วันที่ 6 พฤศจิกายน 2026

“เสริมศักดิ์” พร้อมนั่ง “รมว.ท่องเที่ยว”

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 14 เมษายน 2567 “เสริมศักดิ์” ไม่ขัดอำนาจนายกฯ หากสั่งโยกนั่ง “รมว.ท่องเที่ยว” แม้จะถนัดงานมหาดไทยมากกว่า ไม่หวั่นถูกย้าย เพราะมีหลักในการทำงาน

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวถูกปรับโยกไปนั่ง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าตนทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็ตั้งใจทำงาน ยืนยันว่าการปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาว่าใครจะไปดำรงตำแหน่งอะไร แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่น คือการมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ

หากถูกสลับไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจริง จะถือว่าเป็นงานที่ถนัดหรือไม่ นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ความจริงตนถนัดงานที่กระทรวงมหาดไทย เพราะเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาก่อน แต่หากต้องไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจริง ก็สามารถทำได้ เพราะมีหลักในการทำงานอยู่แล้ว

Advertisement

“เศรษฐา” ย้ำแจกเงินดิจิทัลต้องถูกกฎหมาย ส่งกฤษฎีกาตรวจใช้เงิน ธกส.

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 11 เมษายน 2567 “เศรษฐา” ย้ำทุกอย่างต้องถูกกฎหมาย เตรียมส่งให้กฤษฎีกาตรวจสอบ หลังฝ่ายค้านจี้ใช้เงิน  ธ.ก.ส.ผิดวัตถุประสงค์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต ว่าเงินดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในส่วนที่มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) จะผิดวัตถุประสงค์หรือไม่  ว่าทุกอย่างถูกต้อง และจะส่งให้กฤษฎีกาตรวจสอบ ย้ำว่าทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนแผนในการดำเนินงานนั้นก็ว่าไปตามกฎหมาย และแถลงไปแล้วเมื่อวานนี้

ส่วนเงื่อนไขที่หากมีเงินฝากในบัญชีเกิน 5 แสนบาทจะไม่ได้รับสิทธินั้น จะเริ่มนับตั้งแต่วันไหน นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเริ่มนับตั้งแต่วันที่ลงทะเบียน ส่วนการทำซุปเปอร์แอปเพื่อใช้ดำเนินโครงการจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นหรือไม่  นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อมีการพัฒนาแล้วจะแจ้งให้ทราบ แต่ทุกอย่างต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่วนจะเชื่อมโยงกับแอปเป๋าตังหรือไม่นั้น ทุก ๆ แอปพลิเคชัน เป็นโอเพ่นแอป โอเพ่นลูป

Advertisement

นายกฯ กิน “แกงไตปลา“ ที่เกาะสมุย บอกอร่อยจริงๆ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 7 เมษายน 2567 เกาะสมุย – นายกฯ กิน “แกงไตปลา“ มื้อเที่ยงที่เกาะสมุย บอก อร่อยจริงๆ ไม่ได้อร่อยเล่นๆ ชี้ คนอื่นมีสิทธิไม่ชอบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช 6-8 เมษายน ได้แวะรับรับประทานอาหารเที่ยง โดยหนึ่งเมนูบนโต๊ะอาหารของนายกรัฐมนตรี ได้มีเมนูแกงไตปลา หลังเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้โพสต์แอปพลิเคชัน X ถามหาร้านอาหารเด็ด ที่มีเมนู “แกงไตปลา” หลังเมนูดังกล่าวติด 100 เมนูอาหารยอดแย่ของโลกบนเว็บไซต์ เว็บไซต์ TasteAtlas

โดยทันทีที่เมนูแกงไตปลา มาเสิร์ฟ นายกรัฐมนตรี ได้ชิม โดยบอกว่า “อร่อยมากครับ” พร้อมกับยกนิ้วโป้ง อย่างไรก็ตามก็มีสิทธิที่คนอื่นจะไม่ชอบ เพราะมีอะไรหลายๆ อย่างที่แตกต่างกัน เพราะ เขาอาจจะชอบบางอย่าง หรือไม่ชอบบางอย่าง จะไปอะไรเขาก็ไม่ได้ เพราะอาหารไทยมีหลายอย่าง เช่น ต้มยำกุ้ง มัสมั่นไก่

เมื่อถามว่าจะรับประทานแกงไตปลา กับข้าวสวยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเองกำลังลดน้ำหนักอยู่ พร้อมย้ำว่า “อร่อยจริงๆ ไม่ใช่อร่อยเล่นๆ”

