วันที่ 17 เมษายน 2026

“ธนกร”เย้ย อนค.ผิดฟอร์มถกงบฯปี63 หลัง”ธนาธร”ออกอาการร่อแร่

People Unity : “ธนกร”มั่นใจงบ63 ผ่านฉลุย ชี้รัฐบาลชี้แจงได้ชัดเจน ชม”บิ๊กตู่”ใจเย็น ชี้แจงได้ทุกรายละเอียด เย้ยอนค. อภิปรายผิดฟอร์ม หลัง”ธนาธร”ออกอาการร่อแร่

วันที่ 19 ต.ค.2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ว่า บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนถึงที่มาที่ไป ความจำเป็น ความเหมาะสม และความคุ้มค่าของการจัดทำงบประมาณ ขณะที่ฝ่ายค้านก็อภิปรายตามปกติ ไม่ได้เข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็คงทำการบ้านมาอย่างดี เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วเห็นว่าการจัดทำงบประมาณเป็นประโยชน์กับประชาชนจึงไม่ได้คัดค้านอะไรมากมาย หรือดุเด็ดเผ็ดร้อนเอาเป็นเอาตายเหมือนในอดีต

นายธนกร กล่าวอีกว่า การอภิปรายครั้งนี้ต้องขอชื่นชมพล.อ.ประยุทธ์ที่ใจเย็น มีอารมณ์ขัน และสามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตนเจอส.ส.ฝ่ายค้านบางคนก็ยังพูดชมท่านนายกฯ พร้อมทั้งบอกด้วยว่า งบประมาณปี63ประชาชนได้ประโยชน์ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เห็นด้วย เพราะประชาชนรออยู่ ตนอยากให้บรรยากาศเป็นแบบนี้ เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายทำเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชน หากอะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการฯ อะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์สูดสุดกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลเดินหน้าดำเนินการแน่นอน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขณะที่การอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่นั้น เข้าใจได้ว่าส.ส.หลายท่านคงไม่มีกะจิตกะใจ เพราะหัวหน้าพรรคกำลังเหนื่อยหลายเรื่อง เหมือนคำพระที่ว่า กัมมุนาวัตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ซึ่งใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมที่จะตามมา

“อนค.” เดือดโต้ “สิระ”! ฉุนเปรียบ “ธนาธร” เป็นไส้เดือน

People Unity : “อนค.” เดือดโต้ “สิระ”! ฉุนเปรียบ “ธนาธร” เป็นไส้เดือน เหตุนั่ง กมธ.งบฯ63 แนะทำหน้าที่ให้สมกับกินภาษีของประชาชน

วันที่ 28 ต.ค.2562 นายคารม​ พลพรกลาง​ ส.ส.บัญชื่อรายชื่อพรรคอนาคตใหม่​ ตั้งคำถามไปยังนาย​สิระ​ เจนจาคะ​ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่เดินหน้าเรียกร้องให้นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2563 ว่า “ผมถามไปยังคุณ​สิระว่าในเมื่อประธานสภาฯ ออกมาให้แนวทางเกี่ยวกับการเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการของคุณธนาธรแล้ว​ คุณสิระยังไม่หยุดเรียกร้องให้คุณธนาธรลาออก​ แล้วแบบนี้คุณสิระจะใช้แนวทางใดในการยึดปฏิบัติ

ส่วนกรณีที่เป็นห่วงว่าจะสิ้นเปลืองภาษีประชาชนที่ต้องนำมาจ่ายเบี้ยประชุมให้คุณธนาธรนั้น​ ประเด็นนี้ผมเป็นคนอ่านยังรู้สึกอาย​ แล้วคุณสิระเป็นคนพูดไม่รู้สึกละอายเลยหรือ​ ประชาชน​และสังคม​ทราบนี้ว่าใครที่อยู่ในตำแหน่งส.ส.แล้วเปลืองภาษี​ ประชาชนจ่ายภาษีให้นักการเมืองไร้ศักยภาพมาตลอด 5 ปี​หากคุณสิระตระหนักประเด็นนี้จริงผมแนะนำให้ไปทำงานที่เป็นชิ้นเป็นอันจะดีกว่า​

อีกประเด็นที่อยากถามคือ​ คุณสิระว่ากลัวคุณธนาธรทำงานได้เต็มศักยภาพหรือกลัวคุณธนาธรเป็นอุปสรรคในการอนุมัติงบประมาณแผ่นดินที่ไม่สมเหตุสมผลกันแน่​

