วันที่ 3 พฤษภาคม 2024

ด่วน!!เชียงใหม่เกิดไฟป่า 71 จุด-ค่าฝุ่นพุ่งติดอันดับโลกอีกครั้ง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 25 มีนาคม 2567 จ.เชียงใหม่ เกิดไฟป่ามากถึง 71 จุด ทำให้ค่า PM 2.5 กลับมาสูงอีก บางพื้นที่แบบรายชั่วโมงสูงถึง 346 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้คุณภาพอากาศกลับมาแย่อันดับ 5 ของโลก

เช้าวันนี้ (25 มี.ค.) จ.เชียงใหม่ ยังพบไฟป่ามากถึง 71 จุด กระจายใน 14 อำเภอ พื้นที่ อ.ฮอด มากที่สุด 21 จุด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในป่าอนุรักษ์ ต.บ้านตาล รองลงมาที่ อ.เชียงดาว 11 จุด อ.อมก๋อย 9 จุด ที่เหลือกระจายในอีก 9 อำเภอ ส่งผลให้ค่ามลพิษ หรือ PM 2.5 กลับมาสูงขึ้นอีกระลอก ทัศนวิสัยการมองเห็นขุ่นมัว ประชาชนเริ่มมีอาการแสบตา ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงระดมเร่งดับไฟ

ด้านศูนย์ข้อมูลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานคุณภาพอากาศแบบรายชั่วโมง บริเวณ รพ.สต.บ้านปางมะเยา ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว ค่า PM 2.5 เวลา 07.00 น. สูงถึง 346 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ ส่วนโรงพยาบาล อ.สันป่าตอง อยู่ที่ 187 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ชุมชนหมื่นสาร ในตัวเมืองเชียงใหม่ อยู่ที่ 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สำหรับบริเวณประตูท่าแพ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. นำเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่มาติดตั้งเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์

จากคุณภาพที่แย่ลงในวันนี้ ทำให้เชียงใหม่กลับมาติดอันดับ 5 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดของโลกอีกครั้ง จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ IQAir ณ เวลา 10.00 น. ค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 162 AQI

Advertisement

ระวัง 5 บัญชีโซเชียล อย่ารับแชท ไม่แอด ไม่คุย

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 24 มีนาคม 2567 รองโฆษกรัฐบาล ย้ำเตือน ปชช. ระวัง 5 บัญชีโซเชียลอันตราย แนะอย่ารับแชท ไม่แอด ไม่คุย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพยังคงมีการพัฒนารูปแบบในการหลอกลวงประชาชนปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างแยบยลมีการนำหลักจิตวิทยามาปรับใช้ในการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า มิจฉาชีพมักสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อ รูปแบบของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ต้องระวังเพราะอาจเป็นมิจฉาชีพมี 5 รูปแบบดังต่อไปนี้

1.หนุ่มหล่อสาวสวยแอดเป็นเพื่อน โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อนพยายามสานสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ซึ่งจะนำไปสู่การหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือหลอกให้ส่งภาพลามก

2.อวดร่ำอวดรวย โดยมักจะมีการโพสต์ในทำนองว่า ได้เงินจากการลงทุน หรือทำธุรกิจบางอย่าง ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงจะนำไปสู่การหลอกลวงชวนลงทุนหรือ Hybrid Scam

3.ต่างชาติวัยเกษียณส่งข้อความมาหา หรือแอดเป็นเพื่อนเพื่อสานสัมพันธ์เชิงชู้สาว อ้างว่า จะย้ายมาอยู่ไทยและจะส่งทรัพย์สินมาให้ แต่ติดอยู่ที่ศุลกากรหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพ

4.หน่วยงานรัฐรับช่วยเหลือ โดยลงโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ อ้างหน่วยงานของรัฐเปิดบริการรับแจ้งความ หรือให้ความช่วยเหลือในการติดตามทรัพย์สินจากคนร้าย จากนั้นจะหลอกลวงให้โอนเงินอ้างว่า เป็นขั้นตอนในการติดตามเงินคืนหรือค่าใช้จ่ายในการติดตามคดี

5.แอคหลุมแอคปลอม แชร์แต่ข่าวร้านอร่อย ที่เที่ยวสวย ๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครแอดมาเป็นเพื่อน ต้องระวังเพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสเข้ามาส่องบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของท่าน หรือนำภาพของท่านไปใช้ในการสร้างบัญชีปลอม

“แนะนำประชาชนไม่รับแอด ไม่คุยแชท ไม่โอนเงินให้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะดังกล่าว เพื่อลดโอกาสที่ท่านจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่สร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมาเพื่อใช้หลอกลวง” นายคารม ระบุ

Advertisement

อุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน ฉ.7 ฝนถล่ม-ลมแรง-ลูกเห็บตก

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 20 มีนาคม 2567 กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 7 ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรง-ลูกเห็บตก มีผลกระทบหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง และภาคใต้

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะแรก โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 20 มีนาคม 2567

ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2567 เวลา 05.00 น.

