วันที่ 31 สิงหาคม 2025

“อนุทิน”ปลื้มหมอประกิตแนะ! สหรัฐฯไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรมที่จะกดดันรบ.ไทย

People Unity : “อนุทิน”ปลื้มหมอประกิตแนะ! สหรัฐฯไม่จริยธรรมที่จะกดดันรบ.ไทย ปมคัดค้านไทยแบน 3 สารพิษทางการเกษตร

วันที่ 26 ต.ค.2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ความว่า สุขภาพของประชาชน ต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ

“เขาไม่มีความชอบธรรมทางจริยธรรมที่จะมากดดันรัฐบาลไทย ที่ได้ตัดสินใจให้ความสําคัญกับสุขภาพของประชาชน เหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ และที่เราทำไป ก็ไม่ได้ขัดต่อกฏกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆทั้งสิ้น”

นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
26 ตุลาคม 2562

พร้อมแนบความเห็นของนพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ

ให้ความสำคัญสภาฯ! “บิ๊กแดง”บินกลับด่วนเข้าแจงกมธ.มั่นคง ปมบรรยายพิเศษ

People Unity : ให้ความสำคัญสภาฯ! “บิ๊กแดง”บินกลับด่วนเข้าแจงกมธ.มั่นคง ปมบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง”

วันที่ 21 ต.ค.2562 พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยพลเอกสุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลโทพงศกร รอดชมภู เป็นประธาน หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา ที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังคณะกรรมธิการฯ มีมติ ให้เชิญผู้บัญชาการทหารบกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายหลังเปิดเวทีบรรยายเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา

พลเอกอภิรัชต์ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการส่งหนังสือเชิญตนผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทางรัฐมนตรีญก็ได้พิจารณาและให้กองทัพบกจัดตามความเหมาะสม ซึ่งในวันนี้เมื่อช่วงเช้าตนได้มีภารกิจตรวจเยี่ยมหน่วยทหารชายแดนไทย-เมียนมา และมอบนโยบาย ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยตามกำหนดการจะเสร็จในช่วงบ่าย แต่ตนได้ยกเลิกภารกิจบางส่วนเพื่อบินกลับมา และได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในรถยนต์ ทั้งนี้ยืนยันว่า พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ความร่วมมือต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอกอภิรัชต์ได้มอบหมายให้พลเอกสุนัยเข้าชี้แจงแทน เนื่องจากติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา ที่จังหวัดกาญจนบุรีในช่วงเช้า แต่พลโทพงศกรไม่อนุญาตให้พลเอกสุนัยชี้แจงเนื่องจากเห็นว่า การบรรยายดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้บัญชาการทหารบก จึงจำเป็นต้องให้ผู้บัญชาการทหารบก มาชี้แจง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับกรรมาธิการฯ ด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันว่า การเชิญผู้บัญชาการทหารบกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนี้ไม่ใช่การแทรกแซงการทำงาน แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น และหากกรรมาธิการมีข้อสังเกตสำคัญ ก็จะเสนอให้ผู้บัญชาการทหารบก ไปพิจารณา ซึ่งจะดำเนินการหรือไม่ก็ได้

โดยการชี้แจงของพลเอกอภิรัชต์ต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกรรมาธิการนั้น เป็นการหารือแบบลับ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊ก”Wassana Nanuamได้โพสต์ข้อความโดยสรุปว่า” “บิ๊กแดง” ไม่ว่าง! บินตรวจชายแดน ส่ง”บิ๊กนัย” ผู้ช่วยผบ.ทบ.รบพิเศษ ไปพบกรรมาธิการ ความมั่นคงฯ แทน ทบ.ส่งหนังสือ ย้ำ ขอให้เกียรติ ผู้แทน ทบ. ด้วยกองทัพบก ได้ส่งหนังสือ ถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรว่า ตามที่ มีหนังสือถึงรมว.กลาโหมเพื่อเชิญ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องความมั่นคงนั้น นับเป็นเรื่องที่ดีและถือเป็นการเพิ่มความเข้าใจ ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง กับคณะกรรมาธิการ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ทิซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ…………………….”

