วันที่ 13 กันยายน 2026

นายกฯ เปิด “โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 14 มิถุนายน 2567 นายกฯ เปิด “โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” รวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วน ร่วมปลูกป่า บำรุงรักษาต้นไม้

วันนี้ (14 มิ.ย. 67) เวลา 13.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” โดยมี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น นายกฯ และผู้เข้าร่วมพิธี รับชมวีดิทัศน์ “โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ต่อจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานการดำเนินโครงการฯ

โอกาสนี้ นายกฯ กล่าวว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดโครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยรวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วนในการร่วมกันปลูกป่าและบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ คืนอากาศสะอาดให้กับประชาชน โดยตั้งเป้าหมายในการปลูกป่าทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 72 ล้านต้น โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการรับลงทะเบียน จัดหาพันธุ์กล้าไม้ และรวบรวมข้อมูลการปลูกต้นไม้ของทุกหน่วยงาน องค์กร กลุ่มบุคคล เพื่อใช้ประกอบการดูแลรักษาต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็น 1 ใน 10 โครงการที่ดำเนินการในนามของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีโครงการของภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลนี้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมทำกิจกรรมในวาระสำคัญกับพี่น้องประชาชน จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนร่วมกันแสดงออกถึงพลังแห่งความจงรักภักดี และความสามัคคีของปวงชนชาวไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งเพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนางานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้มีความยั่งยืนสืบไป

ต่อจากนั้น นายกฯ ได้มอบต้นกล้า “ต้นรวงผึ้ง” จำนวน 26 ต้น ให้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวง ผู้แทนเหล่าทัพและกรุงเทพมหานคร แล้วเยี่ยมชมบูธนิทรรศการฯ พร้อมถ่ายรูปร่วมกับคณะผู้บริหาร

“การจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการฟื้นฟูและรักษาสภาพป่าต้นน้ำ รวมถึงการคืนสภาพโครงสร้างของระบบนิเวศให้กับผืนป่าทั่วประเทศ โดยรวมพลังจิตอาสาของทุกภาคส่วนในการร่วมกันปลูกป่าและบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อคืนธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

Advertisement

มท.ขอความร่วมมือแต่งผ้าไทยสีเหลืองทุกวันจันทร์

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 18 กุมภาพันธ์ 2567 “มหาดไทย” แจ้งผู้ว่าฯ – อธิบดี – รัฐวิสาหกิจ มท. ขอความร่วมมือข้าราชการ-บุคลากรในสังกัด และ อปท. ทั่วประเทศ ร่วมแต่งกายเสื้อผ้าไทยสีเหลืองทุกวันจันทร์ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอขอความร่วมมือให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐขอความร่วมมือให้บุคลากรของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐทุกแห่งแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 แทนการแต่งกายปกติในทุกวันจันทร์ที่เป็นวันทำการ รวมทั้งในวันหรือในโอกาสอื่นที่เหมาะสม โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเป็นต้นไป พร้อมทั้งขอความร่วมมือและเชิญชวนให้องค์กร หน่วยงาน ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เหมาะสม ถูกต้อง โดยพร้อมเพรียงกันด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งมั่นในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานทั้งปวงของพระบาทสมเด็จพระบรมธชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังผลทำให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ได้มีความอยู่ดีกินดี ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พึ่งพาตนเองได้อย่างมีความสุข มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ส่งผลให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน

“เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 กระทรวงมหาดไทยจึงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด อธิบดี และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และแจ้งไปยังทุกอำเภอและทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอความร่วมมือบุคลากร แต่งกายเสื้อผ้าไทยสีเหลืองประดับเข็มที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 หรือประดับตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยหากไม่มีเข็มที่ระลึกพระราชพิธีฯ หรือตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไทยสีเหลืองแทนการแต่งกายปกติ ในทุกวันจันทร์ที่เป็นวันทำการ รวมทั้งในวันหรือในโอกาสอื่นที่เหมาะสม และสำหรับการแต่งกายเครื่องแบบกากีคอพับ ให้แต่งกายในทุกวันอังคารที่เป็นวันทำการ นอกจากนี้ให้เชิญชวนองค์กร หน่วยงานภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไทยสีเหลือง หรือเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เหมาะสม ถูกต้อง โดยพร้อมเพรียงกัน”

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยการร่วมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไทยสีเหลือง หรือเสื้อเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีความประสงค์ขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ เพื่อประดิษฐานในสิ่งของใด ๆ ก็ตาม สามารถแจ้งขออนุญาตไปที่สำนักแผนงานและกิจการพิเศษ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 0-2283-4789-91, 0-2283-4775 ในวันและเวลาราชการ