Advertisement

เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จว.ชายแดนใต้ 3 เดือน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 5 เมษายน 2567 กบฉ. เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จังหวัดชายแดนใต้ 3 เดือน 20 เม.ย.-19 ก.ค.67 ไม่ปรับลดพื้นที่เพิ่ม เหตุยังมีความรุนแรงอยู่ ขอจับตาช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน หลังพบก่อเหตุสูง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้พิจารณาความเหมาะสมการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังคงมีความสำคัญต่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยจากการรายงานสถานการณ์ พบว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น และยังปรากฏภาพข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัจจุบันอยู่ในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งพบการก่อเหตุพร้อมกันหลายจุด โดยเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน

“ที่ประชุม กบฉ. จึงมีมติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยกเว้น อ.ยี่งอ อ.สุไหงโก-ลก อ.แว้ง อ.สุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้น อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.มายอ อ.ไม้แก่น อ.ทุ่งยางแดง อ.กะพ้อ อ.แม่ลาน และ จังหวัดยะลา ยกเว้น อ.เบตง อ.รามัน อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.67 – วันที่ 19 ก.ค.67 โดยยังไม่มีการปรับลดพื้นที่เพิ่ม เพราะหลายพื้นที่ยังมีเหตุอยู่ เช่น อ.ธารโต จังหวัดยะลา ถึงแม้จะผ่านผลการประเมินในภาพรวมตามตัวชี้วัดเกินกว่าร้อยละ 80 แต่ยังคงมีสถิติการก่อเหตุความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 67 ซึ่งมติขยาย พรก.ฉุกเฉิน 3 เดือนนั้น จะเสนอคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 เมษายน 2567” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายความมั่นคง ยังได้รายงานว่า ช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จะมีการก่อเหตุมากขึ้น เพราะมีการบิดเบือนว่า หากก่อเหตุช่วงนี้ จะได้บุญที่สูงมาก ดังนั้น ตนจึงขอให้ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน และระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2567 ในวันฮารีรายอ รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาศึกษากฎหมายด้านความมั่นคงอื่น ที่จะมาใช้แทนกฎหมายพิเศษในพื้นที่ด้วย

Advertisement

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช  6-8 เม.ย.นี้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 4 เมษายน 2567 นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช  6-8 เม.ย.นี้ ดูการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญ แก้ปัญหาขยะ ยางพารา และการท่องเที่ยวสายมู

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการ ที่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 6 – 8 เมษายน 2567 เพื่อติดตามงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมคณะด้วย อาทิ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมคิด เชื้อคง และนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

โดยในวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 20.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 2 (บน.2) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศนานาชาติสมุย ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจะเดินทางถึงท่าอากาศนานาชาติสมุย ในเวลาประมาณ 21.25 น.

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน  เวลาประมาณ 10.30 น. นายกรัฐมนตรีจะติดตามโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ณ แหลมนิคม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยกระดับการท่องเที่ยวเรือสำราญในประเทศไทย ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะไปที่เตาเผาขยะสมุย ตรวจติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะ จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต ณ สวนทุเรียนนายชัยณรงค์ ทองสุข ซึ่งเป็นการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในตำบลหน้าเมือง เพื่อเข้ากระบวนการพัฒนาตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อพบปะประชาชน และเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า OTOP พร้อมประชุมบูรณาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในประเด็นสำคัญ เช่น น้ำประปา การบริหารจัดการขยะ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติสมุย เป็นต้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันจันทร์ที่ 8 เมษายน  เวลาประมาณ 09.30 น. นายกรัฐมนตรี จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช  อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช  เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนครศรีธรรมราช ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ก่อนเดินทางต่อไปสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นในช่วงบ่าย ณ สหกรณ์กองทุนสวนยางฉลอง น้ำขาวพัฒนา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช  นายกรัฐมนตรีจะหารือประเด็นยางพาราและผลผลิตทางเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรให้มีราคาที่สูงขึ้น เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)  เพื่อสักการะไอ้ไข่  และหารือประเด็นส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู ตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยการนำศักยภาพและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาต่อยอด สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 17.10 น.