“จุรินทร์”มั่นใจ! ใช้แผนก.พาณิชย์รุก 10 ตลาดทั่วโลก รับมือตัด GSP

People Unity News : “จุรินทร์”มั่นใจ! ใช้แผนก.พาณิชย์รุก 10 ตลาดทั่วโลก รับมือตัด GSP เผย ครม.ศก.มอบ 3 กระทรวงเร่งหารือรับมือ

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กรณีการตัดสิทธิทางภาษีหรือ GSP Generalized System of Preferences (ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร)ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือและได้รายงานระบุว่าจะมีผลกระทบประมาณ 1,500 ล้านบาท ถึง 1,800 ล้านบาท อย่างไรก็ตามก็ยังมีช่องทางให้สหรัฐได้ทบทวนโดยช่องทางที่จะทบทวนนั้นได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ ได้ประสานกับทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันและทูตแรงงานด้วย เพื่อที่จะหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ซึ่งคงจะมีคำตอบกลับมาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปในเร็วๆนี้

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจวันนี้ มอบหมายให้ 3 กระทรวงได้หารือร่วมกันประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาลู่ทางในการยื่นขอให้สหรัฐทบทวน สำหรับทางออกในระยะยาวนั้น กระทรวงพาณิชย์เราก็ได้เตรียมการมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยตั้ง กรอ.พาณิชย์ (กรรมการร่วมกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน) ทั้งสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมผู้ส่งออกสินค้าออกทางเรือ ได้มีการเตรียมการสำหรับตลาดต่างๆทั่วโลกเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกซึ่งได้ข้อสรุปแล้วว่าเราจะร่วมมือกันจัดกับภาคเอกชน เร่งรัดการส่งออก บุกตลาดใน 10 กลุ่มตลาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนั้นจะมีสหรัฐอเมริกา รวมอยู่ด้วยและมีจีน อินเดีย แอฟริกาใต้ เอเชียใต้ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น เกาหลี และอีกหลายตลาดรวมทั้งประเทศตุรกี เยอรมันในสหภาพยุโรป และอังกฤษด้วย

เตรียมแผนงานไว้แล้ว เร็วๆนี้จะนำทีมเอกชนและกระทรวงพาณิชย์ไปบุกตลาดที่ประเทศตุรกีและเยอรมัน และหลังจากนั้นคือ ตะวันออกกลางสำหรับประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย จีน สหรัฐ จะลงลึกไปในหลายมณฑล หรือรายรัฐ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เราจะมีแผนงานเจาะลึกรายรับเพราะ แต่ละรัฐจะมีความต้องการสินค้าแตกต่างกันมีศักยภาพที่เป็น ตลาดนำเข้าสินค้า ของเราได้มากขึ้น แม้ว่าเราจะไม่ได้ GSP (ในประเทศเหล่านี้)ก็ตามเป็นสิ่งที่เราจะดำเนินการ ทั้งดำเนินการมาแล้วและจะดำเนินเดินหน้าต่อไป

ต่อคำถามที่ว่ามั่นใจขนาดไหนว่าเราจะต่อรองกับสหรัฐอเมริกาได้นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราพยายามจะให้เขาเกิดความเข้าใจว่าบางเรื่องเราทำได้บางเรื่องทำไม่ได้ เช่น ให้ต่างด้าวตั้งสมาพันธ์แรงงานในประเทศ ซึ่งกระทรวงแรงงานได้พูดชี้แจงทำความเข้าใจว่า เราอยู่ในฐานะที่จะทำได้หรือไม่อย่างไร หรือข้อเสนออื่นๆ ซึ่งแต่ละกระทรวงหรือ แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ที่จะทำความเข้าใจ ว่าอะไรได้ หรือไม่ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราจะต้องทำ

กรมสุขภาพจิตร่วมกับกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยอุบลฯ

People Unity : กรมสุขภาพจิตร่วมมือกับกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ลงพื้นที่ฟื้นฟูเติมกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมร่วมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกภาคส่วน ณ จ.อุบลราชธานี