Advertisement

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเลี้ยงแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

People unity news online : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณสนามหญ้าริมเขื่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย  ถนนสามเสน เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเลี้ยงอาหารพระราชทานให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสังกัดหน่วยราชการในพระองค์ ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ คณะกรรมการฝ่ายต่างๆ รวมถึงภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าร่วม

เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปถึงบริเวณงาน นายกรัฐมนตรีเดินไปยังเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายคำนับ และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ จากนั้นชมวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ภาพความอาลัยของประชาชน และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในงานพระราชพิธีฯ

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายราชสักการะและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และกล่าวถวายราชสักการะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า

“ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และผู้ที่มาร่วมงานอยู่ ณ ที่นี้ มีความสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ฯ ในวันนี้

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 ยังความเศร้าโศกอาลัยให้แก่พสกนิกรชาวไทยอย่างใหญ่หลวงและใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมีพระมหากรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลและประชาชนชาวไทย จัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  เพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามขัตติยโบราณราชประเพณี

โดยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้สำเร็จลุล่วงอย่างเรียบร้อย สมบูรณ์ สมพระเกียรติ ด้วยเดชะพระบารมีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและการรวมพลังความสามัคคีทุกภาคส่วนที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

การที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดเลี้ยงอาหารพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ นับเป็นขวัญกำลังใจอันสำคัญให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าตั้งใจปฏิบัติภารกิจหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนตามพระราชปณิธานสืบไป

ในวาระอันป็นมิ่งมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชานุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลไปทั่วทิศานุทิศ  สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าชาวไทยตราบกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม”

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมรับประทานอาหารพระราชทานที่จัดไว้ ณ โต๊ะที่จัดไว้ บริเวณสนามหญ้าริมเขื่อน

People unity news online : post 24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.20 น.

ชวนประชาชน ร่วมกิจกรรม “วันดินโลก”

People Unity News : 5 ธันวาคม 2565 นายกฯ เชิญชวนประชาชน ร่วมกิจกรรม “วันดินโลก” เทิดพระเกียรติ ในหลวง ร.9 สร้างความตระหนักรู้ ความสำคัญของดิน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดงาน “วันดินโลก World Soil Day” ขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 ธ.ค. 2565 ที่สถานีพัฒนาที่ดินตาก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก พร้อมกำหนดให้สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด ได้บูรณาการเครือข่ายการพัฒนาที่ดินที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน เกษตรกร และภาคประชาชน จัดงานวันดินโลก ตลอดเดือน ธ.ค. 2565 เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก

นอกจากนี้ หลายหน่วยงานยังได้จัดงานและประชาชนสามารถเข้าร่วม อาทิ กระทรวงมหาดไทยได้จัดกิจกรรมวันดินโลกในทุกอำเภอในวันที่ 5 ธ.ค. ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานีได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของดินเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่ 2-8 ธ.ค. ในอำเภอต่างๆ เริ่มตั้งแต่กิจกรรม Kick-off ในวันที่ 2 ธ.ค. ณ วัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2556 ได้กำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ ในการศึกษาค้นคว้าวิธีการจัดการดินและแก้ไขปัญหาทรัพยากรดินเพื่อให้เกษตรกรอยู่ดีกินดี โดยพระราชปณิธานของพระองค์มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนนับล้านผ่านการจัดการดินอย่างยั่งยืน

สำหรับวันดินโลกปี 2565 นี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดหัวข้อ “Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน” เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียธาตุอาหารในดิน ซึ่งเป็นกระบวนการหลักของดินเสื่อมโทรม และเป็นภัยที่คุกคามต่อความมั่นคงและความยั่งยืนทางด้านอาหารในระดับโลก เนื่องจากดินเป็นต้นกำเนิดของอาหาร จึงได้เน้นความสำคัญของการสร้างสุขภาพดินที่ดี ซึ่งจะส่งผลถึงความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ดีตามแนวคิด One Health ซึ่งหมายถึงการพัฒนาสุขภาพคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ให้มีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม

น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ สามารถติดตามประกาศจากสถานีพัฒนาที่ดินในพื้นที่ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมวันดินโลก โดยจะมีกิจกรรม อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” แสดงหลักการของแนวพระราชดำริด้านดินที่ช่วยแก้ไขปัญหาดินของแต่ละพื้นที่, นิทรรศการวันดินโลก เช่น ความเป็นมาของวันดินโลก ความสำคัญของดินต่อการผลิตอาหาร, การประชุม เสวนา บรรยายพิเศษ โดยนักวิชาการ หรือเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบ ความสำเร็จ, การจัดตลาดนัดสินค้าเกษตร, การจัด workshop DIY ทำของใช้ ของที่ระลึกที่มีดินเป็นส่วนประกอบ

