วันที่ 25 มิถุนายน 2024

นายกฯเดินสายตรวจราชการและประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.ตราด-จันทบุรี 5-6 ก.พ.61

People unity news online : นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดตราด-จันทบุรี ระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2561

พันเอก หญิง ทักษดา สังขจันทร์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการ รวมถึงร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ ที่จังหวัดตราด-จันทบุรี ระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 1 ประจำปี 2561

สำหรับกำหนดการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกเดินทางวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 07.00 น. โดยออกเดินทางจากกองบิน 6 ดอนเมือง เพื่อไปยังท่าอากาศยาน จังหวัดตราด และจะเริ่มกิจกรรม เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางไปดูศูนย์การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์บริหารจัดการน้ำและป่าชายเลน ชุมชนบ้านเปร็ดใน หลังจากนั้นเดินทางไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาเกาะช้าง รวมถึงพบปะนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวบริเวณหาดคลองพร้าว อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ส่วนในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เพื่อดูวิสาหกิจชุมชน เยี่ยมชมวิถีชุมชนริมน้ำจันทบูร และวิสาหกิจเพื่อสังคมตลาดเก่าริมน้ำจันทบูร บ้านเรียนรู้ บ้านพักประวัติศาสตร์ หลวงราชไมตรี และชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สำหรับช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วมประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก ซึ่งในช่วงเย็นจะมี Working Dinner ณ ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม โรงแรม มณีจันทร์ รีสอร์ท

วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีเข้าประชุม ครม. นอกจากสถานที่ ณ อาคารคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี และช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมสหกรณ์การเกษตรมะขาม เพื่อดูกระบวนการบริหารจัดการผลไม้อย่างครบวงจร เพื่อมุ่งสู่การเป็นมหานครผลไม้โลก และพบกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการแปรรูปผลไม้ และนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึง กทม. เวลาประมาณ 18.15 น.

People unity news online : post 1 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 21.00 น.

 

“บิ๊กตู่” บอกสื่อ ปีนี้ปีจอ ต้องอยู่อย่างสุนัขที่สงบเงียบ ใจดี เพราะสุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์

People unity news online : นายกรัฐมนตรีพบปะและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2561

วานนี้ (4 มกราคม 2560) เวลา 11.40 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2561 พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายวิษณุ เครืองาม พลเอก ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมงานนายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตอนหนึ่งว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศไม่ได้มุ่งหวังอำนาจ แต่มุ่งหวังทำงานเพื่อประเทศชาติ และเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนยากจน ซึ่งรัฐบาลเป็นฝ่ายให้ทุกอย่างกับประชาชน กับสื่อมวลชน และให้ทุกคนที่มีความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองปลอดภัยมีเสถียรภาพ และสิ่งที่สำคัญต้องปฏิรูปประเทศให้เดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะในปี 2561 จะเป็นปีแห่งการปฏิรูปประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายทำทุกอย่างให้เกิดผลโดยเร็ว แต่ปัญหาหลายอย่างมีความซับซ้อนจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงาน ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า เนื่องในโอกาสปีใหม่ขอให้สื่อแปรเจตนาคำพูดของนายกรัฐมนตรีให้ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเคารพสิทธิและเสรีภาพสื่อมาโดยตลอด และขอให้สื่อช่วยกันขยายในสิ่งที่ดีๆที่รัฐบาลทำให้สังคมเข้าใจ พร้อมกล่าวยืนยันว่า ไม่เคยเป็นศัตรูกับสื่อ ขอให้ทุกคนช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในสิ่งที่ดี ในเรื่องของการทำงานรัฐบาลไม่เคยก้าวล่วงการทำงานของส่วนราชการต่างๆ จึงขอให้ช่วยกันทำวันนี้ให้ดี เพื่อให้วันข้างหน้าที่ดียิ่งขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสปีใหม่ให้กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า ในนามของคณะรัฐมนตรี มีความตั้งใจที่จะมาพบกับสื่อมวลชนในวันนี้ จึงขอเป็นตัวแทนรัฐบาลอวยพรให้สื่อมวลชนและครอบครัวตลอดคนที่รัก สำเร็จในสิ่งที่ดีและสิ่งที่คาดหวัง โดยปีนี้เป็นปีจอ จะต้องมีชีวิตอยู่อย่างสุนัขที่สงบเงียบ และใจดี เพราะสุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ ขอให้อยู่ร่วมกันด้วยความดี ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา ด้วยความรักประเทศและผืนแผ่นดินไทย ขออย่าทำลายศักดิ์ศรีของประเทศไทย และขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชนและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมร้องเพลง อยากอยู่เงียบๆคนเดียว เพลงคนดีไม่มีวันตาย และเพลงสายโลหิต ก่อนจะร่วมถ่ายภาพ พร้อมแจกของรางวัลให้กับสื่อมวลชน

