพยายามประสานช่วยเหลือของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

ส่วนการพักรบสองวันแรก เมื่อวันที่ 24 และ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลแล้วรวม 26 คน แรงงานไทย 14 คน และฟิลิปปินส์ 1 คน ส่วนอิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์จากเรือนจำรวมแล้ว 78 คน

มีรายงานว่า กลุ่มฮามาสแถลงต้องการให้มีการขยายข้อตกลงพักรบชั่วคราวกับอิสราเอล หลังจากข้อตกลงปัจจุบันที่มีกำหนด 4 วัน จะสิ้นสุดลงในวันนี้ (27 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อพยายามเพิ่มจำนวนตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัว แหล่งข่าวบอกว่าฮามาสอยากขยายข้อตกลงพักรบออกไป 2-4 วัน และจะปล่อยตัวประกันเพิ่มอีก 20-40 คน หรือวันละ 10 คน

ในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล บอกว่าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะมีตัวประกันได้รับอิสรภาพเพิ่ม โดยเฉพาะตัวประกันเด็กที่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ถูกฮามาสจับไป อย่างไรก็ดี หากผ่านพ้นข้อตกลงพักรบ 4 วัน และไม่มีการขยายเพิ่ม กองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบในฉนวนกาซาต่อไปทันที เพื่อจุดมุ่งหมายสูงสุด คือการกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

Advertisement

ศบ.ทก.เปิดไทม์ไลน์เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 24 กรกฎาคม 2568 โฆษก ศบ.ทก. ไล่เลียงไทม์ไลน์ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำทหารกัมพูชาวางอาวุธครบมือ พร้อมเปิดฉากยิงก่อน ใกล้ปราสาทตาเมือนธม ก่อนขยายการปะทะไปอีก 6 จุด ประชาชนตาย 1 บาดเจ็บ 3 เด็ก 5 ขวบเจ็บด้วย ชี้ ศบ.ทก. ยกระดับขั้นที่ 4 ปิดทุกด่านชายแดน วอนนักพนันไทยดูแลตัวเอง เดินทางกลับไม่ได้

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ศบ.ทก. แถลงว่า ที่ประชุม ศบ.ทก. ได้มีการพูดคุยติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนเกิดการปะทะ โดยเฉพาะล่าสุด เหตุการณ์รอบวางระเบิดที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เกิดเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัส ยืนยันว่า เป็นพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย มีการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 7:35 น. ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โดรนบิน เพื่อตรวจการการวางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณประสาทตาเมือน จากนั้นได้พบความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชานำอาวุธเข้าประจำการบริเวณด้านหน้าลวดหนาม พร้อมกำลังพล 6 นายอาวุธครบมือ โดยมี RPG อยู่ในมือ เคลื่อนมายังบริเวณแนวหน้า ซึ่งฝ่ายไทยมองแล้วว่าสถานการณ์ไม่น่าปลอดภัย จึงได้ใช้ความพยายามในการตะโกนเจรจาแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จากนั้นเวลา 8.20 น.ฝ่ายกัมพูชาเริ่มเปิดฉากยิงก่อน บริเวณตรงข้ามฐานหมูป่า ทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือน ห่างจากปราสาทตาเมือน 200 เมตร ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้

จากนั้นสถานการณ์ก็ได้ขยายพื้นที่ออกไปตามแนวชายแดนต่างๆ และเกิดพื้นที่ปะทะอีก 6 จุด ได้แก่ พื้นที่ปราสาทตามเมือนธม ประสาทตาควาย ช่องบก เขาพระวิหาร บริเวณห้วยตามาเรีย ภูมะเขือ ช่องอานม้า ช่องจอม พร้อมย้ำปัจจุบันฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธหนัก เช่น BM21 และปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายไทย รวมถึงการสูญเสียชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการโจมตีพื้นที่สาธารณะ คือ ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และยังโจมตีไปยังโรงพยาบาลของไทย

“ฝ่ายไทยได้มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยแล้ว แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็กชายอายุ 5 ขวบ และเสียชีวิต 1 คน ในพื้นที่ชุมชนบริเวณชายแดนพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ยอมรับว่า สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน ติดตามข่าวสารทางการอย่างต่อเนื่อง” พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าว

พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ 2551 มาตรา 39 โดยให้กองทัพไทยจัดตั้งศูนย์บัญชาการทางทหารในแต่ละระดับชั้น ตั้งแต่ยามปกติเพื่อติดตามสถานการณ์ และควบคุมอำนวยการสั่งการ การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ศูนย์บัญชาการทางทหาร มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บังคับบัญชา สามารถดำเนินการใช้กำลังทางทหารได้ พร้อมระบุว่าการดำเนินการของ ศบ.ทก. เดิมมีมาตรการควบคุมเปิดปิดด่าน และได้เน้นย้ำมาเสมอว่า ด่านไทยไม่เคยปิด และใช้มาตรการถึงระดับ 2 คือ จำกัดคนและจำกัดเวลา แต่ปัจจุบันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้จำเป็นต้องยกระดับมาตรการควบคุมชายแดน จุดผ่านแดนต่างๆ ไปถึงระดับที่ 4 คือ ปิดด่านการเข้าออกทุกด่าน ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และที่ผ่านมาพบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีการรายงานว่ามีการจับตานักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางโดยเครื่องบินไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน และเดินทางกลับช่องทางทางบกตามแนวชายแดน ซึ่งพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ ทางการไม่สนับสนุน จึงได้มีการรวบรวมและติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง และจะมีการเข้มงวดกับกลุ่มเหล่านี้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับช่วงนี้มีสถานการณ์ชายแดน ทำให้มีการปิดการชายแดน จึงไม่สามารถเดินทางกลับทางบกได้ จึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนที่ยังมีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้งดการเดินทางในลักษณะเช่นนี้ พร้อมกันนี้ อยากฝากไปยังประชาชน ว่า ทางการไม่ได้นิ่งกำลังใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

Advertisement

ช่วยได้แล้ว 75 ตามหาอีก 31 นาย!!

People Unity News : 19 ธันวาคม 2565 นายกฯ บอกกำลังช่วยกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ด้านโฆษก ทร. บอกช่วยได้แล้ว 75 กำลังตามหาอีก 31 นาย ส่วน ผบ.ทร. เตรียมบินจากสัตหีบไปบางสะพาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ครั้งที่ 3/2565 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ ถึงการให้ความช่วยเหลือ กำลังพลของกองทัพเรือหลังเรือหลวงสุโขทัย ประสบอุบัติเหตุคลื่นลมแรง จนมีน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก และได้อัปปางจมลงใต้ทะเลเมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า “กำลังช่วยอยู่”

ด้าน พล.ร.อ.ปกครอง มณธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถช่วยเหลือกำลังพลได้แล้ว จำนวน 75 นาย ปลอดภัยดี และอยู่ระหว่างการติดตามช่วยเหลืออีก 31 นาย ทั้งนี้ กำลังพลบนเรือมีจำนวนทั้งสิ้น 106 นาย ไม่ใช่ 110 นายตามที่เป็นข่าว ส่วนที่บอกว่าปลอดภัยทั้งหมด หมายถึงในระหว่างให้การช่วยเหลือ ทั้ง 106 นายขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าเรือแล้ว ไม่มีใครติดอยู่ตามห้องต่างๆในเรือ

“ขณะนั้นคลื่นลมแรงมาก การลำเลียงจาก ร.ล.สุโขทัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเรือจมลงแล้ว สามารถลำเลียงมาลง ร.ล.กระบี่ได้จำนวน 75 นาย ซึ่งมี 1 นายที่ขาหักและอีก 1 ราย นิ้วหัก ส่วนอีก 31 นายยังไม่พบ ซึ่งวันนี้ (19 ธ.ค.) เราออกลาดตระเวณค้นหาตั้งแต่เช้า ก็หวังว่าจะได้พบทุกคนปลอดภัย” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เวลาประมาณ 11.00 น. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากสัตหีบ จ.ชลบุรี ไป อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง

Advertisement

พยากรณ์อากาศวันนี้ ไทยตอนบนอากาศเย็นลง 1-3 องศาฯ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 9 ธันวาคม 2567 กรมอุตุฯ เผยมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบน ทำให้อากาศเย็นลง กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 1–3 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลง กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1–3 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาว ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลง รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้: ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มของการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันที่ลดลง แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีถึงปานกลาง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้นและมีการระบายอากาศที่ดี

พยากรณ์อากาศรายภาค วันที่ 9 ธ.ค.67

กทม.-ปริมณฑล : เมฆบางส่วนกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคเหนือ : อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง : อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก : เมฆบางส่วนกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) : มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) : มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร, ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

Advertisement

กรมอุตุฯ เตือน “อากาศแปรปรวน” ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง อุณหภูมิลดลง 2 – 6 องศาฯ