Advertisement

ธปท.ออกใช้ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 20 มิถุนายน 2567 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกใช้ธนบัตร 100 บาท เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยจัดทำทั้งสิ้น 10 ล้านฉบับ ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอแลกธนบัตรที่ระลึกนี้ได้ที่ธนาคารตั้งแต่ 23 ก.ค.นี้

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดทำธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแลกธนบัตรไว้เป็นที่ระลึก และมีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดี

ธปท.จัดทำธนบัตรที่ระลึกในชนิดราคา 100 บาท จำนวนทั้งสิ้น 10 ล้านฉบับ โดยธนบัตรได้รับการออกแบบเป็นแนวตั้ง เพื่อให้พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความโดดเด่น งดงาม มีความพิเศษแตกต่างจากธนบัตรหมุนเวียนทั่วไปซึ่งตัวธนบัตรมีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ ภาพดอกรวงผึ้ง ดอกไม้ประจำพระองค์ ภาพพญานาคแสดงถึงปีนักษัตรปีมะโรง ปีพระบรมราชสมภพ ภาพดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทยและได้จัดพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง บนวัสดุพอลิเมอร์ เพื่อให้มีความทนทาน รวมทั้งมีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงอย่างครบถ้วน

ธนบัตรที่ระลึกนี้สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยจ่ายแลกในราคาฉบับละ 100 บาท พร้อมกันนี้ ธปท. ได้จัดทำแผ่นพับสำหรับธนบัตรที่ระลึกดังกล่าว จำนวน 2 ล้านชุด เพื่อจำหน่ายในราคาชุดละ 10 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายแผ่นพับทั้งหมด จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจ สามารถติดต่อขอแลกธนบัตรที่ระลึกนี้ได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และที่ศูนย์การเรียนรู้ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

Advertisment

ชวนเที่ยวงาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” 21-25 เม.ย.นี้

People Unity News : 22 เมษายน 2566 เปิดยิ่งใหญ่ งาน “ ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” 21-25 เม.ย.นี้ เปิด 21 แหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ชมวัง พิพิธภัณฑ์ เข้าวัดทำบุญไหว้พระ ขอพร เสริมสิริมงคล ถ่ายภาพย้อนยุค ฟรีตลอดงาน

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดขึ้นวันที่ 21 – 25 เมษายน 2566 ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และวันที่ 21 เม.ย. – 7 พ.ค. 2566 ณ สวนสันติชัยปราการ พร้อมชมการแสดงชุด ใต้ร่มพระบารมี จักรวงศ์ และชุดมนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมประจำถิ่นไทย โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นั่งรถรางแวะชมการแสดงมัลติมีเดีย นิทรรศการสวนแสง “แสงแห่งความภักดี ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” และการจัดแสดงอุโมงค์ไฟ ที่สวนสันติชัยปราการ พร้อมเดินชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน หรือ Night Museum

มีการสาธิตอาหารไทยโบราณ และอาหารชาววัง เยี่ยมชมบรรยากาศตลาดย้อนยุค จำหน่ายอาหาร ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย โดยจัดงานใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี รวมถึงสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชวงศ์จักรี ที่ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน เป็นเวลา 241 ปี โดยในปีนี้มุ่งหวังให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดการจัดงาน คาดเกิดรายได้กว่า 100 ล้านบาท

สำหรับกิจกรรมปีนี้เปิดให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ใช้บริการรถ ขสมก. และรถรางนำชม แวะทำบุญไหว้พระ เข้าชมแหล่งเรียนรู้ วัด และพิพิธภัณฑ์ 21 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย ได้แก่ 1.พระบรมมหาราชวัง 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ 3.สวนสันติชัยปราการ 4.พิพิธภัณฑ์บางลำพู 5.วัดบวรนิเวศวิหาร 6.พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน  เป็นต้น

การแสดงดนตรีสากล ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีอีสาน หมอลำ จากนักร้องรับเชิญมากมาย และโชว์ศิลปะการแสดงสุดพิเศษ Soft Power ระดับโลกของไทย นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก อาทิ การแสดงละครนอก เรื่องสังข์ทอง รำเบิกโรงละครชาตรี อุปรากรจีน การแสดงพื้นบ้านภาคกลาง การแสดงหมอลำอีสาน มหกรรมกลองล้านนา การแสดงนานาชาติ การแสดงลิเก การสาธิตอาหารโบราณและอาหารชาววัง ในรูปแบบตลาดย้อนยุค การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม 76 จังหวัด

และคืนนี้ 4 ทุ่ม ช่อง 9 MCOTHD กด 30 จะถ่ายทอดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” นำภาพบรรยากาศสวยๆของงานมาให้ได้ชมกันแบบเต็มอิ่ม

Advertisement

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เลื่อนวันสุดท้ายการเข้ากราบพระบรมศพ เป็นวันที่ 5 ต.ค.60

People unity news online : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากเดิมวันที่ 30 กันยายน 2560 ออกไป เป็นถึงเวลา 24.00 นาฬิกา ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2560

People unity news online : post 27 กันยายน 2560 เวลา 00.30 น.