“การเดินทางลงพื้นที่ เป็นการติดตามการดำเนินงานต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งในมิติการติดตามการแก้ไขปัญหา อุปสรรค ข้อติดขัดต่าง ๆ ให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้ตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น เรื่องยางพารา การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การลดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภคให้เพียงพอสำหรับประชาชน เช่น น้ำประปา การบริหารจัดการขยะ การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติสมุย และการขยายถนนรอบเกาะสมุย เป็นต้น รวมถึงการนำเอกลักษณ์และศักยภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช  มาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น และให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาล” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

Advertisement

ศาล รธน.รับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลเสนอแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 3 เมษายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกลไว้พิจารณา เหตุเสนอแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง ให้โอกาสยื่นแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน

วันนี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่นายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเหตุแห่งการยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2560 มาตรา 92 และขอให้เพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่จดทะเบียนขึ้นใหม่ด้วย เป็นระยะเวลา 10 ปี

โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคก้าวไกลกระทำการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 จริง จึงมีคำสั่งให้รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2561 มาตรา 7 ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้พรรคก้าวไกลได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันได้รับสำเนาคำร้องนี้

Advertisement

ครม.อนุมัติยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ช่วงวันหยุดสงกรานต์

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 เมษายน 2567 ทำเนียบ – ครม. ยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7, 9 ช่วงวันหยุดสงกรานต์ 11 – 17 เม.ย. 67

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ยกเว้นค่าผ่านทาง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2567 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันพุธที่ 17 เมษายน 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษในช่วงเทศกาลดังกล่าว

ซึ่งรัฐบาลสูญเสียรายได้ค่าผ่านทาง 190 ล้านบาท คาดหวังมีรถวิ่งใช้บริการกว่า 5 ล้านคัน แต่คาดว่าก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจทางอ้อม 285 ล้านบาท และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถและมูลค่าจากการประหยัดเวลาในการเดินทาง

Advertisement

นายกฯ บอก ปรับ ครม. เป็นข่าวลือ ระบุทำให้ รมต.มีชื่อถูกปรับออกกังวล เสียโฟกัสการทำงาน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 เมษายน 2567 ทำเนียบ – นายกฯ ยันปรับ ครม. เป็นข่าวลือ หวั่น รมต. มีชื่อตามข่าวกังวล ย้ำ 314 เสียง แข็งแกร่งพอ หลังมีข่าวดึง ปชป. ร่วม บอกเกณฑ์ใครขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องพิจารณา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า “ข่าวลือ ก็พูดถูกว่าข่าวลือ ข่าวลือ มันก็จบที่ข่าวลือ”

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่าจะมีการดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคยมีการพูดคุย อย่างที่ตนเคยบอกว่า 314 เสียงก็แข็งแกร่งพอแล้วตรงนี้ เรามีความสมัครสมานสามัคคีกันดี พูดจากันรู้เรื่องอยู่แล้ว ร่วมกันทำงานอยู่แล้ว งบประมาณยังไม่ออก วันนี้พูดถึงเรื่องของงบประมาณเรื่องการขับเคลื่อนประเทศโดยการใช้งบประมาณ ซึ่งวันนี้ได้สั่งการไปแล้วว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาสภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  2567 ก็ต้องมีการทำงานกันอย่างจริงจังในตอนนี้

ทั้งนี้ สมมุติว่าโควตาของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เหลืออีกหนึ่งตำแหน่ง จะขยับเขยื้อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้อนคำถามสื่อว่า “สมมุติ ท่านบอกว่าสมมุติ เราอยู่กับความเป็นจริงดีกว่าวันนี้”

เมื่อถามย้ำว่า ยังคงโควตารัฐมนตรีของพรรคร่วมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ เป็นข้อตกลงที่ชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังเหลือ โควตา 1 ตำแหน่งให้กับนายไผ่ ลิกค์ นั้น ก็เป็นโควตาที่เหลือมานานแล้ว และพรรคเพื่อไทยก็ยังเหลืออีกหนึ่งโควตาเช่นเดียวกัน

ส่วนนายกรัฐมนตรี ตั้งใจหลังงบประมาณ ปี 67 ผ่าน จะให้รัฐมนตรีชุดเดิมแต่ละกระทรวงได้ใช้งบประมาณขับเคลื่อนงานก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วันนี้เราเน้นย้ำและโฟกัสเรื่องการใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

สำหรับเมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) ช่วงสาย ที่ได้เชิญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ขึ้นไปพูดคุยบนตึกไทยคู่ฟ้า ได้หารือวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี นิ่งคิด ก่อนจะระบุว่า เมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) มีหลายหมาย หลังจากนั้นทีมงานของนายกรัฐมนตรี จึงได้กระซิบบอกว่ามีการพูดคุยถึงเรื่อง FTA  ซึ่งได้เชิญนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปานปรีย์ พหิทธานุกรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดคุยเรื่องของ FTA และ IUU