People Unity News : กรมอุตุฯ เตือน “อากาศแปรปรวน” ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง อุณหภูมิลดลง 2 – 6 องศาฯ

21 ก.พ. 65 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน  “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน” จากคลื่นลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาที่เคลื่อนผ่านเข้าปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน และมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (21 ก.พ. 65) 🌩☔️

ซึ่งทำให้ประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 4 – 6 องศาเซลเซียส

ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส

ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลสภาพอากาศตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertising

ตร.ล้างประวัติอาชญากรกว่า 9.3 ล้านคน จากกว่า 13 ล้านคน คืนชีวิตให้ประชาชน

People Unity News : 16 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน ได้แล้ว 9.3 ล้านคน จากกว่า 13 ล้านคน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงเปิดโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนแก้ไขปัญหาในการคัดกรอง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีอาญา แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง จะยังมีประวัติอาชญากรรมอยู่ในฐานข้อมูลของกองทะเบียนประวัติอาชญากร ทำให้ถูกตัดสิทธิ ไม่ได้รับพิจารณาเข้าทำงาน ขาดโอกาสหางาน กลับไปใช้ชีวิต ทำให้ขาดรายได้ และอาจทำให้ต้องก่ออาชญากรรม

จากข้อมูลที่ผ่านมา ตรวจสอบพบว่ามีรายการที่ยังไม่เคยมีการรายงานผลคดีถึงที่สุดในฐานข้อมูลของกองทะเบียนประวัติอาชญากร จำนวนกว่า 13 ล้านรายการ ทำให้สามารถคืนสิทธิ์ให้กับประชาชน ได้ 9.3 ล้านคน จาก 13,051,234 คน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ประวัติบุคคลให้สอดคล้องรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 วรรค 2 ว่า หากไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การถอนประวัติข้อมูล ของกองทะเบียนประวัติอาชญากรใน 9 ประเด็น คือ คดีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง, ยกฟ้อง, มีกฎหมายยกเลิกความผิดนั้น เช่น ใบกระท่อม กัญชา, ผู้เสพยาเสพติดที่ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่มีผลเป็นที่น่าพอใจ, ผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรม, มีกฎหมายล้างมลทิน, ได้รับการอภัยโทษ, ไม่มีการกระทำความผิดซ้ำภายใน 20 ปี, ผู้ต้องหาเป็นเด็ก หรือเยาวชน, มีคำพิพากษาใหม่ว่ามิใช่ผู้กระทำความผิด และคดีขาดอายุความ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยถึงโครงการ “ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน” ช่วยคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน ได้แล้ว 9.3 ล้านคน จากกว่า 13 ล้านคน ในช่วงปีที่ผ่านมามองว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการจะไม่เสียสิทธิ์ เช่น โทษเมาแล้วขับ จะไม่ใช่อาชญากร แต่ในส่วนของบริษัทเอกชน แต่ละบริษัทมีหลักเกณฑ์ มาตรฐานในการรับคนทำงานไม่เหมือนกัน แต่ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 100% แต่จะพยายามแก้ปัญหาให้คนได้รับสิทธิมากที่สุดในการกลับไปใช้ในชีวิตในสังคม

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดให้ประชาชนตรวจสอบคุณสมบัติได้เองว่าเป็นผู้ที่อยู่ในโครงการลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชนหรือไม่ ผ่านเว็บไชต์ www.crd-check.com หากมีชื่ออยู่ในโครงการ แสดงว่าประวัติอาชญากรรมของท่านถูกคัดแยกและถอนประวัติเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

สกัดนอมินีใช้คนไทยถือครองที่ดินแทน-จับตาเข้ม 6 ธุรกิจเสี่ยง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 1 มิถุนายน 2568 ผนึกกำลังปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย สกัดนอมินีใช้คนไทยถือครองที่ดินแทน จับตาเข้ม 6 ธุรกิจเสี่ยง เตรียมส่งรายชื่อ 2.6 หมื่นราย ให้กรมที่ดินตรวจสอบต่อไป

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินในไทย โดยใช้วิธีให้คนไทยถือครองที่ดินแทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมายนอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ สำหรับประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว หรือธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน ซึ่งเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้การตรวจสอบสามารถทำได้ครอบคลุมมากขึ้นนั้น