Advertisement

อุตุฯ เผยไทยตอนบนอากาศร้อน-ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 13 มีนาคม 2567 กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง 20% ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส

Advertisement

กกต.มีมติเอกฉันท์ เสนอศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 12 มีนาคม 2567 กกต.มีมติเอกฉันท์ส่งศาล รธน.ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ปมแก้ ม.112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค จากกรณีก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้วใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติดังกล่าวได้มีการพิจารณาผลการศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับที่

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และความเห็นที่สำนักงาน กกต.เสนอว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา 92(1) พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

Advertisement

ภาคกลาง-ตะวันออก อากาศร้อน ภาคเหนือร้อนจัด

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 มีนาคม 2567 กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในภาคอีสานตอนล่าง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล และตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวตอนกลางวัน โดยมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นยังคงปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย ในขณะที่ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อน และมีการระบายอากาศที่ไม่ดี

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

Advertisement

กรมปศุสัตว์พบ “โรคแอนแทรกซ์” ในลาว ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 9 มีนาคม 2567 “เกณิกา” เผยกรมปศุสัตว์พบ “โรคแอนแทรกซ์” ในลาว จากการกินเนื้อวัว-ควายดิบ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค เข้มงวดด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนไทย-ลาว ตรวจสอบการลักลอบนำเข้า

น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กรมปศุสัตว์แจ้งเตือนการพบโรคแอนแทรกซ์ ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ในประเทศลาว โดยมีสาเหตุจากการบริโภคเนื้อโค-กระบือดิบ โดยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 มีรายงานข่าวต่างประเทศว่าพบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ 3 ราย ที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ สปป ลาว ซึ่งโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยโรคนี้มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacillus anthracis) สัตว์ที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการหายใจเอาสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในดินหรือหญ้าเข้าสู่ร่างกาย หรือจากการกินน้ำและอาหารที่มีเชื้อปะปนเข้าไป เมื่อเชื้อเข้าตัวสัตว์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมสร้างสารพิษทำให้สัตว์ป่วยและตายในที่สุด

ทั้งนี้ ระหว่างสัตว์ป่วย เชื้อถูกขับออกมากับอุจจาระ ปัสสาวะ หรือน้ำนม เมื่อเปิดผ่าซาก เชื้อสัมผัสกับอากาศจะสร้างสปอร์ ทำให้คงทนในสภาพแวดล้อมได้นาน โค กระบือ แพะ และแกะ ที่ป่วยจะมีอาการแบบเฉียบพลัน คือ จะตายอย่างรวดเร็ว มีเลือดสีดำคล้ำไหลออกตามทวารต่างๆ ซากไม่แข็งตัว สำหรับคนที่ผ่าซากหรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้แบบสุกๆ ดิบๆ จะพบแผลหลุมตามนิ้วมือ แขน หรือช่องปาก และมีอาการเจ็บปวดในช่องท้อง โรคนี้ทำให้คนตายได้หากตรวจพบโรคช้า

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยสั่งการให้ด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนไทย-ลาว เข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโค กระบือ แพะ และแกะที่มีชีวิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้วย เตรียมความพร้อมด้านวัคซีนป้องกันโรค และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แพะ และแกะ ให้ดูแลสัตว์ของตนเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง หมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงของตนเองอยู่เสมอ ขอย้ำให้บริโภคเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงสุกและเป็นเนื้อสัตว์ที่ทราบแหล่งที่มาเท่านั้น

“หากเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปพบโค กระบือ แพะ แกะ แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุแบบเฉียบพลัน ห้ามเปิดผ่าซาก ห้ามเคลื่อนย้ายซากหรือชำแหละเพื่อการบริโภค ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ หรือผ่านทาง Application DLD 4.0 หรือโทรศัพท์สายด่วน 06 3225 6888 เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที” น.ส.เกณิกา กล่าว