สุดท้ายผมเรียกร้องให้คุณสิระสำนึกในภาษีประชาชนอย่างที่ปากพูดและหยุดพฤติกรรมที่ไร้วุฒิภาวะแบบนี้​เสียที ที่ผ่านมาประชาชนคงเห็นผลงานความกร่างกันดีแล้ว  ควรจบประเด็นนี้ได้แล้ว​ และหากกลัวว่าการทำหน้าที่คุณธนาธรจะเปลืองภาษีประชาชน​ คุณสิระลาออกเลยครับรับรองคุ้มค่าภาษีประชาชนและกอบกู้ภาพลักษณ์นักการเมืองได้มากขึ้นอีกด้วย”

ก่อนหน้านี้นายสิระ ได้แสดงความเห็นว่า วันนี้สถานะของนายธนาธรไม่ต่างจากไส้เดือนที่มี 2 เพศ ซึ่งถ้านายธนาธนยังอยากเรียกตัวเองว่ามนุษย์ มีเกรียติและศักดิ์ศรี ก็ควรจะยุติปัญหาที่ตนเองได้ อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงในการพัฒนาประเทศ จะเอาอย่างไรเลือกเอาสักทางหนึ่ง หากยังยืนยันที่จะเป็นกรรมาธิการก็ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ไป

นายสิระ กล่าวต่อว่า หากตนอยู่ในสถานะเดียวกับนายธนาธร ที่เป็นถึงหัวหน้าพรรค ตนจะยอมเสียสละลาออกจากกรรมาธิการและเปิดโอกาสให้ ส.ส.ที่มีคุณภาพในพรรคอนาคตใหม่ได้ทำงานแทน เรื่องนี้มองได้ 2 ข้อ 1.คือในพรรคของนายธนาธรไม่มีผู้ที่ทีความรู้ความสามารถอีกแล้ว หรือ 2 นายธนาธรกำลังเอาเก้าอี้กรรมาธิการไปเล่นเกมการเมือง

“อุตตม”ร่วมถก ธ.ก.ส.เร่งเสริมมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

People Unity : รมว.คลัง ร่วมประชุมคณะกรรมการธ.ก.ส. เร่งเสริมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยปี2562 ทั้งขยายเวลาชำระหนี้ 2 ปี และลดดอกเบี้ยเงินกู้อีกร้อยละ 3 ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ภาคชนบท ทั้งการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว การดำเนินโครงการประกันรายได้ปาล์ม ข้าว ที่จ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรไปแล้วกว่า 34,600 ล้านบาท พร้อมเตรียมโอนประกันรายได้ยาง งวดแรก 1 พฤศจิกายนนี้

วันที่ 28 ต.ค.2562 ที่ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นประธานในการประชุม ติดตามการดำเนินงานของธนาคารในการช่วยเหลือเกษตรกรและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้สรุปมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะสั้นที่ดำเนินการไปแล้ว (ข้อมูล ณ 24 ตุลาคม 2562) ประกอบด้วย โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ในอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 24,810 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 4.31 ล้านครัวเรือน ดำเนินการโอนเงินแล้ว จำนวน 3.99 ล้านครัวเรือน เป็นเงิน 23,929 ล้านบาท โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2562-2563 วงเงิน 13,000 ล้านบาทเป้าหมายเกษตรกร 263,107 ครัวเรือน ดำเนินการโอนเงิน รอบที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ไปแล้ว 254,667 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,351 ล้านบาท โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2562/63 รอบที่ 1 วงเงิน 20,940 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 4.31 ล้านราย มีเกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องได้รับเงินในรอบที่ 1 ทั้งสิ้น 349,300 ครัวเรือน โดย ธ.ก.ส. โอนเงินเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ไปแล้วกว่า 9,411 ล้านบาท รวมเงินที่โอนไปแล้วทั้ง 3 โครงการ จำนวน 34,691 ล้านบาท

สำหรับการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ นายอุตตม ได้พิจาณาเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลการปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ระยะที่ 1 เพื่อเป็นการให้ช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงิน 24,278 ล้านบาท โดยเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่เปิดกรีดแล้ว รายละไม่เกิน 25 ไร่ ปริมาณผลผลิตยาง (ยางแห้ง) 240 กิโลกรัม/ปี หรือ 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน กำหนดราคาประกันยางแผ่นดินคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50 %) 23 บาท/กิโลกรัม ซึ่งแบ่งสัดส่วนการจ่ายเงินให้กับเจ้าของสวนยาง 60% และ คนกรีดยาง 40% โดยคาดว่าจะสามารถโอนเงินในงวดแรกให้เกษตรกรได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