วันที่ 25 ต.ค.2562 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า แม้เหตุอุทกภัยจะผ่านมาได้สักระยะแล้ว แต่สุขภาพจิตยังคงเป็นเรื่องสำคัญในระยะยาวของคนที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ กรมสุขภาพจิตจึงได้ร่วมกับกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ลงพื้นที่ฟื้นฟูเติมกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 โดยร่วมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกภาคส่วน ซึ่งได้เดินทางไปยังหมู่บ้านคูสว่าง เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา และปัจจัยซ่อมแซมอาคารโรงเรียนบ้านคูสว่าง มีการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นคนคิดบวก มีพลังใจที่เข้มแข็ง รวมทั้งทำกิจกรรมฟังด้วยใจ เปลี่ยนร้ายกลายเป็นพลัง สร้างสรรค์สังคมไทยรักใคร่กลมเกลียวให้กับผู้ประสบภัย หลังจากนั้น ได้เยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมบ้านเรือนพังเสียหาย พร้อมมอบดอกไม้และของขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมดังกล่าว

“การทำงานครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างกรมสุขภาพจิตและกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ โดยเป็นที่น่าปลื้มใจเมื่อเห็น น้องเกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 ลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มตัวในฐานะทูตด้านสุขภาพจิต ซึ่งน้องเกรซเอง ก็มีความตั้งใจจริงในการทำงานด้านนี้ และต้องการลงพื้นที่ไปพบปะกับประชาชนอย่างใกล้ชิด การทำงานด้านสุขภาพจิตด้วยมิติใหม่เช่นนี้ จะเป็นการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะงานวิกฤตสุขภาพจิต ให้เข้าถึงประชาชนชาวไทย และสร้างขวัญกำลังใจให้พี่น้องชาวไทย มีแรงใจต่อสู้กับภัยพิบัติหรืออุทกภัยได้ต่อไปในอนาคต โดยยึดหลักที่ว่า สุขภาพจิตไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ทางด้านนายแพทย์ประภาส อุครานันท์ ผู้อำนวยการรพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยจ.อุบลราชธานี ในครั้งนี้ ทางรพ.พระศรีมหาโพธิ์ ทีมสุขภาพจิต MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team : MCATT) และกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ได้ลงพื้นที่ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างกำลังใจให้คนที่ประสบภัยพิบัติสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข โดยรูปแบบกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องชาวอุบล เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งจิตอาสา ครูอาจารย์ ทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และชาวบ้าน ล้วนมีกำลังใจที่ดีในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ โดยหลังจากนี้ ทีมสุขภาพจิต MCATT จะยังคงติดตามสภาพจิตใจของคนในพื้นที่เป็นระยะ และน้องเกรซ นรินทร แบรนด์แอมบาสเดอร์กรมสุขภาพจิต จะยังเดินหน้าช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง

“เพื่อไทย”เผยรัฐเตรียมมอบกองทัพทำถนนพาราซอยหวั่นซ้ำรอยงบขุดลอกคูคลอง

People Unity : พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย หวั่นซ้ำรอยงบขุดลอกคูคลอง เผยรัฐเตรียมมอบกองทัพทำถนนพาราซอย

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากสภาวะปัญหายางพารา ที่มีราคาตกต่ำลง รัฐบาลมีนโยบายนำยางพารามาใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างทางหรือพื้นผิวจราจร โดยมีหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ โดยการส่งเสริมการใช้พาราซอยซีเมนต์ ช่วงที่ผ่านมากระทรวงกลาโหม มีการนำน้ำยางข้นประมาณ 17,913 ตันไปทำถนนพาราซอยซีเมนต์ และสระเก็บน้ำ วงเงินงบประมาณทั้งหมดประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ หวังดูดซับผลผลิตน้ำยางที่ออกสู่ตลาด เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้ชาวสวนยางที่ขายน้ำยางสด มีรายได้เพิ่มมากขึ้นและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคครัวเรือน

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินการที่ผ่านมาประชาชนในหลายพื้นที่ ร้องเรียนกับส.ส.ของพรรคว่า ถนนพาราซอยซีเมนต์ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของกองทัพ ใช้งานได้ไม่สมบูรณ์พอ งานที่ดำเนินการไม่เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ไม่กระจายรายได้สร้างงานในพื้นที่

พลโทภราดร กล่าวด้วยว่า มีรายงานข่าวออกมาว่าในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลเตรียมก่อสร้างถนนพาราซอยซีเมนต์อีกทั่วประเทศภายใต้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้มีรายงานว่ารัฐบาลเตรียมมอบหมายให้กองทัพบกรับผิดชอบโครงการดังกล่าว

การดำเนินการในรูปแบบเดิมๆ หวั่นจะเกิดข้อครหาเช่นเดียวกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ ที่รัฐบาลคณะรักษารักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.อนุมัติงบประมาณกว่า 4,800 ล้านบาท ให้องค์การทหารผ่านศึก ดำเนินการขุดคลองทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ผลออกมามีการร้องเรียนเรื่องทุจริตเป็นจำนวนมาก ทั้งเรียกรับเงิน หักค่าหัวคิว จนผู้รับเหมาทิ้งงานในหลายจังหวัด จนสุดท้ายกระทรวงการคลังต้องยกเลิกสิทธิพิเศษในที่สุด

“การดำเนินการถนนพาราซอยซีเมนต์เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรให้บริษัทเอกชนที่มีความรู้ความสามารถดำเนินการดีกว่า เพราะเงินงบประมาณจะได้กลับไปสู่ท้องถิ่นจากการจ้างงานคนในพื้นที่ ซึ่งดีกว่าให้หน่วยงานทหารที่เงินก็ไม่กระจายและไม่เกิดการจ้างแรงงานในพื้นที่แต่อย่างใด”พลโทภราดร กล่าว

“มนัญญา”ลุยเอง! ตามติดโรคไหม้คอรวงข้าวระบาดสุรินทร์

People Unity : “มนัญญา” ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไหม้คอรวงข้าวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือ และลงพื้นที่ให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

วันที่ 28 ต.ค.2562 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไหม้คอรวงข้าวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า จากการรายงานสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวของกรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา พบการระบาดของโรคไหม้คอรวงข้าวใน 7 จังหวัด ได้แก่ ลําพูน แพร่ จันทบุรี มุกดาหาร มหาสารคาม สุรินทร์ และสงขลา รวม 7,442 ไร่ และพบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลใน 6 จังหวัด ได้แก่ ลําปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร อ่างทอง และสุพรรณบุรี รวม 18,141 ไร่ นอกจากนี้ กรมการข้าวยังได้รับรายงานการระบาดของโรคไหม้ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จํานวน 77,777 ไร่ และการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่จังหวัดลําปางด้วยเช่นกัน กระทรวงเกษตรแชะสหกรณ์ โดยกรมการข้าวจึงมีการแจ้งเตือนภัยการระบาดของศัตรูข้าวทั้ง 2 ชนิด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก

สำหรับในปีการผลิต 2562/63 จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่ปลูกข้าว 3.025 ล้านไร่ รายงานพบการระบาดโรคไหม้คอรวงข้าวครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ซึ่งในช่วงเวลาเพียง 10 วัน (ช่วงวันที่ 18 – 28 ตุลาคม 2562) มีการระบาดอย่างรวดเร็วครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 17 อำเภอ 140 ตำบล 1,331 หมู่บ้าน เกษตรกรผู้ประสบภัย 49,204 ราย รวมพื้นที่การระบาดทั้งสิ้น 283,454.75 ไร่ มีสาเหตุสำคัญเกิดจาก 1. เกษตรกรมีการใช้เมล็ดพันธุ์ในการหว่านข้าวในอัตราที่สูงเกินไป (30 – 50 กิโลกรัม/ไร่) 2. ข้าวหอมมะลิ (พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข 15) เป็นพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่อโรคไหม้คอรวงข้าว 3. มีการใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่สูง โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง ส่งผลให้พืชอ่อนแอต่อการเกิดโรค และ 4. สภาพอากาศเหมาะสมต่อการเกิดโรคไหม้ข้าว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์และสำนักงานเกษตรอำเภอได้เฝ้าระวัง แบ่งเป็น ก่อนเกิดการระบาด โดยมีศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนเป็นศูนย์เฝ้าระวังการระบาดศัตรูพืชในพื้นที่และรายงานข้อมูลให้หน่วยงานราชการ พร้อมประชาสัมพันธ์เตือนการระบาด และระหว่างเกิดการระบาด ได้สร้างการรับรู้การจัดการโรคไหม้คอรวงข้าวให้กับเกษตรกร 17 อำเภอ 26,124 ราย ลงพื้นที่สำรวจแปลง สนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มาเบื้องต้น เพื่อควบคุมโรค 10,341 กิโลกรัม สามารถฉีดพ่นได้ 31,023 ไร่ ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (โรคไหม้คอรวงข้าว) เพื่อเตรียมการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 ต่อไป

