วันที่ 30 พฤศจิกายน 2025

“ประยุทธ์” ออกแถลงความสำเร็จของประเทศไทยในการรับมือโควิด

People Unity News : เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน 2563) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงกล่าวถึงเรื่องโควิดและความสำเร็จของประเทศไทย ความว่า

พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ วันนี้ ผมขออัพเดทให้ทุกท่านทราบถึงแนวทางที่ประเทศไทยของเรากำลังเดินไปข้างหน้า ในภาวการณ์ที่เรายังจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่กับการแพร่ระบาดของโควิดที่ทำลายทั้งชีวิตและเศรษฐกิจของทั้งโลก

ตอนนี้ โลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดมา ปัจจุบันนี้ แต่ละวัน หลายประเทศในยุโรปและที่อื่นๆ มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และในสหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเกือบพันคนต่อวัน นับว่าเป็นวิกฤตที่ทำให้ประเทศต่างๆปั่นป่วน จนเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงในเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก

ล่าสุด เมื่อเร็วๆนี้ องค์การอนามัยโลกได้ออกคำเตือนว่า มีโอกาสที่โควิด-19 จะเกิดการระบาดอีกเป็นระลอกที่ 3 ในช่วงปีหน้า ถ้าแต่ละประเทศไม่รักษาวินัย และไม่เข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดอย่างเคร่งครัด

ที่สหราชอาณาจักร ตอนนี้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศไปเรียบร้อย ร้านค้า ร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานที่ทำกิจกรรมบันเทิง และกีฬา รวมถึงสถานที่ต่างๆ ต้องปิดให้บริการเกือบทั้งหมด และเมื่อวานนี้ เพิ่งมีการแถลงสถานการณ์เศรษฐกิจที่คาดการณ์ GDP จะหดตัวถึง 11%

ส่วนที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ก็มีการล็อกดาวน์มาตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคม และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยิ่งแย่หนัก GDP น่าจะทรุดลงถึง 11% ในปีนี้

ที่ราชอาณาจักรสเปน มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะกินเวลานานหลายเดือน มีการประกาศเคอร์ฟิว มีการจำกัดการเดินทาง และมีการจำกัดเรื่องการรวมตัวกัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ก็มีการล็อกดาวน์ ห้ามออกจากบ้าน ถ้าไม่มีเอกสารตามขั้นตอน ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ก็ล็อกดาวน์เช่นเดียวกัน และในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร้านค้า ร้านอาหาร ปิด และมีการจำกัดเรื่องการรวมตัวกัน สถานการณ์ทางด้านสาธารณสุข และผลกระทบที่ส่งมาถึงเรื่องเศรษฐกิจ ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก

สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดเพียงอย่างเดียว แต่หากปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายจนถึงขั้นเหนือการควบคุม จะส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมาก คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ หรือป่วยเป็นโรคอื่น ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จะประสบปัญหาเตียงไม่พอ หมอและพยาบาลติดพันอยู่กับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด สิ่งที่แย่ที่สุดที่เราไม่อยากเห็นคือ หมอและพยาบาลมีงานล้นมือ จนถึงขั้นมีเวลาไม่เพียงพอสำหรับรักษาดูแลผู้ป่วยได้ทันทุกคน และจำเป็นต้องเลือกว่า จะรักษาคนไหน และไม่รักษาคนไหน ซึ่งจนถึงวันนี้ นับว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนั้นในประเทศของเราได้สำเร็จ

ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ทุกภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และคนทำงานต่างๆ ที่ได้เสียสละ และยอมรับที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการทำมาหากิน เพื่อที่จะปกป้องบ้านเมืองของเรา ไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากกว่านี้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ความสำเร็จนี้ เป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับประเทศไทย ในฐานะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกตัวอย่างหนึ่งในการรับมือกับโควิด อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่า ความสำเร็จของประเทศไทยในการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็น “ความร่วมมือกันของประชาชนทุกระดับและทุกภาคส่วนในสังคม” และด้วย “การบริหารจัดการสรรพกำลังทุกอย่างแบบบูรณาการของรัฐบาล” ซึ่งผมอยากให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจ และร่วมกันรักษาความรู้รักสามัคคี และสิ่งดีๆนี้ไว้