กำหนดให้วันที่ 13 ต.ค. เป็นวันนวมินทรมหาราช

People Unity News : 26 กันยายน 2566 ทำเนียบรัฐบาล – ที่ประชุม ครม.เห็นสมควรกำหนดให้วันที่ 13 ต.ค.ของทุกปี เป็นวัน “นวมินทรมหาราช” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9

นายชัย วัชรงค์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมรับทราบและนำประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องพระราชทานชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 13 ตุลาคม 2566 เป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือเรียกว่า “สัตตมวรรษ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า “วันนวมินทรมหาราช” ตามที่รัฐบาลขอพระราชทานพระมหากรุณา จึงเห็นสมควรกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทรมหาราช” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าว

Advertisement

ชุมชนเขตพระนคร-ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล

People Unity News : 4 พฤษภาคม 2566 กองทัพบก ร่วมกับชุมชนเขตพระนคร จัดกิจกรรม “ชุมชนเขตพระนคร และกองทัพบก ร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2566” ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง (บางขุนพรหม)

วันนี้ (4 พ.ค.66) เวลา 08.00 น. กองทัพบก โดยสำนักงานเลขานุการกองทัพบก ร่วมกับชุมชนเขตพระนคร จัดกิจกรรม “ชุมชนเขตพระนคร และกองทัพบก ร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2566” โดยมี พันเอก ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ รองเลขานุการกองทัพบก เป็นผู้แทนกองทัพบก นำกำลังพล พร้อมด้วยภาคเอกชน ส่วนราชการ และประชาชนในเขตพระนคร ร่วมกิจกรรม ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง (บางขุนพรหม)

ภายในงาน ประกอบด้วย พิธีห่มผ้าหลวงพ่อโต และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี สืบเนื่องจากวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชวงศ์จักรี เริ่มมีครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามธรรมเนียมเดิม ในเดือน 6 (ตรงกับเดือนพฤษภาคม) กองทัพบก ร่วมด้วยชุมชนเขตพระนคร จึงจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนให้ประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนรอบกองบัญชาการกองทัพบก ได้มีส่วนร่วมกับกองทัพบกในการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับทหาร ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา และร่วมมือสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก ในอันที่จะพิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

Advertisement

ร้าน Inspire โดยกองทุนกำลังใจฯพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เปิดบริการแล้วที่อาคาร ก.ยุติธรรม

People Unity News : ร้าน Inspire โดยกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เปิดให้บริการแล้ว ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา พลอากาศโท สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ รวมถึง เคานต์เจอรัล แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยา อภัยราชาสยามานุกูลกิจ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต รองประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ นางเตือนใจ สินธุวณิก และ ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เข้าเยี่ยมชมร้าน Inspire พร้อมอุดหนุนสินค้าโครงการกำลังใจฯ ซึ่งร้าน Inspire เปิดให้บริการแล้ว ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม

โดยภายในร้านจัดจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังจากเรือนจำและทัณฑสถานในโครงการกำลังใจทั่วประเทศ อาทิเช่น สายคล้องแมส พวงมาลัยกระดาษทิชชู จากทัณฑสถานหญิงธนบุรี, กระเป๋าควิลท์ จากทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก, ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หน้ากากอนามัย จากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่, กระเป๋าสม็อค จากทัณฑสถานหญิงกลาง, ผ้าถุงเกาะยอ จากทัณฑสถานหญิงสงขลา, เครื่องประดับโครเชต์ จากเรือนจำกลางขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีน้ำสมุนไพร และผักออร์แกนิก ซึ่งเป็นสินค้าจากคนต้นแบบโครงการกำลังใจฯ สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้นับเป็นการสร้างพลัง สร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้แก่ผู้พ้นโทษ ไม่ให้หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ โดยร้าน Inspire  เปิดให้บริการในวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 15.00 น. ทั้งนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาจำหน่ายในร้าน Inspire ด้วย

Advertising

Verified by ExactMetrics