“ธรรมนัส​”จ่อของบฯกลางซื้อเครื่องบินฝนหลวงใหม่

People Unity : “ธรรมนัส​ พรหมเผ่า” ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ​ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาภัยแล้งเต็มที่ จ่อเสนอของบฯกลางเพื่อจัดซื้อเครื่องบินฝนหลวงใหม่เสริมกำลัง

วันที่ 26 ต.ค.2562 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับฟังรายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา​ จากกรมชลประทาน​ ขณะที่ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร​ ได้บรรยายสรุปภาพรวมของการปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำและพื้นที่ประสบภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำต้นทุนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และการจัดสรรน้ำด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

โดย ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นการเดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมรับฟังบรรยายสรุปถึงผลปฏิบัติงานของกรมฝนหลวงเพื่อบรรเทาและป้องกันภัยแล้งตลอดปีที่ผ่านมา​ ซึ่งปัญหาภัยแล้งในภาพรวมได้มีการเตรียมการรับมือภัยแล้งที่จะมาถึงผ่านโครงการต่างๆ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการงานทุกภาคส่วนสร้างการรับรู้ปัญหาปริมาณน้ำที่ลดน้อยลงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้เพียงพอทั้งด้านกษตรกรรม​ และการอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ในการปฎิบัติการฝนหลวงตั้งแต่ปี 2562 ได้มีการดำเนินการไปปฏิบัติการฝนหลวงมาทุกภาคทุกจังหวัด แต่ยอมรับว่า ภาครัฐมีการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างขีดจำกัด  เนื่องจากปฎิบัติการฝนหลวงต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ และด้วยกำลังพลที่น้อย รวมทั้งอุปกรณ์ใช้งานที่เก่า แต่ภายใต้ความกดดันเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติงานและตอบโจทย์ได้ทุกจังหวัด

ส่วนกรณีจะมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่พนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฎิบัติการฝนหลวงหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส ได้ระบุว่า มีการพูดคุยกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรี ในการสร้างกำลังพลของกรมฝนหลวงใหม่ จัดซื้ออากาศยานเข้ามาทดแทนที่เสื่อมสภาพไปแล้ว ส่วนที่ยังใช้งานอยู่จะมีการบำบัดและซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่องตามวาระการใช้งานในแต่ละปี พร้อมสนับสนุนงบประมาณโดยจะมีการพิจารณาสนับสนุนงบกรมฝนหลวงให้เพิ่มมากขึ้น แต่หากว่าจำเป็นจะต้องใช้งบกลางก็จะมีการปรึกษากับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

ส่วนกรณีความล่าช้าการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากอำเภอแม่แตง แม่งัด จนถึงแม่กวง ขณะนี้เนื่องจากระยะเวลาสัญญาก่อสร้างจะต้องแล้วเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม 2564 ปัจจุบันการก่อสร้างยังล่าช้า หลังจากนี้ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปรายงานต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบถึงปัญหาและแก้ไขต่อไป