ตอนนี้ผมขอบอกกับทุกคนว่า เรากำลังเตรียมตัวสำหรับเฟสถัดไป ในการบริหารจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อไม่ให้โรคร้ายนี้สร้างปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสร้างความยากลำบากในความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยไปมากกว่านี้

วิธีจัดการกับวิกฤตโควิดในระยะยาวคือ การมีวัคซีนป้องกัน และจะต้องกระจายไปยังประชาชนให้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่ง 3-4 กลุ่มอยู่ในขั้นตอนที่ก้าวหน้าไปมากแล้ว โดยกำลังทำการทดสอบความปลอดภัยในการใช้ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จริง อย่างไรก็ดี เรารู้ว่าประเทศใหญ่ๆในโลกต่างพยายามล็อกคิว เพื่อที่จะได้ใช้วัคซีนเป็นประเทศแรกๆ ทันทีที่วัคซีนได้รับการยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย แล้วผลิตเสร็จออกมา ซึ่งผมเห็นว่าประเทศไทยเราก็สมควรที่จะได้รับโอกาสนั้นด้วย คือการเข้าถึงวัคซีนอย่างรวดเร็วและเพียงพอ เพราะการได้วัคซีนมาใช้นั้น ยิ่งเร็วเท่าไร ก็ยิ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้นด้วย

นั่นคือเหตุผลที่เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ผมได้ตัดสินใจว่า ประเทศไทยต้องเดินหน้าหาพันธมิตร เพื่อผลิตวัคซีนในประเทศไทยให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ไปเข้าคิวรอซื้อจากการผลิตในประเทศอื่นเพียงอย่างเดียว เราต้องเลือกจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ ที่น่าจะมีโอกาสทำสำเร็จได้จริงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเดือนที่แล้ว ความพยายามของเราประสบความสำเร็จ ซึ่งนอกจากเราได้ลงนามข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา เพื่อผลิตวัคซีนในประเทศไทย หากการพัฒนาวัคซีนสำเร็จลุล่วงแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการ คือประเทศไทยยังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนนี้ด้วย และในวันพรุ่งนี้ จะมีการลงนามเพิ่มเติมในอีกหนึ่งข้อตกลง เพื่อสั่งซื้อวัคซีนนี้ โดยเมื่อ 2-3 วันก่อน เราได้รับทราบข่าวดีว่า ทีมมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา ได้ประกาศถึงความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนแล้ว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้ถึง 70-90% อยู่ในระดับที่ “ดีมาก”

นอกจากนั้น วัคซีนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสทราเซเนกา พัฒนาขึ้น จะสามารถผลิตออกมาได้ในราคาที่ถูกกว่า หากเทียบกับวัคซีนของที่อื่นๆ และสำคัญมากกว่านั้นคือวัคซีนนี้มีความเหมาะสมกับประเทศไทยมากกว่า เพราะในขณะที่วัคซีนของที่อื่นๆ จำเป็นต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ -20 ถึง -70 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ต้องใช้ตู้แช่เย็นที่ออกแบบพิเศษโดยเฉพาะทำให้มีข้อจำกัดทางด้านการขนส่งที่จะทำได้อย่างยากลำยากมาก แต่วัคซีนนี้ สามารถเก็บรักษาได้ไม่ยากในตู้เย็นธรรมดา ณ อุณหภูมิ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส สามารถขนส่งเพื่อกระจายวัคซีนไปสู่พื้นที่ต่างๆทั่วทุกจังหวัดของไทยเราได้อย่างทั่วถึงและไม่ยุ่งยาก

เราคาดว่า วัคซีนนี้ น่าจะได้รับการอนุญาตให้ใช้ได้ และผลิตได้ในช่วงกลางปีหน้า ซึ่งถ้าเราเร่งขั้นตอนต่างๆได้ ยิ่งเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เราสามารถเปิดรับคนจำนวนมากเข้าประเทศได้ และสามารถเริ่มสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาอีกครั้ง ขณะนี้ ผมกำลังพิจารณาวางแผนกระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ เพื่อเตรียมการสำหรับการกระจายวัคซีนไปให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของประเทศ ให้ได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เราได้วัคซีน

แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลต่างๆ ผมขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคน ผู้ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจ เสียสละความสะดวกสบายส่วนตัว ในการยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ได้ช่วยกันอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้คน และบรรเทาไม่ให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจนหนักหนาสาหัสในประเทศไทย เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ผมขอให้พวกเราทุกคนยังคงรักษาวินัย ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และรักษาระยะห่างทางสังคม ขอให้ทุกคนช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศไทย เพื่อไม่สร้างความทุกข์ยากให้กับประเทศ รุนแรงกว่าที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ขอบคุณครับ

Advertising

“ประยุทธ์” ขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่หลังผู้ชุมนุมทำความเสียหาย

People Unity News : นายกฯ ขอบคุณประชาชน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่ หลังผู้ชุมนุมทำความเสียหาย

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความชื่นชม อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ได้ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่ ทาสีใหม่ และทาสีทับสีที่พ่นข้อความไม่เหมาะสม ในส่วนต่างๆของสถานที่ราชการ พื้นที่สาธารณะ รวมถึงส่วนของเอกชนด้วย หลังจากที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และได้ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ เอกชน และพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ นายกฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมีขอบเขตภายใต้กฎหมาย และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เนื่องด้วยที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีพฤติกรรมต่างๆที่ไม่เหมาะสม เข้าข่ายผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่างๆเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรัก ความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ

Advertising

นายกฯเยี่ยมชม Samui Smart City Command Center สร้างความเชื่อมั่นประชาชน-นักท่องเที่ยว

People Unity News : นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมระบบติดตามผู้เดินทางเข้าออก ภายในเกาะสมุย Samui Smart City Command Center สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ชื่นชมทุกฝ่ายที่ดูแลความปลอดภัย-สุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพื้นที่เกาะสมุย

วันนี้ (2 พ.ย.63) เวลา 10.20 น. ณ สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมระบบติดตามผู้เดินทางเข้าออกภายในเกาะสมุย ศูนย์ควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิด Samui Smart City Command Center โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจเยี่ยมครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี รับฟังบรรยายสรุประบบการทำงานของกล้องวงจรปิด Samui Smart City Command Center ที่มีประสิทธิภาพด้านการตรวจจับใบหน้าคนและป้ายทะเบียนรถ เพื่อสนับสนุนการลดและป้องกันอุบัติภัยอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอำเภอเกาะสมุยและนักท่องเที่ยว โดยการดำเนินการของศูนย์ดังกล่าวใช้ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง และกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชนิดเครือข่าย สำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยและวิเคราะห์ภาพ จำนวน 1,044 ตัว รอบเกาะสมุย โดยมีห้องควบคุม ณ สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย พร้อมทั้งมีการติดตั้งฟรี WiFi 26 จุด บนเกาะสมุย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงการใช้ Application SAFE T  (SAFE-Travel) เชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะสมุยกับระบบการตรวจจับใบหน้า เพื่อให้การตรวจสอบและเฝ้าระวังด้านสุขภาพและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับสมุยเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมและขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด Samui Smart City Command Center ในการดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย

อนึ่ง ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเมื่อนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ณ ช่องทางเข้า-ออก ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้กระทรวงสาธารณสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่การดูแลด้านสุขภาพให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและปลอดภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงกระบวนการต่างๆในการคัดกรองนักท่องเที่ยวด้วยความสนใจ และขอให้เตรียมความพร้อมหากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากขึ้น ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการของโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในระบบ Alternative Local State Quarantine (ALSQ) ณ โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย พร้อมเยี่ยมชมห้องตัวอย่างในระบบ ALSQ ด้วย ทั้งนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวอยู่ใน ALSQ ครบตามกำหนด 14 วัน หากไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆของเกาะสมุยได้ โดยจะมีการมอบหนังสือรับรองการเข้าพักใน ALSQ และกำไลข้อมือ (Wristband) เพื่อติดตามการเดินทางท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย และนักท่องเที่ยวจะต้องอยู่ในอำเภอเกาะสมุยอย่างน้อย 7 วัน โดยจะมีการติดตามผ่าน QR Code Samui Health Pass ในทุกๆวัน แต่หากพบเชื้อก็มีกระบวนการด้านสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานรองรับในการส่งตัวเพื่อรับการรักษาต่อไป  โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณผู้ประกอบการโรงแรมเชอราตันที่ร่วมมือกับรัฐบาลในการดำเนินการดังกล่าวพร้อมแนะให้ปลูกต้นไม้หอมของไทยประเภทต่างๆ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและลดความเครียดได้ด้วย

สำหรับโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินเป็นโรงแรมสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (ALSQ) ในเขตอำเภอเกาะสมุย ขณะนี้มีจำนวน 8 โรงแรม ได้แก่ โรงแรม เชอราตัน สมุย รีสอร์ท เดอะสปา มีเลีย เอาท์ริกเกอร์เกาะสมุย บีช รีสอร์ท บ้านหินทราย รีสอร์ทแอนด์สปา บันยันทรี รีสอร์ท อิมเพียน่า และโรงแรมออร่า สมุยเบสท์ บีช โฮเทล เป็นต้น

Advertising

“บิ๊กตู่” ระบุข้อเรียกร้องใดของผู้ชุมนุมไม่สอดคล้องกับคนส่วนใหญ่ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ทำตาม

People Unity News : นายกรัฐมนตรียืนยันไม่ละทิ้งหน้าที่โดยการลาออก เห็นพ้องให้ตั้งคณะทำงาน นำไปสู่การพูดคุยหาทางออกร่วมทั้งรัฐบาล รัฐสภา ผู้เห็นต่างเพื่อหาทางออกประเทศอย่างแท้จริง

27 ต.ค.63 เวลา 21.45 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ชั้น 2 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ  ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ตลอด 2 วันที่ผ่านมา เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน และจะนำข้อคิดเป็นคำเตือนไปพิจารณา

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จำนวนผู้ติดเชื้อที่ต่ำ ผู้เสียชีวิตจำนวนน้อยมากจนได้รับการยอมรับและยกย่องจากต่างประเทศ  ส่วนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยแย่ นั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้ติดตามข้อมูลอย่างเป็นธรรม เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ แต่ถึงแม้เศรษฐกิจจะลดลงก็ลดลงในอัตราที่ช้ากว่าเดิม รวมทั้งมีมาตรการเพิ่มเข้าไปในเรื่องของการด้านการท่องเที่ยว โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งถือวีซ่าพิเศษจำนวน 41 คน ได้เดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว โดยมีการคัดกรองมาจากต้นทางและมีใบรับรองแพทย์ ตามหลักการมาตรฐานสากล ทั้งนี้ก็จะมีการทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ ขณะนี้สามารถเปิดประเทศได้แล้วแต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพควบคู่กัน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง อาจกดทับบรรยากาศเศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่กำลังจะดีขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีความรักและเอื้อเฟื้อต่อกันด้วยดีมาโดยตลอด จึงไม่อยากให้วัฒนธรรมดีงามของประเทศไทยแตกร้าวเสียหายไปเพราะความไม่เข้าใจระหว่างคนแต่ละรุ่น โดยขณะนี้มีกลุ่มที่ถูกชักชวนผ่านโลกโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก วันนี้โลกของการติดต่อสื่อสารจะมีการถูกบันทึก และถูกกลุ่มคนนำไปจัดเป็นอุปนิสัยของเรา ถูกนำไปใช้ประโยชน์เสมอโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่เคยรับข้อมูลใดๆมาก่อน โดยเฉพาะการป้อนข้อมูลเฉพาะทางให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไปตามที่อีกฝ่ายต้องการโดยไม่รู้ตัว จึงขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการอ่านแต่อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น และฟัง ขอให้ใช้สติปัญญาและมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการตรวจสอบคัดกรองข้อมูลต่างๆเหล่านั้นขอให้ระมัดระวังในการนำข้อมูลของเราไปเผยแพร่ในต่างประเทศ  รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะดูแลและฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกกลุ่มและยินดีที่จะรับฟังข้อเรียกร้อง พร้อมจะร่วมมือในการแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ไปริดรอนสิทธิของคนอื่นยอมรับความเชื่อที่แตกต่างของแต่ละคน คำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลักซึ่งเป็นหลักการส่วนใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย

นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยให้มีการตั้งคณะทำงาน ศึกษาแนวทางที่เสนอมา เพื่อนำไปสู่การพูดคุยหาทางออก โดยนำทุกภาคส่วน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลรัฐสภาผู้เห็นต่าง มารวมกันพูดคุยเพื่อหาทางออกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงทั้งนี้ข้อเรียกร้องใดๆของผู้ชุมนุมที่สอดคล้องกับคนกลุ่มใหญ่ ก็พร้อมยินดีจะรับไปดำเนินการ ถ้าข้อเรียกร้องใดไม่สามารถพิสูจน์ได้เป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ก็ขอสงวนสิทธิ์

Advertising

เช้านี้ “ประยุทธ์” พูดในสภา จะทำงานในหน้าที่ให้จบ ยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจ

People Unity News : นายกรัฐมนตรีระบุคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ต้องทำงานเพื่อสร้างอนาคตไปด้วยกัน ย้ำจะทำงานในหน้าที่ให้จบ พร้อมยืนยันไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจ

วันนี้ (27 ต.ค.63)  เวลา 10.22 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) ยืนยันว่าไม่เคยพูดเรื่องการแบ่งชนชั้นระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เลยสักครั้ง มีแต่บอกว่าคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องทำงานไปด้วยกัน เพื่อจะสร้างอนาคตไปด้วยกัน โดยประวัติศาสตร์ ปัจจุบันและอนาคต เป็นสิ่งที่กำหนดความก้าวหน้าความยั่งยืนของประเทศไทย วันนี้เกิดการทำลายสถาบันครอบครัวในประเทศไทย ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ลูกศิษย์ไม่เคารพครูอาจารย์ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นในครอบครัว  เมื่อตนเข้ามาทำหน้าที่ ต้องทำงานในหน้าที่ให้จบ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกไม่เคยพูดถึงเผด็จการรัฐสภาที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น ซึ่งตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่มีการตรวจสอบการถ่วงดุลที่เข้มข้น วันนี้อยากให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ให้แก้กันไป ขออย่านำไปโยงเรื่องอื่น จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด ที่ผ่านมามีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินมาทุกรัฐบาล

นายกรัฐมนตรียังฝากถึงทุกคน ขอให้อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์คือปัจจุบันและอนาคต ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกสัญชาติ ที่อยู่ในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย ซึ่งตนไม่บังคับใครแต่เป็นสิ่งที่ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน มีหลายเรื่องเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามารับหน้าที่ ทั้งการทุจริตมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ขอให้สมาชิกได้ไปทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2557 รวมทั้งก่อนหน้านั้นหลายปี และวันนี้ที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวายอยู่เพราะอะไร

Advertising

ธนารักษ์-ทบ.ลงนามสร้าง “สวนป่าเบญจกิติ” ปรับภูมิทัศน์-เพิ่มพื้นที่สีเขียว-สร้างหอชมเมือง

People Unity News : “คลัง” กดปุ่มพัฒนาระยะแรกโครงการจัดสร้าง “สวนป่าเบญจกิติ” มอบกองทัพบกเข้าก่อสร้าง พ.ย.นี้ พร้อมเฉลิมพระเกียรติวันแม่ปี 64

