วันที่ 29 เมษายน 2026

ประทับใจงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ต้อนรับประชาชนอบอุ่น เป็นแขกของพระเจ้าอยู่หัว

People unity news online : เหลือเวลาอีก ๑๑ วันเท่านั้น กับการจัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจัดงานพระราชทานความสุขให้กับประชาชน และเผยแพร่ความงดงามของความเป็นไทยในรูปแบบต่างๆในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย ภายใต้ชื่องานว่า “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ระหว่างวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ – ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๓๐ – ๒๑.๐๐ น. วันศุกร์และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๓๐ – ๒๒.๐๐ น.

จึงขอเชิญชวนประชาชนไปร่วมงาน และแต่งกายย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือสวมใส่ผ้าไทย หรือชุดสุภาพตามสมัยนิยม …อีก ๑๑ วันเท่านั้น

เสียงจากผู้เข้าชมงาน คุณสุภาวดี วงษ์เพชร ผู้อำนวยการ สำนักข่าวออนไลน์ พีเพิล ยูนิตี้ และเป็นภรรยาของ พล.อ.พัชราวุธ วงษ์เพชร ผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความประทับใจของงานอุ่นไอรักฯ ว่า

“ทุกอย่างภายในงานสวยงามมาก พิถีพิถันในการจัดงาน ได้บรรยากาศย้อนยุคจริงๆ และที่ประทับใจที่สุด คือ การต้อนรับ ซึ่งประชาชนทุกคนที่เข้าไปชมงาน จะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆอย่างดีมาก อบอุ่นด้วยความรัก ความสุภาพ ให้เกียรติกับประชาชนทุกคนเสมือนเป็นบุคคลสำคัญ ตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่ขึ้นรถรับส่งของงานเพื่อเข้ามาชมงาน ได้ยินมาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ต้อนรับประชาชนที่มาเที่ยวชมงานในฐานะเป็นแขกของพระองค์ ได้ยินแล้วก็ขนลุก ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

People unity news online : post 1 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น.

ประยุทธ์เดินหน้า “โครงการแก้มลิง” ตามพระราโชบาย ร.10 สืบสานโครงการพระราชดำริ ร.9

People Unity News : โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯเดินหน้า “โครงการแก้มลิง” ตามพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 สืบสาน รักษาและต่อยอด โครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาล 9 ช่วยบรรเทาวิกฤตน้ำท่วม

9 ตุลาคม 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการโครงการแก้มลิงทั่วประเทศในพื้นที่ 65 จังหวัด รวม 914 รายการ ปริมาตรน้ำกักเก็บ 606.93  ล้าน ลบ.ม. วงเงิน 23,060.7182 ล้านบาท ด้วยการน้อมนำพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการทรงงานเพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดย “โครงการแก้มลิง” หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริไว้ในการแก้ปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขังในประเทศไทย รัฐบาลนำมาเป็นนโยบายการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ได้แก่ พื้นที่ 12 ทุ่ง ในภาคกลางตอนล่าง และ ทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อใช้เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม/ชะลอน้ำหลาก ได้ถึง 1.41 ล้านไร่ และสามารถรองรับน้ำได้ถึง 1,704 ล้าน ลบ.ม.

นายธนกร กล่าวว่า ล่าสุดการลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยของนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ยังได้ติดตามการเตรียมพื้นที่รับน้ำแก้มลิงบริเวณแม่น้ำยมฝั่งซ้าย เพื่อบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยด้วย โครงการแก้มลิงไม่เพียงแต่แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ด้วย อีกทั้งสามารถปล่อยน้ำในการผลักดันไม่ให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าสู่แม่น้ำลำคลองและพื้นที่การเกษตร และน้ำจืดที่เก็บกักไว้ในแก้มลิง ประชาชนสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ทำให้คนไทยมีน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี

Advertising

ร.10 พระราชทานวีดีทัศน์แนวพระราชดำริ ร.9 และสมเด็จพระราชินีนาถ ให้รัฐบาลนำไปสานต่อ

