วันที่ 12 กันยายน 2026

ด่วน! นายกฯยืนยันแล้ว “ข่าวไม่จริงเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพถึงวันที่ 30 ก.ย.”

People unity news online : วันนี้ (18 กรกฎาคม 2560) เวลา 13.00 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่ว่า จะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวังจนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขออย่าตื่นตระหนกตกใจ หากจะดำเนินการต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอำนวยการที่ดูแลเกี่ยวกับพระราชพิธีทั้งหมด และต้องกราบทูลขอพระราชวินิจฉัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

People unity news online : post 18 กรกฎาคม 2560 เวลา 23.16 น.

แนะฉีดวัคซีนเด็กอายุ 12-18 ปีที่มีโรคประจําตัวเสี่ยงติดโควิดในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

People Unity News : แนะผู้ปกครองในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่มีเด็กอายุ 12-18 ปี มีโรคประจําตัวเสี่ยงอาการรุนแรงหากติดโรคโควิด-19 ให้รีบพาเด็กไปรับวัคซีน

17 ส.ค.64 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงมีแนวโน้มการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น เฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี พบติดเชื้อรายใหม่ในสัปดาห์แรกเดือนสิงหาคม 7,787 คน และมีจำนวนการติดเชื้อรายใหม่ในสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 8,733 คน คิดเป็นร้อยละ 12 ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น จึงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น ล่าสุดราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยมีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคโควิด-19 ในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีโรคประจําตัวที่มีความเสี่ยงของโรคโควิด-19 ที่รุนแรง ได้แก่ โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคพันธุกรรมรวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง เด็กที่มีพัฒนาการช้า แต่ยังไม่แนะนำเรื่องการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กทั่วไปที่แข็งแรงดีจนกว่าจะมีวัคซีนที่มากขึ้น

จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ประเทศไทยมีเด็กและวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี 5,196,248 คน พบติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 1 เมษายน–14 สิงหาคม 2564 จำนวน 41,832 คน คิดเป็นร้อยละ 0.8 ในจำนวนนี้เสียชีวิต 8 คน ทั้งหมดเป็นกลุ่มเด็กป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น พิการทางสมอง มะเร็ง และหัวใจ เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กและวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ที่เป็น 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่าย สามารถให้เด็กเข้ารับบริการฉีดวัคซีนตามที่ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำได้ โดยสอบถามและประสานนัดหมายกับสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ประกาศให้บริการ

Advertising

 

กรมบัญชีกลางเตือนภัย!!  ลิงก์ปลอมระบาด อย่ากด อย่าแชร์

People Unity News : 11 พฤศจิกายน 2566 นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อโซเชียลโดยให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาลหรือระบบ Digital Pension โดยมีการส่งลิงก์ไปตามกลุ่มไลน์ต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยลิงก์ ดังต่อไปนี้

(1) https://testflight.apple.com/join/f3bl89tt

(2) https://dps.vbn-th.cc/

(3) http://dps.lo-th.cc/

(4) http://dps.ox-th.cc/

“กรมบัญชีกลาง ขอชี้แจงว่า ลิงก์ดังกล่าวเป็นลิงก์ปลอมที่มิจฉาชีพทำขึ้นมาเพื่อหลอกลวง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรมบัญชีกลาง หากได้รับการแชร์ลิงก์ลักษณะนี้ ขอให้ผู้รับบำนาญและบุคคลในครอบครัว อย่าหลงเชื่อ และอย่ากดลิงก์โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายโทรศัพท์หรือส่ง sms หรือไลน์ไปหาผู้รับบำนาญหรือบุคคลในครอบครัวแต่อย่างใด หากได้รับข้อมูลลักษณะนี้ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อย่าสแกนใบหน้า อย่าแอดไลน์หรือแสกน QR Code หากมีข้อสงสัยให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางต่าง ๆ ของกรมบัญชีกลางเท่านั้น เช่น

– เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th

– facebook (กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department)

– YouTube (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)

– instagram (cgd_news)

– twitter (@Newscgd)

– tiktok (กรมบัญชีกลาง cgd_news)

– CGD Application

หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 (60 คู่สาย)” โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าว

Advertisement

“จิราพร” เผย สคบ.เตรียมริบโล่ “ดิ ไอคอน กรุ๊ป” วันนี้เรียกผู้บริหารบริษัท ดารา เข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 16 ตุลาคม 2567 ทำเนียบ – “จิราพร” เผย สคบ. เตรียมริบโล่ “ดิ ไอคอน กรุ๊ป” หลังตรวจแล้วใช้ผิดวัตถุประสงค์ สั่งตั้ง คกก. สอบ “เทวดา สคบ.” รับส่วย

นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการร้องเรียนบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปเสียงระบุมีเทวดาที่ สคบ. เรียกรับผลประโยชน์ ขณะนี้มีการดำเนินการอย่างไรบ้างว่า เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมมากที่สุด ในการตรวจสอบประเด็นนี้จะมีการเชิญคนนอกเข้ามาเป็นคณะกรรมการในการตรวจสอบ โดยได้มีการประสานบุคคลที่มีชื่อเป็นคณะกรรมการครบแล้ว

แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหลายอย่างว่ามีการพาดพิงหน่วยงานและบุคคลภายนอกด้วย เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ จึงต้องยกระดับการตรวจสอบ เสนอให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูล รวมถึงหน่วยงานและบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมด้วย

สำหรับชื่อแคนดิเดตเลขาธิการ สคบ. อย่าง พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตรองเลขาธิการ สคบ. จะมีการตรวจสอบอย่างไรบ้าง นางสาวจิราพร กล่าวว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริง และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

สำหรับกรณีปรากฏภาพนายวรัตน์พล หรือ บอสพอล ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สคบ.จำนวนมากนั้น นางสาวจิราพร ชี้แจงว่า ในส่วนนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการ และนำคนนอกมาสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคต โดยคณะกรรมการชุดนี้จะให้ข้อเสนอแนะและนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป

ส่วนการขีดเส้นในการตรวจสอบ จากกรอบเวลาที่วางไว้คือไม่เกิน 30 วัน สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการ ในโครงสร้างใหญ่ จะมีตัวแทนอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตัวแทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่รับผลประโยชน์จะมีการสอบสวนในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ นางสาวจิราพร ระบุว่า จะมีการสอบสวนรวมประเด็นทุกอย่างที่เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัน เนื่องจากคณะกรรมการมีหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริง และจะมีการตรวจสอบทั้งหมด ทั้งเรื่องคลิปเสียง และกรณีอื่นๆ

นางสาวจิราพร เปิดเผยอีกว่า วันที่ 16 ต.ค. เวลา 10.00 น. ทาง สคบ. ได้เรียกผู้บริหารบริษัท และดารา เข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อมูล ซึ่งผลการสอบจะต้องมีการส่งไปให้ สตช. เพื่อประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ สตช. แจ้งว่ามียอดผู้ร้องทุกข์เข้ามาทะลุพันคน จำนวนความเสียหาย 380 ล้านบาท อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน พยานบุคคล วัตถุ เอกสาร เพื่อให้เกิดความรัดกุมที่สุด ในการตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งจะเน้นไปที่เรื่องพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ในประเด็นการโฆษณาต่างๆ

ส่วนกรณีผู้เสียหายบางคนที่กังวลเรื่องการสืบทรัพย์เพื่อเยียวยานั้น นางสาวจิราพร กล่าวว่า ประชาชนสามารถไปที่สำนักงานตำรวจ ในส่วนศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้ข้อมูลกับทางตำรวจ แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล ในเรื่องที่จะได้รับการเฉลี่ยทรัพย์ เนื่องจากหากตำรวจได้ข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาที่ชัดเจนแล้วจะส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง ปปง. และหากเกี่ยวข้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก็จะส่งเรื่องต่อไปให้เช่นเดียวกัน ย้ำว่าทุกหน่วยงานกำลังรวบรวมสรรพกำลังในตอนนี้ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงให้กับประชาชน

นางสาวจิราพร เปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหามาตรการป้องกันในระยะยาว ซึ่ง สตช. เองก็เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียนในการสอบสวนข้อเท็จจริงกับหน่วยงานอย่าง สคบ. และกระทรวงการคลัง ที่ดูแลเรื่องแชร์ลูกโซ่ ให้ไปดูกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ส่วนกรณีมีพระภิกษุสงฆ์เกี่ยวข้องด้วย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะต้องช่วยมาดูแลในประเด็นนี้อย่างไร นางสาวจิราพร กล่าวว่า เราทราบดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี เข้าใจความกังวลของประชาชนว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับหลายหน่วยงาน ทางรัฐบาลเองจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็น ส่วนพระสงฆ์จะต้องเข้าให้ข้อมูลด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ส่วนจำนวนคณะกรรมการที่วางไว้ ขณะนี้มี 7 คน และมีเลขาฯ 1 คน สำหรับรายชื่อคนนอก ต้องรอการลงนามให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงสามารถเปิดเผยชื่อได้

สำหรับกรณีการมอบโล่ให้บริษัทดังกล่าว จากการสืบสวนข้อเท็จจริงของ สคบ. พบว่ามีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยืนยันว่าโล่นี้เป็นรางวัลเกี่ยวกับกับสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่การประกอบธุรกิจ ซึ่ง สคบ. ได้มีการส่งหนังสือแจ้งเรียกคืนเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะมีความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ คณะกรรมการจะสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

Advertisement

ชัดแล้ว!! อธิบดีธนารักษ์ชี้ มูลนิธิชยันโตฯ เข้าใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง โดยมิชอบ

People Unity News : มูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี เข้าใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมิชอบ เตรียมหารือกองทัพบกดำเนินคดีอาญา และคดีอื่นๆ

วันนี้ (23 มีนาคม 2565) นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี พร้อมด้วย พลตรี มนิต ศิริรัตนากูล ผู้บัญชากองพลพัฒนาที่ 1 นายเตชสิทธิ์ สมประดี ปลัดอาวุโสอำเภอสวนผึ้ง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่ราชพัสดุบริเวณที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอให้ตรวจสอบกรณีมูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี เข้าใช้ประโยชน์ เพื่อก่อสร้างมูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี โดยมิชอบ

ทั้งนี้ อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้สั่งการให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และได้รายงานผลว่าจากการตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 (บางส่วน) ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์ของกองทัพบก เนื้อที่ประมาณ 38 ไร่และในบริเวณดังกล่าวมีอาคารประกอบต่างๆหลายรายการ ซึ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เดิมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แจ้งความประสงค์ขอใช้เพื่อก่อสร้างวัดแต่ต่อมาได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิ จึงไม่สามารถใช้ที่ราชพัสดุได้ เนื่องจากการขอใช้ที่ราชพัสดุจะต้องใช้เพื่อประโยชน์ในทางราชการเท่านั้น สำหรับกรณีนี้การดำเนินการจะต้องหารือร่วมกันระหว่าง กรมธนารักษ์ กองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาว่า สามารถจัดให้เช่าได้หรือไม่ หากสามารถจัดให้เช่าได้จะต้องได้รับความยินยอมจากกองทัพบกผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว

สำหรับการเข้าใช้ประโยชน์ของธรรมสถานฯ ต้องดำเนินการให้ถูกต้องภายใต้ระเบียบ หลักเกณฑ์ และกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ โดยวิธีการจัดให้เช่า (กรณีที่ทางราชการเห็นควรให้คงสภาพพื้นที่ไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชน) ซึ่งข้อเท็จจริงขณะนี้ปรากฏว่า ยังไม่ได้มีการยื่นขอเช่าที่ราชพัสดุต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีแต่อย่างใด ในเบื้องต้น กรมธนารักษ์จึงได้แจ้งให้มูลนิธิฯ ดำเนินการยื่นเรื่องขอเช่าที่ราชพัสดุให้ถูกต้องตามกฎหมายที่ราชพัสดุ รวมทั้งได้สั่งการให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมร่วมกับกองทัพบก เพื่อประกอบการพิจารณาว่า มีการครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุมาตั้งแต่เมื่อใด มีเอกสารสิทธิหรือเอกสารแสดงการครอบครองที่ดินของทางราชการหรือไม่ อย่างไร ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กองทัพบก โดยกองพลพัฒนาที่ 1 เห็นพ้องด้วย และได้กำชับให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีรายงานความคืบหน้าให้กรมธนารักษ์ทราบ ทั้งนี้ ในส่วนคดีอาญา หรือคดีอื่นใด ต้องหารือร่วมกับกองทัพบก เพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการต่อไป

Advertising

ไทยตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 29 มีนาคม 2567 กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดในระยะนี้ ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดในระยะนี้ไว้ด้วย

ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส

Advertisement

“จิราพร” สั่งเข้ม สคบ.ตรวจสอบค้าทองออนไลน์ ทราบผลใน 3 วัน ย้ำ หากพบมีความผิด “ไม่ละเว้น”

