วันที่ 13 มิถุนายน 2026

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯขอบคุณกก.วัตถุอันตราย”แบน 3 สารพิษ”

People Unity : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายและรัฐมนตรีทั้ง 3 กระทรวง ที่มีมติแบน 3 สารพิษ ชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่โดยมิเพิกเฉยต่อสุขภาพ ชีวิต หวังเห็นความร่วมมือจัดการปัญหาการใช้สารพิษในการเกษตรอย่างเหมาะสม และ ยั่งยืน อย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ACT ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 เรื่องขอขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีมติยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตเพื่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และคนไทยทุกคน โดยในแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีการประชุมและได้ลงมติอย่างเปิดเผยให้มีการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตนั้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอขอบคุณแทนคนไทยทั้งประเทศที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างดำรงไว้ซึ่งจริยธรรมและมนุษยธรรม มิเพิกเฉยต่อสุขภาพ ชีวิต ทั้งในส่วนของเกษตรกรผู้รับผลกระทบโดยตรงและผู้บริโภคผู้ได้รับผลกระทบในภายหลัง และที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง คือ การดำเนินการให้มีการลงมติอย่างเปิดเผย ตามที่องค์กรฯ และหลายภาคส่วนเรียกร้อง ช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความโปร่งใสในการพิจารณา

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอขอบคุณไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (คุณอนุทิน ชาญวีรกูล) รวมทั้งรัฐมนตรี (คุณเฉลิมชัย ศรีอ่อน) และรัฐมนตรีช่วย (คุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ซึ่งได้แสดงจุดยืนชัดเจน ให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีดังกล่าว และร่วมรณรงค์ผลักดันจนทำให้มีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย จนนำมาซึ่งการลงมติดังกล่าวในที่สุด

“องค์กรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมีมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือกันในการจัดการปัญหาการใช้สารพิษในการเกษตรอย่างเหมาะสม ยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดต่อทั้งชีวิตของ’เกษตรกรผู้ใช้ ระบบนิเวศทางธรรมชาติและชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง โดยทางองค์กรฯและเครือข่าย พร้อมจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ปฎิบัติงานอย่างซื่อตรงต่อหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อยังประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนคนไทยในทุกระดับ”

“ศักดิ์สยาม”สั่ง”บินไทย”เร่งรัดแผนฟื้นฟู-จัดซื้อฝูงบินใหม่เสร็จก่อนสิ้นปีนี้

People Unity News : “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ตรวจเยี่ยมรับฟังสรุปผลการดำเนินงานและมอบนโยบายบริษัทการบินไทย สั่งเร่งรัดแผนฟื้นฟู-แผนจัดซื้อฝูงบินใหม่ ย้ำทำให้เห็นผลก่อนสิ้นปีนี้

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายธานี สามารถกิจ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หน.คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะฯ

ตรวจเยี่ยมรับฟังสรุปผลการดำเนินงานและแผนฟื้นฟูฯ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานคณะกรรมการ บกท. นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บกท. คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมและให้การต้อนรับ ณ สำนักงานใหญ่ บกท. โดยได้มอบนโยบายให้ยกระดับองค์กรเตรียมพร้อมมุ่งสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก ปรับระบบจำหน่ายบัตรโดยสารวางแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เร่งสร้างมาตรฐานการบริการ วิธีการบริหารงานด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยใหม่เข้ามาใช้และพัฒนาบุคคลากรให้สอดคล้องกัน เข้มงวดการตรวจสอบคุณภาพในทุกมิติ การใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ตลอดจนทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะแผนการพัฒนาบุคลากรที่ต้องมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ มีบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงเพียงพอเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการบิน

ทั้งนี้ ให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการบูรณาการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลเพื่อการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว และเร่งรัดแผนการจัดหาเครื่องบินอย่างเพียงพอเหมาะสมด้วยความรวดเร็วและโปร่งใส พร้อมทั้งเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกกิจกรรม โครงการ สร้างการรับรู้ เพิ่มความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่าได้มอบนโยบายให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างบริษัท การบินไทย, บริษัท ท่าอากาศยานไทย, บริษัท วิทยุการบินฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อทำแผนธุรกิจร่วมกัน ร่วมกันกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้นำคณะฯ