People unity news online : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานวีดีทัศน์รวมแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

วันนี้ (15 สิงหาคม 2560) เวลา 13.50 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานวีดีทัศน์ จำนวน 4 แผ่น ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสานต่อ รักษา และต่อยอดแนวทางพระราชดำริและโครงการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ ป่า และเรื่องต่างๆ ที่เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงทำไว้ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับมาแล้วให้รวบรวมและนำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติ รวมถึงเพื่อให้รัฐบาลและทุกภาคส่วนนำไปใช้ประโยชน์ในการสานต่อและต่อยอดสิ่งที่ทั้ง 2 พระองค์ทำไว้  ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ในการทรงงานต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนตลอดไป ส่วนรัฐบาลจะนำมาประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำวีดีทัศน์ชุดดังกล่าวมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยใช้ชื่อชุด “สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” หน้าปกเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปกด้านในมีพระราชปรารภของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามีมากหลายด้วยพระบารมี และพระเมตตา ได้ทรงพระราชทานแนวความคิด พระราชดำริ และข้อปฏิบัติในการพัฒนาความเจริญและความสุขให้แก่ประเทศชาติและประชาชนมาหลายด้านหลายสิ่ง หากจะได้ศึกษาและน้อมนำพระราชดำริต่างๆนี้ มาปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมและพอเพียงต่อสถานการณ์ และก็เชื่อแน่ว่าจะแก้ปัญหา และทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศชาติ และตนเอง ซึ่งจะนำพามาสู่ความสุขและความเจริญกับทุกๆคน ตามพระราชปณิธานของล้นเกล้าล้นกระหม่อมตลอดไป หวังว่าวีดีทัศน์ชุดนี้จะเป็นประโยชน์ และนำความสุข ความเจริญมาสู่ผู้ชมในทุกประการ ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยด้วย

สำหรับวีดีทัศน์มีจำนวน 4 แผ่น แบ่งเป็น 4 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 น้ำคือชีวิตแผ่นดิน ตอนที่ 2 พิทักษ์ป่า พัฒนาสินสายน้ำ ตอนที่ 3 พืชพรรณ ปลูกชีวิตมั่นคง และตอนที่ 4 เศรษฐกิจพอเพียงนำทางชีวิต

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ทุกคนติดตามและเข้าใจถึงพระเจตนารมณ์ที่พระองค์ทรงมอบหมายมา โดยจะให้กรมประชาสัมพันธ์นำวีดีทัศน์ดังกล่าวไปเผยแพร่ทางโทรทัศน์ในเวลา 18.00 น. นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งอีกหลายเรื่อง อาทิ การทำให้คนไทยปลูกข้าวให้ได้ในพื้นที่ที่มีดินเปรี้ยว ซึ่งรัฐบาลต้องไปพิจารณาด้วยว่าหากการปลูกข้าวอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอ ก็ต้องนำไปสู่การทำตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฏีใหม่ 3:3:3:1 ปลูกพืชชนิดอื่นด้วย หรือถ้าปลูกพืชชนิดใดได้ดีก็นำไปปลูกพืชแปลงใหญ่ ส่วนพื้นที่ใดปลูกพืชชนิดใดได้ผลผลิตน้อย ก็ให้นำพื้นที่นั้นไปทำปศุสัตว์บ้าง เพราะทิศทางน้ำในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากพอสมควร และไม่ควรเกิดการขัดแย้งกันอีก

“พระองค์ทรงรับสั่งว่าสามารถประยุกต์ได้ หลักเศรษฐกิจพอเพียงมีคนอยู่หลายประเภทด้วยกัน มีทั้งพอเพียง รวยก็มี ไม่พอเพียงก็มี ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ในคนทุกระดับ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เมื่อวาน (7 สิงหาคม) ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นการถวายรายงานการทำงานของรัฐบาลตามห้วงระยะเวลา โดยได้ถวายงานในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่ง สรุปได้ดังนี้