จากนั้นในช่วงบ่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน เดินทางไปยังพื้นที่โครงการมะม่วงแปลงใหญ่​ บ้านเวียงทอง หมู่ที่ 25 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นประธานในพิธีการส่งมอบ หนังสืออนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) จำนวน 30 ราย ส่งมอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 6 แห่ง และพบปะอาสาสมัครฝนหลวง​ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตรในพื้นที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเกษตรกรในพื้นที่คอยต้อนรับจำนวนมาก

คนไทยเฮ! ปีใหม่ได้หยุดยาว 5 วัน ครม.ไฟเขียว 30 ธ.ค.เป็นหยุด

People Unity News :  คนไทยเฮ! ปีใหม่ได้หยุดยาว 5 วัน ครม.ไฟเขียว 30 ธ.ค.เป็นหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติให้วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 เป็นหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จึงทำให้มีวันหยุดยาวเป็น 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2562 – 1 มกราคม 2563 ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดต้องบริการประชาชน มีภารกิจความจำเป็น หากยกเลิกเกิดความเสียหาย ให้พิจารณาตามความเหมาะสม ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และบริษัทเอกชน ขอให้ไปพิจารณาตามความเหมาะสมเช่นกัน

พปชร.เดินหน้าเปิด”เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่มฯ”ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี

People Unity : พปชร.เดินหน้าเปิด “เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้กินได้เลย” ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี ชาวบ้านสุดปลื้มขณะนี้นโยบายรัฐบาลออกดอกออกผลให้เห็น โดยเฉพาะมาตรการช่วยเกษตรกรที่เงินลงไปถึงมือแล้ว ด้าน “มาดามเดียร์” มั่นใจ หลังงบปี 63 ผ่าน ทุกนโยบายจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

วันที่ 21 ต.ค.2562 เวลา 16.00 น. ที่ ลานวัดโกรกสิงขร อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำโดย ดร.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผช.รมว.กระทรวงการคลัง น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.และตัวแทนชุมชน เปิดเวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้ก็กินได้ เป็นเวทีที่ 3 ต่อจากเวทีแรกที่ จ.นครราชสีมา และเวทีที่ 2 จ. กำแพงเพชร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาปากท้องจากชาวบ้านโกรกสิงขร เพื่อนำมาสะท้อนกับรัฐบาลให้ดูแลแก้ไข

นายชาญกฤช กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล กำลังออกดอกออกผล ที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่มของสังคมให้เกิดความเท่าเทียม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลมีมาตรการดูแลออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือการขยายมาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไปอีก 1 ปี ทั้งค่าน้ำ 100 บาท/เดือน , ค่าไฟ 230 บาท/เดือน และลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 2% สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตร เริ่ม 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเฟสสองเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

นอกจากนั้น กระทรวงการคลังยังได้ออกมาตรการชิมใช้อปใช้ เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นที่ถูกใจของประชาชนเป็นอย่างมาก และกำลังจะมีเฟสสองออกมาเร็ว ๆ นี้ เช่นกัน

ส่วนมาตรการช่วยเหลือชาวเกษตรกร รัฐบาลได้ออกมาตรการไปแล้ว อาทิ จ่ายเงินอุดหนุนปลูกข้าวนาปี เพื่อลดต้นทุนการผลิตไร่ละ 500 บาท โอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ว 1.77 ล้านครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10,976 ล้านบาท จากเป้าหมาย 4.31 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 24,000 ล้านบาท //ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด ในปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ประกอบด้วย ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือในโอกาสต่อ ๆ ไป ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดเสมอว่า “รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ด้าน ส.อ.ชัยวัฒน์ หาญธนะสุกิจ ผู้ช่วยผู้อำนายการสำนักงาน ธกส. จังหวัดราชบุรี บอกกล่าวกับชาวบ้านว่า ขณะนี้ธกส.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว 4 โครงการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ประกอบด้วย 1.เงินอุดหนุนต้นทุนการผลิตชาวนา 500 บาท /ไร่ 2.ประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต2562/63 รอบที่ 1 3.ประกันรายได้ปาล์ม และ 4.เงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ซึ่งทั้ง 4 โครงการเงินได้ถึงมือพี่น้องชาวเกษตรกรแล้ว

