วันอาทิตย์, กรกฎาคม 3, 2022

ครม.อนุมัติ 2,054 ล้านบาท ให้ 4 มหาวิทยาลัยทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก-ช่วยเกษตรกร

People Unity News : 23 เม.ย. 65 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,054.054 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตร ที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้การสนับสนุนโครงการของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วย 5 โครงการย่อย ได้แก่

1) โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 3,500 กลุ่ม

2) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,200 กลุ่ม

3) โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร สร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพสู่ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เกษตรกร ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3,700 กลุ่ม

4) โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม เกษตรสมัยใหม่ (Modern Agriculture -BCG) โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น จำนวน 5,001 กลุ่ม

5) โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจฐานราก จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อสม. กลุ่มสหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม OTOP ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จำนวน จำนวน 3,300 กลุ่ม

Advertisement

“ประยุทธ์” บอก จะต้องทำให้ประชาชนอยู่รอด ปลอดภัย พอเพียง นำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

People Unity News : วันนี้ (19 เมษายน 2565) เวลา 12.30 น. ณ บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า นับจากนี้จะเป็นช่วงการเริ่มต้นในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจตาม Roadmap หลังโควิด เร่งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว การลงทุน การส่งออก เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน ด้วยการบริหารจัดการงบประมาณอย่างเหมาะสมในทุกๆด้านเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม อย่างครอบคลุม เท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลพร้อมจะหางบประมาณเพื่อสนับสนุนและบริหารจัดการเพื่อการดูแลพี่น้องประชาชน โดยได้เน้นย้ำหลักการใช้จ่ายงบประมาณกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความระมัดระวังอย่างที่สุดในการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะรายได้ของประเทศลดลงแม้ว่าภาคการส่งออกจะดีขึ้นก็ตาม การใช้งบประมาณต้องเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศผ่านอุปสรรคและวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งปัญหาจากภายในประเทศและสถานการณ์ต่างประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยจะต้องทำให้ประชาชนอยู่รอด ปลอดภัย พอเพียง และนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระบบการเงินการคลังยังมีเสถียรภาพที่เข้มแข็งเพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณในการดูแลกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้มีรายได้น้อยในวงเงินที่ค่อนข้างสูงมาก แต่หลังจากนี้จะต้องดูแลผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่ควบคู่กันไปด้วย เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นแหล่งจ้างงาน ซึ่งนับเป็นห่วงโซ่ในระบบที่จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนการสร้างรายได้ในระบบ รวมทั้งการพัฒนาฝีมือแรงงานต่างๆ เพื่อนำไปสู่การมีรายได้ที่สูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความห่วงใยต่อการใช้จ่ายเงินของพี่น้องประชาชน เนื่องจากรายได้ที่ลดลงแต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาพลังงานสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำ ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการความช่วยเหลือมาเป็นระยะๆ สิ่งสำคัญคือการเร่งหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนทุกกลุ่มในระยะต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะมีมาตรการออกมาทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและความเดือดร้อน ทั้งในระดับผู้ประกอบการและภาคการขนส่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ประกันตนตามมาตราต่าง ๆ รวมทั้งเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้า โดยมาตรการต่างๆให้เป็นไปเพื่อการลดภาระของผู้ใช้บริการเหล่านี้ รวมทั้งต้องช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนด้วย แม้ที่ผ่านมารัฐบาลได้จ่ายเงินเข้าบัญชีโดยตรงเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนเด็ก และเบี้ยผู้พิการ ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ให้ต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนกับคนกลุ่มนี้ให้อยู่รอด แต่ในอนาคตรัฐบาลจะเร่งเสริมความเข้มแข็ง สร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลยังได้เร่งรัดการเจรจากับต่างประเทศเพื่อส่งเสริมด้านการค้าการลงทุน เร่งรัดการเจรจา การจัดทำ MoU เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ เร่งเดินหน้ามาตรการรองรับเพื่ออำนวยความสะดวกให้มีการลงทุนทางธุรกิจจากต่างประเทศ ส่งเสริมการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ซึ่งหลาย ๆ ประเทศมีความสนใจในศักยภาพและความพร้อมด้านทรัพยากรของประเทศไทยที่มีจุดแข็งด้านอาหาร ธรรมชาติ และการท่องเที่ยว จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะชู Soft Power เพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ ขอความร่วมมือคนไทยช่วยกันรักษา ดูแล สิ่งเหล่านี้

Advertisement

รมต.อนุชา ยืนยัน ขายสลากฯ ราคา 80 บาท  ผ่านแอป เป๋าตัง เริ่มงวดแรก 16 มิย.นี้แน่นอน