“คลัง” ไฟเขียว กรมธนารักษ์-กองทัพบก ลงนามข้อตกลงโครงการจัดสร้าง “สวนป่าเบญจกิติ” มั่นใจ “เฟสแรก” ลุยปรับภูมิทัศน์-เพิ่มพื้นที่สีเขียวเต็มพื้นที่ ก่อสร้างระยะแรกแล้วเสร็จ เพื่อเตรียมการ จัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างสวนป่า “เบญจกิติ” ครั้งที่ 1/2563  ว่า ทางกรมธนารักษ์ได้รายงานความคืบหน้าการสร้างสวนป่าเบญจกิติ ในพื้นที่โรงงานยาสูบ ของการยาสูบแห่งประเทศไทย ภายหลังการส่งมอบพื้นที่ 259 ไร่เป็นที่เรียบร้อย  โดยงบประมาณในการก่อสร้างกว่า 652 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565  โดยเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานในวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เพื่อดำเนินการก่อสร้างในโครงการทั้งหมด

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ โดยระยะ1 เริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นไปตามแนวทางการออกแบบทั้งหมด และปลูกต้นไม้เพิ่มในพื้นที่สีเขียว  คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปี 2564  เพื่อให้มีช่วงเวลาสำหรับเตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 ส่วนระยะ 2 ทางกองทัพบกจะเข้าไปก่อสร้างในส่วนของอาคารและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนเข้าชมได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565

“ผมได้ย้ำให้ผู้ออกแบบดูเรื่องหอชมเมือง เพราะมีความจำเป็นมาก เนื่องจากจะเป็น Destination ของกรุงเทพฯ โดยให้เตรียมกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมไว้ก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณทางรัฐบาลจะมาดูอีกครั้ง นอกจากนี้ได้กำชับให้กรมธนารักษ์ และหน่วยงานที่รับผิดชอบ หาแนวทางในการนำระบบโซลาร์เซลล์มาติดตั้งในพื้นที่สวนป่าโดยเฉพาะการผลิตพลังงานกังหันน้ำชัยพัฒนาเพื่อบำบัดน้ำเสีย จะมีการติดตั้งไว้ในบึงบริเวณพื้นที่โครงการ ขณะที่ระบบไฟฟ้าที่ใช้ส่องสว่างภายในสวนทั้งหมดจะมีการใช้ระบบโซลาร์เซลล์ด้วยเช่นกัน ถือเป็นการช่วยรักษาระบบนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสันติ กล่าว

Advertising 

เปิดแล้ว ระบบน้ำบาดาลใหญ่ที่สุดของไทย ผลงานกระทรวงทรัพยากรฯ แก้ภัยแล้ง

People Unity News : พล.อ.ประวิตร  มอบระบบน้ำบาดาลใหญ่ที่สุดของไทย ผลงานกระทรวงทรัพยากรฯ แก้ภัยแล้งชัยนาทอย่างยั่งยืน

21 ตุลาคม 2563 เวลา​ 09.​00 น.​ นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (รมว.ทส.)​ พร้อมด้วย นายจตุพร​ บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานมอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ หรือที่เรียกว่า Riverbank Filtration (RBF) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย ให้กับเทศบาลตำบลหาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท เพื่อบริหารจัดการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้านการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่ จ.ชัยนาท ต่อไป

นายวราวุธกล่าวว่า “โครงการ RBF แห่งนี้สามารถผลิตน้ำได้ถึง 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นน้ำคุณภาพดีที่ผ่านการกรองโดยกระบวนการทางธรรมชาติ และสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่กระทบต่อน้ำผิวดิน สามารถช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงใช้ทางการเกษตรได้กว่า 8 หมู่บ้าน จำนวน 1,484 ครัวเรือน หรือประชาชนกว่า 5,000 คน ซึ่ง จ.ชัยนาท เป็น 1 ใน 3 พื้นที่ต้นแบบ ในการกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ และบริหารจัดการน้ำใต้ดินควบคู่ไปกับน้ำผิวดิน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งพัฒนาขยายโครงการ RBF ไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งทั่วประเทศต่อไปในอนาคต”

โอกาสนี้ รองนายก ได้กล่าวว่า “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศเป็นอย่างมาก เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีที่ทำกินที่ดีขึ้น และได้เร่งแก้ปัญหาด้านน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำอีกในปีต่อไป”

