วันที่ 13 มีนาคม 2026

นายกฯ แพทองธาร ให้ทูตฯ ประเมินสถานการณ์ภัยสงคราม หากต้องเตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอล

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 ตุลาคม 2567 นายกฯ แพทองธาร ให้ทูตฯ ประเมินสถานการณ์ภัยสงคราม หากต้องเตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอล ขอให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา ส่วนพื้นที่สู้รบให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที

วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงคนไทยในอิสราเอล จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเพื่อหลีกเลี่ยงจากผลกระทบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยขอให้กระทรวงต่างประเทศและสถานทูตของไทยที่อยู่ใกล้ที่สุด จำเป็นต้องให้ข้อมูลกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หากพบว่าอยู่ในระดับที่เสี่ยงเกินไป ก็ขอให้รีบแจ้งให้คนไทยออกจากพื้นที่ในทันที พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนว่า เมื่อช่วงกลางคืนของวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567 ว่ากองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศให้พื้นที่เมืองเมตูลา (Metula) มิซกาฟ อัม (Misgav Am) และ คฟาร์ กิลอาดี (Kfar Giladi) บริเวณทางตอนเหนือของอิสราเอล ติดพื้นที่ชายแดนเลบานอน ให้เป็นเขตปิดทางทหาร (closed military zone) โดยเป็นเขตห้ามทำงานและอาศัย โดยแจ้งว่า หากมีคนไทยยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที และเช้านี้ก็ยังเฝ้า ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

ทั้งนี้คนไทย สามารถขอรับความช่วยเหลือเพื่อย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว ได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสามารถติดต่อได้ตามช่องทาง หมายเลขโทรศัพท์ ฝ่ายกงสุล +972 546368150, +972 503673195 ฝ่ายแรงงาน + 972 9-954-8431, +972 54-469-3476 และไอดีไลน์ 0544693476

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ให้สถานเอกอัครราชทูตตัดสินใจประกาศเตือน ในแต่ละระดับความสำคัญ และให้เตรียมความพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที หากสถานการณ์มีโอกาสจะไปถึงขั้นวิกฤต”

นายจิรายุ กล่าวอีกว่าหากคนไทยต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ตามช่องทางการติดต่อข้างต้น เพื่อเข้าทำการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกต่อไป

Advertisement

“ปูติน” ประกาศไว้อาลัยเหตุกราดยิง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 24 มีนาคม 2567 รัสเซีย – ผู้นำรัสเซีย แถลงเหตุกราดยิงที่งานคอนเสิร์ต จับมือปืนได้แล้ว 4 คน ชี้ทั้งหมดต้องถูกลงโทษ พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย แถลงผ่านโทรทัศน์ถึงชาวรัสเซียทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดยระบุว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีงานคอนเสิร์ตที่อาคาร ครอคัส ซิตี ฮอล ใกล้กรุงมอสโก ทั้งหมดจะถูกลงโทษ และเรียกการโจมตีงานคอนเสิร์ตที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานนี้ เป็นการก่อการร้ายที่ป่าเถื่อน ส่วนมือปืนทั้ง 4 คน ถูกจับได้แล้ว พร้อมระบุข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีกลุ่มคนในยูเครน เตรียมให้การช่วยเหลือกลุ่มมือปืนหลบหนีข้ามพรมแดนรัสเซียเข้าไปในยูเครน ผู้นำรัสเซีย ยังประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศในวันนี้ (24 มี.ค.) ตามวัน เวลาท้องถิ่น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 133 คน และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 140 คน

ด้านนายอังดรี ยูซอฟ โฆษกสำนักงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าววันเดียวกันว่า ยูเครนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในรัสเซีย และการกล่าวอ้างว่ายูเครนเกี่ยวข้อง ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ยูเครนต่อสู้และป้องกันอธิปไตยจากกองกำลังทหารรัสเซีย ไม่ได้ต่อสู้กับพลเรือน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายมิไคโล โพโดลยาค ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ได้โพสต์ข้อความในเอกซ์ หรือ ทวิตเตอร์เดิม ระบุว่า ทุกความพยายามที่เชื่อมโยงยูเครนให้เกี่ยวข้องกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิง

Advertisement

“ปูติน” ลั่นพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 13 มีนาคม 2567 มอสโก – ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเผยว่า รัสเซียยังคงอยู่ในภาวะพร้อมรบ และพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะทำสงครามนิวเคลียร์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งใดเร่งให้ต้องทำสงครามนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์รอสซียา-วัน (Rossiya-1) และสำนักข่าวเรีย (RIA) ตอบคำถามเรื่องรัสเซียพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์จริงหรือไม่ว่า เมื่อมองจากมุมมองด้านเทคนิคทางทหาร แน่นอนว่ารัสเซียพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ เขาเชื่อว่า สหรัฐตระหนักดีว่าหากเคลื่อนกำลังพลอเมริกันเข้ามาในดินแดนรัสเซียหรือยูเครน รัสเซียจะถือว่าเป็นการแทรกแซง และในสหรัฐเองก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐและเรื่องการอดกลั้นเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากพอสมควร ดังนั้นเขาจึงยังไม่เห็นว่ามีสิ่งใดเร่งให้ต้องมีการเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ แต่รัสเซียก็พร้อมเสมอ

ประธานาธิบดีปูตินย้ำว่า รัสเซียมีหลักการกำหนดการใช้อาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว หากสหรัฐทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ รัสเซียอาจทำตาม อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้รัสเซียยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามยูเครนที่เปิดฉากมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565

Advertisement

“ทรัมป์” กล่าวหา “ไบเดน” เป็นภัยต่อประชาธิปไตย ด้าน “ไบเดน” กล่าวหา “ทรัมป์” คบแต่เผด็จการ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 มีนาคม 2567 จอร์เจีย – โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวหาโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันว่า เป็นภัยต่อประชาธิปไตย

ทรัมป์ วัย 77 ปี กล่าวในการหาเสียงที่รัฐจอร์เจียเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เมื่อไม่กี่คืนก่อนทุกคนได้ฟังการปราศรัยแถลงผลงานและนโยบายประจำต่อรัฐสภาหรือสเตทออฟเดอะยูเนียน (State of the Union) ของไบเดนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียด ไบเดนเป็นภัยต่อประชาธิปไตยจากการที่นำรัฐบาล สำนักสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ และกระทรวงยุติธรรมมาใช้เป็นอาวุธ เป็นคนที่ไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง ปราศรัยสุนทรพจน์ที่ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและสุดโต่งอย่างที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดทำมาก่อน

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ประธานาธิบดี ไบเดน วัย 81 ปี เพิ่งกล่าวขอโทษทางโทรทัศน์ในเรื่องที่เรียกฆาตกรที่ฆ่านักศึกษาพยาบาลวัย 22 ปี ในรัฐจอร์เจียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า เป็นผู้ลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และคิดว่าควรเรียกว่าผู้ลอบเข้าเมืองไร้เอกสาร ทรัมป์กล่าวว่า ไบเดนควรขอโทษที่ไปขอโทษฆาตกรมากกว่า

รัฐจอร์เจียมีคดีอาญาค้างคาเรื่องฟ้องร้องทรัมป์บ่อนทำลายการเลือกตั้งปี 2563 เป็นรัฐสมรภูมิ (Battleground State หรือ Swing State) ที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตมีโอกาสชนะเท่ากัน โดยในการเลือกตั้งปี 2563 ไบเดนคว้าชัยชนะในรัฐนี้ ทำให้ทรัมป์กล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี คาดว่าทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารนี้ พร้อมกับรัฐฮาวาย มิสซิสซิปปีและวอชิงตัน

ขณะที่ทางด้าน ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐหาเสียงกล่าวหาโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีว่า คบหาแต่ผู้นำเผด็จการ

ประธานาธิบดีไบเดน วัย 81 ปี ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ คืนเดียวกับที่ทรัมป์ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองโรมในรัฐเดียวกัน ไบเดนกล่าวว่า ทรัมป์เพิ่งเลี้ยงต้อนรับนายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บานของฮังการีที่ไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย และยกย่องผู้นำฮังการีว่าเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ทรัมป์พยายามเอาใจบรรดาเผด็จการและอันธพาลเบ็ดเสร็จจากทั่วโลก เช่น บอกว่าคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเขียนจดหมายที่สละสลวยมาให้ เรียกประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนว่าเป็นกษัตริย์ บอกให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียทำอะไรก็ได้กับพันธมิตรของสหรัฐ

แต่ในระหว่างที่ไบเดนกำลังพูดอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ฟังตะโกนขึ้นหาว่าไบเดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวออกไป จากนั้นไบเดนได้หาเสียงต่อว่า เสรีภาพของสหรัฐขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ทรัมป์และกลุ่มเมกาในพรรครีพับลิกัน (MAGA เป็นคำขวัญหาเสียงที่ย่อมาจากคำว่า Make America Great Again) กำลังหาทางช่วงชิงเสรีภาพไป เขาเชื่อในชาวอเมริกันทุกคน และเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถเมื่อร่วมใจกัน ขอให้ทุกคนออกไปลงคะแนนเลือกตั้ง