People Unity News : 10 เม.ย. 65 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาที่กำหนดฯ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ และชุดทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาฯ มีการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายสลาก การจำหน่ายสลากของผู้ขาย รวมถึงการตรวจค้นจนพบสลากกินแบ่งจำนวนมาก นำไปสู่การยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายและยกเลิกการลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้า เกือบ 9,000 ราย ตั้งแต่งวด 16 พ.ค.65 เป็นต้นไป โดยเพื่อแก้ไขปัญหาการซื้อสลากฯ เกินราคา 80 บาท คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เตรียมจุดจำหน่ายสลากในราคา 80 บาท ไว้แต่ละอำเภอทั่วประเทศแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมกำหนดแนวทางการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยใช้แอปเป๋าตัง  ซึ่งระบบการสั่งซื้อจะถูกบันทึกและจัดเก็บข้อมูลไว้ สามารถตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายได้  แก้ไขปัญหาสลากเปลี่ยนมือ และทำให้ราคาที่ซื้อขายเป็นไปตามที่กำหนด เมื่อถูกรางวัล ระบบจะแจ้งเตือนให้ติดต่อขอรับเงินรางวัล ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่สลากงวด 16 มิ.ย.65 เป็นต้นไป 

Advertisement

เสกสกล ประกาศงวด 16 มิ.ย.นี้เปิดจุดขายสลากทั่วไทย พร้อมแพลตฟอร์มกองสลาก ไม่เกิน 80 แน่นอน

People Unity News : คณะอนุฯ ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสลากแพง ประกาศงวด 16 มิ.ย.นี้เปิดจุดขายสลากทั่วไทย พร้อมแพลตฟอร์มกองสลากฯ ไม่มีขายเกิน 80 ดูแลโควตาเข้มไม่มีการเมืองแอบแฝง

8 เมษายน 2565 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล และประธานคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจสอบผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลฯ แถลงผลการประชุม โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติให้เปิดจุดบริการโครงการ สลาก 80 บาท ทั่วประเทศ  จำหน่ายผ่านแอป “เป๋าตัง” 1,000 จุด ไม่มีการขายเกินราคาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสลากใบเดียวหรือสลากเลขชุด และจะทยอยเปิดครบทุกจุดทั่วประเทศ ในงวดวันที่ 16 มิถุนายนนี้

นอกจากนี้ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายสลากออนไลน์ของตัวเอง เป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด ซึ่งศึกษามานานแล้ว ต่อไปถ้าประชาชนทั่วไป หรือผู้ลงทะเบียนในระบบซื้อ-จองล่วงหน้า สามารถฝากขายที่แพลตฟอร์มของสำนักงานสลากฯได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการใดๆเพิ่มเติม และสามารถขายเองได้ด้วย ช่วยเพิ่มโอกาสให้ขายได้มากขึ้นเพราะลูกค้าจะมีทั่วประเทศ

ส่วนการตรวจสอบผู้ลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าในโควตา 200,000 รายนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่สำรวจและนำข้อมูลผู้จำหน่ายสลากจริงที่จำหน่ายสลากในพื้นที่ของจังหวัด เพื่อนำข้อมูลมาตรวจสอบเปรียบเทียบกับรายชื่อผู้ลงทะเบียนผู้ซื้อ–จองล่วงหน้า เพื่อให้คนที่ขายสลากจริง แต่ไม่ได้รับโควตาและไม่ได้รับสิทธิ เข้ามาสู่ระบบเป็นการดูแล และการคัดกรองจะต้องเป็นไปด้วยความชัดเจนไม่ให้ฝ่ายการเมืองใดเข้ามาแทรกแซง

ส่วนปัญหาการเปลี่ยนมือจนสลากราคาแพงขึ้น นายเสกสกล กล่าวว่า จะมีการแก้ไขเนื้อหาสาระในสัญญารับสลากไปจำหน่าย เพิ่มสภาพบังคับให้มีความเข้มข้นและเกิดความเกรงกลัวมากขึ้น เช่น การล่อซื้อ การตั้งรางวัลล่อจับสำหรับผู้ชี้เบาะแสการขายสลากเกินราคา เป็นต้น คนขายเกินราคาจะเหลือน้อยมาก และจูงใจให้มีการฝากขายผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้นเพื่อไม่มีความเสี่ยง รวมถึงกำลังจัดทำกฎหมายเอาผิดนายหน้าซื้อสลากมาขายต่อให้รุนแรงมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

Advertisement

รัฐบาลเอาจริงพักใบอนุญาตฯครู ระหว่างสอบสวนความผิดล่วงละเมิดทางเพศ ทุจริต ยาเสพติด

People Unity News :  รัฐบาลเอาจริงพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ระหว่างการสอบสวนความผิดร้ายแรง ล่วงละเมิดทางเพศ ทุจริต ยาเสพติด

วันที่ 6 เมษายน 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลัง ครม.มีมติเห็นชอบ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เรื่อง การกระทำความผิดของข้าราชการ กรณีชู้สาว ล่วงละเมิดทางเพศ คุกคามทางเพศ และการใช้สื่อออนไลน์ในการล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศ หากพบกระทำการผิดและมีหลักฐานเพียงพอ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมของข้าราชการ นั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก กำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด หากพบข้าราชการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมร้ายแรง โดยมีหลักฐานชั้นต้นเพียงพอ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการสอบสวน

ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพคุรุสภา (กมว.) ได้มีมติดำเนินการกับครู อาจารย์ที่กระทำความผิดในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศตามเงื่อนไข ทั้งนี้ เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครูหรือผู้บริหารแล้ว มติ กมว.ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ในระหว่างที่ผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จได้ ในกรณีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณร้ายแรงที่เป็นที่ประจักษ์ หรือมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแรงร้ายแล้ว เห็นได้ว่ามีเหตุให้สามารถพักใช้ใบอนุญาตฯไว้ก่อนได้ การพักใบอนุญาตฯไม่ใช่แต่เพียงเรื่องการละเมิดหรืออนาจารทางเทศเท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงความผิดเรื่องยาเสพติด และความผิดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ซึ่งถือว่าล้วนแล้วแต่เป็นความผิดร้ายแรง สามารถดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ต่อไป หรืออาจจะพักใช้ใบอนุญาตฯ แล้วแต่ผลการสอบสวนตามความรุนแรงของการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

นางสาวรัชดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีครูสอนสังคมศึกษาโรงเรียนในเมือง จ.สุรินทร์ มีพฤติกรรมกระทำอนาจารนักเรียน ม.3 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ นั้น กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการเร่งให้หน่วยงานในสังกัดทั้งศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์เข้าไปเยียวยาดูแลเด็ก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าว ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการสอบสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จหากปรากฏความผิดชัดเจนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

“นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำต้องทำโรงเรียนให้เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก บุคลากรทางการศึกษาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ หากพบว่าประพฤติตัวไปในทางที่เสื่อมเสีย สร้างความเสียหายให้กับแบบพิมพ์ที่ดีของชาติ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องรีบจัดการ หวังให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เป็นที่เคารพและศรัทธาของลูกศิษย์ตลอดไป” นางสาวรัชดา ย้ำ

Advertisement

ตำรวจเตือน! April Fool’s Day โพสต์ – แชร์ข่าวปลอม มีสิทธิถูกดำเนินคดี

People Unity News : ตำรวจเตือน! April Fool’s Day โพสต์ – แชร์ข่าวปลอม มีสิทธิถูกดำเนินคดี

1 เมษายน 2565 วันที่ 1 เมษายน ของทุกปี ในหลายประเทศทั่วโลก ถือเป็นวันโกหก (April Fool’s Day) โดยผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น การโพสต์เรื่องโกหกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือแชร์ข่าวปลอม อาจทำให้เรื่องโกหกกระจายไปในวงกว้าง

📣สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการสร้างเรื่องโกหกในช่วงเทศกาลดังกล่าว ว่ามีโทษจำคุกและเสียค่าปรับ โดยเฉพาะข่าวเท็จที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ การก่อการร้าย หรือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นต้น

📌ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากพบเห็นบุคคลใดสร้างข่าวปลอมจนทำให้เกิดความสับสนในสังคม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement

รัฐบาลตั้งเป้า 60 วัน เชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ ลดเหลื่อมล้ำ – แก้ความยากจน

People Unity News : รัฐบาลตั้งเป้า 60 วัน เชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ ลดเหลื่อมล้ำ – แก้ความยากจน

29 มีนาคม 2565 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ ครั้งที่ 1/65 ผ่านระบบประชุมทางไกล (VTC) เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนอย่างเป็นระบบ

ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ 3 แนวทาง คือ ออกแบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐด้านเทคนิค การรวบรวมข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ และขั้นตอนการให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน ซึ่งมีข้อมูลทับซ้อนและไม่เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน

โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบหลัก รวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะการให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน โดยให้หน่วยที่รับผิดชอบสวัสดิการของรัฐในแต่ละด้าน เร่งเสนอแนะข้อจำกัดต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลโดยเร็ว