Advertisement

กรมการแพทย์แผนไทยฯแนะพก 3 ยาสมุนไพรติดตัว-ดื่มน้ำสมุนไพรช่วงฤดูร้อน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 8 มีนาคม 2567 กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยเคล็ดลับดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แผนไทย ชู 3 ยาสมุนไพรที่ควรพกติดตัว และ 6 น้ำสมุนไพร แก้อาการยอดฮิต ช่วงฤดูร้อน

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือหน้าร้อน เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์แผนไทย แนะพก 3 ยาสมุนไพร ยาหอมเทพจิตร ยาดมสมุนไพร และพิมเสนน้ำ รวมถึงวิธีคลายร้อนด้วย 6 น้ำสมุนไพร ช่วยบำรุงร่างกาย เช่น น้ำลอยดอกมะลิ น้ำใบเตย น้ำบัวบก น้ำย่านาง น้ำมะพร้าว และน้ำตรีผลา ช่วยบรรเทาอาการโรคยอดฮิต ช่วงฤดูร้อน

นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ปัญหาสุขภาพที่ตามมามักเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน ในทางการแพทย์แผนไทย อากาศที่ร้อนจะส่งผลกระทบต่อธาตุไฟ และธาตุน้ำในร่างกาย ทำให้ธาตุไฟกำเริบมักทำให้มีอาการปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้โดยเฉพาะโรคลมแดด (Heatstroke) เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ผู้ที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้ง จะได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับยาสมุนไพรที่ควรพกประจำตัวไว้ในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ ยาหอมเทพจิตร ช่วยแก้อาการหน้ามืด ตาลาย อาการที่รู้สึกใจหวิว คลื่นไส้ วิงเวียน ตาพร่าจะเป็นลม ใจสั่น ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรรสหอมเย็น เช่น ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง สมุนไพรรสหอมเย็นมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย แก้ร้อนใน กระหายน้ำ เป็นต้น

ยาดมสมุนไพร บรรเทาอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ช่วยให้สดชื่นตื่นตัว และพิมเสนน้ำ มีส่วนประกอบหลัก ๆ คือ พิมเสน แก้ลมวิงเวียน หน้ามืด บำรุงหัวใจ การบูร แก้เคล็ด ขัดยอก เกล็ดสะระแหน่หรือเมนทอลมีกลิ่นหอมเย็น สำหรับพิมเสนน้ำเมื่อสัมผัสผิวจะรู้สึกเย็น จึงควรระมัดระวังการระคายเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจและดวงตาหรือบริเวณผิวหนังอ่อน

นอกจากยาสมุนไพรที่ควรมีไว้ติดตัวในช่วงหน้าร้อนแล้ว ยังมีวิธีการคลายร้อนตามภูมิปัญญาไทย ซึ่งจะรับประทานในลักษณะเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร โดยจะเน้นไปที่สมุนไพรที่มีรสเย็น เช่น น้ำลอยดอกมะลิ จะช่วยทำให้สดชื่น แก้กระหาย แก้อ่อนเพลีย ช่วยคลายเครียด ช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยคลายร้อน และช่วยบำรุงหัวใจ น้ำใบเตย ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดอาการกระหายน้ำ น้ำบัวบก แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ น้ำย่านาง แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย น้ำมะพร้าว ช่วยดับกระหาย คลายร้อน ช่วยให้สดชื่น และน้ำตรีผลา ปรับสมดุลของร่างกายในช่วงฤดูร้อน เป็นต้น

นายแพทย์ขวัญชัย กล่าวย้ำว่า ในช่วงฤดูร้อนนี้ สิ่งที่สำคัญควรปฏิบัติตน คือหลีกเลี่ยงการออกแดดเป็นเวลานาน ๆ สวมเสื้อผ้าที่โปร่งเบาสบาย สีอ่อน ๆ พยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย หรือการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค สามารถติดต่อที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่ FACEBOOK กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก www.facebook.com/dtam.moph และ line @DTAM

Advertisement

เช้านี้ราคาทองพุ่งนิวไฮอีก สมาคมค้าทองระบุ กองทุนเริ่มเทขาย ราคาอาจลดลง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 7 มีนาคม 2567 ราคาทองคำวันนี้ พุ่งแรงทำนิวไฮอีก หลังประธานเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยปีนี้