นายอภิรมย์ กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ยังเตรียมพิจารณาให้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ปี 2562 จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการขยายเวลาชำระหนี้ต้นเงินกู้เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่ 1 กันยายน 2562- 31 สิงหาคม 2564 และขยายเวลาชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 31 สิงหาคม 2563 และโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรลูกค้า โดยคิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา MRR-3 (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.875 ต่อปี) วงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาทแรก เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 31 สิงหาคม 2563 และมอบหมายให้ ธ.ก.ส. เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเพื่อดูแลเกษตรกรตามมาตรการต่าง ๆ ที่จะทยอยออกมา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตโดยเฉพาะพืชหลักชนิดต่าง ๆ ให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ กระทรวงการคลัง ธ.ก.ส. และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนา ซึ่งมีชุมชนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าร่วม ตามนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบสินเชื่อให้ลูกค้าของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ การจัดตลาดชุมชนทางน้ำ และการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน ณ เทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

“เทวัญ”แจงงบฯปี63! หนุน พศ. ลดยกเหตุจำนวนพระเณรลดลง

People Unity : “เทวัญ”แจงงบฯปี63! หนุน พศ. ลดยกเหตุจำนวนพระเณรลดลง ยันยังส่งเสริมให้พระอยู่ดูแลปลูกป่าเช่นเดิม ส่วนงบฯสนันสนุนม.สงฆ์ พศ.ไม่ได้ดูแล

วันที่ 19 ต.ค.2562 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอภิปรายนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่ระบุลดลงว่า สาเหตุที่ลดมีอยู่หลายปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของพระภิกษุ และสามเณร เนื่องจากปัจจุบันนี้เยาวชนได้หันไปเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมากขึ้น ส่วนงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงฆ์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ พศ. ประกอบกับปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งสามารถบริหารจัดการตัวเองได้

“ขณะที่ข้อกังวลเรื่องจะทุบวัดและไล่พระออกจากป่านั้นก็ไม่เป็นความจริง ต่อไปนี้รัฐบาลจะสนับสนุนให้พระเป็นประหนึ่งเจ้าหน้าที่คอยดูแลป่าส่งเสริมการปลูกป่า ดังนั้นรัฐบาลนี้จึงให้การสนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจง

“ธรรมนัส​”จ่อของบฯกลางซื้อเครื่องบินฝนหลวงใหม่

People Unity : “ธรรมนัส​ พรหมเผ่า” ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ​ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาภัยแล้งเต็มที่ จ่อเสนอของบฯกลางเพื่อจัดซื้อเครื่องบินฝนหลวงใหม่เสริมกำลัง

วันที่ 26 ต.ค.2562 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับฟังรายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา​ จากกรมชลประทาน​ ขณะที่ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร​ ได้บรรยายสรุปภาพรวมของการปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำและพื้นที่ประสบภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำต้นทุนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และการจัดสรรน้ำด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

โดย ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นการเดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมรับฟังบรรยายสรุปถึงผลปฏิบัติงานของกรมฝนหลวงเพื่อบรรเทาและป้องกันภัยแล้งตลอดปีที่ผ่านมา​ ซึ่งปัญหาภัยแล้งในภาพรวมได้มีการเตรียมการรับมือภัยแล้งที่จะมาถึงผ่านโครงการต่างๆ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการงานทุกภาคส่วนสร้างการรับรู้ปัญหาปริมาณน้ำที่ลดน้อยลงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้เพียงพอทั้งด้านกษตรกรรม​ และการอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ในการปฎิบัติการฝนหลวงตั้งแต่ปี 2562 ได้มีการดำเนินการไปปฏิบัติการฝนหลวงมาทุกภาคทุกจังหวัด แต่ยอมรับว่า ภาครัฐมีการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างขีดจำกัด  เนื่องจากปฎิบัติการฝนหลวงต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ และด้วยกำลังพลที่น้อย รวมทั้งอุปกรณ์ใช้งานที่เก่า แต่ภายใต้ความกดดันเหล่านี้เราก็สามารถปฏิบัติงานและตอบโจทย์ได้ทุกจังหวัด