Advertisement

เกาหลีเหนือประกาศส่งอาวุธและกำลังพลไปประชิดเกาหลีใต้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 23 พฤศจิกายน 2566 โซล – เกาหลีเหนือเผยจะส่งอาวุธใหม่ ๆ และกำลังพลที่แข็งแกร่งขึ้นไปยังชายแดนด้านติดกับเกาหลีใต้ ขณะที่เกาหลีใต้เผยว่า เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียทำให้ส่งดาวเทียมจารกรรมทางทหารเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ

สำนักข่าวกลางเกาหลีหรือเคซีเอ็นเอ (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือว่า การที่เกาหลีใต้ระงับข้อตกลงทางทหารบางส่วนที่ทำไว้กับเกาหลีเหนือเมื่อ 5 ปีก่อน และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจตราและสอดแนมบริเวณชายแดนโดยทันที ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความยั้งคิด ดังนั้นเกาหลีเหนือจะระงับข้อตกลงดังกล่าวทั้งหมดโดยจะไม่ปฏิบัติตามอีกต่อไป และจะเสริมความมั่นคงชายแดนโดยทันที ด้วยการเพิ่มกำลังพลทรงอานุภาพมากขึ้นและยุทโธปกรณ์ประเภทใหม่ ๆ ตามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารที่แบ่ง 2 เกาหลี

ด้านสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การปล่อยดาวเทียมมันลียง-อิล (Malligyong-1) ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนประสบความสำเร็จ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า ดาวเทียมทำงานได้จริง ตามที่เกาหลีเหนืออ้างว่า ดาวเทียมได้ส่งภาพถ่ายฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวม หน่วยข่าวกรองระบุว่า หลังจากที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางไปพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเดือนกันยายน เกาหลีเหนือได้ส่งพิมพ์เขียวและข้อมูลการปล่อยดาวเทียม 2 ครั้งแรกที่ล้มเหลวไปในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคมไปให้รัสเซีย จากนั้นรัสเซียได้วิเคราะห์และส่งคำแนะนำกลับไปให้เกาหลีเหนือ ทำให้เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียมจารกรรมสำเร็จ

Advertisement

“สี จิ้นผิง” ชี้สัมพันธ์จีน-สหรัฐ กระทบชะตากรรมมนุษยชาติ

People Unity News : 9 ตุลาคม 2566 ปักกิ่ง – ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวกับคณะสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐที่มาเยือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐจะมีผลกระทบต่อชะตากรรมของมนุษยชาติ

ประธานาธิบดีสีกล่าวกับนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรคเดโมแครตและคณะที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ว่า การที่จีนและสหรัฐเข้ากันได้ดีมากเพียงใดท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความสับสน จะชี้อนาคตและชะตากรรมของมนุษยชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดในโลก เขาได้พูดมาหลายครั้ง รวมทั้งพูดกับประธานาธิบดีสหรัฐหลายคนว่า มีพันเหตุผลที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ แต่ไม่มีแม้แต่เหตุผลเดียวที่จะทำลายความสัมพันธ์ จีนและสหรัฐต้องแสดงออกถึงความใจกว้าง วิสัยทัศน์ และความรับผิดชอบในฐานะประเทศใหญ่ ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และส่งเสริมความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์

ผู้นำจีนกล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐมีขึ้นมีลงหลายครั้ง แต่ทิศทางโดยรวมเป็นการเดินไปข้างหน้า เพราะในยามที่โลกหมุนไป และเวลาเปลี่ยนไป ตรรกะประวัติศาสตร์เรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างจีนกับสหรัฐยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

Advertisement

ปลดประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ

People Unity News : 4 ตุลาคม 2566 วอชิงตัน – นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรครีพับลิกันถูกสภาลงมติปลดออกจากตำแหน่งแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ

การลงมติปลดนายแมคคาร์ธีมีขึ้นหลังจากที่นายแมทธิว เกตซ์ ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ยื่นญัตติต่อสภาโดยให้เหตุผลว่า นายแมคคาร์ธีสูญเสียการสนับสนุนจากพรรคให้ทำหน้าที่แล้ว โดยในการลงมติครั้งนี้มีเสียงสนับสนุนให้ปลดนายแมคคาร์ธี 216 ต่อ 210 เสียง เป็นเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เดโมแครต 208 เสียงและ ส.ส.รีพับลิกัน 8 เสียง

สาเหตุของความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันมาจากความไม่พอใจนายแมคคาร์ธีซึ่งยอมอ่อนข้อให้พรรคเดโมแครตโดยเฉพาะการผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สหรัฐรอดจากการปิดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลกลางหรือกัฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์ (government shutdown) ไปอย่างฉิวเฉียด

