วันที่ 6 พฤษภาคม 2026

“ปิยบุตร”วอน ส.ส.ทั้งสภาฯตั้ง กมธ.ศึกษาคำสั่ง ม.44 หวั่นเกิดวัฒนธรรมรัฐประหารแล้วไม่มีความรับผิดชอบ

People Unity News : “ปิยบุตร” เตรียมอภิปรายสรุปญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาคำสั่ง ม.44 – ชี้ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือ รบ. แต่เป็นสิ่งที่ ส.ส.ต้องช่วยกัน – ลั่นอย่าปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบ – ลุยต่อ ญัตติแก้ รธน. ควรให้เวลาถกเต็มที่

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงสัปดาห์นี้ โดยระบุว่า น่าจะมีการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจของ คสช. การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช. โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปอีกครั้ง ในฐานะผู้เสนอญัตติ ทั้งนี้ เพิ่งทราบข่าวว่าวิปรัฐบาลยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยให้มีการตั้ง กมธ. ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องการศึกษาผลกระทบจากบรรดาคำสั่ง คสช. นี้ อยากให้มองข้ามเรื่องพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้มองว่าเป็นภารกิจร่วมกันของ ส.ส. เพราะในห้วงยามที่คณะรัฐประหารปกครองประเทศ ออกคำสั่งเป็นกฎหมายได้หมด ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.แล้ว จำเป็นต้องเอาบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นมาทบทวน

“จริงอยู่ว่าเรามี กมธ.สามัญที่สามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ คือ ชุดที่ตนเป็นประธาน นั่นคือ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่ถ้าจะให้ กมธ.ชุดนี้ศึกษา เห็นว่าจะจำกัดวงเฉพาะเแค่ กมธ. 15 คนเท่านั้น แต่ถ้าตั้ง กมธ.วิสามัญ มีความสำคัญคือ 1.นอกจากจะได้คนนอกมาร่วมศึกษาแล้ว ยังได้จัดสรรปันส่วนเปิดโอกาสให้เพื่อน ส.ส. ที่ติดตามประเด็นนี้ได้เข้ามานั่งร่วมกัน 2. แม้ที่ผ่านมามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. แล้วหลายฉบับ แต่มีอีกหลายฉบับที่ยังไม่ยกเลิก และบางฉบับแม้เลิกแล้วแต่เกิดผลกระทบพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ควรศึกษา ควรเยียวยาความเสียหาย ผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากการใช้อำนาจนั้นหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายกเลิกแล้วเลิกกันเลย จะทำให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบเกิดขึ้นได้” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า อยากเชิญชวน ส.ส. ซีกรัฐบาลช่วยกันลงมติเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ร่วมกันยื่นญัตติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายท่าน และที่ผ่าน ส.ส. หลายท่านก็ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจตามประกาศคำสั่ง การลงมติเรื่องนี้ไม่ใช่ การไปนั่งทวงถาม เช็คบิล ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เป็นการศึกษาเพื่อเป็นบทเรียนว่า การออกประกาศตามคำสั่งนั้น สร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง ศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อไป

“แนวนโยบายหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศชัดเจนมากคือ การเข้าไปจัดการประกาศคำสั่งต่างๆ ของ คสช. ทั้งที่หลงเหลือและยกเลิกไปแล้ว ดังนั้น ส.ส. ที่ลงเลือกตั้งในนามของพรรคอนาคตใหม่ย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีเรื่องนี้ ถ้าไม่คิดถึงเรื่องความเป็นพรรค แล้วอ้างประชาชนในพื้นที่อย่างเดียวเลย ถามว่าสุดท้ายแล้วจะมีพรรคการเมืองไว้ทำไม มีพรรคเพียงเพื่อสังกัดลง ส.ส. เท่านั้นเองโดย ไม่ได้ยึดโยงอุดมการณ์ของพรรคอะไรเลยเหรอ” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ยังมีญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะเข้ามาในสัปดาห์นี้ด้วย สมาชิกที่เสนอญัตตินี้มาจากหลายพรรค การเมือง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อไทย อนาคตใหม่ ประชาธิปปัตย์ ชาติไทย พลังประชารัฐ ซึ่งจะมีผู้เสนอญัตติได้อภิปรายหลายท่านโดยไม่จำกัดเวลา รวมถึง เพื่อนสมาชิกที่สนใจประเด็นนี้ ดังนั้น อยากขอเวลาสภา ไม่อยากให้เร่งว่าต้องรีบอภิปรายให้จบ แล้วมาเร่งตั้ง กมธ. ตนอยากขอว่า อภิปรายไม่จบก็สามารถอภิปรายต่อ สัปดาห์หน้ายังมี เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่

