วันที่ 29 เมษายน 2026

“อนุทิน”ปลื้ม! ปิดจ็อบเซ็นสัญญารถไฟ 3 สนามบินสำเร็จ

People Unity : “อนุทิน”ปลื้ม! ปิดจ็อบเซ็นสัญญารถไฟ 3 สนามบินสำเร็จ ช่วยรักษาผลประโยชน์รัฐ ก่อนปล่อยมุก สบายใจไม่ต้องควักค่าทุบโฮปเวลล์เอง ขณะที่ “รฟท.-กลุ่มซีพี” พร้อมพันธมิตรลงนามสัญญาร่วมลงทุนเรียบร้อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำกับดูแลงานด้านคมนาคม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ระบุว่า
วันนี้ (24 ต.ค.62) จะมีการเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ซึ่งเป็นโครงการสำคัญและมีผลต่ออนาคตการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โครงการที่จะนำการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวนมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อครั้งโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ผมมีความสุขที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งให้เกิดการลงนามในสัญญาวันนี้ได้ 1.สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลก ที่เฝ้ารอดูการการเกิดขึ้นของโครงการนี้ 2.รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ได้ ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท 3.จะมีการลงทุนและการจ้างงานในโครงการนี้ มูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท และ การพัฒนาที่ดิน การก่อสร้างต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนการจัดทำโครงการ โรงงานต่างๆ อีกมาก ซึ่งคาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ เป็นการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของประชาชน และประเทศไทย 4.โครงการนี้ จะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทย ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ถ้าจำกันได้ ผมเคยพูดว่าผมจะสนับสนุนให้มีการลงนามในสัญญาโครงการนี้ให้ได้ โดยให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด หากผู้ที่ชนะการประมูล คือ CPH มีปัญหาอุปสรรคตรงไหน อย่างไร ผมจะพยายามแก้ไข และ เคลียร์ให้ได้มากที่สุด ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งผมได้ทำตามที่พูดไว้แล้ว คือ จะมีการลงนามในสัญญาฉบับนี้ ในวันนี้แล้ว และมั่นใจว่าผมได้รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ไว้ สำคัญที่สุด ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ริเริ่มโครงการนี้ และผู้ปฏิบัติทุกท่านที่ช่วยกันคิดหาแนวทางที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น และ ขอบคุณ CPH ที่มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศไทยของเรา

สุดท้าย ที่สบายใจ คือ การลงนามสัญญาวันนี้ ผมไม่ต้องจ่ายเงินส่วนตัวทุบเสาตอม่อโฮปเวลล์ เพราะคู่สัญญาคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย กับ CPH ตกลงกันได้แล้ว ขอบคุณที่สุดคือ ประชาชน และ สื่อมวลชน ที่ช่วยกันตรวจสอบ และสนับสนุน การทำงานของรัฐบาล

รฟท.-กลุ่มซีพีพร้อมพันธมิตรลงนามสัญญาร่วมลงทุนเรียบร้อย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสาม สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า การลงนามสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลอย่างรัดกุมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท โดยที่ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทานโดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฎว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร (กม.) โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็งสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตรา ใน 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วิธีการทำงานในโครงการด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

“SPCG”หนุน “สนพ.” ดึงองค์ความรู้พลังงานหมุนเวียนต่อยอดธุรกิจ

People Unity : สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ผู้แทน SPCG ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการ THE ENERGiST2 by EPPO ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy Policy or Business Driven?”ณ อาคาร True Digital Park

เมื่อวันที่ 27ตุลาคม 2562ที่ผ่านมา ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” มอบหมายให้ นางนรินพร มาลาศรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนขึ้นบรรยายในโครงการTHE ENERGiST2 by EPPO ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy Policy or Business Driven?”หรือ “นโยบายทางด้านพลังงานหมุนเวียน หรือธุรกิจทางด้านพลังงานหมุนเวียน อะไรคือตัวนำในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางด้านพลังงานของประเทศไทย” จัดขึ้นณ อาคาร True Digital Parkโดยโครงการครั้งนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ ผู้ประกอบธุรกิจพลังงาน ผู้ประกอบธุรกิจเทคโนโลยี นิสิตและนักศึกษา รวมทั้งประชาชนได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้และร่วมกันสร้างสรรค์นโยบายเพื่อต่อยอดธุรกิจด้านพลังงานไทย และร่วมกำหนดนิยามความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายและการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดระบบนิเวศด้านพลังงานของประเทศไทยให้พัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