ส่วนกรณีจะมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่พนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฎิบัติการฝนหลวงหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส ได้ระบุว่า มีการพูดคุยกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรี ในการสร้างกำลังพลของกรมฝนหลวงใหม่ จัดซื้ออากาศยานเข้ามาทดแทนที่เสื่อมสภาพไปแล้ว ส่วนที่ยังใช้งานอยู่จะมีการบำบัดและซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่องตามวาระการใช้งานในแต่ละปี พร้อมสนับสนุนงบประมาณโดยจะมีการพิจารณาสนับสนุนงบกรมฝนหลวงให้เพิ่มมากขึ้น แต่หากว่าจำเป็นจะต้องใช้งบกลางก็จะมีการปรึกษากับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

ส่วนกรณีความล่าช้าการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากอำเภอแม่แตง แม่งัด จนถึงแม่กวง ขณะนี้เนื่องจากระยะเวลาสัญญาก่อสร้างจะต้องแล้วเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม 2564 ปัจจุบันการก่อสร้างยังล่าช้า หลังจากนี้ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปรายงานต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบถึงปัญหาและแก้ไขต่อไป

จากนั้นในช่วงบ่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน เดินทางไปยังพื้นที่โครงการมะม่วงแปลงใหญ่​ บ้านเวียงทอง หมู่ที่ 25 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นประธานในพิธีการส่งมอบ หนังสืออนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) จำนวน 30 ราย ส่งมอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 6 แห่ง และพบปะอาสาสมัครฝนหลวง​ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ด้านการเกษตรในพื้นที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเกษตรกรในพื้นที่คอยต้อนรับจำนวนมาก

“สิระ”ไล่”ธนาธร”พ้นเก้าอี้กมธ.งบฯ63 อย่าทำตัวเป็น”ไส้เดือน”

People Unity : “สิระ”ไล่”ธนาธร”พ้นเก้าอี้กมธ.งบฯ63 แนะเลือกสักทางจะเป็น ส.ส.หรือ กมธ.อย่าทำตัวเป็น “ไส้เดือน” หยุดถ่วงความเจริญของประเทศ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ต.ค.2562 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็นหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ว่า ตนขอเรียกร้องให้นายธนาธรลาออกจากการเป็นกรรมาธิการชุดนี้ เนื่องจากว่าหากธนาธรยังปฎิบัติหน้าที่อยู่ แต่ก็ไม่สามารถลงมติในฐานะกรรมาธิการได้ นายธนาธรควรที่จะพิจารณาตัวเองว่า ยังมีเกรียติและศักดิ์ศรีหรือไม่ในการนั่งเก้าอี้กรรมาธิการ ตนมองว่านอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังสิ้นเปลืองภาษีของประชาชนที่ต้องนำมาจ่ายค่าเบี้ยประชุมกรรมาธิการให้กับนานธนาธรอีกด้วย

“วันนี้สถานะของนายธนาธรไม่ต่างจากไส้เดือนที่มี 2 เพศ ซึ่งถ้านายธนาธนยังอยากเรียกตัวเองว่ามนุษย์ มีเกรียติและศักดิ์ศรี ก็ควรจะยุติปัญหาที่ตนเองได้ อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงในการพัฒนาประเทศ จะเอาอย่างไรเลือกเอาสักทางหนึ่ง หากยังยืนยันที่จะเป็นกรรมาธิการก็ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ไป”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวต่อว่า หากตนอยู่ในสถานะเดียวกับนายธนาธร ที่เป็นถึงหัวหน้าพรรค ตนจะยอมเสียสละลาออกจากกรรมาธิการและเปิดโอกาสให้ ส.ส.ที่มีคุณภาพในพรรคอนาคตใหม่ได้ทำงานแทน เรื่องนี้มองได้ 2 ข้อ 1.คือในพรรคของนายธนาธรไม่มีผู้ที่ทีความรู้ความสามารถอีกแล้ว หรือ 2 นายธนาธรกำลังเอาเก้าอี้กรรมาธิการไปเล่นเกมการเมือง