“ส่วนเรื่องแผนการฟื้นฟูและแผนการจัดซื้อเครื่องบิน ได้เร่งรัดกรอบเวลาที่ชัดเจนกับการบินไทยแล้ว ระยะเวลาที่จะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมจากแผนธุรกิจและแผนการฟื้นฟูอยู่ที่การนำไปปฏิบัติงาน ซึ่งได้แจ้งกับการบินไทยแล้วว่าจะต้องมีแผนการปฏิบัติงาน การวัดผล และเป้าหมายของแผนฟื้นฟูภายใน 3 เดือน และแผนการจัดซื้อเครื่องบินภายใน 6 เดือน”

ลอยกระทงปีนี้!สุรินทร์ดึงคนพื้นที่เป็นนางแบบโชว์ศักยภาพเมืองผ้าไหม กระตุ้นท่องเที่ยวดันยอด OTOP

People Unity : สุรินทร์โชว์ศักยภาพเมืองผ้าไหม ใช้คนพื้นที่เป็นนางแบบจิตอาสาร่วมรณรงค์แต่งกายผ้าไทยหวังกระตุ้นท่องเที่ยวและเพิ่มยอดจำหน่าย OTOP ผ้าไหม

วันที่ 28 ต.ค.2562 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับชมรมถ่ายภาพสมัครเล่นเมืองช้าง จัดกิจกรรมถ่ายแบบเพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์นุ่งผ้าไหม โดยเชิญชวนชายหนุ่มหญิงสาวจากภาคส่วนต่างๆ มาเป็นนายแบบนางแบบจิตอาสา เช่น นางสาวสุรินทร์ ปี 2562 ลูกหลานกรรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เครือข่าย OTOP และบุคลากรของาำนักงารพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นแบบในการถ่ายทำภาพกิจกรรม

นายสรสาสน์ สีเพ็ง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากโดยใช้ศักยภาพของพื้นที่ในการสร้างรายได้ ซึ่งนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้แนวทางทุกจังหวัดแต่งกายด้วยผ้าไทยทุกวัน เพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย OTOP ของแต่ละจังหวัด ประกอบกับแนวทางของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ที่ให้มีกิจกรรม “ถือตะกร้า นุ่งผ้าซิ่น หิ้วปิ่นโต” ทุกวันศุกร์ ดังนั้น สำนักงานพัฒนาชุมชนซึงรับผิดชอบในการส่งการผลิตการแปรรูปและการตลาด OTOP ผ้าไหม จึงได้จัดกิจกรรมผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ชาวสุรินทร์และประชาชนทั่วไปได้หันมาสนใจสวมใส่ผ้าไหมหรือผ้าพื้นเมืองในโอกาสต่างๆ

“จังหวัดสุรินทร์มีศักยภาพสูงในการผลิตผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม โดยประชาชนมีการทอผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองอื่นๆ กระจายอยู่ในแทบทุกหมู่บ้าน แต่การตลาดยังมีข้อจำกัดอยู่ หากมีการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถคงเสน่ห์ของการสวมใส่ผ้าไหม และรณรงค์ให้มีการสวมใส่อย่างกว้างขวางทั้งหน่วยงานภาครัฐ หรือทุกภาคส่วน ก็จะช่วยกระตุ้นการตลาดเพิ่มยอดจำหน่าย OTOP ผ้าไหมได้มากขึ้น” พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์กล่าว

สำหรับกิจกรรมถ่ายภาพรณรงค์นุ่งผ้าไหมสุรินทร์ ครั้งนี้ใช้แนวคิดนุ่งผ้าไหมไปลอยกระทง สถานที่ถ่ายทำ ณ วัดบ้านระเภาว์ ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ส่วนนายแบบนางแบบใช้คนในพื้นที่ ประกอบด้วย พัฒนากร เจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เจ้าหน้าที่ธุรการ ทายาทเครือข่ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เครือข่าย OTOP Trader และนางสาวสุรินทร์ ปี 2562

ก.อุดมศึกษาฯลุยทำแผน”สมาร์ทฟาร์มเมอร์เครือข่ายม.ราชภัฏลำปาง-สสน.