People unity news online : post 5 มกราคม 2560 เวลา 08.20 น.

ก.กลาโหมมอบของขวัญปีใหม่ “เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร” แก่ประชาชน

People unity news online : กระทรวงกลาโหม มอบของขวัญปีใหม่ “ เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร” ให้กับประชาชน

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยหลังการประชุมสภากลาโหม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.60 ณ ศาลาว่าการกลาโหม ว่า กระทรวงกลาโหมขอมอบความปรารถนาดีให้กับประชาชน โดยได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ ด้วยการ “เติมความสุขให้คนไทย จากใจทหาร” มอบให้พี่น้องประชาชนใน 3 เรื่องหลัก คือ

1.งานสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยกำลังพลของกองทัพจะทำหน้าที่เสมือนเป็น รั้ว กล้องวงจรปิดหรือแม้กระทั่งยาม ที่คอยดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนและพื้นที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในระหว่างห้วงเวลาเทศกาลแห่งความสุขในปีใหม่ที่พี่น้องประชาชนร่วมเฉลิมฉลองกัน

2.งานการช่วยเหลือประชาชน ได้จัดเตรียมกำลังพลเตรียมพร้อม ร่วมเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะเดียวกันได้ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยจัดจุดพักรถ จุดบริการ ชุดแพทย์พยาบาล ชุดตรวจและซ่อมรถยนต์ ตามถนนสายหลักบริเวณหน้าที่ตั้งหน่วยทหาร รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

3.งานบริการประชาชน โดยเปิดแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในเขตทหารทั่วประเทศ ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันได้อำนวยความสะดวกจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาถูกร่วมกับการจัดแสดงดนตรีโดยวงดุริยางค์ทหารภายในพื้นที่ของหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อลดภาระค่าครองชีพครัวเรือนและเติมเต็มความสุขของพี่น้องประชาชนไปด้วยกัน

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมโดยกำลังพลทุกเหล่าทัพ ขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะร่วมกันทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติเคียงข้างกับประชาชน เพื่อร่วมเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศและดูแลความปลอดภัยของประชาชน บนผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติร่วมกัน พร้อมกันนี้ กระทรวงกลาโหมขอถือโอกาสนี้ ส่งความสุข สวัสดีปีใหม่ 2561 และเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนในการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท บนพื้นฐานของความพอเพียง

People unity news online : post 28 ธันวาคม 2560 เวลา 10.20 น.

เช้านี้นายกฯลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ประชาชนเชียร์สู้ๆ นายกฯตอบกลับ “ต้องสู้อยู่แล้ว”

People unity news online : นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมชุมชนต้นแบบขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน จ.พิษณุโลก ในรูปแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ

วันนี้ (‪25 ธันวาคม 2560) ‪เวลา 10.00 น. ณ บ้านวังส้มซ่า หมู่ที่ 1 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพิษณุโลก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ในรูปแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) โดยชุมชนท้องถิ่นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพ เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพความงาม และการหนุนเสริมโดยบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพิษณุโลก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ในการสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านการเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยวชุมชน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางนำไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน และเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงเพื่อเป็นตัวอย่างให้ชุมชนท้องถิ่นอื่นๆต่อไป

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ปลูกต้นส้มซ่า พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และสินค้าจากต้นส้มซ่า รวมถึงสอบถามถึงกระบวนการผลิตและแนวทางการยกระดับจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน ที่ต้องการให้มียอดขายและรายได้เพิ่มมากขึ้น  จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ทดลองใช้บริการนวดแผนโบราณ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากส้มซ่า