“ส่วนตัวตนไม่ได้มีปัญหากับนายธนาธรหรือพรรคอนาคตใหม่ แต่ระยะเวลาที่กรรมาธิการชุดนี้จะต้องทำงานอีก 150 จะเกิดเป็นปัญหาในอนาคตจากนายธนาธร จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะงักจากการที่ พรบ.งบประมาณไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาฯหรือไม่”นายสิระ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ “ไส้เดือน” นั้นได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชนั้นมูลไส้เดือนนับได้ว่าเป็นอาหารชั้นยอดของพืชมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หลายร้อยชนิด ทำให้พืชเจริญงอกงามพร้อมกับเป็นปรับสมดุลของดิน ส่วนสัตว์นั้นไส้เดือนนับเป็นอาหารอันโอชะไม่ว่าจะเป็นนก ไก่ คางคก หนู เป็นต้น อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการกำจัดขยะเปรียบเหมือนเป็นโรงงานปุ๋ย คนที่ไม่เป็นประโยชน์ของไส้เดือนจึงได้หันไปใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีและยากำจัดวัชพืช

“อุตตม”ชง ครม.ไฟเขียว”ชิมช็อปใช้”เฟส 2 พ่วงช่วยดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์

People Unity : “อุตตม”ชง ครม.ไฟเขียว”ชิมช็อปใช้”เฟส 2 พ่วงช่วยดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ ปัดหารือททท.ลดภาษีนำเข้าแบรนด์เนม

เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 22 ต.ค.2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ตนจะเสนอให้ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบใน 2 ประเด็น คือ 1.โครงการชิมช็อปใช้ เฟส 2 และ 2.มาตราการในการช่วยดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นตอนต่อในการดูแลเศรษฐกิจในในภาวะที่เศรษฐกิจภายนอกไม่ดี ส่งผลต่อรายได้ ทำให้เราต้องดูแลตัวเอง ทั้งนี้โครงการในเฟสที่ 2 จะไม่เหมือนเฟสแรก และหาก ครม.เห็นชอบก็จะดำเนินการได้

ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการแถลงข่าวที่กระทรวงการคลังรูปแบบในเฟสที่ 2 เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ส่วนกรณีที่มีปัญหาห้างร้านที่มีการรับบาร์โค้ดมาหักหัวคิวนั้น เราได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว และพบว่าเป็นส่วนน้อย พร้อมได้เตือนไปแล้วว่าอย่าทำแบบนี้เพราะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ซึ่งหากขัดกฎหมายก็จะต้องดำเนินการ โดยทางกระทรวงมีคณะกรรมการประเมินผลการทำงาน มีปลัดกระทรวงเป็นประธานในการดำเนินการตรวจสอบต่อไป ซึ่งหากมีใครกระทำผิดก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป

ปัดหารือททท.ลดภาษีนำเข้าแบรนด์เนม

นายอุตตม เปิดเผยถึงกรณีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมจาก 30% เหลือ 5% ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีหนังสือข้อเสนอให้ปรับลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม รวมทั้งยังไม่มีเคยมีการหารือกับทาง ททท.แต่อย่างใด ดังนั้นจึงยังขอรอดูในรายละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไร ถึงจะสามารถบอกได้ว่าควรจะมีการปรับลดภาษีดังกล่าวหรือไม่

“ยังไม่มีหนังสือส่งมาถึง เลยยังบอกอะไรไม่ได้ ทุกอย่างต้องขอรอดูก่อน รอข้อเสนอก่อน ขอเวลาพิจารณาก่อน แล้วค่อยมาว่ากันว่ากระทรวงการคลังจะเอายังไง” นายอุตตม กล่าว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าวว่า นายอุตตม ยังไม่ได้สั่งการให้สศค.ศึกษาเรื่องดังกล่าว แต่หากต้องมีการศึกษาเพื่อเสนอแนวทางการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจริง ก็จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากในทางภาษีสินค้าที่นำเข้าทุกประเภทไม่ได้ระบุว่ายี่ห้อใดหรือแบบใดเป็นสินค้าแบรนด์เนม ดังนั้นจะต้องดูความเหมาะสมหากต้องปรับลด ว่าจะกระทบกับผู้ประกอบการในไทยหรือไม่ด้วย