นางนรินพรได้กล่าวว่าบริษัท SPCG ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟรายแรกของประเทศไทยและประชาคมอาเซียนด้วยโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้งในและต่างประเทศรวมกำลังการผลิตทั้งสิ้นกว่า 300 เมกะวัตต์ซึ่งธุรกิจของเรานอกจากจะเป็นธุรกิจด้านพลังงานสะอาดแล้ว ยังสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อนเทียบเท่ากับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 200,000 ตัน CO2ต่อปี อีกด้วย

ในส่วนของการบรรยายนั้น นางนรินพร กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีเงินสนับสนุนส่วนเพิ่มพิเศษจากค่าไฟฟ้าปกติ (Adder) และ Feed in Tariff (FIT) ทำให้ภาคธุรกิจ ทางด้านพลังงานหมุนเวียน มีการเติบโต สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วง 10 ปีทีผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากหลักร้อยเป็นหลักพัน โดยในปี 2564 จะมีปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 3,272 เมกะวัตต์ และจากแผน PDP 2018 รัฐบาลประกาศให้มีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชนปีละ 100 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 10 ปี ทั้งหมด 1,000 เมกะวัตต์ โดยเริ่มดำเนินโครงการในปี 2562 เป็นต้นไป รวมถึงจะมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในช่วงปี 2561-2580 กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10,000 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจการลงทุน ในโครงการที่รัฐบาลมีนโยบาย หรือกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม สมเหตุสมผล จูงใจแก่นักลงทุน สนใจมาลงทุนโดยไม่ลังเลใจหรืออยู่บนพื้นฐานที่เป็นไปได้ทางธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่ารูปแบบการสนับสนุนไม่จูงใจให้เกิดการเข้าร่วมโครงการ โดยจะเห็นได้จากผลการดำเนินโครงการช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการในจำนวนที่น้อย และผลที่ได้มีขนาดรวมไม่ถึงเมกะวัตต์ จาก 121 หลังคาเรือน ห่างไกลจากเป้าหมายที่วางไว้ 15,000หลังคาเรือนหรือ 100 เมกะวัตต์ ในปี 2562

“ประภัตร”เปิดด่านการค้าโค-กระบือ ที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด​ จ.ตาก

People Unity : “ประภัตร”เปิดด่านการค้าโค-กระบือ ที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด​ จ.ตาก พร้อมลงนามความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่กับหน่วยงานภาครัฐ

วันที่ 24 ต.ค.2562 นายประภัตร โพธสุธน  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดด่านการค้าโค-กระบือ  ที่บริเวณท่า 23 (ท่าลุงคำ) ริมแม่น้ำเมย บ้านวังแก้ว(ห้วยกะโหลก หมู่ 4 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก​ นายชัยวุฒิ บรรณวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์  นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต 3  พรรคพลังประชารัฐ​ นายชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด​ ดร.เทอดเกียรติ​ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด​ ​และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ จำนวนกว่า 300 คน ให้การต้อนรับ

ในโอาสนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก  กล่าวรายงานสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าโค-กระบือ จากนั้นรมช.เกษตรได้ตรวจเยี่ยมคอกสัตว์ และพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยง กลุ่มผู้ค้าขาย โค-กระบือ และผู้เลี้ยงโคขุน หลังจากนั้นได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน ที่ด่านกักกันสัตว์ตาก(แม่สอด) คอกกักบ้านวังแก้ว
นายประภัตร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ จีนเข้ามาตีตลาด โค กระบืออย่างหนัก และยังกดราคา  ทำให้เมื่อ 2-3 เดือน​ เราจำเป็นต้องปิดด่าน เพื่อให้ตลาดขาดและมีความต้องการมากขึ้น

วันนึ้จึงมาทำให้เปิดด่านการค้าโค-กระบือ ที่ชายแดนไทย-เมียนมา และเพิ่มราคาระหว่าง กก.ละ   99 -​100  บาท และกลับส่งไปขายจีน กก.ละ 105-110 บาท​ (ซึ่งคิดนน.ตัวโค ระหว่าง 320-400 กก.) ส่วนขนาด นน.ตัวที่เล็กก็ราคาลดน้อยลง กก.ละ  95 บาท เพื่อนำไปขุนต่อ  โดยมีตลาดกลางซื้อขาย และมีการประกันราคาด้วย  ทั้งนี้แต่ละครอบครัวจะได้รับโค- กระบือรายละ 5 ตัวต่อครอบครัวและสามารถนำมาเป็นหลักประกัน ในการกู้ได้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในงานกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ลงนาม MOU ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินโครงการฯ เป็นอย่างดี