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชมการพัฒนาพันธุ์ไก่ชนนเรศวร หรือ ไก่เหลืองหางขาว ซึ่งเป็นไก่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลก สามารถพัฒนาเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จากนั้นได้ชมการพัฒนาพันธุ์ปลากัดสวยงามพิษณุโลกและการพัฒนาสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบผ้าห่มให้กับผู้สูงอายุในชุมชน พร้อมกล่าวพบปะกับประชาชนที่มารอให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า ดีใจที่ได้มาพบกับประชาชนในพื้นที่ และถือเป็นความสุขที่จะกลับไปคิดว่า จะทำสิ่งใดให้กับประชาชน ซึ่งผลิตภัณฑ์ส้มซ่าของพื้นที่นี้ ถือเป็นภูมิปัญญาของชุมชนที่สามารถสร้างรายได้หลายล้านบาท และมองว่าผลิตภัณฑ์ส้มซ่ามีความเข้มแข็งและจะสามารถเพิ่มยอดขายจาก 5 ล้านบาท ไปได้ถึงเป้าหมาย 50 ล้านบาท ทั้งนี้มองว่าควรจะพัฒนาช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ขายได้ดีขึ้นและกว้างขวางมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลช่วยเหลือสินค้าการเกษตรให้ดีขึ้น แต่ที่ปัญหาราคาข้าวตกต่ำนั้น เพราะมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ  ดังนั้น ต่อไปขอให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ รัฐบาลพยายามจะผลักดันโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง แต่ในเรื่องของเขื่อนนั้น คงยังไม่สามารถสร้างได้ เพราะยังติดปัญหาเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงคนบางกลุ่มในพื้นที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ คือการสร้างอ่างเก็บน้ำและแก้มลิง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย 34 ล้านคน ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่จะต้องเร่งพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยวและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลได้เร่งพัฒนาอาชีพ สร้างสาธารณูปโภค และระบบการศึกษาให้มีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีหลักคิดให้ถูกต้อง และในช่วงใกล้ปีใหม่ ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอนำความสุข ความห่วงใยมามอบให้กับประชาชน และขออวยพรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและร่วมกันทำความดี ขอให้ทุกคนนำอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนมาขับเคลื่อนประเทศจากภายในสู่ภายนอก เพื่อให้มีเศรษฐกิจที่ดีต่อไป

สำหรับการลงพื้นที่ในจุดนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับประชาชนอย่างเป็นกันเองและยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งมีประชาชนได้บอกว่ารักนายกฯ พร้อมให้กำลังใจและขอให้นายกรัฐมนตรีสู้ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณ และตอบกลับว่า ต้องสู้อยู่แล้ว

People unity news online : post 25 ธันวาคม 2560 เวลา 12.20 น.

พรุ่งนี้นายกฯไป จ.กาฬสินธุ์ ติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล

People unity news online : พรุ่งนี้ วันที่ 13 ธันวาคม 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปตรวจราชการและเยี่ยมประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ตลอดจนการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะ และการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนโยบายต่างๆของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานร้อยเอ็ด เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังสนามกีฬากลางบ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นจะนั่งรถไถนา (รถอีแต๊ก) เพื่อไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตการทอผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมภูไท และจะเดินทางโดยรถยนต์ไปยังศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวา เฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อมอบเครื่องจักรกลการเกษตร และมอบโค-กระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร พร้อมพบปะประชาชน ก่อนที่จะเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน ต.ลงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงบ่าย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ และโครงการฝายลำพะยังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งอ่างเก็บน้ำฯ เพื่อปล่อยพันธุ์ปลา และปลูกต้นพะยอม ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังวิทยาลัยเทคนิคเขาวง เพื่อเป็นประธานการประชุมสรุปยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำของวันเดียวกัน

People unity news online : post 12 ธันวาคม 2560 เวลา 10.20 น.