นายคารม กล่าวว่า กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการ MOU ระหว่างกันด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมายเข้ามาถือครองที่ดิน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งต่อรายชื่อนิติบุคคลเสี่ยงให้กับกรมที่ดิน ทั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีนิติบุคคลที่เสี่ยงเป็นนอมินีจากการที่มีคนต่างด้าวเข้ามาถือหุ้นตั้งแต่ 0.001-49.99% ใน 6 ธุรกิจเสี่ยง จำนวน 46,918 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 26,038 ราย คิดเป็น 55.49% ของธุรกิจเสี่ยงทั้งหมด โดยจะดำเนินการส่งรายชื่อทั้งหมดให้กรมที่ดิน เพื่อพิจารณาประกอบการอนุญาตให้ถือครองที่ดิน และป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินต่อไป

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาเพิ่มโทษการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว จากเดิมที่มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นโทษตามกฎหมายเดิมปี 2497 แต่จะมีการปรับให้มีความเข้มข้นและทันสมัยมากขึ้น ล่าสุดสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังยกร่างกฎหมายใหม่ที่ทำร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการบรรจุฐานความผิดนอมินีเป็นความผิดมูลฐาน และเปิดช่องให้ยึดทรัพย์ได้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวถือครองที่ดินได้ดีขึ้น

นายคารม ระบุว่ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าการผนึกกำลังของหน่วยงานภาครัฐในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในป้องกันและปกป้องสิทธิของประชาชนไทย ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจของประเทศได้

Advertisement

มหาดไทยสั่งนายอำเภอทุกอำเภอตรวจสอบเชิงรุก มูลนิธิ-สมาคม

People Unity News : 21 กุมภาพันธ์ 2566 ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยมีมาตรการเชิงรุกตรวจสอบ มูลนิธิ-สมาคม หลังพบหลายแห่งดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ ฟอกเงินทุนสีเทา สั่ง นายทะเบียนอำเภอลงพื้นที่สแกน ขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุก ในการตรวจสอบการจัดตั้งมูลนิธิและสมาคม ภายหลังปรากฏพบเป็นข่าวบางแห่ง เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินสีเทา ว่า การขอจดแจ้ง มูลนิธิและสมาคม ต้องเป็น สุภาพชนคนดี ไม่มีประวัติอาชญากรรม หลักการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ในรูปแบบคณะกรรมการ และการดำเนินการ ต้องเป็นไปในทางที่ชอบมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 200,000 บาท รวมถึงต้องมีการรายงานผลดำเนินการประจำปี ให้นายทะเบียนอำเภอได้รับทราบ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามพระราชบัญญัติ กำหนดความผิด เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่2) พ.ศ.2535

ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าว ว่ามูลนิธิทำผิดกฎหมาย ใช้เป็นช่องทางของกลุ่มทุนจีนสีเทา นั้น นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อมีการตรวจพบทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้ดำเนินการ เช่น มูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป และอีกหลายมูลนิธิที่ปรากฏเป็นข่าว พบว่าไม่ได้ทำการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เหล่านี้แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ คือระบุเป็นมูลนิธิแต่ไม่ได้จดทะเบียนกับจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับรองบุคคลที่เป็นจีนสีเทา เมื่อตรวจเจอเจ้าหน้าที่กรมการปกครองจะดำเนินคดี

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการเชิงรุก อธิบดีกรมการปกครองได้สั่งการไปยังนายทะเบียนอำเภอ ทุกอำเภอให้ตรวจสอบมูลนิธิในพื้นที่ ว่าได้ดำเนินกิจกรรมไปตามข้อบังคับตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ ส่วนไหนที่เห็นว่า ไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องก็ให้ทำการยกเลิก ที่ผ่านมามีการสำรวจเสร็จไปแล้วรอบหนึ่ง แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เพราะจากการตรวจสอบบางมูลนิธิ มีชื่อที่ดี เช่น มูลนิธิที่เกี่ยวกับการศึกษา อีกทั้งจากการตรวจสอบเบื้องต้น มีมูลนิธิที่ไม่ได้ดำเนินการเพียง 100 กว่าแห่ง ซึ่งตนมองว่าน้อยเกินไป ทางกรมการปกครองจึงสั่งการให้นายอำเภอต้องไปสำรวจใหม่อีกหนึ่งครั้ง โดยให้กันอัตรากำลังลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมที่ทำการของมูลนิธิจริง เพื่อให้เกิดความชัดเจน สำหรับมูลนิธิที่ทำผิดกฎหมายและตรวจพบก็ได้ดำเนินการทางคดีไปแล้ว โดยยื่นต่ออัยการเพื่อส่งคำร้องไปยังศาลให้ศาลมีคำสั่งยกเลิก อย่างกรณี ปลอมเป็นมูลนิธิก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว

“ที่ทำผิดกฏหมายก็ไม่ค่อยมีตัวตน ซึ่งมาตรการเชิงรุกคือให้นายทะเบียนอำเภอไปตรวจสอบ พูดคุย ตรวจเอกสารการดำเนินกิจการกิจกรรมของมูลนิธิ สมาคม และที่ตั้ง เพื่อที่จะได้เห็นของจริง” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ส่วนกรณีมูลนิธิ หรือ สมาคม ที่กระทำความผิดแต่ไม่ได้จดทะเบียน นั้น นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส หากเห็นอะไรที่ผิดสังเกต เนื่องจากบางมูลนิธิ บางสมาคมก็ดำเนินการไปโดยที่อาจเล็ดรอดหูตาเจ้าหน้าที่ไปได้ ต่อไปนี้มูลนิธิและสมาคมที่จดทะเบียนในแต่ละพื้นที่ จะมีการแจ้งผู้ปกครองท้องที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีรายชื่อติดเอาไว้ว่าในพื้นที่มูลนิธิและสมาคมอะไรบ้าง หากนอกเหนือจากนั้นให้แจ้งมายังนายทะเบียนอำเภอ

Advertisement

 

ทร.วางมาตรการคุมเข้มคลังอาวุธ

People Unity News : 20 กรกฎาคม 2566 กองทัพเรือวางมาตรการคุมเข้มคลังอาวุธ เรียกสอบผู้เกี่ยวข้อง หลังกระสุนลอตใหญ่หาย เตรียมปลดออก และออกหมายจับกำลังพลผู้ก่อเหตุ หลังหลบหนี ขาดราชการ เกิน 15 วัน

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่กระสุนปืนกลแบบ M855 และ M856 ที่เป็นกระสุนของปืนเล็กยาว ไรเฟิลจู่โจม ขนาด 5.56 มม. หายนับหมื่นนัด และกระสุนหัวระเบิดแบบ 40 มม. สำหรับปืนยิงเครื่องยิงลูกระเบิด นับพันหาย จาก คลังสรรพาวุธของนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า ขณะนี้ได้เข้าตรวจสอบ และได้ดำเนินการใน 3 ด้าน คือ 1.ในการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ 2. ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน   และ 3. ติดตามตัวเจ้าหน้าที่คลังคนที่เป็น ต้นเหตุซึ่งเป็นคนขโมยกระสุนปืนออกไป

โดยวานนี้ (19 ก.ค.) ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านซึ่งตรวจพบกระสุนปืนอยู่บางส่วนที่ยังมีตกค้างอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้มีการลักลอบขโมยกระสุนปืนออกมาจากคลังจริง ซึ่งขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังหลบหนีอยู่ โดยปิดเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด ซึ่งได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปในพื้นที่ที่คาดว่าจะหลบซ้อนตัวอยู่ ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในประเทศ ยังไม่หลบหนีออกนอกประเทศ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ากระสุนปืนที่หาย เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในช่วงนี้แต่อย่างไร เพราะได้ติดตามดูในสเตทเม้นท์ บุ๊คแบงค์ธนาคาร ของตัวผู้ต้องหา พบว่าได้มีการดำเนินการลักลอบนำกระสุนปืนออกจากคลังมานานพอสมควร มีการโอนเงินผ่านเข้า ออกในบัญชีมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นทำมานานแล้ว ไม่ได้ใช่เพิ่งเริ่มทำเป็นครั้งแรก นั่นก็หมายความว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับสถานการณ์ช่วงนี้   โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ขาดราชการตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.66 ถึงวันนี้ 20 ก.ค.66  เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งถือว่าขาดราชการทางต้นสังกัดจะได้ทำเรื่องถึงกระทรวงกลาโหมให้ปลดออกจากราชการ และให้นายทหารพระธรรมนูญ ไปขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับ ซึ่งทางกองทัพเรือได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ด้วยอีกทาง

“ยืนยันว่ากองทัพเรือ ไม่ได้นิ่งนอนใจและจะตามผู้กระทำผิด มาลงโทษทั้งวินัย และอาญา ให้ได้โดยเร็ว กองทัพเรือ โดยผู้บัญชาการทหารเรือ มีนโยบายชัดเจน ที่ไม่ปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว

Advertisement

Verified by ExactMetrics