“บิ๊กแดง”เมินข่าวนั่ง”นายกฯ”คนต่อไป

People Unity : “บิ๊กแดง”เมินข่าวนั่ง”นายกฯ”คนต่อไป แจงชัด “ผมเป็นเพื่อนกับนักการเมืองดีกว่า ผมไม่เล่นการเมือง”

วันที่ 21 ต.ค.2562 เวลา 12.00 น.ที่รัฐสภา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีชื่อว่าอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปว่า ตนคิดว่าเราอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเป็นไปได้ไม่ได้ ซึ่งด้วยสถานะภาวะต่าง ๆไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะตนยังรับราชการ และเป็นสมาชิกวุฒิสภา และตามรัฐธรรมนูญแล้วตนไม่สามารถเป็นไปตามข่าวได้อยู่แล้ว แต่ผู้ใหญ่ที่พูดถึงเพราะมีการป้อนคำถามไปอาจจะเป็นคำตอบต่อเนื่อง อย่าไปซีเรียสเรื่องพวกนี้

เมื่อถามว่าในอนาคตจะเป็นไปได้ไหม ที่จะลงเล่นการเมือง พล.อ.อภิวัชต์ กล่าวว่า “ผมเป็นเพื่อนกับนักการเมืองดีกว่า ผมไม่เล่นการเมือง ผมไม่เล่นกับนักการเมือง”

“วิษณุ”ชี้ทาง”บิ๊กแดง”นั่งนายกฯได้ต้องเกษียณแล้ว 2 ปี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นเรื่องดีถ้าพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ว่า ตนไม่ตอบ ใครก็ไม่รู้เป็นคนโผล่มาถามพล.อ.ประวิตร แล้วก็พูดกันออกไป ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ยังเป็นข้าราชการประจำ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯได้ แต่ถ้าพล.อ.อภิรัชต์เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งผบ.ทบ. ก็จะพ้นจากความเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งเป็นโดยตำแหน่งไปด้วย และหากต่อไปจะมามีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี จะต้องเว้นวรรค 2 ปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ให้ความสำคัญสภาฯ! “บิ๊กแดง”บินกลับด่วนเข้าแจงกมธ.มั่นคง ปมบรรยายพิเศษ

People Unity : ให้ความสำคัญสภาฯ! “บิ๊กแดง”บินกลับด่วนเข้าแจงกมธ.มั่นคง ปมบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง”

วันที่ 21 ต.ค.2562 พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยพลเอกสุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลโทพงศกร รอดชมภู เป็นประธาน หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา ที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังคณะกรรมธิการฯ มีมติ ให้เชิญผู้บัญชาการทหารบกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายหลังเปิดเวทีบรรยายเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา

พลเอกอภิรัชต์ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ ซึ่งหลังจากที่ได้มีการส่งหนังสือเชิญตนผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทางรัฐมนตรีญก็ได้พิจารณาและให้กองทัพบกจัดตามความเหมาะสม ซึ่งในวันนี้เมื่อช่วงเช้าตนได้มีภารกิจตรวจเยี่ยมหน่วยทหารชายแดนไทย-เมียนมา และมอบนโยบาย ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยตามกำหนดการจะเสร็จในช่วงบ่าย แต่ตนได้ยกเลิกภารกิจบางส่วนเพื่อบินกลับมา และได้เปลี่ยนเสื้อผ้าในรถยนต์ ทั้งนี้ยืนยันว่า พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ความร่วมมือต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอกอภิรัชต์ได้มอบหมายให้พลเอกสุนัยเข้าชี้แจงแทน เนื่องจากติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา ที่จังหวัดกาญจนบุรีในช่วงเช้า แต่พลโทพงศกรไม่อนุญาตให้พลเอกสุนัยชี้แจงเนื่องจากเห็นว่า การบรรยายดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้บัญชาการทหารบก จึงจำเป็นต้องให้ผู้บัญชาการทหารบก มาชี้แจง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับกรรมาธิการฯ ด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันว่า การเชิญผู้บัญชาการทหารบกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนี้ไม่ใช่การแทรกแซงการทำงาน แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็น และหากกรรมาธิการมีข้อสังเกตสำคัญ ก็จะเสนอให้ผู้บัญชาการทหารบก ไปพิจารณา ซึ่งจะดำเนินการหรือไม่ก็ได้