“ประยุทธ์” สั่งฝ่ายความมั่นคงทำคดีพายิ่งลักษณ์หนีให้รอบคอบตามพยานหลักฐาน

People unity news online : นายกฯกำชับฝ่ายความมั่นคงทำคดีพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีให้รอบคอบพร้อมกับชี้แจงสังคม ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าปราบทุจริตอย่างจริงจัง ยกกรณีตรวจค้นบ้านอดีต ผอ.พศ. เป็นตัวอย่าง

วันนี้ (23 กันยายน 2560) พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการพร้อมรถยนต์ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการด้วยความรอบคอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และชี้แจงให้สังคมได้รับทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

“ส่วนจะเชื่อมโยงหรือขยายผลไปถึงอดีตนายตำรวจระดับสูงหรือบุคคลใดอีกหรือไม่ ก็จะต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน โดยรัฐบาลยืนยันถึงความโปร่งใสและไม่เคยเกี่ยวข้องกับการหลบหนีของนางสาวยิ่งลักษณ์ จึงขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่และกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งขอให้สังคมได้ติดตามตรวจสอบไปพร้อมกันด้วย”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดด้วยว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังและไม่เคยนิ่งนอนใจกับกรณีดังกล่าว โดยแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาชาติ (พศ.) แล้ว แต่หน่วยงานของรัฐก็ยังคงเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากล่าสุดที่มีการบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตผู้บริหารระดับสูงของ พศ. ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

“นายกฯให้ความสำคัญกับทั้ง 2 เรื่องเป็นอย่างมากโดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและมีความชัดเจนในทุกเรื่อง เพื่อให้สามารถอธิบายแก่สังคมให้เกิดความกระจ่างได้ พร้อมกับเน้นย้ำว่า รัฐบาลนี้ยึดมั่นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยหากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ไม่เฉพาะแต่ 2 เรื่องดังกล่าวข้างต้น ขอให้ส่งข้อมูลไปยังผู้ที่รับผิดชอบเพื่อให้ดำเนินการโดยเร่งด่วนและเด็ดขาดต่อไป”

People unity news online : post 23 กันยายน 2560 เวลา 23.20 น.

เผยกำหนดการนายกฯนำ ครม.ลงพื้นที่สุพรรณ-อยุธยา ประชุม ครม.สัญจร

People unity news online : นายกรัฐมนตรีเตรียมนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ภาคกลาง และประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี มีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 19 กันยายน 2560 พร้อมลงพื้นที่ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพบปะประชาชนและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคกลาง

สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี้ คณะรัฐมนตรีมีวาระพิจารณาแผนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์และทิศทางการพัฒนาภาคกลาง เพื่อเร่งรัดโครงการต่างๆให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในรอบเวลาที่กำหนดคือ พัฒนาภาคกลางสู่มหานครทันสมัยและเป็นฐานการเชื่อมโยงประเทศไทยสู่เส้นทางขนส่งสองฝั่งทะเล โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนาประกอบไปด้วย

1.พัฒนากรุงเทพฯ เป็นมหานครทันสมัยระดับโลกควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเมือง

2.พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและสร้างความเชื่อมโยงเพื่อกระจายการท่องเที่ยวทั่วทั้งภาค

3.ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

4.บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคงความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

5.เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย – ภาคกลาง – ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

และ 6.พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาคเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้ติดตามประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทิศทางการพัฒนาของภาคกลาง พร้อมทั้งโครงการตามแผนบูรณาการการส่งเสริมความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) โดยเฉพาะโครงการสำคัญขนาดใหญ่ในพื้นที่ด้วย

สำหรับประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำหนดการดังนี้

วันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2560 เวลาประมาณ 07.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางจากสนาม ฮ. พล.ม. 2 รอ. เขตพญาไท ไปยังจุดจอด ฮ. ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปสักการะหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์วรวิหาร และพบปะประชาชน พร้อมตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังโรงเรียนเกษตรกรชาวนา สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกษตรกรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี ข้าวนาแปลงใหญ่ ศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และโครงการ 9101 โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนักเรียนชาวนาและชาวสุพรรณบุรี ณ โรงเรียนเกษตรชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี

ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีเดินทางโดย ฮ. จากศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ไปยังจุดจอด ฮ. สำนักงานเทศบาลตำบลสามกอ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางต่อไปยังหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านแพน อำเภอเสนา เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการทุ่งรับน้ำ “โครงการเปิดน้ำเข้านา – ปล่อยปลาเข้าทุ่ง” และเปิดประตูระบายน้ำบ้านแพนเข้านา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปโครงการทำนาเหลื่อมปีและโครงการขุดดินแลกน้ำ และพบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ จากนั้นเวลาประมาณ 16.30 น. ณ โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายกรัฐมนตรีจะประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อมอบนโยบาย รับฟังการนำเสนอทิศทางการพัฒนาภาคกลาง และรับฟังโครงการสำคัญที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

วันอังคารที่ 19 กันยายน 2560 เวลาประมาณ 07.00 น. นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และชาวอยุธยาร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ พร้อมเยี่ยมชมตลาดกรุงศรี และนั่งรถรางเยี่ยมชมมรดกโลก (กิจกรรมเผยแพร่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว) ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากนั้น เวลา 09.00 น. โดยประมาณ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2560 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการพบปะประชาชน ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา และเวลาประมาณ 17.10 น. นายกรัฐมนตรีออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร จากจุดจอด ฮ. สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังสนาม ฮ. พล. ม  2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

People unity news online : post 15 กันยายน 2560 เวลา 22.30 น.

กลุ่ม “เบญจรงคกุล” และสมาคมการค้าไทย-จีน มอบเงินบริจาคแก่นายกรัฐมนตรี

People unity news online : เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี รับมอบเงินบริจาคจาก นายวิชัย เบญจรงคกุล ประธานบริหารบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด พร้อม นางจุฑามาศ เบญจรงคกุล จำนวน 2,000,000 บาท และ นาย Zhuang jia ประธานสมาคมการค้าไทย-จีน และคณะ จำนวน 1,500,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 3,500,000 บาท เพื่อสบทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบสาธารณภัยต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนเงินช่วยเหลือฯได้มีการนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในด้านต่างๆ ได้แก่ ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต 37 ราย ค่าประกอบอาหารเลี้ยง และถุงยังชีพ ปัจจุบันกองทุนฯมียอดเงินคงเหลือจำนวน 705,854,795.98 บาท

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมประธานบริหารบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด รวมทั้งประธานสมาคมการค้าไทย-จีน และคณะ ที่ได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ ทั้งนี้ไม่ว่าคนไทยจะอยู่ในที่ใดของประเทศหรือต่างประเทศ และคนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยไม่ว่าจะเชื้อชาติใด รวมถึงคนจีนก็ล้วนแสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆในประเทศไทยอยู่เสมอ รวมทั้งการร่วมบริจาคเงินสบทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วย ซึ่งประเทศไทยและจีนถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด พร้อมกล่าวว่าจะนำเงินที่ได้รับบริจาคดังกล่าวไปบริหารจัดการและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้ดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงตามศักยภาพของแต่ละกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจ เอกชน ภาคประชาชน SMEs รวมถึงประชาชนในระดับฐานราก โดยขอให้ทุกคนได้นึกถึงและสร้างโอกาสให้กับคนที่มีรายได้น้อยหรือคนระดับฐานรากได้มีโอกาสเติบโตอย่างเข้มแข็ง ให้สามารถมีอาชีพ รายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ในส่วนของรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมถึงมิตรประเทศต่างๆ เพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนประชาคมโลก และประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งขอให้ทุกคนได้น้อมนำพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

People unity news online : post 14 กันยายน 2560 เวลา 22.30 น.