1.ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมทั้งภาคเหลือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงรับสั่งให้รัฐบาลช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ลดภาระความซ้ำซ้อน สิ่งใดที่สถาบันจะช่วยได้ ก็จะทรงพระราชทานความช่วยเหลือมาให้ อย่างที่ทรงพระราชทานอยู่ปัจจุบันนี้ พร้อมทรงรับสั่งให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเป็นพื้นที่ๆไป ถ้าไม่สามารถแก้ไขในภาพรวมได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ทูลถวายถึงโครงการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำภาพรวมของรัฐบาลว่า ติดปัญหาอยู่ที่ประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องที่ดิน และในพื้นที่ส่วนบุคคล โดยไม่สามารถทำได้ ซึ่งจะมีการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป

2.ทรงรับสั่งขอให้ทำให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข ทั้งการช่วยเหลือ การบรรเทา การจัดระเบียบ การสร้างวินัย การสร้างอุดมการณ์ ขอให้ทำในทุกมาตรการอย่างต่อเนื่อง

3.ให้ช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยแต่โบราณกาลที่เป็นส่วนที่ดีงาม เป็นอัตลักษณ์ของไทย ให้คนมาท่องเที่ยว มาชื่นชม ขอให้รักษาไว้ให้ได้

4.เรื่องภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น ภัยคุกคามรูปในแบบเก่า การรักษาอธิปไตย วันนี้น้อยลง ก็มีแต่การรักษาทรัพยากรบนแผ่นดินและบนพื้นน้ำที่เป็นอาณาของประเทศไทย ที่จำเป็นต้องมีกำลังไว้รักษา และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ต้องเตรียมมาตรการรองรับให้ดี ให้เป็นสากล

5.ทรงให้เร่งดูแลระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันได้มีการปฏิรูปการศึกษา เร่งกระบวนการเรียนรู้ ให้คนไทยมีความรู้ สามารถประกอบอาชีพมั่นคง มีความเข้มแข็ง มีหลักคิดที่ถูกต้องในทุกๆเรื่อง จะได้ลดความขัดแย้ง

6.ทรงขอให้ช่วยกันส่งเสริมกลุ่มงานจิตอาสา ซึ่งตนได้สั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งอาสาสมัครในการดูแลพื้นที่ และความมั่นคง ในลักษณะจิตอาสา หรือทำกิจกรรมสาธารณะ

7.การดูแลประชาชน ให้ความเป็นธรรม กระบวนการยุติธรรมทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ มีหลักฐานที่ชัดเจน ให้ประชาชนเชื่อมั่นไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมให้ได้

8.ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ทรงขอให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เป็นแม่แบบให้กับประชาชนให้เคารพศรัทธาเชื่อมั่นในการทำงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือ ลดผลกระทบระหว่างกันให้ได้ในการบังคับใช้กฎหมาย

9.ทรงเสียพระทัยในการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยรับสั่งว่าขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจ ขยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำไว้มากมายให้ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป ขอให้สำนึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมขอให้นำทุกอย่างที่ทั้งสองพระองค์ได้ทรงริเริ่มนำไปขับเคลื่อน ส่วนพระองค์จะสนับสนุนส่งเสริมรัฐบาลในการทำเพื่อประชาชน

ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และโชคดีที่ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่งทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถต่อไป ขอให้คนไทยทุกคนช่วยกันรักษา ให้ใช้การสูญเสียในครั้งนี้ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในสิ่งที่ดีกว่าเดิม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านต่อไป

ร.10 พระราชทานวีดีทัศน์แนวพระราชดำริ ร.9 และสมเด็จพระราชินีนาถ ให้รัฐบาลนำไปสานต่อ

People unity news online : post 15 สิงหาคม 2560 เวลา 22.00 น.