Advertisement

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางด้วยรถไฟ ถึงรัสเซียแล้ว

People Unity News : 12 กันยายน 2566 มอสโก – สำนักข่าวเรีย โนวอสติ ของทางการรัสเซียรายงานวันนี้ว่า รถไฟขบวนที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปด้วยนั้น เข้าประเทศรัสเซียแล้ว

เรีย โนวอสติ รายงานว่า รถไฟเดินทางข้ามชายแดนจากเกาหลีเหนือไปยังแคว้นพริมอร์สกี้ของรัสเซียแล้ว โดยภาพถ่ายแสดงให้เห็นขบวนรถไฟสีเขียวเข้มถูกลากไปตามรางโดยหัวรถจักรของการรถไฟรัสเซีย เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่า ขบวนรถไฟของนายคิม จะเข้าประเทศรัสเซียในวันนี้

สื่อของทางการรัสเซียรายงานว่า นายคิม จะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในสัปดาห์นี้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียน่าจะขอจัดซื้อกระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธต่อต้านรถถังจากเกาหลีเหนือ ซึ่งต้องการเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านดาวเทียมและเรือด้ำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นการตอบแทน ขณะนี้นายปูตินอยู่ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เพื่อข้าร่วมการประชุมประจำปีด้านเศรษฐกิจ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือจะหารือกันในประเด็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนที่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือประกาศอย่างเปิดเผย และจะไม่สนต่อคำเตือนใด ๆ ของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐกล่าวว่า เกาหลีเหนือจะต้องชดใช้หากจัดหาอาวุธให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในการรบกับยูเครน

Advertisement

รัสเซียอ้างประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอดจี 20

People Unity News : 11 กันยายน 2566 นิวเดลี – นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียอ้างชัยชนะทางการทูตด้วยการประกาศว่า ประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 (G20) ที่กรุงนิวเดลีของอินเดีย

นายลาฟรอฟกล่าวหลังจากการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 2 วันปิดฉากลงว่า รัสเซียสามารถขัดขวางโลกตะวันตกที่พยายามทำให้วาระการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องยูเครน แต่เนื้อหาปฏิญญาการประชุมไม่ได้พูดถึงรัสเซียเลย ประธานจี 20 คืออินเดียสามารถรวบรวมเสียงของจี 20 จากซีกโลกใต้ได้อย่างแท้จริง บ่งบอกว่าพันธมิตรของรัสเซียอย่างบราซิล แอฟริกาใต้ อินเดียและจีนได้แสดงบทบาทในการประชุมนี้

ผู้นำจี 20 แสดงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเรื่องรัสเซียทำสงครามในยูเครน และกล่าวถึงปัญหาที่เกิดจากสงคราม แต่ไม่ได้ประณามรัสเซียในปฏิญญาที่ตกลงเนื้อหากันในวันที่ 9 กันยายน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศยูเครนประณามปฏิญญานี้ว่า ไม่มีสิ่งใดน่าภาคภูมิใจ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเผยว่า สหรัฐพอใจกับผลการประชุม

จี 20 ประกอบด้วย 7 ชาติในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) (อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่นและสหรัฐ) และประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้และทูร์เคียหรือตุรกี โดยในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ไม่มีประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียและประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเข้าร่วม

Advertisement

“ปูติน” ให้แวกเนอร์สาบานสวามิภักดิ์

People Unity News : 27 สิงหาคม 2566 รัสเซีย – “ปูติน” ออกกฎหมายกำหนดให้นักรบรับจ้างกลุ่มแวกเนอร์ และนักรบอาสากลุ่มอื่นๆ ลงชื่อในเอกสารสาบานตนจะภักดีต่อรัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกกฎหมายกำหนดให้นักรบรับจ้างกลุ่มแวกเนอร์และนักรบอาสากลุ่มอื่นๆ ต้องลงชื่อในเอกสารประกาศสาบานตนว่าจะภักดีต่อรัสเซีย และจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และผู้นำระดับสูง กฎหมายดังกล่าวมีออกมาไม่กี่วันหลังเกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกนอกกรุงมอสโกซึ่งมีชื่อของนายเยฟกินี พริโกซิน หัวหน้ากลุ่มแวกเนอร์ อยู่ในกลุ่มผู้อยู่บนเครื่อง 10 คน ซึ่งเสียชีวิตทั้งหมด แม้ทางการรัสเซียยังไม่ยืนยันการเสียชีวิตของพริโกซินเป็นทางการ แต่รัสเซียปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังและไม่ได้สั่งลอบสังหารนายพริโกซินตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต

Advertisement

Verified by ExactMetrics