“ที่ผ่านมาก็เคยมีการเสนอแบบนี้มาแล้ว แต่ทำได้ยาก เพราะผลกระทบที่มีต่อผู้ประกอบการไทยก็มีเช่นกัน เช่น เครื่องหนัง ไม่ได้มีการระบุว่ายี่ห้อใดหรือประเภทใดเป็นสินค้าแบรนด์เนม ดังนั้นหากจะลดภาษีจาก 30% เหลือ 5% ก็จะต้องลดทั้งหมด ซึ่งมันจะเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องดูด้วย จะขอลดเลยอย่างเดียวไม่ได้”นายลวรณ กล่าว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ระบุว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงกรณีการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งหากปรับลดได้ จะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยในช่วงปีใหม่ และตรุษจีนในปีหน้า

ภท.ติวเข้มพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง! “อนุทิน”ขอทุกฝ่ายรวมพลังพาชาติเดินหน้า

People Unity : “อนุทิน” ต้อนรับผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 10 ที่พรรคภูมิใจไทย วอนทุกฝ่ายรวมพลังพาชาติเดินหน้า หนุนรัฐบาลทำงานหนัก เสริมแกร่งเสถียรภาพ มั่นใจ ฝ่ายการเมืองอยู่ในกรอบ เพราะ ปชช.ตรวจสอบหนัก

วันที่ 18 ต.ค.2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวขณะให้การต้อนรับผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 10 (พตส.10) ที่ได้มาศึกษาดูงานที่พรรค ตอนหนึ่งว่า คนไทยเก่งๆ เยอะมาก ถ้ารวมพลังกันได้ รับรองว่าบ้านเมืองจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง วันนี้ รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แต่มั่นใจว่ามีศักยภาพแข็งแกร่ง เพราะทุกพรรคช่วยกันทำงาน ให้เกียรติกัน และฟังกัน

“ความสำเร็จของพลังอันเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจ ขอยกเรื่องการแบนสารพิษ พอพรรคภูมิใจไทยเริ่ม ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดัน มันก็เห็นผลสำเร็จอยู่ตรงหน้า ขออีกตัวอย่างคือกระทรวงสาธารณสุข มีผลงานอยู่ตลอด เพราะฝ่ายการเมือง ข้าราชการ ประชาชน สนับสนุน” นายอนุทิน กล่าวและว่า

รัฐบาลมีเสถียรภาพ แต่ก็ถูกตรวจสอบจากประชาชนตลอดเวลา ดังนั้น การทำงานต้องอยู่กับร่องกับรอย ซึ่งสิ่งที่จะทำให้ประชาชนพอใจได้คือการทำงานให้หนัก จนประชาชนเห็นผลงานและประทับใจ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องของอำนาจรัฐที่เข้าไปวุ่นวายกับประชาชนมากเกินไป ทางพรรคจึงมีนโยบายลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ยกตัวอย่าง หากต้องการจะสร้างโรงงาน เอกชนต้องไปขออนุญาต 4-5 หน่วยงาน มันต้องลดขั้นตอนเหล่านี้ อาจจะให้เอกชนตรวจสอบตัวเอง แล้วภาครัฐสุ่มตรวจอีกรอบ เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน ในเรื่องกัญชา ในอดีตคือผิดกฎหมาย 100% แต่วันนี้ ได้ใช้อำนาจของตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แก้ไขกฎกรอบจนสามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้แล้ว

สิ่งที่ต้องการเห็นคือ การจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ทุกวันนี้ เมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเศรษฐกิจไม่ดี มันก็ต้องคิดเรื่องการนำงบแผ่นดินไปใช้อย่างคุ้มค่า พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภค ต้องใช้ของไทย คนไทยสร้าง ให้เงินอยู่ในประเทศเป็นหลัก เอาตรงนี้ก่อน เรื่องยางราคาตก เราก็มองไปที่การนำยางพารามาทำเป็นแบริเออร์ ให้รัฐ เป็นฝ่ายเพิ่มปริมาณการใช้ ดึงราคายางให้สูงขึ้นด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ

“มีการถามว่าทำไมต้องไปคิดอะไรให้ยุ่งยาก ทำไมไม่อัดเงินเข้าไปเลย คำตอบคือรัฐธรรมนูญไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยม พรรคภูมิใจไทย ต้องคิดอะไรที่มันซับซ้อนขึ้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา รับรองว่าคุ้มค่า และเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย พรรคภูมิใจไทย ทำงานแบบนี้ ให้ความสำคัญกับนโยบาย และการทำงานให้เห็นผลงานอย่างเร็วที่สุด ผลประโยชน์ถึงประชาชนมากที่สุด”

 