สมาคมค้าทองคำรายงาน ราคาทองคำเปิดเช้านี้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ราคาปรับเปลี่ยน 3 รอบ ปรับเพิ่มขึ้นรวม 400 บาท/บาททองคำ โดยรอบที่ 3 (09.56 น.) ราคาทำนิวไฮ สร้างสถิติสูงสุด โดยราคาทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 36,250 บาท รับซื้อ 36,150 บาท ทองคำรูปพรรณ ขายออก 36,750 บาท รับซื้อ 35,504.72 บาท ตามราคาทองคำเอเชียที่ขยับขึ้นทำนิวไฮที่ 2,150 ดออลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ 35.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาทองคำในประเทศพุ่งแรงตามราคาทองคำโลก หลัง นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อสภาคองเกรส ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปรับลดลงเมื่อใด เนื่องจากความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อนั้นยังคงไม่แน่นอน และระบุด้วยว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอยแต่อย่างใด โดยเงินเฟ้อได้ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีในปี 2565 แต่เฟดก็ยังคงต้องการความเชื่อมั่นมากขึ้นกับการลดลงของเงินเฟ้อก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ปิดตลาดวานนี้ ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.76% ปิดที่ 2,158.20 ดอลลาร์/ออนซ์ นอกจากนี้ราคาทองยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการเปิดเผยถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งการอ่อนค่าของดอลลาร์จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ๆ ส่วนการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ด้าน นายวรชัย ตั้งสิทธิ์ภักดี กรรมการสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ปีที่แล้วทองคำโลกขึ้นไปแตะสูงสุด 2,145 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ส่วนปีนี้แค่ต้นปีก็ขึ้นมาถึง 2,150 ดอลลาร์/ออนซ์ แล้ว มีการประเมินกันว่าอาจมีโอกาสขึ้นไปแตะถึง 2,200 สหรัฐ/ออนซ์ ส่วนทองไทยประเมินว่าปลายปีนี้อาจมีโอกาสแตะ 38,000 บาท โดยปกติเมื่อราคาทองคำขึ้น คนจะเอาทองมาขาย แต่รอบนี้ผิดคาด ยิ่งราคาทองขยับขึ้น คนที่เพิ่งซื้อทองไปไม่กี่วันก็เอามาขายแล้ว และอีกหลายคนก็ซื้อเพิ่มเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

“หลายคนเห็นว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงนี้ หากเป็นทองที่มีอยู่แล้วจะขายก็ได้หรือรอก็ได้ แต่ถ้าจะซื้อช่วงนี้เพื่อเก็งกำไรก็ขอให้ระวังเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เนื่องจากขณะนี้มีการซื้อมากเกินไปแล้ว มองว่ากองทุนต่าง ๆ ที่ลงทุนอาจเริ่มเทขายทำกำไรได้ ทองคำที่ขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็มีโอกาสที่จะย่อตัวลงไปได้เช่นกัน” นายวรชัย ระบุ

Advertisement

ราคาทองคำวันนี้ขึ้นอีก ทำสถิติสูงสุด คาดอาจแตะ 38,000 บาทปีนี้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 4 มีนาคม 2567 ราคาทองคำทำนิวไฮอีกเช้าวันนี้ รอลุ้นปีนี้อาจแตะ 38,000 บาท/บาททองคำ

สมาคมค้าทอง รายงานราคาครั้งที่ 2 ในวันนี้ ราคาทองในประเทศปรับขึ้นจากวันเสาร์รวม 100 บาท โดยทองแท่งขายออกอยู่ที่ 35,300 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 35,800 บาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่าราคาทองคำช่วงนี้ปรับตัวขึ้นจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง  เช้าวันเสาร์ที่ 2 มี.ค. ราคาทองในประเทศปรับขึ้นรวดเดียว 400 บาท และเช้าวันนี้ (4 มี.ค.) ราคาในประเทศก็ปรับขึ้นอีก 2 ครั้งครั้งละ 50 บาท รวม 100 บาท แม้ว่าเงินบาทจะค่อนข้างแข็งค่าก็ตาม ผันแปรตามค่าเงินดออลลาร์  ถ้าเงินบาทไม่แข็งค่า ทองในประเทศจะขึ้นไปมากกว่านี้  โดยเงินบาทอยู่ที่ 35.80 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำต่างประเทศไป 2,082 ดออลาร์/ออนซ์ และหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยอีก ทองคำก็มีโอกาสจะขึ้นไปได้อีก โดยขณะนี้มองว่าปีนี้ทองในประเทศแนวต้านอาจไปถึง 38,000 บาท

น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทเช้านี้ปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 35.80-35.82 บาทต่อดอลลาร์ฯ  เทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 35.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอเกินคาด

Advertisement

Verified by ExactMetrics