ทั้งนี้ โครงการ RBF ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดถึง 60 ซม. มีหอถังเหล็กส่งน้ำระยะไกลสูง 40 เมตร นอกจากนี้ พบว่า ยังมีปริมาณน้ำที่พัฒนาได้อีกกว่า 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในการช่วยเหลือประชาชนได้มากถึง 8,000 คน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งดำเนินการต่อไปในอนาคต

Advertising 

ครม. เห็นชอบให้มีการเลือกตั้ง อบจ. 76 จังหวัด ให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งภายใน 60 วัน

People Unity News : ครม. เห็นชอบให้มีการเลือกตั้ง อบจ. 76 จังหวัด

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 จังหวัด โดยให้ กกต. เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งตามความเหมาะสม หลังจากที่ได้รับแจ้งจาก ครม. ภายใน 60 วัน

ปัจจุบันสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่งทั่วประเทศแล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2561 แต่ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประชุมหารือร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง

ความพร้อมของกระทรวงมหาดไทย

1) ข้อมูลจำนวนราษฎรที่ใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้งสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร

2) การรวมหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบล กรณีหมู่บ้านใดในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลมีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

3) การเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไว้เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะการจัดเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ไว้พร้อมแล้ว

ความพร้อมของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

1) ออกระเบียบและประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว

2) ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนจังหวัดครบทุกแห่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

3) ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว

4) ดำเนินการอบรมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ จำนวน 10,749 คน ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วในเดือนกันยายน 2563

สำหรับการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะดำเนินการเมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Advertising  

“นฤมล” บุกเหนือสุดแดนอีสาน สร้างแรงงานภาคเกษตร พัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

People Unity News : นฤมล บุกเหนือสุดแดนอีสาน สร้างแรงงานภาคเกษตร พัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 3 ตุลาคม 2563 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเพื่อพบปะเกษตรกรและร่วมมอบเอกสารสิทธิให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับเกษตรกร หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมกิจกรรมแรงงานสัญจร บริการพี่น้องประชนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดบึงกาฬ 5 หน่วยงาน ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์และให้บริการภารกิจของกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานภาคการเกษตร ณ ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบังกาฬ จำกัด ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้กระทรวงแรงงานขับเคลื่อนภารกิจเพื่อให้แรงงานไทยมีงานทำ โดยพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ จึงมอบหมายกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งพัฒนาทักษะกำลังแรงงานของประเทศ ภายใต้แนวคิด “สร้าง ยก ให้ รวมไทยสร้างชาติ” โดยจะเดินหน้าสร้างแรงงานภาคการเกษตรให้เป็นแรงงานคุณภาพ ยกระดับฝีมือให้มีทักษะที่หลากหลาย สามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้มากขึ้น ซึ่งกระทรวงแรงงานมีภารกิจในด้านการจัดหางาน การพัฒนาทักษะฝีมือ การคุ้มครองสวัสดิการแก่ผู้ทำงานในระบบและนอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มภาคการเกษตร จะผลักดันให้ได้รับความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ซึ่งกระทรวงแรงงานมีหน่วยงานทุกจังหวัด เพื่อบริการประชาชนให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ต้องการรับฟังปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนที่ต้องการให้กระทรวงแรงงานดำเนินการภายใต้ภารกิจของกระทรวง เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ โดยเฉพาะการพัฒนายกระดับการผลิตและการแปรรูปยางพาราและเกษตรกรรมด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อการส่งออกสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนุภาคลุ่มน้ำโขง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก การค้าชายแดน  ตลอดจนการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง

รมช. แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของกระทรวงแรงงานที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จะเกิดผลสําเร็จได้ต้องอาศัยฟันเฟืองกลไกที่สําคัญในพื้นที่ในระดับหมู่บ้าน คือ อาสาสมัครแรงงาน ซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานในพื้นที่และเป็นผู้ที่สมัครใจทํางานให้กับกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เกิดสันติสุขด้านแรงงานแก่ผู้ใช้แรงงาน นายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป ทําหน้าที่เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านแรงงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบกันอย่างทั่วถึงและติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน จึงขอชื่นชมและขอขอบคุณอาสาสมัครแรงงานทุกท่าน