“อนาคตใหม่”โชว์ยังแน่นปึก! “ธนาธร” นำทัพ ส.ส. หาเสียงนครปฐม

People Unity : “อนาคตใหม่”โชว์ยังแน่นปึก! “ธนาธร” นำทัพ ส.ส. ปูพรมหาเสียงเลือกตั้งนครปฐม – ติวเข้มอาสาสมัครสังเกตุการณ์ – ส.ส.ร่วมจับตาทุกหน่วยเลือกตั้ง

วันที่ 20 ตุลาคม 2562 ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคอีกคับคั่ง อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นายปดิภัทร สันติภาดา นายคำพอง เทพาคำ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธุ์ ร่วมเดินทางช่วยหาเสียงให้กับนายไพรรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 ตุลาคมนี้ โดยแบ่งเดินสายหลายเส้นทาง เน้นการเคาะประตูบ้านและจอดปราศรัยชย่อยตามจุดสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน โดยแต่ละสายที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่กระจายกันไปในแต่ละจุด มีประชาชนชาวนครปฐมต่างเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ในการปราศรัย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ที่เพิ่งผ่านไป

ติวเข้มอาสาสมัคร – ส่ง ส.ส.ร่วมสังเกตุการณ์ทุกหน่วย

ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่ วิทยาลัยทองสุข เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ พรรคอนาคตใหม่จัดอบรมอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้ง โดย นายอำนาจ สถาวรฤทธิ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ฝ่ายการเมือง นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค และนายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมชี้แจงการทำหน้าที่ของอาสาสมัครผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งทั้งในหน่วยและนอกหน่วย มีอาสาสมัครกว่า 200 คน เข้าร่วม ซึ่งต่างตื่นตัวกับการทำหน้าที่ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ความผิดพลาดเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม ในการเลือกตั้งของเขต 1 จ.นครปฐม จนทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากอาสาสมัครผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง กว่า 200 คนที่มาร่วมอบรม รับฟังคำชี้แจง และเตรียมทำหน้าที่ในการเลือกตั้งวันที่ 23 ตุลาคมแล้ว ในวันเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ทั้งหมดจะไปร่วมสังเกตุการณ์การเลือกตั้งในทุกหน่วยเลือกตั้งของ เขต 5 จ.นครปฐม ด้วย

ไม่พลาด! “พิชัย”ห่วงสหรัฐตัดสิทธิจีเอสพี ทำส่งออกไทยยิ่งทรุด

People Unity : ไม่พลาด! “พิชัย”ห่วงสหรัฐตัดสิทธิจีเอสพี ทำส่งออกไทยยิ่งทรุด ติงรัฐบาลอย่านำเรื่องน่าอายมาเป็นผลงาน

วันที่ 27 ต.ค.2562 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงอย่างมากในกรณีที่สหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (จีเอสพี) จากไทย มีผลกระทบกับสินค้ากว่า 573 รายการ มูลค่ากว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผล 6 เดือนหลังประกาศเมื่อ 25 ตุลาคม โดยอ้างเหตุเรื่องสิทธิแรงงาน ทั้งนี้เพราะจากประสบการณ์ที่เคยค้าขายกับสหรัฐอเมริกา ทราบดีว่าสิทธิจีเอสพี ทำให้ราคาสินค้าของไทยสามารถแข่งขันราคากับสินค้าจากประเทศคู่แข่งได้ หากสินค้าไทยถูกตัดสิทธิจีเอสพี สินค้าจากไทยก็จะต้องเสียภาษีเต็มตามอัตราที่กำหนดซึ่งจะทำให้แข่งขันกับราคาสินค้าจากประเทศคู่แข่งที่ได้รับสิทธิจีเอสพีได้ยาก

อีกทั้งยังต้องเจอกับค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากและยังจะแข็งค่าขึ้นอีกด้วย มิเช่นนั้นผู้ผลิตและผู้ส่งออกก็จะต้องเฉือนเนื้อตัดจากกำไรเพื่อนำไปจ่ายภาษีศุลกากร และหากเป็นสินค้าที่มาร์จิ้นต่ำ เช่น สินค้าเกษตร อาหารทะเล ก็จะไม่สามารถเฉือนกำไรเพื่อจ่ายภาษีให้เพียงพอได้ โดยเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยที่ทรุดต่ำอยู่แล้วให้ทรุดต่ำลงไปอีก นอกจากนี้ การถูกตัดสิทธิจีเอสพี จะทำให้การลงทุนในสินค้าหมวดหมู่ดังกล่าวลดลง หรือ จะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากไทย เพื่อไปลงทุนในประเทศที่ยังคงได้รับสิทธิจีเอสพีอยู่ ซึ่งจะทำให้การลงทุนของไทยที่ลดต่ำอยู่แล้วลดต่ำลงไปอีก แถมอาจจะมีการโยกย้ายฐานการผลิตและการส่งออกซ้ำเติมด้วย