People Unity : “องอาจ ปัญญาชาติรักษ์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ลุยทำแผน”สมาร์ทฟาร์มเมอร์เครือข่ายม.ราชภัฏลำปาง-สสน.

วันที่ 26 ต.ค.2562 นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ประชุมทำแผนปฏิบัติการกับกลุ่มเครือข่ายมหาวิทยาลัยในจังหวัดลำปาง และสถาบันสารสนเทศและทรัพยากรน้ำ (สสน.) เพื่อพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายองอาจ กล่าวว่า จากที่ รมว กระทรวง อว. มีนโยบายการพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” วันนี้ได้มีโอกาสขึ้นรูปแผนการพัฒนาเกษตรกรไปสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ทั้งในส่วนของพืชสัตว์เศรษฐกิจยุคปัจจุบัน และยุคใหม่ เช่น ไผ่ กัญชง ซึ่งนอกจากการขยายผลจากของเดิม ยังจะต้องมีแผนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร การรับรองคุณภาพ การวิจัยความรู้ก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การศึกษาตลาดในรูปแบบต่างๆ การขนส่งผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบทั้งห่วงโซ่และจะต้องเตรียมแผนการพัฒนาเกษตรกรต่อไป

“รมว. กระทรวง อว. ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการพัฒนา Smart Farmer ไว้ 500 ล้านบาท ในปี 2563 ซึ่งแนวทางคือ ให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงที่มีทั้ง สถานบันวิจัยต่างๆ เช่น สวทช วว วศ รวมผลังกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ พัฒนากลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย โดยตั้งเป้าอย่างเป็นรูปธรรมที่ 500 กลุ่มภายใน 6 เดือน และเพิ่มรายได้จากการพัฒนาการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า อย่างใน 20% รวมทั้งจะดึงเอาพลังและองค์ความรู้ของนักศึกษาลงไปช่วยแก้ไขปัญหาทางการ เกษตรในพื้นที่จริงอีกด้วย”

พปชร.เดินหน้าเปิด”เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่มฯ”ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี

People Unity : พปชร.เดินหน้าเปิด “เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้กินได้เลย” ครั้งที่ 3 จ.ราชบุรี ชาวบ้านสุดปลื้มขณะนี้นโยบายรัฐบาลออกดอกออกผลให้เห็น โดยเฉพาะมาตรการช่วยเกษตรกรที่เงินลงไปถึงมือแล้ว ด้าน “มาดามเดียร์” มั่นใจ หลังงบปี 63 ผ่าน ทุกนโยบายจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

วันที่ 21 ต.ค.2562 เวลา 16.00 น. ที่ ลานวัดโกรกสิงขร อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำโดย ดร.ชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผช.รมว.กระทรวงการคลัง น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.และตัวแทนชุมชน เปิดเวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้ก็กินได้ เป็นเวทีที่ 3 ต่อจากเวทีแรกที่ จ.นครราชสีมา และเวทีที่ 2 จ. กำแพงเพชร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาปากท้องจากชาวบ้านโกรกสิงขร เพื่อนำมาสะท้อนกับรัฐบาลให้ดูแลแก้ไข

นายชาญกฤช กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล กำลังออกดอกออกผล ที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่มของสังคมให้เกิดความเท่าเทียม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลมีมาตรการดูแลออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือการขยายมาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไปอีก 1 ปี ทั้งค่าน้ำ 100 บาท/เดือน , ค่าไฟ 230 บาท/เดือน และลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 2% สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตร เริ่ม 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเฟสสองเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

นอกจากนั้น กระทรวงการคลังยังได้ออกมาตรการชิมใช้อปใช้ เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นที่ถูกใจของประชาชนเป็นอย่างมาก และกำลังจะมีเฟสสองออกมาเร็ว ๆ นี้ เช่นกัน