กิจกรรมแรงงานสัญจรบริการพี่น้องประชาชน ประกอบด้วย โครงการแรงงานสัญจรพบประชาชนพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ให้ความรู้แก่อาสาสมัครแรงงานและเครือข่ายด้านแรงงาน จำนวน 70 คน เพื่อนำนโยบายและภารกิจของกระทรวงแรงงานไปสู่การปฏิบัติ และจัดกิจกรรมการให้บริการการรับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียน กิจกรรมการรับสมัครงาน แนะแนวอาชีพ และประชาสัมพันธ์มาตรการสนับสนุนการจ้างงานผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ โครงการ Co-Payment (จ้างงานเด็กจบใหม่) “รัฐช่วยเสริม เอกชนช่วยสร้าง” โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดบึงกาฬ การสาธิตการใช้โซลาเซลล์ เพื่อการประกอบอาชีพ Smart Farmer และการมอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติให้แก่วิทยาลัยเทคโนโลยีเอ็น-เทค อินเตอร์เนชั่นแนล บึงกาฬ โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ การให้คำปรึกษาแนะนำ การรับคำร้องทุกข์ร้องเรียน เกี่ยวกับสภาพการจ้างแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ และให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบึงกาฬ และการให้ความรู้ในเรื่องสิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตน การรณรงค์ส่งเสริมการสมัครเป็นผู้ประกันตน และบริการรับสมัครผู้ประกันตน มาตรา 40 โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดบึงกาฬ

“เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเจอคุณนา กลุ่มแรงงานนอกระบบหลังจากที่ถูกบริษัทเลิกจ้าง ซึ่งได้เข้าฝึกอบรมหลักสูตรช่างเย็บผ้ากับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสินที่ค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จำนวน 50,000 บาท เพื่อนำไปซื้อจักรเย็บผ้าและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จนปัจจุบันสามารถสร้างอาชีพใหม่ รับจ้างตัดชุดได้ราคาชุดละ 3,600 บาท และมีการจ้างตัดชุดเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าแรงงานกลุ่มนี้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ มีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน”  รมช. แรงงาน กล่าวในท้ายสุด

Advertising

“บิ๊กตู่” กำชับสถานศึกษาระมัดระวังการลงโทษเด็กนักเรียน ไม่ให้ใช้ความรุนแรง

People Unity News : นายกรัฐมนตรีกำชับสถานศึกษาระมัดระวังการลงโทษเด็กนักเรียน การรับน้อง ไม่ให้ใช้ความรุนแรงหรือกลั่นแกล้งโดยเด็ดขาด

วันนี้ (29 ก.ย. 63) เวลา 13.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมว่า ขอให้อยู่ภายใต้กฎหมายและไม่ทำลายทรัพย์สินทางราชการ พร้อมกำชับให้หน่วยงานภาครัฐระมัดระวังในการปฏิบัติต่อประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชนให้แสดงความคิดเห็น แต่ขอความร่วมมือไม่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อลดแรงกดดันและความรุนแรงในสังคม พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้เกิดการพิจารณาร่วมกันของ 2 สภา ซึ่งต้องติดตามความคิดเห็นของ กมธ. ต่อไป โดยนายกรัฐมนตรียืนยันไม่มีอำนาจในการกำกับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะสมาชิกรัฐสภาทุกท่านมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น เพียงขอให้ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีฝากถึงบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งสถาบันการศึกษาทุกระดับ ให้ระมัดระวังการลงโทษเด็กนักเรียน และการรับน้อง ต้องไม่ใช้ความรุนแรงหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยเด็ดขาด รวมถึงไม่ให้กลั่นแกล้งกัน (bully) ในสถานศึกษา โดยได้กำชับกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษาต่างๆ ให้ดูแลความเรียบร้อย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบัน โซเชียลมีเดียช่วยเผยแพร่ข้อมูล ทำให้สื่อสารออกไปอย่างรวดเร็ว อาจนำไปสู่การรวมกลุ่มของผู้ที่ไม่พอใจและเกิดการเรียกร้องได้

Advertising

Verified by ExactMetrics