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 26 กันยายน 2567 “จิราพร” เปิดพื้นที่รับฟังผู้เสียหาย สั่งเข้ม สคบ.ตรวจสอบค้าทองออนไลน์ ทราบผลใน 3 วัน ย้ำ หากพบว่ามีความผิด “ไม่ละเว้น” ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจ พร้อมคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน

วันนี้ (26 กันยายน 2567) เวลา 16.00 น. นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายกรณีมีแม่ค้าขายทอง (แม่ตั๊ก- ป๋าเบียร์) เปอร์เซ็นต์น้อย ไม่สอดคล้องกับราคา ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีการเรียกร้องให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  เข้าไปดูแลกลลวงต่าง ๆ เพราะไม่ต้องการให้มีคนถูกหลอกลวงซ้ำอีก โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า  “ทอง” ขอให้กำกับน้ำหนักทองและการขายทอง แม้การขายทองจะขายได้ทุกที่  แต่ขอให้ สคบ. เข้มงวดตรวจสอบผู้ค้าขายออนไลน์ให้มากขึ้น

ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายกรณีร้านทองดังกล่าว นางสาวจิราพร เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า สคบ.มีหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ กรณีการซื้อทองออนไลน์และเกิดปัญหาว่านำไปขายที่อื่นแล้วไม่ได้ราคา ช่วงแรกยังไม่มีคนมาร้องเรียน แต่ได้รับรายงานว่า มีผู้แสดงตนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่าเป็นคดีที่ สคบ. ต้องเข้าไปทำงานเชิงรุก โดย สคบ. ได้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องนี้แล้ว  โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 67 นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา (สคบ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านทองของแม่ตั๊ก ทั้งการตรวจสลากและเก็บตัวอย่างทอง โดยตัวอย่างทองได้นำส่งไปยังสถาบันอัญมณีเพื่อตรวจสอบเนื้อทองตรงตามที่ระบุในโฆษณาไว้หรือไม่ ว่าเป็น 99.99% หรือไม่ หรือจำนวนเท่าไร ซึ่งคาดจะทราบผลภายใน 3 วัน โดยหากพบว่าไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ก็จะมีความผิด

ทั้งนี้ สคบ. อยากให้ผู้บริโภคทุกคนมั่นใจว่าเราจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น หากพบความผิด จะไม่มีการละเว้น และจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยขณะนี้ สคบ. ได้ทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดูแล เรื่องการเยียวยาหรือการคืนทอง และการบังคับใช้กฎหมายให้รัดกุมที่สุด ยืนยันว่า สคบ.ทำงานเต็มที่ และพร้อมดูแลและเปิดพื้นที่รับฟังผู้เสียหายและประเด็นอื่นที่เกิดในโลกออนไลน์

นางสาวจิราพร ย้ำว่า สคบ.ยินดีรับฟังข้อมูลจากผู้บริโภค และอยากให้ทุกคนทราบว่า สคบ.ทำงานอย่างเต็มที่และพร้อมจะดูแลทุกคน ซึ่งการพบรัฐมนตรีและ สคบ.ไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้เปิดพื้นที่ให้เต็มที่ พร้อมที่จะดูแลทั้งเรื่องทองและประเด็นอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่องสลากและการโฆษณา ว่าสลากตรงตามกฎหมายหรือไม่ และโฆษณาทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญหรือไม่  ซึ่งหากเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าวผิด สคบ. พร้อมเข้าไปดูแลอย่างแน่นอน  ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมาให้ข้อมูลและร้องเรียนกับ สคบ.ได้  ขณะนี้ทาง สคบ. ได้เชิญเจ้าของร้านทองดังกล่าวมาให้ข้อมูลในวันที่ 27 กันยายนนี้ โดยอยู่ระหว่างรอการตอบรับกลับมา คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เสียหายมาให้ข้อมูลอีกครั้ง    และสั่งการไปแล้วว่าให้เรื่องนี้จบโดยเร็วที่สุด

“ไม่ต้องกลัว ถ้าเป็นผู้เสียหายสามารถมาร้องต่อ สคบ.ได้ทันทีอย่างที่ได้กล่าวไว้ว่าการดำเนินการครั้งนี้ได้มีการทำงานร่วมกันกับบก.ปคบ. ป.ป.ง. และทางตำรวจ ยินดีที่จะดูแลคุ้มครองพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่มีความผิดเราก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดให้ถึงที่สุด” นางสาวจิราพรฯ ย้ำ

Advertisement

องค์การเภสัชกรรมพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์รักษาไวรัสโคโรนา 2019 คาดสำเร็จปลายปี 64