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้แม้รัฐบาลจะยังไม่มีเงินมากนักในการดำเนินนโยบายตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ แต่หลายนโยบายได้เริ่มปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว และเชื่อว่าหากร่างงบประมาณปี 63 กว่า 3.2 ล้านล้านบาท ผ่านการเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนมกราคม ปี 2563 จะทำให้รัฐบาลมีเงินมาใช้จ่ายในการผลักดันนโยบายให้ขับเคลื่อนไปได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า จะเดินหน้าดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่พบปะประชาชน จ.กาญจนบุรี และราชบุรี พร้อมกับประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย

ขณะที่ น.ส.ปารีณา กล่าวเสริมว่า ขอให้พี่น้องชาวราชบุรี มีความมั่นในรัฐบาล ที่จะมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ได้ลงไปถึงมือชาวบ้านแล้วหลายโครงการ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงพิสูจน์ได้ว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนตัวแทนชาวบ้านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ยืนยัน รู้สึกพอใจกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สามารถนำเงินดังกล่าวมาจุนเจือครอบครัวได้จริงแม้จะมีคนส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเงินเพียงน้อยนิดก็ตาม เพราะเงินส่วนนี้ถูกนำมาต่อยอดในการประกอบอาชีพอื่น ๆ เพื่อหารายได้อีกทาง

ขณะชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ยืนยันเช่นกัน ขณะนี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ทั้งชาวนา ชาวไร่ และขอขอบคุณรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐที่จัดเวทีรับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมกับมีมามาตรการช่วยเหลือ ที่เข้าถึงมือชาวบ้านได้จริง

“อุ๋ม” ร่วมฉลองวันเกิด “แอฟ ทักษอร” มอบทุนเด็กเยาวชนเขตบางซื่อ-ดุสิต

People Unity : “อุ๋ม ธณิกานต์” ร่วมฉลองวันเกิด “แอฟ ทักษอร” มอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในเขตบางซื่อ-ดุสิต

วันที่ 28 ต.ค.2562 น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเขตบางซื่อ-ดุสิต  พรรคหลังประชารัฐ และ” แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา จำนวน 23 ทุน พร้อม อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬา แก่นักเรียนเรียนดี ประพฤติดี และยากไร้ คัดเลือกโดยฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตบางซื่อ และเครือข่ายประธานชุมชน มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 92 คน

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า งานในวันนี้เกิดขึ้นจาก คุณแอฟ ทักษอร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท มีความตั้งใจที่จะทำบุญฉลองวันเกิด ร่วมสร้างสังคมแบ่งปัน ประสงค์จะมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กและเยาวชน เพราะเราเห็นตรงกันในเรื่องความสำคัญของการศึกษา อันเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน สามารถนำสู่การประกอบอาชีพ ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อดูและตัวเองและคนรอบข้างได้ ดังนั้นจึงอยากเป็นอีกแรงในการสนับสนุน โดยมอบทุนทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆและเยาวชนให้ดีขึ้น ยกระดับคุณภาพสังคมและประเทศชาติต่อไป

โดยวันนี้ได้ทีมงานผู้ช่วย ส.ส. พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางซื่อ และคณะครู ในฐานะเจ้าบ้านและเจ้าของพื้นที่ ร่วมนำกิจกรรมสร้างความสุขให้กับน้องๆนักเรียน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอบยิ้มและความสนุกสนาน

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากร่วมสนับสนุน โครงการ “สังคมแบ่งปัน” ช่วยเหลือแบ่งปันทุนทรัพย์หรือองค์ความรู้แก่เด็กและสตรี หรือพร้อมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ด้านอื่นๆ #เขตบางซื่อดุสิต ยินดีต้อนรับทุกท่าน สามารถติดต่อส.ส.อุ๋มและทีมงาน ได้ที่ Line @oumthanikan (มี @ ข้างหน้าด้วยค่ะ) หรือ โทร. 065-694-2245

Verified by ExactMetrics