” ในส่วนของ กมธ. ถ้าเป็นตามสัดส่วนแบบเดิม อนาคตใหม่จะได้โควต้า 6 คน จะมีทั้ง ส.ส. และบุคคลภายนอก หลักการอนาคตใหม่ยืนยัน เราจะไม่ให้ใครที่เคยมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารเข้ามาอยู่ใน กมธ. ชุดนี้ในสัดส่วนของพรรค เราจะมีทั้งภาคประชาชน นักวิชาการมาร่วม ซึ่ง กมธ. ชุดนี้ ต่อไปจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในระดับสภา ดังนั้น ต้องเอาคนภายนอกที่สนใจประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาร่วมกันให้มากที่สุด” นายปิยบุตร กล่าว

“กรมวิชาการเกษตร”ไม่เต็มใจแบนสารพิษ! “อนุทิน”แนะ”มนัญญา” แสดงสปิริตเลิกดูแล

People Unity News : “อนุทิน”แนะ”มนัญญา”ทบทวนคืน”กรมวิชาการเกษตร” หากหน่วยงานไม่เต็มใจแบนสารพิษ ด้านรมช.เกษตร ชี้ม็อบเสื้อดำกดดันไม่มีผลอะไร ย้ำทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎหมาย ขอรอฟังมติคกก.วัตถุอันตราย 27 พ.ย. ก่อนชัดเจนจะเดินหน้าต่ออย่างไร ลั่น หากลบล้างมติเดิมต้องมีเหตุผลหนักแน่น

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 จากกรณีที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้เลื่อนการแบนสารพิษออกไปอีก 6 เดือนนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องย้อนทบทวนว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีความพยายามจะแบนสารพิษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึงขั้นควบคุมการใช้ มันเป็นสัญญาณแล้วว่าประเทศไทย กำลังจะแบนสารพิษ แต่กลับมีการนำเข้ามาสต็อกเพิ่ม ขอถามว่าใครผิด ใครถูก ที่ต้องพูดเพราะว่าการแบนสารพิษที่กำลังผลักดันนั้น ไม่ได้คิด และทำอย่างปุบปับ แต่เราทำตามมติเดิม

“ส่วนที่กรมวิชาการเกษตร มีข้อเสนอออกมานั้น มันชัดเจนอยู่แล้วว่าทางกรมวิชาการเกษตร ไม่ได้เชื่อฟังรัฐมนตรีที่กำกับดูแลอย่างนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ถ้าหน่วยงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่สั่งอย่างถูกกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มันจะต้องจัดการอย่างไร นางสาวมนัญญา อาจจะต้องแสดงสปีริตบางอย่าง หรือคืนกรมวิชาการเกษตรไป แล้วนำกรมใหม่มาดูแล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของนางสาวมนัญญา ในการตัดสินใจเรื่องนี้ ว่าจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งทุกอย่างจะชัดเจน หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีการตัดสินใจอย่างหนึ่ง อย่างใดออกมา”

เมื่อถามว่าหากต้องชะลอการแบนออกไปตามข้อเสนอของกรมวิชาการเกษตร ทางกระทรวงสาธารณสุข และพรรคภูมิใจไทย จะเดินหน้าต่ออย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรเสีย เราต้องยืนยันการแบน เพราะเป็นพันธกิจของกระทรวงในการดูแลสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติไม่แบน แต่ทำตามกฎหมาย เราจะไปทำอะไรได้ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะเลื่อน หรือจะยกเลิกแบน และเขาทำตามอำนาจหน้าที่ของเขาอย่างถูกกฎหมาย เราก็ได้แต่บอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะที่สุดแล้ว การตัดสินใจเรื่องสารพิษข้างต้น เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