นายกฯ เชิญชวนประชาชนร่วมงาน “พระราชพิธีสมมงคล” 14 ม.ค.นี้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 7 มกราคม 2568 ทำเนียบ – นายกฯ เชิญชวนประชาชนร่วมงาน “พระราชพิธีสมมงคล” 14 ม.ค.นี้ ทั่วประเทศ พร้อมเลื่อนประชุม ครม. สัปดาห์หน้า เป็นวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. แทน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งการเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ในวันอังคารที่ 14 มกราคม มาเป็นวันจันทร์ที่ 13 มกราคม ในเวลา 10.00 น. เนื่องด้วยในวันอังคารที่ 14 มกราคม รัฐบาลจัดงาน “พระราชพิธีสมมงคล”

โดยนายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “พระราชพิธีสมมงคล“ ซึ่งรัฐบาลได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่ากับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ในวันที่ 14 มกราคม 2568 ประกอบด้วย 7 กิจกรรม ได้แก่

1.พิธีสืบพระชะตาหลวง ณ สวนสราญรมย์ และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ระหว่างวันที่ 13 – 20 ม.ค. 68

2.บูรณปฏิสังขรณ์วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี

3.จัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ณ ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในวันที่ 14 ม.ค. 68

4.จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติฯ

5.จัดพิธีทางศาสนาและกิจกรรมถวายพระราชกุศล ณ ศาสนสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

6.จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระราชกุศล

7.จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยวันที่ 14 มกราคม 2568 เป็นโอกาสมหามงคลสมัยพิเศษ เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุได้ 26,469 วัน เป็นสมมงคล เท่ากับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสำคัญ

Advertisement

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปติดตามงานโครงการกำลังใจฯ จ.เชียงราย

People unity news online : เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เวลา 12.15 น. พระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงติดตามการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ทรงเยี่ยม นายวีรภาพ กันแก้ว คนต้นแบบโครงการกำลังใจฯ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวกำลังใจ โดยมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เฝ้ารับเสด็จ

ต่อจากนั้น เวลา 13.30 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเชิญพระประธานประจำลานปฏิบัติธรรมขึ้นประดิษฐานบนแท่น และพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูปที่ผู้เข้าร่วมโครงการกำลังใจฯ สร้างถวาย ณ สำนักปฏิบัติธรรมอรัญญะมุนี สาขาวัดป่าซางงาม จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้ โครงการพุทธอุทยานในเขตสำนักปฏิบัติธรรมอรัญญะมุนี ถือเป็นความสำเร็จของโครงการกำลังใจฯ ที่เป็นต้นแบบของศูนย์รวมด้านจิตใจโดยใช้พระพุทธศาสนาเป็นแกนหลัก โดยผู้เข้าร่วมโครงการกำลังใจฯ ในรุ่นแรก จำนวน 1 ราย ได้นำแนวทางตามโครงการกำลังใจฯในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกป่า และพัฒนาป่าไม้ให้เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาธรรมชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ประชาชนกับวัดป่าซางงาม ภายใต้สำนักปฏิบัติธรรมอรัญญะมุนี ฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสบกกฝั่งขวา บ้านป่าซางงาม อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย จำนวน 9 ไร่ 96 ตารางวา

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วม “โครงการปั้นดินให้เป็นบุญ” จากเรือนจำกลางบางขวาง ได้ปั้นพระพุทธรูปเพื่อนำมาประดิษฐาน ณ ลานธรรมของสำนักปฏิบัติธรรมอรัญญะมุนี นับเป็นการเชื่อมโยงบุคคลที่อยู่ภายในเรือนจำกับภายนอกเรือนจำด้วย “ธรรมะ” ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่โครงการกำลังใจฯ ได้นำมาเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่เคยก้าวพลาด

People unity news online : post 9 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.53 น.

​นายกฯซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงพระราชทานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษเคลื่อนที่

People Unity News : ​นายกฯ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงพระราชทานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษเคลื่อนที่ต้นแบบ และชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลและประชาชนไทย ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยประชาชนไทยและได้พระราชทาน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน และ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน โดยได้พระราชทานมาแล้วรวมทั้งสิ้น 20 คัน เพื่อตรวจเชื้อโควิด-19 และวิเคราะห์ผลได้อย่างรวดเร็วขึ้น จะส่งผลให้ทำการตรวจเชิงรุกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรียังชื่นชมการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหัวหน้าศูนย์ฯ ที่สนธิกำลังกวดขันและบูรณาการการทำงานของกองกำลังป้องกันชายแดนอย่างเข้มข้น ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง เพิ่มความถี่การตั้งจุดตรวจ และลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนทุกด้าน เพิ่มการวางเครื่องกีดขวางตามช่องทาง/ท่าข้ามที่ล่อแหลมและสำคัญในภูมิประเทศ และเครื่องมือพิเศษทุกระบบในการเฝ้าตรวจพื้นที่ เช่น CCTV และการใช้โดรน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการข้ามแดนผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบข้ามแดนของแรงงานผิดกฎหมาย การมั่วสุมผิดกฎหมายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค การลักลอบขนย้ายสินค้าผิดกฎหมาย และยาเสพติด

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตนตามกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเพื่อรับผิดชอบต่อตนเอง และรับผิดชอบต่อผู้อื่นในสังคม

Advertising

ชุมชนเขตพระนคร-ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล

People Unity News : 4 พฤษภาคม 2566 กองทัพบก ร่วมกับชุมชนเขตพระนคร จัดกิจกรรม “ชุมชนเขตพระนคร และกองทัพบก ร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2566” ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง (บางขุนพรหม)

วันนี้ (4 พ.ค.66) เวลา 08.00 น. กองทัพบก โดยสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ร่วมกับชุมชนเขตพระนคร จัดกิจกรรม “ชุมชนเขตพระนคร และกองทัพบก ร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2566” โดยมี พันเอก ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ รองเลขานุการกองทัพบก เป็นผู้แทนกองทัพบก นำกำลังพล พร้อมด้วยภาคเอกชน ส่วนราชการ และประชาชนในเขตพระนคร ร่วมกิจกรรม ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง (บางขุนพรหม)

ภายในงาน ประกอบด้วย พิธีห่มผ้าหลวงพ่อโต และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี สืบเนื่องจากวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี เริ่มมีครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามธรรมเนียมเดิม ในเดือน 6 (ตรงกับเดือนพฤษภาคม) กองทัพบก ร่วมด้วยชุมชนเขตพระนคร จึงจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนให้ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนรอบกองบัญชาการกองทัพบก ได้มีส่วนร่วมกับกองทัพบกในการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับทหาร ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา และร่วมมือสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก ในอันที่จะพิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

Advertisement

“ประยุทธ์” ชูโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของพระเทพต่อที่ประชุมอาหารโลกสหประชาชาติ

People Unity News : “ประยุทธ์” กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยระบบอาหารโลก (Food Systems Summit 2021) ย้ำเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร พลิกโฉมระบบอาหารให้ยั่งยืน เป็นธรรม

24 กันยายน 2564 เวลา 03.15 น. (ซึ่งตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 16.15 น. ณ นครนิวยอร์ก) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยระบบอาหารโลก (Food Systems Summit 2021) ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

ไทยในฐานะประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารต่อความอยู่รอดของทุกชีวิต โดยสถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่ผ่านมาได้เผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความเปราะบางของระบบอาหาร ไทยจึงขอผลักดันให้ประชาคมโลกร่วมมือกันพลิกโฉมระบบอาหารให้ยั่งยืนและสมดุลในทุกมิติ สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

หนึ่งในโครงการที่สำเร็จด้านการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารและภาวะทุพโภชนาการในพื้นที่ทุรกันดาร คือ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ การพลิกโฉมระบบอาหารทั้ง 5 ด้าน ตามข้อเสนอของสหประชาชาติ สอดคล้องกับแนวทางของไทย นโยบายเกษตรและอาหาร “3S” ประกอบด้วย 1. ความปลอดภัยทางอาหาร (Safety) 2. ความมั่นคง (Security) และ 3. ความยั่งยืนของทรัพยากรและนิเวศการเกษตร (Sustainability)

ประเทศไทยอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อการพัฒนาอย่างสมดุล ยั่งยืนและครอบคลุม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ ผ่านการร่วมมือกับสหประชาชาติจัดตั้ง “วันดินโลก” และร่วมกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มอบรางวัลให้แก่ ประเทศ องค์กร หรือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาหรือจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายภายในและระหว่างประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบอาหารโลก นำไปสู่การพลิกโฉมระบบอาหารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ FoodSystems4SDGs ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อนึ่ง การเข้าร่วมการประชุมฯ ร่วมกับประมุขของรัฐ ผู้นำรัฐบาล และหัวหน้าคณะตัวแทนจากประเทศต่างๆ เป็นโอกาสให้ไทยที่ได้นำเสนอแนวคิดในการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารให้มีความยั่งยืน เป็นธรรม และดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น ตั้งแต่การผลิตจนถึงการบริโภค และแสดงความมุ่งมั่นในการเป็น “ครัวของโลก ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับนานาประเทศขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี ค.ศ.2030

Advertising

“บิ๊กตู่” ประชุมมูลนิธิโครงการหลวงสนองพระราโชบาย ร.10 สืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการหลวง

People Unity News : รัฐบาลติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง สนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดงานโครงการหลวง

วันนี้ (7 ก.ค.64) เวลา 09.30 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง ครั้งที่ 1/2564 (ผ่านระบบ VDO Conference) โดยมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรีและประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรีและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรีและที่ปรึกษาพิเศษ สวพส. ร่วมประชุม

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง และหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงที่ผ่านมา โดยรัฐบาลยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงมาโดยตลอดและต่อเนื่อง รวมทั้งจะติดตามการทำงานเพื่อเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานโครงการหลวง และพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวง ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานให้สอดคล้องตามพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด และพัฒนาให้ดีขึ้น ตลอดจนมีการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า ประหยัด เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการนำแผนกลยุทธ์มูลนิธิโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อเป็นแนวทางในการประสานประโยชน์จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนงานโครงการหลวงต่อไป รวมทั้งที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการฯ 3 แผน ดังนี้

1.เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) และกรอบงบประมาณ โดยมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ไปพิจารณาให้มีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการฯ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป รวมทั้งมอบให้หน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการและจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) และกรอบงบประมาณ โดยมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยืนยันความสอดคล้องของแผนปฏิบัติการฯ กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งสำนักงบประมาณ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการและนำแผนปฏิบัติการฯไปใช้ในการจัดทำคำของบประมาณประจำปี

3.เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2557) และกรอบงบประมาณ โดยมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.)  ยืนยันความสอดคล้องของแผนปฏิบัติการฯ กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งสำนักงบประมาณ เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป รวมทั้งกำหนดให้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนฯ เป็นแผนงานบูรณาการระดับประเทศต่อไป

นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงการเสนองบประมาณในการดำเนินแผนงานโครงการต่างๆ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน รวมทั้งใช้จ่ายงบประมาณให้และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีความชัดเจน โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการลดภาวะโลกร้อน นำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์ในครัวเรือนแทนการเผาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ในการพัฒนาพื้นที่สูง รวมทั้งการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินการต่างๆของรัฐบาล ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ Bio-Circular-Green Economy (BCG Model) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศ พร้อมขอให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่รอดได้อย่างดีภายใต้สถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

Advertising

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่นายกรัฐมนตรี

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 20 กรกฎาคม 2567 ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่นายกรัฐมนตรี

วันนี้ (20 ก.ค. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่ง ช้างเผือก ชั้น มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น มหาวชิรมงกุฎ แก่ นายเศรษฐา ทวีสิน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช  2567

Advertisement

Verified by ExactMetrics