วันที่ 4 กรกฎาคม 2026

รัฐบาลเตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 4 มีนาคม 2569 รัฐบาลเตือนผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก สินค้ายังมีเพียงพอ

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือในส่วนที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน จะต้องมีอย่างเพียงพอ ร้านค้าผู้ประกอบการจะต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย

“รัฐบาลขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

“ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก จากการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน เพื่อดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีพฤติการณ์กักตุนสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

Advertisement

กรมบัญชีกลางเตือนภัยผู้รับบำเหน็จบำนาญ มิจฉาชีพซ้อนแผน อ้างเป็นกรมบัญชีกลางเตือนภัย

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มิจฉาชีพซ้อนแผน อ้างกรมบัญชีกลางเตือนภัย ผู้รับบำนาญอย่าเชื่อ! เอกสารปลอมที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง

ขณะนี้มีเอกสารราชการปลอม ซึ่งแอบอ้างชื่อผู้บริหารของกรมบัญชีกลาง และแจ้งผู้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและยื่นคุ้มครองบัญชีเงินฝากเพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพ

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเอกสารราชการปลอม ซึ่งแอบอ้างชื่อผู้บริหารของกรมบัญชีกลาง และแจ้งผู้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและยื่นคุ้มครองบัญชีเงินฝากเพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพ โดยให้กรอกแบบคำขอเข้ารับการคุ้มครองเงินฝากจากภัยมิจฉาชีพ ซึ่งอ้างว่ากรมบัญชีกลางให้ดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้บัญชีเงินฝากของท่านมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ดังนั้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ขออย่าได้หลงเชื่อ และขอให้ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดของท่านก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ เนื่องจากมิจฉาชีพปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ขอให้ท่านระมัดระวังทุกเรื่องที่ได้รับการติดต่อมาเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

กรมบัญชีกลางยังคงย้ำเสมอว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทเพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

Advertisement

ด่วน!  เปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนสายการบิน 100 อัตรา เงินเดือนกว่า 4.5 หมื่นบาท

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โอกาสโกอินเตอร์!  เปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนสายการบิน 100 อัตรา เงินเดือนกว่า 4.5 หมื่นบาท รีบสมัครด่วน ทางเว็บไซต์ https://riyadhair.com/careers ตั้งแต่วันนี้ – 1 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้รับการประสานจากสำนักงานแรงงานประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานกับสายการบิน Riyadh Air ภายใต้บริษัท Aviation Services Company ซึ่งประกอบกิจการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ในตำแหน่ง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Cabin Crew) จำนวน 100 อัตรา เงินเดือน 5,500 ริยาลต่อเดือน หรือประมาณ 45,283 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) มีค่าชั่วโมงบิน 75 ริยาลต่อชั่วโมง ทำงานเป็นกะ จำกัดจำนวนชั่วโมงบินไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ระยะเวลาจ้างงาน 1 ปีสามารถต่ออายุได้

ทั้งนี้ นายจ้างจัดที่พักระดับพรีเมียม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย จัดอาหารให้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ค่าล่วงเวลา 1.5 เท่าตามกฎหมายแรงงานและข้อบังคับของซาอุดีอาระเบีย ประกันสุขภาพระดับพรีเมียม วันลาพักผ่อน 42 วันต่อปี จ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ปีละ 1 ครั้ง มีรถบริการรับส่ง ไป-กลับจากที่ทำงาน ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและยื่นใบสมัครทางเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรงที่เว็บไซต์ https://riyadhair.com/careers ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 1 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas หัวข้อ “ข่าวประกาศรับสมัครหรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2245 1034 หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

“สำหรับคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ สัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร ช่วงแขนเอื้อมขั้นต่ำ 212 เซนติเมตร ใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สามารถประจำอยู่ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียได้ โดยผู้ที่มีประสบการณ์ด้านงานบริการลูกค้า หรือเคยปฏิบัติงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ซึ่งการรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยกรมการจัดหางาน ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปทำงานจ่ายเพียงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่ ค่าถ่ายรูป ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ค่าตรวจสุขภาพ รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 7,100 บาท” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