“มนัญญา”ชี้ม็อบเสื้อดำกดดันไม่มีผลอะไร

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อสรุปเรื่องการแบน 3 สารพิษที่ล่าสุดมีกลุ่มเกษตรกรออกมาคัดค้านว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันพรุ่งนี้ก่อนแล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีม็อบคัดค้านการแบนสารพิษ มากดดันแบบนี้จะมีผลต่อการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นางสาวมนัญญา กล่าวว่า  สำหรับตนไม่มีผลเพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมายและตามมติของคณะกรรมการที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่คณะกรรมการฯจะเดินหน้าไปแบบไหนมากกว่า และเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก็ต้องให้หลายฝ่ายเป็นผู้ตัดสินดู ตอนนี้เรายื่นสุดมือแล้ว จากนี้ก็ขอให้เป็นเรื่องของทางคณะกรรมการฯที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

เมื่อถามว่าได้คุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เพราะไม่เห็นด้วยกับการแบน 3 สารพิษนี้เหมือนกัน นางสาวมนัญญา กล่าวว่า วันนี้ก็เจอ แต่ไม่เห็นพูดอะไร

เมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะทำตามที่กลุ่มม็อบออกมาเรียกร้องหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า หลังจากพรุ่งนี้แล้ว เราก็จะมาประชุมกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางออกมาแบบไหน แต่ความจริง การลด ละ เลิก ก็เป็นนโยบายของนายกฯอยู่แล้วที่ต้องการจะลด ละ เลิก การใช้สารเคมีในประเทศไทยให้น้อยลง ซึ่งเราก็ทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างเลย และเรื่องนี้ความจริงไม่ได้เกิดในสมัยนี้ แต่เกิดมานานแล้ว และเราก็มาสานต่อให้เป็นรูปธรรม

“หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้เลิกใช้สารเคมีเหล่านี้ แล้วมีสารอะไรที่จะมาทดแทนหรือยัง นางสาวมนัญญา กล่าวว่า หากพูดถึงสารเคมีในประเทศไทยมีมาอยู่แล้ว แต่ที่จะนำเข้ามาเพื่อมาทดแทน 3 สารเคมีเหล่านี้ไม่มีแน่นอน ซึ่งในส่วนของสหกรณ์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องจักรแทน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการทำประชาพิจารณ์คนส่วนใหญ่ 70 กว่าเปอร์เซ็นที่ไม่อยากให้มีการแบน 3 สารพิษ นางสาวมนัญญา กล่าวว่า ประชาพิจารณ์นี้ ตนไม่ทราบว่าไปเอามาจากไหน  มีคำสั่งมาหรือเปล่า ทุกอย่างก็ต้องมีลายลักษณ์อักษร

“เราไม่เห็นว่า ที่ให้มาทำนั้น กลับมาทำอะไร ไม่ได้บอกว่าให้มาทำประชาพิจารณ์หรือให้กลับมาทำอะไร ตรงนี้เราไม่เห็นจึงไม่สามารถตอบได้ คำว่าประชาพิจารณ์มันต้องดูว่าจริงๆ แล้วช่องทางที่เกษตรกรจะเข้าถึงจริงๆ อยู่ตรงไหน เพราะทุกคนจะต้องเข้าถึงได้ในทุกช่องทาง ไม่ใช่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดและต้องประชาพิจารณ์ไปทุกจังหวัด เพราะเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศไทย ต้องดูจากเปอร์เซ็นด้วยว่าได้หรือไม่”

เมื่อถามว่าส่วนตัวยอมรับกับมติของคณะกรรมการฯที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นางสาวมนัญญา กล่าวว่า “ขอเก็บเป็นความลับไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่มีอยู่ในใจแล้วทุกอย่าง”

เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้น่าจะมีอะไรซ่อนเร้น ถึงได้มีการเสนอให้มีการยืดมติออกไปอีก 6 เดือน หรือให้มีการทบทวนมติใหม่ นางสาวมนัญญา กล่าวว่า มันอาจจะมีอะไรก็ได้ ซึ่งเราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะมีอะไรต่อไป  อย่างไรก็ตามคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลโดยรวม

“ครม.”หว่าน! เกี่ยวข้าวไร่ละ 500 บาท กองทุนหมู่บ้าน 2 แสน กระตุ้นเศรษฐกิจปี2562

People Unity News : “ครม.”ไฟเขียวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 รวม 3 มาตรการ ทั้งดูแลฐานราก เกษตรกร และกระตุ้นซื้อบ้าน

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2562 ให้มีการเจริญเติบโตและขยายผลอย่างต่อเนื่อง รวม 3 มาตรการ มาตรการแรก โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก มี 3 โครงการย่อย ได้แก่ โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ A B และ C จำนวน 71,742 แห่ง แห่งละไม่เกิน 200,000 บาท ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติภายใต้วงเงินรวม 14,348.4 ล้านบาท , โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 0.01 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี และ โครงการพักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ

มาตรการที่ 2 ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 ไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท และโครงการโดยสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2563 เนื่องจากมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ส่วนมาตรการสุดท้าย เป็นมาตรดารลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ “บ้านดีมีดาวน์” เพื่อเป็นการลดภาระ และสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท ต่อราย ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย และผ่านเกณฑ์ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 62 – 31 มีนาคม 2563 โดยคลังจะเปิดให้ลงทะเบียน 11 ธ.ค.นี้

ฮือฮา!”บิ๊กตู่”ตั้ง”อนุทิน”นั่ง”ปธ.นโยบายจัดการสารเคมีแห่งชาติ”

People Unity News : ฮือฮา!”บิ๊กตู่”ตั้ง”อนุทิน”นั่ง”ประธานกรรมการนโยบายจัดการสารเคมีแห่งชาติ” มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนแม่บทการจัดการสารเคมีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานอ้างอิงหนังสือราชการจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ใจความว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการนโยบายการจัดการสารเคมีแห่งชาติ ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวระบุว่า ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาเป็นประธานกรรมการนโยบายการจัดการสารเคมีแห่งชาติ หรือมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการตามที่เห็นสมควร

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณา แล้วมีบัญชามอบหมายรองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทินชาญวีรกูล) เป็นประธานกรรมการนโยบายการจัดการสารเคมีแห่งชาติ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ได้แจ้งกระทรวงสาธารณสุขทราบด้วยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบไปด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการ 2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองประธานกรรมการ 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองประธานกรรมการ 4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองประธานกรรมการ 5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รองประธานกรรมการ 6. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ 7. ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ 8. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ 9. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ 10. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ

11. ปลัดกรุงเทพมหานคร กรรมการ 12. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรรมการ 14. เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรรมการ 15. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ 16. เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ 17. เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหารศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กรรมการ 18. เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก กรรมการ 19. อธิบดีกรมศุลกากร กรรมการ 20. อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กรรมการ

21. อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กรรมการ 22. อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรรมการ 23. อธิบดีกรมการปกครอง กรรมการ 24. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรรมการ 25. อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรรมการ 26. เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการ 27. อธิบดีกรมการแพทย์ กรรมการ 28. อธิบดีกรมควบคุมโรค กรรมการ 29. อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรรมการ 30. อธิบดีกรมอนามัย กรรมการ 31. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กรรมการ 32. ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรรมการ 33. ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ 34. ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กรรมการ 35. นายกสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย กรรมการ 36. ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กรรมการ 37. ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กรรมการ 38. ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กรรมการ 39. ประธานมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา กรรมการ 40. ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ

41. นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร กรรมการ 42. นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย กรรมการ 43. นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กรรมการ 44. นายกิติชัย รัตนะ กรรมการ 45. นางสาวจุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ กรรมการ 46. นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ 47. นางสมศรี สุวรรณจรัส กรรมการ 48. นายสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการ 49. เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กรรมการและเลขานุการร่วม 50. อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กรรมการและเลขานุการร่วม 51. อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กรรมการและเลขานุการร่วม 52.อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรรมการและเลขานุการร่วม

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ ได้แก่ การกำหนดนโยบายและแผนแม่บทการจัดการสารเคมีให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การให้ข้อเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กำกับเร่งรัดติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของแผนแม่บทการจัดการสารเคมี และสนับสนุนให้มีการบูรณาการทำงานและงบประมาณเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดการจัดการสารเคมีที่เหมาะสม รวมถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการ

ส.ส.สกลนครเพื่อไทยเข้ากราบ กก.มส.รับคำแนะนำอภิปรายในสภาฯ

People Unity News : ส.ส.สกลนครเพื่อไทยเข้ากราบ กก.มส.รับคำแนะนำอภิปรายในสภาฯ พร้อมชวนชาวพุทธศาสนิกชนช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาได้เข้ากราบนมัสการสมเด็จพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก-อีสาน กรรมการมหาเถรสมาคม ได้รับความเมตตา ข้อธรรมวินัยที่จะปรับใช้ในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

“ขอให้พี่น้องชาวพุทธศาสนิกชนลุกขึ้นมาช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา” ดร.นิยม ระบุ

“อนุสรณ์”ชี้ประชาชนจิตสัมผัสได้ รบ.ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ

People Unity News : “อนุสรณ์”โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้ประชาชนจิตสัมผัสได้ รบ.ไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี การพิจารณาญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร ว่า คงไม่ต้องสงสัยกันแล้วว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการศึกษาและแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแค่ไหน เพราะขนาดพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองยังบ่นเสียงดังว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนในพรรคร่วมชี้เป้าให้สารภาพ ประชาชนจะไม่รับรู้ถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลได้อย่างไร

พรรคร่วมรัฐบาลยังคงสาละวนสับขาหลอกอยู่แต่กับตัวบุคคลที่จะมานั่งเป็นประธาน กมธ. ชุดดังกล่าว ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับสาระและแนวคิดหลัก พรรคการเมืองแต่ละพรรคในสภาฯ เห็นปัญหาและประเด็นที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคืออะไร ปัญหาเร่งด่วนที่สุดคือ การเลือกตั้งต้องเป็นธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชน การมีรัฐบาลที่มัวแต่แก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของตัวเองไปวันๆ เสียโอกาส จะเอาเวลาที่ไหนไปแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องแก้ที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

“พรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านรวมถึงส.ว. ควรยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศเดินหน้าอย่างเต็มศักยภาพ แก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติอย่างเร่งด่วน” นายอนุสรณ์ กล่าว

“วราวุธ”รับเร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด”ปารีณา” ปมรุกป่า

People Unity News : “วราวุธ”รับเร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด”ปารีณา” ปมรุกป่า เผยเจ้าตัวร้องขอให้สอบด้วยความเป็นธรรม

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการแจ้งความเพื่อเอาผิด นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีการบุกรุกที่ป่าสงวนว่า ขณะนี้กระทรวงและกรมป่าไม้ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความรอบคอบและรัดกุมที่สุด ก่อนที่จะแจ้งความเอาผิดต่อไป ส่วนจะมีการดำเนินคดีตามกฏหมายหรือไม่นั้น นายวราวุธ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจและอัยการเป็นผู้พิจารณาว่า จะมีการส่งฟ้องหรือไม่ และเป็นเรื่องของผู้ถูกร้องเรียนที่จะต้องหาพยานมาต่อสู้ เช่นเดียวกับการเอาผิดทางแพ่ง ก็จะต้องรออัยการเป็นผู้พิจารณาเอาผิด

ขณะเดียวกัน นายวราวุธ ยอมรับว่า นางสาวปารีณา ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงตรวจสอบการเข้าครอบที่ดินด้วยความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้ก็จะต้องดูเจตนาของนางสาวปารีณา ประกอบด้วย หลังเจ้าตัวอ้างว่าได้ถือครองที่ดังกล่าว ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวน

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียน ในกรณีที่ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส. ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ เข้าข่ายการถือครอง ภบท.5 จำนวน 2 แปลง ที่จังหวัดจันทบุรี จำนวน 200 ไร่ และที่จังหวัดระยองอีก 150 ไร่หรือไม่ว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่ได้รับการายงานใดๆ แต่พร้อมตรวจสอบทันทีหากมีการร้องเรียนเข้ามา

“บิ๊กป้อม”ลั่น!พูดได้อย่างไรรบ.ไม่จริงใจแก้รธน.