ส่วนมาตรการช่วยเหลือชาวเกษตรกร รัฐบาลได้ออกมาตรการไปแล้ว อาทิ จ่ายเงินอุดหนุนปลูกข้าวนาปี เพื่อลดต้นทุนการผลิตไร่ละ 500 บาท โอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้ว 1.77 ล้านครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10,976 ล้านบาท จากเป้าหมาย 4.31 ล้านครัวเรือน วงเงินกว่า 24,000 ล้านบาท //ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด ในปีการผลิต 2562/63 รอบที่ 1 ประกอบด้วย ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือในโอกาสต่อ ๆ ไป ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดเสมอว่า “รัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ด้าน ส.อ.ชัยวัฒน์ หาญธนะสุกิจ ผู้ช่วยผู้อำนายการสำนักงาน ธกส. จังหวัดราชบุรี บอกกล่าวกับชาวบ้านว่า ขณะนี้ธกส.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว 4 โครงการที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ประกอบด้วย 1.เงินอุดหนุนต้นทุนการผลิตชาวนา 500 บาท /ไร่ 2.ประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต2562/63 รอบที่ 1 3.ประกันรายได้ปาล์ม และ 4.เงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ซึ่งทั้ง 4 โครงการเงินได้ถึงมือพี่น้องชาวเกษตรกรแล้ว

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้แม้รัฐบาลจะยังไม่มีเงินมากนักในการดำเนินนโยบายตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ แต่หลายนโยบายได้เริ่มปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว และเชื่อว่าหากร่างงบประมาณปี 63 กว่า 3.2 ล้านล้านบาท ผ่านการเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนมกราคม ปี 2563 จะทำให้รัฐบาลมีเงินมาใช้จ่ายในการผลักดันนโยบายให้ขับเคลื่อนไปได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า จะเดินหน้าดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่พบปะประชาชน จ.กาญจนบุรี และราชบุรี พร้อมกับประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย

ขณะที่ น.ส.ปารีณา กล่าวเสริมว่า ขอให้พี่น้องชาวราชบุรี มีความมั่นในรัฐบาล ที่จะมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ได้ลงไปถึงมือชาวบ้านแล้วหลายโครงการ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงพิสูจน์ได้ว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส่วนตัวแทนชาวบ้านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ยืนยัน รู้สึกพอใจกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สามารถนำเงินดังกล่าวมาจุนเจือครอบครัวได้จริงแม้จะมีคนส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเงินเพียงน้อยนิดก็ตาม เพราะเงินส่วนนี้ถูกนำมาต่อยอดในการประกอบอาชีพอื่น ๆ เพื่อหารายได้อีกทาง

ขณะชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ยืนยันเช่นกัน ขณะนี้ได้รับเงินช่วยเหลือจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ทั้งชาวนา ชาวไร่ และขอขอบคุณรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐที่จัดเวทีรับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมกับมีมามาตรการช่วยเหลือ ที่เข้าถึงมือชาวบ้านได้จริง

สธ.ปรับโฉมสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก

People Unity : กระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมสมุนไพรไทยคุณภาพ สู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด “สมุนไพรไทย ตำรับไทย มรดกโลก” เพิ่มช่องทางการตลาด เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ พร้อมปรับโฉมรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา บาล์ม และเครื่องดื่มชาสมุนไพร

วันที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่คิงเพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ จ.สมุทรปราการ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เยี่ยมชมนิทรรศการพร้อมรับฟังผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในงานนิทรรศการแสดงสินค้า Thai Herbal Pavilion ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-27 ตุลาคม 2562 โดยมีอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเยี่ยมชม

นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดทำโครงการนำสมุนไพรคุณภาพสู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด สมุนไพรไทย ตำรับไทย มรดกโลก (Thailand KISS The World) เพิ่มช่องทางการตลาด ส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพให้เป็นที่รู้จัก ผ่านตลาดทั้งในและต่างประเทศ จัดอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตามตลาดที่ได้รับการส่งเสริม อาทิ ตลาดนักท่องเที่ยว ตลาดร้านยา มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำ ได้แก่ KING POWER และ CP EXTRA ซึ่งมีจำนวน 11 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ประกอบการทั้งสิ้น 35 บริษัท จัดนิทรรศการแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการยอมรับในตลาดต่าง ๆ อาทิ เช่น การออกนิทรรศการ LANNA HERB 2019 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, การออกนิทรรศการงาน Thai Festival in Hanoi 2019 (Local Best, Global Taste) ร่วมกับสถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย และเพิ่มช่องทางการขายทั้ง Online และOffline อาทิ ร้านค้าปลอดภาษีอากรของ KING POWER, ร้านยา SEVEN EXTRA

นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า การจัดนิทรรศการแสดงสินค้า Thai Herbal Pavilion ในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากคิงเพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดพื้นที่นิทรรศการแสดงสินค้าให้กับเครือข่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพที่ได้รับรางวัล Prime Minister Herbal Awards (PMHA), Premium Products, Quality Thai Herbal Products (QTHP) ร่วมออกบูธกว่า 29 บริษัทจำหน่ายและแสดงสินค้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องดื่มชาสมุนไพร กาแฟ ผลิตภัณฑ์สปา ยาสมุนไพร เป็นการเปิดตลาดในระดับสากล เน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่นิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพรประเภทครีมไพลและบาล์มสูตรร้อน อาหารเสริมกระชายดำ และซื้อเป็นของฝากในโอกาสได้มาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีโอกาสเติบโตในตลาดประเทศจีน ได้แก่ น้ำมันสมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสปา ยาดม ยาอมสมุนไพร ยาหม่อง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้การผลิตสมุนไพรไทยตรงกับความต้องการของตลาด คาดว่าในปี 2562-2565 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวหรือ 7.8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ สำหรับ 11 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือก เป็นสินค้าประเภทเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา บาล์ม และเครื่องดื่มชาสมุนไพร ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ การบรรจุหีบห่อให้สวยงาม ดึงดูด น่าสนใจ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐานภายใต้เงื่อนไขของบริษัท KING POWER ต่อไป

พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานประธานสภาสตรีแห่งชาติ นำผ้าพระกฐินถวายแด่พระสงฆ์วัดโนนสว่างอุดรธานี

People Unity : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานประธานสภาสตรีแห่งชาติ นำผ้าพระกฐิน (จุลกฐิน) ถวายแด่พระสงฆ์วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

วันที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา16.00 น. ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเพื่อน้อมนำผ้าพระกฐินไปถวายแต่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ ชุมนุมสงฆ์วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้ อำภอหนองวัวยอ จังหวัดอุดรธานี เนื่องในโอกาสพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาประทานผ้าพระกฐิน (จุลกฐิน) ถวายแด่พระสงฆ์วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อน้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส

โดยมี นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และที่ปรึกษาประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน คณะกรรมการ อำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สภาสตรีแห่งชาติและองค์กรสมาชิก สภาสตรีแห่งชาติฯจังหวัดอุดรธานี ผู้บริหารจากกรมพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี เข้าร่วมพิธี ณ วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยมียอดเงินบริจาคร่วมทำบุญครั้งนี้ ทั้งสิ้น 3,333,333.- บาท

วัดโนนสว่าง เดิมเป็นสำนักสงฆ์มีที่ดินจำนวน 17 ไร่ 2 งาน 90 ตารางวา ถวายโดย นายยอด เชยงูเหลือม ต่อมาได้รับอนุญาติให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2531 เดิมชื่อว่าวัดศรีสว่าง ต่อมาเพื่อปฏิบัติตามนโยบายของคณะสงฆ์ที่ต้องการให้ชื่อวัดมีชื่อเดียวกันกับหมู่บ้าน จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ตามชื่อหมู่บ้านว่า วัดโนนสว่าง ต่อมาเมื่อภายหลังเจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระครูพุทธศาสโนวาท (ชาลี ถาวโร) ได้มรณภาพลง ชาวบ้านโนนสว่าง จึงพร้อมใจกันอาราธนา พระอาจารย์เจริญ ฐานยุตฺโต โดยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 1 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2532

ต่อมาภายหลังได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 โดยได้ทำการปักหมายเขต และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไปเล่ม 113 ตอนที่ 42 ง กำหนดเขตกว้าง 16 เมตร ยาว 28 เมตร เป็นที่เรียบร้อย ต่อมาพระครูพัฒน์วิทยาคม ได้ทำการก่อสร้างศาสนวัตถุอีกหลายอย่าง เป็นต้นว่า ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ จำนวน 1 หลัง สร้างหอระฆังจำนวน 1 หลัง สร้างศาลาปฏิบัติธรรม จำนวน 1 หลัง สร้างกุฎีที่พักสงฆ์ จำนวน 14 หลัง สร้างศาลาหอฉันภัตตาหารพระภิกษุสามเณร จำนวน 1 หลัง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2548 พระครูพิพัฒน์วิทยาคม ได้ซื้อที่ดินขยายเนื้อที่วัดออกไปอีกจำนวน 46 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมดในวัด 66 ไร่ นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริโสภาพรรณวดี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานพิธีเททองหล่อองค์พระประธานวัดโนนสว่าง (พระศรีรัตนสักยมุณีหรือหลวงพ่อบุษราคัม เป็นพระเนื้อสัมฤทธ์ทรงเครื่องกษัตริย์) และวัดนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง และพิธีกรรมทางศาสนา