People Unity News : อภ.พัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระดับห้องปฏิบัติการ พร้อมก้าวสู่กระบวนการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบจนเป็นเม็ดยาสำเร็จรูป คาดสำเร็จปลายปี 64 พึ่งพาตนเองรองรับผู้ป่วยระยะยาว

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า อภ.ได้วิจัยและพัฒนา ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) มาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2563 โดยในระยะแรกนี้ได้จัดซื้อตัวอย่างวัตถุดิบมาทดลองพัฒนาสูตรเบื้องต้น 100 กรัมและสั่งซื้อเพิ่มอีก 5 กิโลกรัม จะมาถึงเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อนำมาพัฒนาสูตรตำรับ และขยายขนาดการผลิต ตลอดจนศึกษาความคงสภาพ และประสิทธิผลทางชีวสมมูล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จะมีข้อมูลพร้อมยื่นขึ้นทะเบียน

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อภ.ได้มีการวางแผนบริหารจัดการเพื่อให้มียาฟาวิพิราเวียร์ เพียงพอต่อความต้องการรองรับการรักษาผู้ป่วยภายในประเทศอย่างยั่งยืนทั้งในภาวะวิกฤติและระยะยาว ซึ่ง ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นหนึ่งในยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางการรักษาของประเทศไทย และจากการคาดการณ์ว่าจะมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานประมาณ 1-2 ปี การดำเนินการเพื่อให้มียาไว้ใช้ในยามจำเป็นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อภ.มีการดำเนินงานพร้อมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์ ในระยะเร่งด่วน มีการนำเข้ายาต้นแบบ จาก บริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical Company ประเทศจีน ซึ่งได้รับใบอนุญาตผลิตจากญี่ปุ่น เพื่อกระจายให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งไทยได้มีการนำเข้ามาแล้ว จำนวน 187,000 เม็ด และในเดือนพฤษภาคมนี้ นำเข้าจากจีนและญี่ปุ่นอีกจำนวน 303,860 เม็ด ส่วนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเม็ดฟาวิพิราเวียร์ ที่ได้ดำเนินการคู่ขนานกับการนำเข้านั้น ได้มีการจัดหาวัตถุดิบเพื่อใช้พัฒนาและผลิตยาเม็ดฟาวิพิราเวียร์ได้เองภายในประเทศ สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยคัดเลือกแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาตรฐานจากประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ได้จัดซื้อตัวอย่างวัตถุดิบมาเพื่อทดลองผลิตในเบื้องต้นและอยู่ระหว่างการสั่งซื้อวัตถุดิบในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อนำมาพัฒนาสูตรตำรับ และขยายขนาดการผลิต ตลอดจนศึกษาความคงสภาพ และศึกษาประสิทธิผลทางชีวสมมูล (Bioequivalence study) เพื่อศึกษาระดับยาในเลือดเทียบกับยาต้นแบบต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จะมีข้อมูลพร้อมยื่นขึ้นทะเบียน การดำเนินการด้านวิจัยพัฒนาการสังเคราะห์วัตถุดิบยาฟาวิพิราเวียร์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ได้ดำเนินการคู่ขนานไปด้วยช่วงเวลานี้เช่นกัน โดยร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดำเนินการในกระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบ โดยอภ.ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่ สวทช. จำนวน 4.28 ล้านบาทสำหรับดำเนินการในกระบวนการสังเคราะห์วัตถุดิบระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 – 6 เดือน จากนั้น อภ.นำมาขยายขนาดการสังเคราะห์สู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตวัตถุดิบในระดับกึ่งอุตสาหกรรมได้ในเดือนมิถุนายน 2564

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของสิทธิบัตรยานั้น บริษัท FujiFilm Toyama Chemical Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ได้มายื่นคำขอสิทธิบัตรด้านการผลิตเม็ดยา favipiravir ที่ประเทศไทยในปี พ.ศ.2553 แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงคำขอสิทธิบัตรเท่านั้น หากยาดังกล่าวได้รับสิทธิบัตร จะได้ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี โดยนับย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอสิทธิบัตรในไทย อย่างไรก็ตามการพัฒนาสูตรภายในประเทศสามารถทำได้โดยไม่ถูกฟ้องร้อง แต่หากผลิตจำหน่ายในท้องตลาด อาจโดนฟ้องเพราะละเมิดสิทธิบัตรได้ ดังนั้น อาจต้องมีการเจรจาทำ Voluntary Licensing กับบริษัทเจ้าของสิทธิบัตร เพื่อให้ อภ.สามารถผลิตและจำหน่าย