โดยการชี้แจงของพลเอกอภิรัชต์ต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกรรมาธิการนั้น เป็นการหารือแบบลับ ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊ก”Wassana Nanuamได้โพสต์ข้อความโดยสรุปว่า” “บิ๊กแดง” ไม่ว่าง! บินตรวจชายแดน ส่ง”บิ๊กนัย” ผู้ช่วยผบ.ทบ.รบพิเศษ ไปพบกรรมาธิการ ความมั่นคงฯ แทน ทบ.ส่งหนังสือ ย้ำ ขอให้เกียรติ ผู้แทน ทบ. ด้วยกองทัพบก ได้ส่งหนังสือ ถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรว่า ตามที่ มีหนังสือถึงรมว.กลาโหมเพื่อเชิญ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่องความมั่นคงนั้น นับเป็นเรื่องที่ดีและถือเป็นการเพิ่มความเข้าใจ ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง กับคณะกรรมาธิการ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ทิซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ…………………….”

“ลดาวัลลิ์”ลุ้นได้7กรรมการสิทธิฯก่อนสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่

People Unity : “ลดาวัลลิ์”ลุ้นได้ 7 กรรมการสิทธิฯก่อนสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ วอนวุฒิสภารีบตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติฯแล้วนำเข้าประชุมลับขอความเห็นชอบโดยเร็ว ชี้งานใหญ่ กสม.ต้องจัดทำงบฯปี2564ช่วงมกราคมปีหน้า

วันที่ 26 ต.ค.2562 นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีที่การสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการสรรหาได้ครบแล้วทั้ง5คน ตามขั้นตอนนับจากนี้วุฒิสภาจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ผ่านการสรรหา หากทั้ง5คนได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งก็จะนำไปสบทบกับอีก 2 คน ที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อปลายปี 2561 รวมเป็น กสม. 7 คน จากนั้นประธานวุฒิฯจะได้ทูลเกล้าฯรายชื่อต่อพระมหากษัตริย์เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากมี กสม.เกิดขึ้นครบ7คน ก็ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน หลังจากรอการสรรหามาเกือบ2ปี แต่ทั้งนี้ วุฒิสภาต้องกระชับเวลา แทนที่คณะกรรมาธิการจะตรวจสอบประวัติฯ 60 วัน ก็ย่นเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อจะได้นำเข้าประชุมลับในวุฒิสภาก่อนจะลงมติเป็นรายบุคคลต่อไปได้เร็วขึ้น

นางลดาวัลลิ์กล่าวว่างานใหญ่และสำคัญมีหลายเรื่อง เช่น การจัดทำงบประมาณปี2564ของสำนักงาน กสม. ซึ่ง กสม.ชุดใหม่ต้องเร่งจัดทำในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์2563 แล้วเสนอสำนักงบฯ หากยังเสนอไม่ได้จะเกิดปัญหาต่อการบริหารงานของกสม.

“การสรรหา กสม.ชุดใหม่นี้ช่างยากเย็นเหลือเกิน ใช้เวลาถึงปีครึ่งก็ยังไม่แล้วเสร็จ กสม.ชุดปัจจุบันเหลือแค่3คนเท่านั้น ทำให้ขาดองค์กรอิสระที่ครบสมบูรณ์มาคุ้มครองสิทธิฯพี่น้องคนไทย” นางลดาวัลลิ์กล่าวทิ้งท้าย