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำอีกว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องโควตาของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ เพราะมีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ให้รอความชัดเจนในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าไม่มีการพูดกันเรื่องนี้ ยืนยันไม่มีเฉี่ยวมาเลย

ส่วนที่มีกระแสปรับ ครม.ออกมาในช่วงนี้นั้นมองอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้ให้ความสำคัญ

“อยากให้รัฐมนตรีทุกท่านตั้งใจทำงาน ดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องใจเขาใจเรา เมื่อมีกระแสข่าวออกไป เมื่อท่านรู้ว่าจะถูกปรับออกไป ก็อาจจะมีความกังวล จุดโฟกัสก็จะเปลี่ยนไป ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ที่เราทำอยู่ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เราควรจะทำงานให้เต็มที่” นายเศรษฐา กล่าว

ส่วนเกณฑ์การปรับคณะรัฐมนตรี ของนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไรนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า หากทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องพิจารณา ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า แปลว่าตอนนี้ยังได้อยู่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ยังทำกันอยู่

Advertisement

นายกฯขอข้าราชการซื่อสัตย์ ยึดประโยชน์ ปชช.-ปท.เป็นที่ตั้ง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 1 เมษายน 2567 นายกฯ โพสต์ X วันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน ให้กำลังใจ ขรก. พร้อมแนะพัฒนาตัวเองให้ทันความก้าวหน้าของโลก ซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม ยึดประโยชน์ประเทศ-ประชาชนเป็นที่ตั้ง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน ระบุว่า ขอส่งความปรารถนาดีไปถึงพี่น้องข้าราชการพลเรือนทุกกรม ทุกกระทรวง ข้าราชการยุคใหม่ พัฒนาประเทศไทย ใส่ใจประชาชน ข้าราชการต้องมีความรู้และทักษะที่เท่าทันเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลก มีความเข้าใจในบริบทของสังคม และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกท่าน พัฒนาตัวเองให้ทันกับความท้าทาย และความก้าวหน้าของโลก ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรมและจริยธรรม โดยมีผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสุขของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายกรัฐมนตรี ระบุ

Advertisement

“แพทองธาร” คิกออฟ ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 30 มีนาคม 2567 นครราชสีมา – คิกออฟ ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เฟส 2 วันนี้ พร้อมกัน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ด้าน “แพทองธาร” ประกาศเดินหน้าระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง มีคุณภาพ ต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรคของพรรคไทยรักไทย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเปิดงานนโยบาย “ยกระดับ 30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ระยะที่ 2 ณ ชาติชายฮอลล์ และลิปตพัลลภ ฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

ขณะเดียวกันก็มีการจัดกิจกรรมคิกออฟโครงการ 30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2 ในจังหวัดอื่นๆ พร้อมกันทั่วประเทศด้วย ซึ่งการเดินหน้ายกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระยะที่ 2 นี้ มีขึ้นใน 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และพังงา ส่วนในระยะที่ 3 จะเดินหน้าในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะครอบคลุมทั่วทั้งประเทศภายในปีนี้

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 “โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค” หรือ “โครงการบัตรทอง” ได้ถูกพัฒนาสานต่อมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทยจนถึงรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยปัจจุบัน ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดการปฏิรูประบบสาธารณสุขให้ประชาชน มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุม ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยอีกครั้ง ด้วยนโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาพัฒนาระบบ ปรับกระบวนการดูแลสุขภาพให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รองรับการให้บริการสุขภาพรูปแบบใหม่ด้วยระบบดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว

โดยนับตั้งแต่เริ่มให้บริการสุขภาพผ่านระบบดิจิทัล มีประชาชนเข้ารับบริการในรูปแบบออนไลน์ในทุกระบบ แล้วกว่า 37,000 ครั้ง และในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัลไปแล้วมากกว่า 70,000 ใบ ทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนกว่าร้อยละ 90 พึงพอใจต่อการบริการในภาพรวมเป็นอย่างมาก

น.ส.แพทองธาร ย้ำว่า ภายใต้รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาตินี้ ประชาชนจะได้รับการบริการทางสุขภาพ อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง ลดเหลื่อมล้ำ ลดการรอคอย ด้วยมาตรฐานที่มีคุณภาพ และจะมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้วยการ “ยกระดับ 30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว”

Advertisement

FOLLOW US

20,829แฟนคลับชอบ
2,508ผู้ติดตามติดตาม

RECENT POSTS

Verified by ExactMetrics