“องค์การเภสัชกรรมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการคิดค้น วิจัย และพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ ที่จำเป็นต่อการรักษา ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ เพื่อให้มีความยั่งยืนในการสำรองยาไว้ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ภายในประเทศได้อย่างเพียงพอ รองรับการแพร่ระบาดทั้งในภาวะวิกฤติและเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในระยะยาวต่อไป” ดร.ภญ.นันทกาญจน์ กล่าว

โฆษณา


กรมธนารักษ์แจง ที่ดินราชพัสดุธรรมสถานวิโมกสิวาลัย ยกเลิกขอสร้างวัดไปแล้ว ยังไม่ได้ขอเช่า!!

People Unity News : กรมธนารักษ์ตรวจสอบแล้ว ที่ดินราชพัสดุของธรรมสถานวิโมกสิวาลัย ขอยกเลิกสร้างวัดไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นขอเช่าทำมูลนิธิ

วันนี้ (21 มีนาคม 2565) ณ กรมธนารักษ์ นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มีหนังสือร้องเรียนถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการยึดถือ ครอบครองที่ดินกว่า 70 ไร่ ของ “ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย” หรือมูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี ในพื้นที่หมู่ 7 ต.สวนผึ้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี ว่ามีการบุกรุกที่ดินราชพัสดุหรือไม่ และได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้สั่งการให้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นพื้นที่ราขพัสดุหรือเป็นพื้นที่ครอบครองของหน่วยงานใด และศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย ดังกล่าวเข้าไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องหรือไม่

นายประภาศ กล่าวต่อว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุแปลงพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินฯ พ.ศ. 2481 อำเภอจอมบึง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ประมาณ 500,000 ไร่ ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 อำเภอจอมบึง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ใช้ในราชการทหาร (กองทัพบก) ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติธรรมวิโมกสิวาลัยว่ามีความประสงค์จะขอใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อสร้างวัด และขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบพื้นที่เพื่อสร้างวัดว่ามีจำนวนเนื้อที่เท่าใดและขอรูปที่ดินที่ใช้ประโยชน์ เพื่อจะได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อสร้างวัดให้ถูกต้องตามระเบียบ และต่อมาทางศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย ได้ประสานสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีว่าไม่ประสงค์ที่จะขอใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างวัด โดยจะเปลี่ยนเป็นขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อทำเป็นมูลนิธิแทน ดังนั้น สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรีจึงได้ประสานแจ้งให้ศูนย์ปฏิบัติธรรมวิโมกสิวาลัยไปดำเนินการขอยกเลิกการขอใช้พื้นที่เพื่อสร้างวัดต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี และมายื่นคำร้องขอเช่าที่ดินราชพัสดุต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ราชบุรี ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินยื่นคำร้องขอเช่าที่ดินราชพัสดุแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตให้ขอใช้หรือให้เช่าที่ดินราชพัสดุของศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัยจะต้องได้รับการพิจารณาให้ความยินยอมจากหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ (กองทัพบก) ก่อน และต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ

นายประภาศกล่าวในตอนท้ายว่า การขอใช้ที่ราชพัสดุ ผู้ขอใช้ที่ราชพัสดุจะขอใช้ได้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในทางราชการเท่านั้น โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีคือ กรณีที่ราชพัสดุที่ขอใช้เป็นที่ว่างและไม่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานใด โดยยื่นคำขอใช้ต่อกรมธนารักษ์ หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ และกรณีเป็นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการ ซึ่งผู้ขอใช้ที่ราชพัสดุจะต้องทำความตกลงกับส่วนราชการที่ครอบครองอยู่ก่อนเมื่อได้รับความยินยอมแล้วจึงจะยื่นคำขอใช้ต่อกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่

Advertising

กรมอุตุฯ เผยเกือบทั่วทุกภาคยังมีฝน ภาคใต้ตกหนัก

People Unity News : 20 พฤศจิกายน 2565 กรมอุตุฯ เตือนเกือบทั่วทุกภาคเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้ยังคงมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ในระดับบนพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวนในวันที่ 21 – 22 พ.ย. 65 และเข้าสู่อ่าวไทย ในช่วงวันที่ 23 – 24 พ.ย. 65 ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณปลายแหลมญวน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 21 – 24 พ.ย. 65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

Advertisement

Verified by ExactMetrics