People Unity News : “บิ๊กป้อม”ลั่น!พูดได้อย่างไรรบ.ไม่จริงใจแก้รธน. ยันส่ง พปชร. แข่ง “อภิสิทธิ์” ขณะที่ “จุรินทร์” ยันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือคนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า จะไปรู้ได้อย่างไรเป็นเรื่องของ ส.ส. แต่ในฐานะที่ตนเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องส่งคนไปเพื่อไปแข่งขันกัน

เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าคนที่จะนั่งเป็นประธานต้องเป็นคนของพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ และยังไม่ได้พูดคุยกับตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นเรื่องของพรรคที่จะต้องพูดคุยกัน เมื่อถามต่อว่าหากนายอภิสิทธิ์เป็นประธานจะทำให้การทำงานลำบากหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนและเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นปัญหา

ส่วนกรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พูดได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องไปถาม นายเทพไท ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นแน่นอน และไม่จำเป็นที่จะต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้ในพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้ยืนยันว่าไม่ได้แสดงความเห็นในเชิงลอยแพ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนที่กรมป่าไม้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีในวันพรุ่งนี้ ที่ สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยระบุเพียงว่าทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย

“เทวัญ”เผยได้ครบ 6 ชื่อ กมธ.รธน. ในสัดส่วนครม.

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาบุคคลมาทำหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 6 คน ว่า ขณะนี้ได้รายชื่อทั้งหมดครบแล้ว ตามรายชื่อที่ปรากฎเป็นข่าวในรายชื่อของพรรคร่วมรัฐบาลยังมีสัดส่วนเป็นไปตามเดิม ซึ่งอยู่ที่วิปรัฐบาลเหมือนเดิม ซึ่งวันนี้ควรจะต้องมีการหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แม้ความจริงจะยังพอมีเวลาอยู่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 คน สัดส่วนของ ครม. ประกอบด้วย 1.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 2.นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า 3.นายกฤช เอื้อวงษ์ รองเลขาธิการ กกต. 4.นายอุดม รัฐอมฤต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีต กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สมัยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน 5.นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ 6.คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย

“จุรินทร์”ยันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความไม่ลงตัวในการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ได้มอบให้ประธานวิปของพรรคไปหารือร่วมกับวิปรัฐบาล ส่วนผลจะเป็นอย่างไรให้นำมาชี้แจงในที่ประชุมส.ส.ของพรรคให้รับทราบในช่วงบ่ายของวันนี้

เมื่อถามว่า หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคปชป. ไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานกมธ. จะเกิดรอยร้าวภายในรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการทำงานร่วมกันแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีวิปของตัวเองอยู่แล้ว แต่ละพรรคก็มีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง สุดท้ายแล้วจะไปหาข้อยุติในที่ประชุมวิปรัฐบาล

ส่วนกรณีนายเทพไท ระบุว่ารัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในส่วนของพรรคไม่ได้ประสงค์จะไปกล่าวหาใคร เพราะการทำงานร่วมกันต้องฟังกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในความคิดเห็นของตน ต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรม คือ สามารถแก้ได้จริง ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสามฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกัน โดยสภาผู้แทนราษฎร ที่ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสมาชิก จึงสามารถดำเนินการได้ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก เพราะนอกจากจะต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งจากในรัฐสภาแล้ว ในจำนวนเสียงข้างมากจะต้องเป็นเสียงจากฝ่ายค้านจำนวนหนึ่ง และเป็นเสียงจากวุฒิสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3

“ถ้าทั้งสามฝ่ายไม่เห็นพ้องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปได้ยาก ผมถึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พยายามแสวงหาความร่วมมือ เพราะความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ต้องการที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายใด ดังนั้น ต้องหารือกันทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล วุฒิสมาชิก” นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามถึงการนัดรับประทานอาหารกับนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือนธันวาคมนี้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับนัดหมาย ยืนยันว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