นายกฯแจกหนังสือ “The SPEED of Trust” ให้ ครม.ปลุกกำลังใจทำงาน

People unity news online : ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 16.00 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า วันนี้ตนได้แจกหนังสือ 1 เล่มให้ ครม.ไปอ่านกันชื่อว่า The SPEED of Trust เป็นหนังสือเกี่ยวกับการสร้างความไว้วางใจ คนเขียนเป็นคนมีชื่อเสียงของโลกเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ กระบวนการปรับทัศนคติที่จะทำให้คนมีกำลังใจในการทำงาน มีการสร้างการปลุกจิตสำนึกให้กับตัวเองและองค์กร ซึ่งตนพยายามจะขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้มาตลอดรวมถึงตัวเองด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ผมก็ศึกษาอ่านและทำความเข้าใจ อะไรที่ผมต้องปรับแก้กับตัวเองได้ เช่น อารมณ์ร้อน พูดจาไม่เพราะ ผมก็พยายามปรับของผมไปเรื่อย แต่ท่านก็ต้องเห็นใจผมด้วยเพราะผมก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม อาจจะไม่ค่อยน่ารักเท่าไร แต่ผมก็ทำงานเต็มที่ เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ของผม”

People unity news online : post 14 กันยายน 2560 เวลา 22.00 น.

เลขา สมช.เผยความรุนแรงภาคใต้ลดลง-เตรียมเสนอซ่อมกล้อง CCTV ทั่ว 3 จว.ชายแดนใต้

People unity news online : เมื่อวานนี้ (2 สิงหาคม 2560) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (เดิม) ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 2/2560 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง และในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลทั้ง 13 คน ในฐานะกรรมการ คปต. เข้าร่วมประชุมด้วย

รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวต่อที่ประชุม คปต. ว่า การใช้เครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อมุ่งป้องกัน และขจัดเงื่อนไขภัยคุกคามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องเร่งจัดระบบให้มีกรอบการจัดหา และการบำรุงรักษาให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเหล่าทัพและ กอ.รมน. เร่งจัดทำและปรับปรุงแผนงานที่เกี่ยวข้องให้สมบูรณ์ ทันสมัย เพื่อนำเสนอ คปต. พิจารณาต่อไป

ขณะที่การใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความก้าวหน้าไปเป็นลำดับ โดยมอบหมายให้ กอ.รมน. และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำรายละเอียดของแผนการซ่อมบำรุงกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ และพิจารณาจัดทำแผน/ โครงการที่สำคัญเร่งด่วน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนฯ เพื่อนำเสนอ คปต. พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ส่วนแผนการเสริมสร้างกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2560 – 2564 ซึ่ง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองอย่างมีประสิทธิภาพ นั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ สมช. ไปพิจารณาทบทวนแผนงานโครงการที่หน่วยดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์สอดคล้องกับแผนดังกล่าว รวมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบริเริ่มจัดทำแผนงานโครงการใหม่ๆภายใต้แผนงานฯดังกล่าว ทั้งนี้ งานเสริมสร้างกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ รวมถึงการจัดกำลังทหารพรานเป็นกำลังรับผิดชอบหลักในพื้นที่เสริมสร้างความมั่นคงและพื้นที่เศรษฐกิจให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ตลอดจนให้จัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และดูแลพื้นที่ภายในให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุม คปต. ได้รับทราบเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรอบ 9 เดือน ที่ผ่านมา สรุปว่า เหตุการณ์รุนแรงลดลงมาโดยลำดับ เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันในปีที่แล้ว รวมทั้ง ได้มีวาระติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามมติ คปต. หรือข้อสั่งการประธาน คปต. ได้แก่ การพัฒนาระบบประสานงานด้านการข่าว มาตรการเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยพื้นที่โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และการใช้ประโยชน์จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งรัดซ่อมบำรุงกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชำรุดให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบกรอบแผนซ่อมบำรุงกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เสนอ โดยแผนซ่อมบำรุงกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ดังกล่าวเป็นแผนซ่อมบำรุงที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อเฝ้าระวังป้องการก่อเหตุร้ายเชิงรุกก่อนที่จะมีการก่อเหตุขึ้น

อีกทั้ง ที่ประชุม คปต.ได้เห็นชอบร่างแผนการเสริมสร้างกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2560 – 2564 ตามที่ กอ.รมน. เสนอ ซึ่งเป็นกรอบแผนดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจความมั่นคงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักระดับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น รวมทั้งได้เห็นชอบการขออนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพิ่มเติมของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และเห็นชอบโครงการสานฝันกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนในพื้นที่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน

People unity news online : post 3 สิงหาคม 2560 เวลา 22.30 น.

Verified by ExactMetrics