Advertisement

รัฐบาลเตือน “โรคไข้หูดับ” กระจาย 28 จังหวัด พบป่วยแล้ว 49 ราย เสียชีวิต 3 ราย เผย “โคราช” มากสุด

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 27 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลเตือน “โรคไข้หูดับ” กระจาย 28 จังหวัด พบป่วยแล้ว 49 ราย เสียชีวิต 3 ราย เผย “โคราช” พบผู้ป่วยมากสุด ย้ำงดบริโภค “หมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ”

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุสถานการณ์ของโรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วย 49 ราย กระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัด (อายุระหว่าง 5 – 90 ปี) และพบผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ

สำหรับจังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา รองลงมา คือ แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์ ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ การมีประวัติรับประทานเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก (เช่น ลาบดิบ หลู้ ก้อย) พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อสุกรดิบ รวมถึงการประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม มีโอกาสที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิต

“รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ขอเน้นย้ำการป้องกันตนเอง เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสุกรดิบหรือไม่สุก ไม่บริโภคสุกรป่วยหรือสุกรที่ตายจากโรค และเลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับสุกร ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น รองเท้าบูตและถุงมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสุกรเมื่อมีบาดแผล พร้อมล้างมือ ล้างเท้า หรืออาบน้ำให้สะอาดหลังสัมผัสสุกร และดำเนินการกำจัดเชื้อภายในฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงการเกิดโรค ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

Advertisement

AOC 1441 เตือนภัย “เงินด่วนออนไลน์” ระวังโดนหลอก!

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 26 กุมภาพันธ์ 2569 “แค่กรอกเบอร์โทร ก็รู้วงเงินกู้ทันที” ประโยคสั้น ๆ ที่ฟังดูสะดวกและง่าย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว ปัจจุบันมิจฉาชีพใช้กลยุทธ์โฆษณาเงินกู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ พร้อมข้อความเชิญชวนว่า “อนุมัติไว ไม่เช็กบูโร วงเงินสูง” เพียงแค่กรอกหมายเลขโทรศัพท์หรือแอดไลน์พูดคุยส่วนตัว ก็แจ้งผลอนุมัติทันที

แท้จริงแล้ว เป้าหมายสำคัญของมิจฉาชีพคือ “ข้อมูลติดต่อ” โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำไปโทรกลับเสนอเงินกู้แบบเร่งด่วน ใช้วิธีกดดันให้รีบตัดสินใจ และเรียกเก็บเงินล่วงหน้าในชื่อ ค่าธรรมเนียม/มัดจำ ค่าดำเนินการ หรือค่าประกันต่าง ๆ เมื่อเหยื่อโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลง

บางรายขอกู้ 5,000 บาท แต่ได้เงินจริงเพียง 2,000 บาท พร้อมเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด หรือร้ายแรงกว่านั้น ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำไปสมัครกู้แอปพลิเคชันอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม

ก่อนตัดสินใจกู้เงินทุกครั้ง ควรตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจอีกชั้น ประชาชนควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ผ่านบริการ “เช็กแอปเงินกู้”  ได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“เงินกู้ถูกกฎหมาย จะไม่เรียกเก็บเงินก่อนการอนุมัติ” ดังนั้นอย่าโอนเงินล่วงหน้า และอย่าส่งข้อมูลส่วนตัวให้แหล่งกู้ที่ไม่น่าเชื่อถือ ความรอบคอบเพียงเล็กน้อย อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบจากการหลอกลวง สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชม. และหากพบการกระทำที่น่าสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ GCC 1111 เพื่อแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความปรารถนาดีจากกระทรวงดีอี

Advertisement

รัฐบาลเร่งรับมือไฟป่า เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ–ดับไฟ เจ้าหน้าที่ “เสือไฟ” พร้อมทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ–ดับไฟ เจ้าหน้าที่ “เสือไฟ” พร้อมทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง รัฐบาลเร่งรับมือไฟป่า–หมอกควัน ขอประชาชนงดเผาในที่โล่ง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่แห้งและร้อนจัดในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดไฟป่าและหมอกควันเพิ่มขึ้น รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนทุกพื้นที่ และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง

รองโฆษกฯ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังไฟป่าครอบคลุมทุกภูมิภาค โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กรมป่าไม้ ทำการติดตามจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเคลื่อนกำลังเข้าพื้นที่ทันทีเมื่อพบเหตุ โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และชุมชนในพื้นที่

เมื่อพบจุดความร้อนหรือเกิดไฟป่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า “เสือไฟ” จะลงพื้นที่ควบคุมเพลิงในทันที ควบคู่กับการส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจสถานการณ์และทิ้งน้ำดับไฟจากอากาศ เพื่อเข้าถึงพื้นที่ทุรกันดารได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมีชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินทำแนวกันไฟและสกัดการลุกลามในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ

รองโฆษกฯ เน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หากพบเห็นการลักลอบเผาหรือกลุ่มควันไฟ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที เพื่อให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที พร้อมร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

Advertisement

CAAT ติดตามกรณีเที่ยวบินล่าช้าไทยไลอ้อนแอร์ ลงพื้นที่คุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 14 กุมภาพันธ์ 2569 CAAT ติดตามสถานการณ์เที่ยวบินล่าช้าของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ลงพื้นที่กำกับดูแลการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารตามข้อบังคับ กบร. 101

จากกรณีที่สายการบินไทยไลอ้อนแอร์เกิดความล่าช้าของเที่ยวบินหลายเที่ยวบินเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมากที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และลงพื้นที่เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการของสายการบินให้เป็นไปตามมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารตามข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 101 โดยเน้นให้สายการบินดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม

CAAT ได้ประสานงานอย่างต่อเนื่องกับสายการบินให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบต่อผู้โดยสารให้เหลือน้อยที่สุด แม้ว่าในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สายการบินจะได้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ไปแล้ว แต่จากการติดตามพบว่ายังมีผลกระทบต่อเนื่องบางส่วนจากวันก่อนหน้า โดยสายการบินอยู่ระหว่างบริหารจัดการเพื่อให้การให้บริการกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ CAAT ได้กำชับให้สายการบินรายงานข้อมูลสาเหตุของเหตุการณ์ ปัญหาที่พบ รวมถึงแผนการป้องกันและมาตรการรองรับ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งมีปริมาณการเดินทางสูง พร้อมทั้งให้สายการบินเข้าชี้แจงและซักซ้อมความเข้าใจร่วมกับ CAAT ในวันจันทร์นี้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำ

สำหรับสิทธิของผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก สายการบินต้องดำเนินการดูแลผู้โดยสารตามข้อบังคับ กบร. 101 อย่างเคร่งครัด ทั้งด้านการให้ข้อมูล การอำนวยความสะดวก และการชดเชยตามเงื่อนไขที่กำหนด

หากผู้โดยสารได้รับความไม่สะดวกหรือไม่ได้รับการดูแลตามสิทธิ สามารถส่งเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ complaint.caat.or.th เพื่อให้ CAAT ดำเนินการตรวจสอบและกำกับดูแลการให้บริการของผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศต่อไป

Advertisement

ครม.เห็นชอบมาตรการรับมือไฟป่า–หมอกควัน–ฝุ่น PM2.5 ปี 2569

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ครม.เห็นชอบมาตรการรับมือไฟป่า–หมอกควัน–ฝุ่น PM2.5 ปี 2569 เดินหน้าเชิงรุกครบวงจร ตั้งเป้าลดการเผา–คุมแหล่งกำเนิดมลพิษ–แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่นละออง

รองโฆษกฯ ระบุว่า มาตรการปี 2569 มุ่งควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง โดยตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าและเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่การกำกับยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงเพิ่มกลุ่มเป้าหมายควบคุมการระบายฝุ่นในเขตเมือง และยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนผ่านความร่วมมือระดับทวิภาคี ไตรภาคี และอาเซียน