กรมควบคุมโรคเผยผลโพลชี้ปชช.ตาสว่าง! 3 สารเคมีทางการเกษตรมีอันตรายสูง

People Unity :  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยผลดีดีซีโพล (DDC Poll) ชี้ประชาชนห่วงสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว จากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเลิกซื้อผัก ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งกรมควบคุมโรค พร้อมเดินหน้าสนับสนุนองค์ความรู้ทางหลักวิชาการ และดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด ลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนในประเทศ

วันที่ 20 ตุลาคม 2562 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ ดีดีซีโพล (DDC Poll) เรื่อง“สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด (พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต)” จากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 3,500 คน ในพื้นที่ 25 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสำรวจเมื่อวันที่ 9 – 13 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่สำคัญพบว่า ประชาชนมีความรู้เรื่องสารเคมีใช้ทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด อยู่ในเกณฑ์ดี กล่าวคือ ร้อยละ 87.7 รู้จักและเคยได้ยินสารเคมีดังกล่าว และร้อยละ 61.6 รู้จักและเคยได้ยินสารเคมีดังกล่าวมาจากข่าวและสื่อมวลชน ส่วนข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่า สารเคมีดังกล่าว ทำให้เกิดอาการผิดปกติคือ โรคผิวหนัง แผลติดเชื้อ ร้อยละ 51.4 รองลงมาคือคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว, ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าคนทั่วไปได้รับสารเคมีดังกล่าว จากการสัมผัสการทำเกษตรกรรม ร้อยละ 59.9 รองลงมาคือการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด นั้น จากผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าจะมีส่วนร่วมในการเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว โดยการเลิกซื้อผัก ผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร ร้อยละ 73.7 รองลงมาคือเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร และแนะนำคนอื่นให้เลิกใช้สารเคมีทางการเกษตรด้วย นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังคิดว่า ถ้าไม่มีสารเคมีดังกล่าวใช้ในเกษตรกรรม จะเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร ร้อยละ 59.2 รองลงมาคือหันไปใช้เกษตรอินทรีย์ จากผลการสำรวจดังกล่าว ทำให้เห็นว่าประชาชนเป็นห่วงสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ที่สำคัญประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิดข้างต้น

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกรมควบคุมโรค และหน่วยงานในสังกัดทุกแห่ง สนับสนุนให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตรายสูง 3 ชนิด เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของเกษตรกร และประชาชนในประเทศ ซึ่งการใช้สารเคมีในทางเกษตรกรรม มีผลกระทบและอันตรายต่อสุขภาพของผู้ฉีดพ่นสารเคมี และผู้ทำงานในพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ทางหลักวิชาการ และดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังภัยสุขภาพจากการสัมผัสสารเคมีทางการเกษตรกรรม ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็น “คลิปวิดีโอ” ความยาว 3.30 นาที ปลุกพลังคนไทยร่วมส่งเสียงถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย จำนวน 29 คน ให้มีมติแบน 3 สารพิษอันตราย ประกอบด้วย พาราควอต คลอร์ไฟริฟอส และไกลโฟเซต

“อุ๋ม” ร่วมฉลองวันเกิด “แอฟ ทักษอร” มอบทุนเด็กเยาวชนเขตบางซื่อ-ดุสิต

People Unity : “อุ๋ม ธณิกานต์” ร่วมฉลองวันเกิด “แอฟ ทักษอร” มอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในเขตบางซื่อ-ดุสิต