“จุรินทร์”เตรียมช่วยชาวนาราคาตก ชง”นบข.” ชะลอขายช่วยตันละ 1,500 บาท

People Unity News : “จุรินทร์”เตรียมช่วยชาวนาราคาตก ชง”นบข.” ชะลอขายช่วยตันละ 1,500 บาท วอนสหกรณ์ สถาบันเกษตรกรอื่นๆ ช่วยเก็บข้าวไว้ก่อน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึง มาตรกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร ในเรื่องมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวนาปี ปีการผลิต 62-63 ว่า ตรงนี้จะเป็นการช่วยเหลือในเรื่องของเงินกู้ และการช่วยเหลือในส่วนของเงินจ่ายขาด เพราะตอนนี้ข้าวออกมากและมีผลต่อราคา จึงต้องใช้มาตรการในการชะลอการปล่อยข้าวออกสู่ตลาดด้วยวิธีการช่วยเงินจ่ายขาดตันละ 1,500 บาท ให้กับเกษตรกรที่ต้องการเก็บข้าวไว้และยังไม่ขาย ขณะที่ในส่วนของสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์ หรืออื่นๆ ถ้าจะช่วยรับซื้อข้าวหรือช่วยเก็บข้าวของชาวนาไว้ จะได้เงินชดเชยตันละ 1,500 บาท โดย 1,000 บาทจะเป็นของสถาบัน และ 500 บาทเป็นของเกษตรกรที่ขายข้าวให้ ซึ่งเรื่องนี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยจะประชุมวันที่ 6 ธ.ค.ซึ่งต้องรอยืนยันวันประชุมอีกครั้ง

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือชาวนา ที่นอกจากมาตรการประกันรายได้ที่มีการโอนเงินงวดแรกและทยอยโอนจนกว่าจะหมดฤดูกาลผลิต ตรงนี้มีส่วนในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นการช่วยชาวนาจากที่มีเงินกระเป๋าซ้ายจากการขายข้าวตามราคาตลาดและคุณภาพที่ชาวนาผลิตเพียงกระเป๋าเดียว ก็มีกระเป๋าขวาที่เป็นเงินส่วนต่างช่วยเหลือให้มีรายได้ในปริมาณที่เพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ และยังมีมาตรการเสริมอื่นๆ เช่น การช่วยเหลือต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นมามาตรการที่จะเสนอควบคู่กันไปด้วย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าของเรื่อง

“ราเมศ”ย้ำปชป.”จุรินทร์”นำมีเอกภาพไร้ขัดแย้ง

People Unity News : “ราเมศ”ย้ำปชป.ภายใต้การนำของ “จุรินทร์” มีเอกภาพ หมอวรค์เผ่นไร้ขัดแย้ง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้นว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งภายในพรรคแต่อย่างใด ทุกคนเคารพการตัดสินใจ ภายในพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ทุกคนมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการฟื้นฟูพัฒนาพรรค ตั้งใจทำงานให้กับพรรค และเปิดโอกาสให้ทุกคนในพรรคได้มีส่วนร่วม โดยจะเห็นว่าทุกคนทุกภาคส่วนที่ร่วมต่อสู้ร่วมทำงานให้พรรคฯ ต่างมีภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายที่ต่างกัน โดยอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร สส. ที่ทำงานให้พรรคฯ ก็ได้เข้ามาทำงานในสภา เป็นคณะทำงาน สส. เป็นผู้ช่วย สส. เป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการ บ้างก็ไปทำงานที่กระทรวงต่าง ๆ ที่รัฐมนตรีของพรรคฯ ไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะอดีต สส. ทุกคนเข้ามาช่วยเหลือพรรค ช่วยทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่

ขณะนี้ทุกคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ผลงานสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ และยึดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศให้มากที่สุด หลายสิ่งขณะนี้ได้เริ่มมีการขับเคลื่อนให้เห็นได้อย่างชัด อาทิการให้ตัวแทนพรรค สาขาพรรค มีส่วนร่วมทำงานในพื้นที่แก้ไขปัญหาผ่านพรรคฯ และพรรคฯ ก็จะใช้สภาผู้แทนราษฎรในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลโดยเฉพาะผ่านทางรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ ได้ให้นโยบายชัดว่าเราจะต้องมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนผ่านกลไกทั้งสามนี้ คือพรรค – สภา – รัฐบาล เพื่อร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่นของทุกคน ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว

Verified by ExactMetrics