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่

ระยะเตรียมการ เน้นจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงเผา วางแผนจัดการไฟป่า สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่เผา ขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ควบคุมรถควันดำ โรงงาน และกิจการเป้าหมาย รวมถึงเตรียมระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า และ

ระยะปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์วิกฤต จะเพิ่มความเข้มข้นการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จำกัดรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมือง ควบคุมการนำเข้าพืชอาหารสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดการเผา พร้อมจัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ และดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านการจัดหาห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกัน

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ด้านคุณภาพอากาศ โดยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ย PM2.5 และจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงสำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยประสานงานหลัก และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการบางส่วนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองในปี 2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองสูง

Advertisement

 

รัฐบาลเชิญชวนผู้มีรายได้ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90/91 เตือนระวังมิจฯ แอบอ้าง “สรรพากร”แนบลิงค์ล้วงข้อมูล

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 27 มกราคม 2569 รัฐบาลเชิญชวนผู้มีรายได้ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90/91 หากพบเจตนาหลบเลี่ยงภาษี อาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี – ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เตือนระวังมิจฯ แอบอ้าง “สรรพากร”แนบลิงค์ล้วงข้อมูล

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ยูทูบเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีรายได้ในปี 2568 ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด. 90/91

กรณียื่นแบบฯ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถยื่นแบบฯ ผ่านระบบ e-filing และระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเป็นระบบที่ยกระดับการให้บริการ สามารถยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำหรับผู้มีภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด ทั้งนี้ หากไม่ยื่นภาษีภายในกำหนด ผู้ประกอบการจะต้องชำระภาษีพร้อมกับเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือน และมีโทษปรับ หากหลีกเลี่ยงการยื่นแบบหรือให้ข้อมูลเท็จ มีโทษ ดังนี้

  1. หากไม่ยื่นแบบหรือชำระภาษีเกินกำหนด จะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท พร้อมเบี้ยปรับ 1.5% ต่อเดือน
  2. หากพบเจตนาหลบเลี่ยงภาษี อาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. การแจ้งข้อมูลเท็จจะได้รับโทษจำคุก 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท

“ภาษีอากรเป็นหน้าที่ของบุคคลที่ต้องจ่ายหรือชำระให้แก่รัฐตามรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะเป็นรายได้ให้รัฐได้นำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ สร้างสรรค์โอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและบุคคลอื่น ๆ ในสังคมต่อไป ขอย้ำเตือนผู้ที่ตั้งใจไม่ชำระภาษี จะมีโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา รัฐบาลเชิญชวนผู้มีเงินได้ยื่นภาษี ภ.ง.ด.90/91 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2569 หากยื่นผ่านระบบออนไลน์ เช่น D-MyTax หรือ e-Filing สามารถยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161 ทั้งนี้ ผู้มีรายได้ประจำทุกคนมีหน้าที่ต้อง “ยื่นแบบ” แสดงรายได้การเสียภาษีกับกรมสรรพากร ซึ่งการไม่ยื่นภาษีอาจมีโทษปรับทางอาญา ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวัง เนื่องจากมีมิจฉาชีพที่ส่ง E-mail แอบอ้างเป็น “สรรพากร” เพื่อหลอกลวง โดยจะแจ้งว่ามีโครงการลดหย่อนภาษี ให้ยืนยันสิทธิ์โดยกรอก Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบ หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อล้วงข้อมูลสำคัญ ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่คลิก ไม่กรอกข้อมูล

Advertisement

รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 24 มกราคม 2569 รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ 24 มกราคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พัยธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปืดเผยว่า  รัฐบาล สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม กำชับมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ยืนยันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการและไม่ตื่นตระหนก

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย พบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย  ซึ่งทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น สำหรับประเทศไทย ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง หากพบผู้เดินทางที่มีไข้สูง หรือมีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อประเมินอาการและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดทันที

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง และปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป และสามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง

“ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ขอแนะนำประชาชนป้องกันตนเองโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ

Advertisement

Verified by ExactMetrics