“บิ๊กตู่”ยันรัฐบาลตั้งใจแก้น้ำท่วมแต่งบฯไม่เพียงพอ

People Unity : “บิ๊กตู่”ยันรัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหาบริหารจัดการน้ำ แต่ไม่สามารถแก้ไขทีเดียวได้ทั้งหมด เพราะงบฯไม่เพียงพอ ต้องคำนึงถึงที่ดิน ปชช.ยันรัฐไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันที่ 18 ต.ค.2562 หลังจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า การจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำและการพัฒนาลุ่มน้ำ ไม่เหมาะสม เพราะจัดสรรงบประมาณแบบรัฐรวมศูนย์ราชการเป็นใหญ่ ทั้งนี้พบการจัดสรรงบประมาณที่เน้นการเยียวยามากกว่าเตรียมพร้อม หรือรักษามากกว่าการป้องกันวิกฤต ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำควรนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาพิจารณา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กบช. ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า มีการบูรณาการหลายหน่วยงานและทำงานในรูปแบบคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะมองด้านใดด้านหนึ่งว่าอุทกภัยหรือภัยแล้งอย่างเดียวไม่ได้ แม้จะมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ แต่ปัญหาคือการบริหารจัดการกักเก็บน้ำอย่างไรไม่ให้น้ำท่วม และมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางการบริหารจัดการน้ำว่า ต้องไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งในกรณีจำเป็นเร่งด่วนก็ต้องใช้งบฯกลางแก้ไขทั้งสิ้น แต่สมาชิกหลายคนกลับพยายามอภิปรายเสนอตัดงบฯกลาง แต่ปัญหาคือไม่มีทางแก้ไขได้ 100 % เนื่องจากยังมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ของประชาชน ทั้งการพัฒนาระบบชลประทานการจัดทำบ่อกักเก็บน้ำ รวมถึงการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก เนื่องจากมีอุปสรรคเกี่ยวกับพื้นที่ของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน รวมถึงการแก้ไขปัญหาไม่สามารถทำได้ทีเดียวทั้งหมด เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งเกษตรกร พยายามแก้ไขปัญหา แต่ต้องคำนึงถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนด้วย จะเอาแต่หลักวิชาการอย่างเดียวมาแก้ปัญหาคงไม่ได้ ต้องเอาพฤติกรรมและความเป็นคนไทยมาพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาแบบบูรณาการ รวมถึงขอให้ ส.ส.ไปพูดคุยกับประชาชนและหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย หากสามารถดำเนินการได้ รัฐบาลก็มีงบประมาณแก้ปัญหาให้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทิ้งใครไว้ และมีเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้มีพื้นที่ชลประทานมากขึ้นและน้ำจะไม่ท่วม

“เทพไท”โวย! 22ธ.ค.ขึ้นค่าทางด่วนโทลเวย์ดอนเมืองชาวกรุงเดือดร้อน

People Unity : “เทพไท”สวมบทส.ส.กทม.โวย! 22ธ.ค.ขึ้นค่าทางด่วนโทลเวย์ดอนเมืองชาวกรุงเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ทางด่วนโทลเวย์ดอนเมือง ประกาศขึ้นราคาค่าผ่านทาง เริ่มใช้ในวันที่ 22 ธันวาคม นี้ ว่า ไม่ทราบว่าในสัญญาระหว่างบริษัทดอนเมืองโทลเวย์กับรัฐบาล มีรายละเอียดอย่างไร แต่ด้วยสามัญสำนึกของคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนนั้น ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะอัตราค่าผ่านทางในปัจจุบันยังไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการดอนเมืองโทลเวย์เลย โดยเฉพาะอัตราค่าผ่านทางด่านดินแดง สุทธิสาร และลาดพร้าว เก็บในอัตราราคาเดียวกัน คือ70บาท ทั้งๆที่ระยะทางแตกต่างกัน ดังนั้นควรจะปรับอัตราค่าผ่านทางให้สอดคล้องกับระยะทางที่เป็นจริง เช่น ด่านดินแดง 70 บาท ด่านสุทธิสาร 60 บาท ด่านลาดพร้าว 50 ฯลฯ จะเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการทางดอนเมืองโทลเวย์ อย่างสมเหตุสมผล

ดังนั้นการเพิ่มอัตราค่าผ่านทางของดอนเมืองโทลเวย์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขตามสัญญาหรือไม่ก็ตาม แต่เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนในยามที่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ ให้ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น อยากให้รัฐบาลหรือผู้เกี่ยวในเรื่องนี้ ออกมาชี้แจง อธิบายเหตุผลกับสังคม เพราะในความรู้สึกของคนกรุงเทพเห็นว่าอัตราค่าผ่านทางในปัจจุบัน มีอัตราราคาสูงมากเพียงพอแล้ว ไม่ควรซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนลงไปอีก

อยากจะเรียนในวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มี ส.ส.ในกรุงเทพแม้แต่คนเดียว ผมจึงจำเป็นออกมาเรียกร้องสิทธิ์ และปกป้องผลประโยชน์ของคนกรุงเทพในนามพรรคประชาธิปัตย์ และถ้าไม่มีคำตอบใดๆจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผมจะใช้สิทธิ์ความเป็น ส.ส. ยื่นเรื่องนี้ต่อ คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณา ทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่พี่น้องประชาชน โดยการเรียกสัญญาสัมปทานทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ทั้งหมดมาตรวจสอบดู และเชิญผู้รับผิดชอบจากกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารดอนเมืองโทลเวย์มาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป

“เสรีพิศุทธ์”ลุยวันสุดท้าย! ขอส.ส.นครปฐมเพิ่มตรวจสอบ”บิ๊กตู่”

People Unity : “เสรีพิศุทธ์”ลุยวันสุดท้าย! เลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม วอน ขอ ส.ส. เพิ่มตรวจสอบ”บิ๊กตู่”

วันที่ 22 ต.ค.2562 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เเละเเกนนำพรรคคนอื่นๆ เช่น นายวิรัตน์ วรศสิริน ดร.นภาพร เพ็ชร์จินดา ,พล.ต.ท. วิศณุ ม่วงแพรสี,นายวัชรา วังขนาย , นส.ธนพร โสมทองแดง ,นายแพทย์ เรวัต วิศรุตเวช ,นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ , นายอำไพ กองมณี และ นาย เพชร เอกกำลังกุล เเบ่งสายลงพื้นที่อ.สามพราน จ.นครปฐมช่วยนางสาวลาวัลย์ สิงห์สถิต ผู้สมัครส.ส.พรรคเสรีรวมไทย เบอร์4 ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครปฐม เขต 5 อ.สามพราน ในวันที่23ต.ค.ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่กกต.อนุญาตให้หาเสียงได้

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า พรรคเสรีรวมขอคะเเนนชาวสามพรานเลือกผู้สมัครส.ส.ของพรรคให้เข้าไปในรัฐสภาอีก 1 คนเพิ่อไปตรวจสอบรัฐบาลเพราะมีหลายเรื่องที่ไม่ชอบธรรม บ้านเมืองมีปัญหาเพราะหัวหน้ารัฐบาลไม่ทำตามกฎหมาย ตนจึงมาขอขาวสามพรานเลือกพรรคเสรีรวมไทยไปเป็นตัวเเทนประชาขนเพิ่มด้วยอีก1คน เพื่อให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่เข้มเเข็งขึ้น

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า พรรคหาเสียงในพื้นที่นี้ว่าจะช่วยหาอาชีพเสริมให้เกษตรกรเเละหาวิธีเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรนั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้า เพราะวันนี้ปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำเเย่ สะท้อนถึงความไม่เอาไหนของครม.เป็นเรื่องที่พรรคเสรีรวมไทย คิดว่าจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ ได้ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคเสรีรวมไทยตั้งใจจะเข้ามาช่วยพี่น้อง ชาวเกษตรกร พ่อค้าแม่ขาย ให้มีโอกาสเห็นช่องทางทำมาหากิน

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า วันนี้จึงมาขอโอกาสขาวสามพรานอีกครั้งเพราะเชื่อว่าชาวสามพรานมองเห็นความตั้งใจของพรรคที่ทำหน้าที่ในรัฐสภามาเเล้ว ดังนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่ชาวสามพรานจะให้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคไปเป็นผู้เเทนราษฎรเพิ่มอีกหนึ่งคน ตนจึงขอฝากความหวังไว้ในวันที่23ต.ค.ด้วย

 

 

“วิษณุ”ชี้เป็นสิทธิ! เกษตรกรยื่นศาลค้านแบน 3 สารพิษเกษตร

People Unity :  “วิษณุ”ชี้เป็นสิทธิ! เกษตรกรยื่นศาลค้านแบน 3 สารพิษเกษตร ผลออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2562 ที่ท้องสนามหลวง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ระงับการใช้ 3 สารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช โดยกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีดังกล่าวจะยื่นเรื่องให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ว่า เป็นสิทธิของกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้มีการคุ้มครองชั่วคราว หลังจากนี้ แล้วแต่ศาลจะสั่ง ซึ่งตามมติจะระงับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.แต่อย่างไรก็ตาม และถ้าศาลรับคำร้องและมีคำสั่งอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนการรองรับความเดือดร้อนของเกษตรกร คงจะมีการรองรับ แต่ตนไม่ทราบในรายละเอียด เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงไม่ทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลในการทำงานต่อไป เนื่องจากต้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปประเมินสถานการณ์ และหาทางแก้ไข และป้องกันเอง

เมื่อถามถึงกรณีที่เกษตรกร จะเดินทางมาร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่นายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจใดในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ได้

Verified by ExactMetrics