พร้อมเน้นย้ำว่า การจัดทำข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงขอให้เร่งดำเนินการจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และรายงานสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะกรรมการฯทราบและพิจารณาต่อไป

Advertising

รัฐบาล ชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ อสม. – อสส. เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ วันนี้

People Unity News : รัฐบาล ชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ อสม. และ อสส. เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ วันนี้ 20 มีนาคม

20 มี.ค. 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า เนื่องจากวันที่ 20 มี.ค. ของทุกปีเป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ รัฐบาลขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ทั้ง 1,050,306 คน ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งมาโดยต่อเนื่อง

ทั้งในช่วงเวลาปกติ อสม. และ อสส. คือกลไกสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในขั้นปฐมภูมิ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคตามฤดูกาลแก่ประชาชนจนถึงระดับครัวเรือน ล่าสุดโควิด-19 อสม. และ อสส. ก็คือบุคลากรด่านหน้าที่ทำหน้าที่ทั้งการคัดกรอง ให้คำแนะนำและดูแลคนในหมู่บ้านและชุมชนอย่างใกล้ชิด สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนระบบสาธารณสุขไทยได้รับการยกย่องในระดับโลก

กระทรวงสาธารณสุข ได้ย้ำถึงนโยบาย ที่จะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขตั้งแต่ฐานรากตามโครงการคนไทยมีหมอดูแล 3 คน โดยมี อสม. เป็นหมอคนที่ 1 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นหมอคนที่2 และแพทย์ที่โรงพยาบาลเป็นหมอคนที่ 3 โดยกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายการเพิ่มความชำนาญของเจ้าหน้าที่ อสม. ผ่านโครงการต่างๆ  เพื่อให้ระบบการดูแลสุขภาพคนไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

สำหรับความเป็นมาของ อสม.ในประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ในปี พ.ศ. 2520 จึงเกิดโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พื้นที่ทดลองใน 20 จังหวัด ก่อนจะขยายพื้นที่ไปทั่วประเทศจนกลายเป็นกลไกความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขของประเทศ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2536 จึงอนุมัติให้วันที่ 20 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อมีกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติต่อความเสียสละและเกิดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่ อสม. เป็นประจำทุกปี

Advertising

ประยุทธ์ เปิดงาน “วันสตรีสากลปี 65” หนุนพลังสตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ–สังคมของประเทศ

People Unity News : ประยุทธ์ เปิดงาน “วันสตรีสากลปี 65” หนุนพลังสตรี ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ – สังคมของประเทศ

8 มี.ค. 2565 วันนี้ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานงานวันสตรีสากล ประจำปี 2565 ณ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รัฐบาลเห็นความสำคัญของผู้หญิง และจัดงานวันสตรีสากลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการให้เกียรติ ยกย่องบทบาทต่างๆของผู้หญิง พร้อมยกระดับสวัสดิการ ส่งเสริมการเข้าถึงโอกาส และการลดภาระต่างๆของผู้หญิง เพื่อให้ผู้หญิงสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสนี้ นายกฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สตรี บุคคล และหน่วยงานองค์กรดีเด่นสาขาต่างๆ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 65 กว่า 58 รางวัล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างกับสตรีทำงานคนอื่นๆได้ตระหนักถึงคุณค่าของตน

Advertising

รัฐบาลดูแล 69 คนไทยจากยูเครน จ่ายเงินแก่สมาชิกกองทุนฯแรงงาน ตปท. คนละ 15,000 บาท

People Unity News : รัฐบาลดูแลคนไทยจากยูเครน เร่งจ่ายเงินแก่สมาชิกกองทุนฯ แรงงาน ตปท. กว่า 1 ล้านบาท

2 มี.ค.2565 กระทรวงแรงงาน เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์และเป็นห่วงคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในยูเครน โดยกำชับให้กระทรวงแรงงานดูแลแรงงานไทยให้ดีที่สุด และเมื่อคณะคนไทย 2 ชุดแรกเดินทางถึงประเทศไทยวันนี้ (2 มี.ค. 65) ได้มอบเงินแก่คนไทย 69 คน ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ คนละ 15,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,035,000 บาท

พร้อมเปิดรับคำร้องและอำนวยความสะดวกในขั้นตอนต่างๆ เอกสารหลักฐาน รวมถึงชี้แจงสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ ซึ่งคณะคนไทยทั้งหมดจะเข้ารับการดูแลที่ศูนย์กักตัว (Quarantine Center) ณ สถาบันบำราศนราดูร เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และดำเนินการตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

Advertising

FOLLOW US

20,829แฟนคลับชอบ
2,508ผู้ติดตามติดตาม

RECENT POSTS