วันที่ 28 ต.ค.2562 น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเขตบางซื่อ-ดุสิต  พรรคหลังประชารัฐ และ” แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา จำนวน 23 ทุน พร้อม อุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬา แก่นักเรียนเรียนดี ประพฤติดี และยากไร้ คัดเลือกโดยฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตบางซื่อ และเครือข่ายประธานชุมชน มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 92 คน

น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า งานในวันนี้เกิดขึ้นจาก คุณแอฟ ทักษอร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท มีความตั้งใจที่จะทำบุญฉลองวันเกิด ร่วมสร้างสังคมแบ่งปัน ประสงค์จะมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กและเยาวชน เพราะเราเห็นตรงกันในเรื่องความสำคัญของการศึกษา อันเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน สามารถนำสู่การประกอบอาชีพ ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อดูและตัวเองและคนรอบข้างได้ ดังนั้นจึงอยากเป็นอีกแรงในการสนับสนุน โดยมอบทุนทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆและเยาวชนให้ดีขึ้น ยกระดับคุณภาพสังคมและประเทศชาติต่อไป

โดยวันนี้ได้ทีมงานผู้ช่วย ส.ส. พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางซื่อ และคณะครู ในฐานะเจ้าบ้านและเจ้าของพื้นที่ ร่วมนำกิจกรรมสร้างความสุขให้กับน้องๆนักเรียน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอบยิ้มและความสนุกสนาน

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากร่วมสนับสนุน โครงการ “สังคมแบ่งปัน” ช่วยเหลือแบ่งปันทุนทรัพย์หรือองค์ความรู้แก่เด็กและสตรี หรือพร้อมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ด้านอื่นๆ #เขตบางซื่อดุสิต ยินดีต้อนรับทุกท่าน สามารถติดต่อส.ส.อุ๋มและทีมงาน ได้ที่ Line @oumthanikan (มี @ ข้างหน้าด้วยค่ะ) หรือ โทร. 065-694-2245

สธ.เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างกุศลบริจาคอวัยวะให้ชีวิตใหม่เพื่อนมนุษย์

People Unity News : กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างกุศลบริจาคอวัยวะ ให้ชีวิตใหม่เพื่อนมนุษย์ ลดความพิการแก่ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยผู้บริจาค 1 คนจะช่วยผู้ป่วยได้ถึง 8 คน

วันที่ 27 ต.ค.2562 นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสภากาชาดไทย ได้จัดทำโครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รณรงค์ให้ประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อช่วยชีวิตและลดความพิการแก่ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งผู้บริจาค 1 คนจะช่วยผู้ป่วยได้ถึง 8 คน

นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทารวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญในการดำเนินงานระบบบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะให้มีความเข้มแข็งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ(Service Plan) สาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ ร่วมมือกับสภากาชาดไทยจัดตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ และพัฒนาทีมจัดเก็บอวัยวะในทุกเขตสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด มีโอกาสเข้าถึงบริการปลูกถ่ายอวัยวะที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โดยเฉพาะการปลูกถ่ายไตและดวงตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ผมและชาวกระทรวงสาธารณสุข ขอชื่นชม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ท่านเป็นต้นแบบที่ดีของผู้บริจาคอวัยวะ จิตอาสาช่วยเหลือขนส่งอวัยวะด้วยการขับเครื่องบินส่วนตัว และสนับสนุนงานบริจาคอวัยวะช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอความหวัง” นายแพทย์สุขุมกล่าว

ทั้งนี้ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอรับการบริจาคอวัยวะจำนวน 6,311 ราย มีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้บริจาคเพียงร้อยละ 9.1 หรือผู้รอรับอวัยวะ 10 คน มีโอกาสได้อวัยวะ 1 คน เท่านั้น และผู้รอรับดวงตา 13,510 ราย ปัจจุบันสามารถปลูกถ่ายอวัยวะได้ปีละ 500 – 700 ราย และปลูกถ่ายกระจกตา ได้ปีละ 700 – 800 ราย ผู้มีจิตศรัทธาต้องการบริจาคอวัยวะและดวงตา ติดต่อได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย โทร. 02 256 4045, 02 256 4046 ในวันและเวลาราชการ และศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย โทร. 02 256 4039, 02 256 4040 ในวันและเวลาราชการ

โฆษณา

Verified by ExactMetrics