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ผลของการที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิจีเอสพี ก็เหมือนกับผลของการที่ไทยไม่สามารถเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงที่มีรัฐบาลจากการปฏิวัติได้ ซึ่งการเจรจาการค้ากับอียูก็ยังไม่มีความคืบหน้า

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหา และ เร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งในอดีตประเทศไทยก็เคยโดนสหรัฐตัดสิทธิจีเอสพี ในบางรายการมาก่อน แต่สุดท้ายก็สามารถเจรจาแก้ไขได้ ถ้ารัฐบาลมีความสามารถและมีทักษะในการเจรจาเพียงพอ รัฐบาลควรจะต้องใส่ใจเรื่องการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าหลักอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการส่งออกทรุดและการลงทุนที่หายไป มากกว่าจะนำเรื่องที่น่าอับอายแต่กลับนำมาหาเสียง อย่างเช่น เรื่องอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจของไทยที่พึ่งฟื้นกลับมาได้อันดับที่ 21 หลังจาก 6 ปีของการปฏิวัติ โดยก่อนการปฏิวัติ ไทยเคยอยู่อันดับที่ 18 และ ตั้งแต่มีการจัดอันดับมาประเทศไทยไม่เคยได้อันดับต่ำกว่าอันดับที่ 19 เลย จนมาเกิดการปฏิวัติทำให้อันดับความสะดวกทำธุรกิจของไทยทรุดลงไปต่ำสุดที่อันดับ 49 ในปี 2558 และ อันดับ 46 ในปี 2559 และพึ่งจะฟื้นขึ้นมาได้ แต่ก็ยังกลับไม่ถึงที่เก่าที่อันดับ 18 ก่อนการปฏิวัติ ควรจะเป็นความน่าละอายที่ 6 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำให้อันดับความสะดวกในการทำธุรกิจของไทยทรุดต่ำและยังไม่กลับมาที่เดิมมากกว่า

อีกทั้งอันดับที่ดีขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการลงทุนที่มากขึ้น เพราะประเทศเวียดนามที่อยู่อันดับที่ 70 แต่การลงทุนจากต่างประเทศของเวียดนามมีมากกว่าไทยหลายเท่า โดยประเทศเวียดนามได้เซ็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศคู่ค้าหลักตัดหน้าไทยที่ไทยยังไม่สามารถเซ็นได้และก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเซ็นได้เมื่อไหร่ จึงทำให้การส่งออกของเวียดนามได้แซงหน้าการส่งออกของไทยครั้งแรกในปีนี้และน่าจะแซงแล้วแซงเลย เพราะการลงทุนในเวียดนามมีมากกว่าการลงทุนในไทยมาตลอดหลายปีนี้

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวอีกว่า อีกประเด็นหนึ่ง ถ้าหากใครได้ฟังสุนทรพจน์ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่พูดที่ฮ่องกง นอกจากจะให้กำลังใจแก่ นางแคร๋รี่ แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงแล้ว นายสมคิดในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ของไทยยังได้แสดงจุดยืนเข้าข้างประเทศจีนอย่างเต็มที่ ซึ่งในภาวะสงครามการค้าและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน การถือข้างใดข้างหนึ่งจนออกนอกหน้ามากเกินไป ก็อาจจะทำให้อีกประเทศหนึ่งไม่พอใจ ถึงกับตัดสิทธิจีเอสพีก็เป็นได้ จึงอยากให้ประเทศไทยวางตัวให้เหมาะสม ถ่วงดุลอำนาจระหว่างสองประเทศมหาอำนาจให้ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย ในภาวะความผันผวนของโลก ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีความรู้ความสามารถและความรอบรู้เพียงพอที่จะเข้าใจพลวัตรของโลก หากผู้นำไม่สามารถก้าวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทัน ประเทศไทยจะเสียหายและเสียโอกาสอย่างมาก เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

Verified by ExactMetrics