วันที่ 23 กรกฎาคม 2026

ทรัมป์-เซเลนสกี ปะทะคารมเดือด ปิดดีลสันติภาพยูเครนไม่ลง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 1 มีนาคม 2568 การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ที่ทำเนียบขาวครั้งแรก กลายเป็นเวทีแลกวาทะเผ็ดร้อนของสองผู้นำ และไม่สามารถปิดดีลข้อตกลงที่หลายฝ่ายกำลังจับตามอง

ในส่วนหนึ่งของบนสนทนาที่กลายเป็นการถกเถียงและแข่งกันพูด ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกีว่า “คุณกำลังเดิมพันกับชีวิตคนเป็นล้าน คุณกำลังเดิมพันกับสงครามโลกครั้งที่สาม”

วาระที่เป็นที่จับตามองของการหารือทวิภาคีครั้งนี้ คือการลงนามในข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าถึงทรัพยากรสินแร่ในยูเครนและรายละเอียดที่จะตามมา เพื่อยังผลสู่การสิ้นสุดสงครามกับรัสเซียที่ดำเนินมาสามปีและการฟื้นฟูประเทศหลังจากนั้น

หลังการพบกัน ทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า ข้อไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ ในวันนี้

“ผมแน่ใจว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีไม่พร้อมสำหรับสันติภาพ หากอเมริกาเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะเขารู้สึกว่าการมีส่วนร่วมของพวกเรามอบความได้เปรียบอย่างใหญ่หลวงให้เขาในการเจรจา”

“เขา (เซเลนสกี) ไม่เคารพสหรัฐอเมริกาในห้องทำงานรูปไข่อันทรงเกียรติ เขาสามารถกลับมาเมื่อเขาพร้อมสำหรับสันติภาพ” ทรัมป์เขียนในโพสต์

การหารือที่ทำเนียบขาวที่มีเซเลนสกี ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ นั่งอยู่ด้วย ดำเนินไปท่ามกลางสื่อสหรัฐฯ และยูเครนหลายสิบคนบันทึกภาพและเสียง

การพูดคุยดำเนินไปได้ 40 นาที ก่อนกลายเป็นการถกเถียงและต่างฝ่ายต่างพยายามจะพูด เมื่อเซเลนสกีพูดถึงการที่รัสเซียรุกรานคาบสมุทรไครเมียเมื่อปี 2014 จนแวนซ์ที่นั่งอยู่ กล่าวต่อเซเลนสกีทันทีว่าเขากำลัง “เดินสายโฆษณาชวนเชื่อ”

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้นำยูเครนว่า “ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เคารพกัน ที่คุณพยายามโต้เถียงเรื่องนี้ต่อหน้าสื่ออเมริกัน”

ทั้งผู้นำและรองผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเซเลนสกีไม่ซาบซึ้งต่อความช่วยเหลือที่รัฐบาลวอชิงตันมอบให้กับยูเครนมาโดยตลอด

“ผมจะบอกคุณอย่างหนึ่ง คุณไม่มีไพ่ (หาก) มีเรา คุณมีไพ่ หากไม่มีเรา คุณไม่มีไพ่เลย” ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกีที่พยายามจะขอพูด

เซเลนสกีออกจากทำเนียบขาวโดยไม่เข้าร่วมการแถลงข่าวร่วมตามกำหนดการที่มีอยู่เดิม

ในเวลาต่อมา เซเลนสกีโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “ขอบคุณอเมริกา ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากคุณ ขอบคุณสำหรับการเยือนครั้งนี้ ขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ คองเกรส และประชาชนอเมริกัน ยูเครนต้องการสันติภาพที่ถาวรและเป็นธรรม และเรากำลังทำหน้าที่เพื่อสิ่งนั้น”

ดีลสินแร่ที่ยังปิดไม่ลง

ช่วงหนึ่งของการพูดคุย ทรัมป์กล่าวกับผู้นำยูเครนที่อยู่ในอาการอึดอัดว่า “พวกเรามีสิ่งที่เป็นข้อตกลงที่แฟร์มาก และเรารอคอยที่จะเข้าไปและขุด ขุด ขุด และทำงานเอาแร่หายาก”

โดยสรุป ข้อตกลงเรื่องสินแร่จะให้สิทธิสหรัฐฯ เข้าถึงแหล่งแร่ที่มีอยู่มหาศาลในยูเครน และจะมีกองทุนร่วมกันในการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามยุติ ซึ่งหนึ่งในทุนรอนจะหักมาจากรายได้ครึ่งหนึ่งที่ยูเครนได้จากสัมปทานเข้าถึงสินแร่และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ

ส่วนหนึ่งของข้อตกลงระบุว่าสหรัฐฯ จะคงไว้ซึ่ง “พันธกรณีทางด้านการเงินในระยะยาว เพื่อการพัฒนาเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของยูเครน”

ทว่า ไม่มีส่วนใดที่ระบุอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปการันตีความปลอดภัยของยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย นอกจากจุดที่เขียนว่า “รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาสนับสนุนความพยายามของยูเครนในการได้รับการันตีความปลอดภัยอันจำเป็นต่อการสร้างสันติภาพอันคงทนถาวร”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มองว่าดีลสินแร่ถือเป็นการรับประกันความปลอดภัยของยูเครนแบบหนึ่ง ในแง่ที่สหรัฐฯ จะมีบทบาทสนับสนุนกองกำลังรักษาสันติภาพของยุโรปในยูเครนหลังสงครามสิ้นสุด ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ระบุกับผู้นำอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ เมื่อพฤหัสบดีว่า “ผมไม่ชอบที่จะคุยเรื่องการรักษาสันติภาพจนกว่าเราจะมีดีล”

ที่มา: วีโอเอ รอยเตอร์

Advertisement

โพลชี้ อเมริกันชนหนุน ‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ น้อยลง หลังกระทบเศรษฐกิจ

People Unity News : 1 มิถุนายน 2565 ผลสำรวจจากสำนักข่าวเอพี-ศูนย์วิจัยกิจการสาธารณะนอร์ก เมื่อไม่นานนี้ เปิดเผยว่าชาวอเมริกันที่สนับสนุนการลงโทษรัสเซีย กรณีความขัดแย้งกับยูเครน มีจำนวนน้อยลง หากการลงโทษดังกล่าวกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้ความสำคัญต่อการคว่ำบาตร โดยปัจจุบันผู้ใหญ่สหรัฐฯ ร้อยละ 45 กล่าวว่าความสำคัญอันดับแรกของประเทศควรเป็นการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ขณะร้อยละ 51 ระบุว่าการคว่ำบาตรควรจำกัดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ เทียบกับเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งผู้เข้าร่วมสำรวจร้อยละ 55 กล่าวว่าการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดควรเป็นความสำคัญอันดับแรกของประเทศ

รายงานระบุว่าความคิดเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนว่าราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังกระทบต่อหลายครัวเรือนในสหรัฐฯ หลังการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ได้สร้างความตึงเครียดด้านการเงินแก่ประชาชนหลายล้านคน

Advertisement

 

นายกฯ แพทองธาร ให้ทูตฯ ประเมินสถานการณ์ภัยสงคราม หากต้องเตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอล

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 2 ตุลาคม 2567 นายกฯ แพทองธาร ให้ทูตฯ ประเมินสถานการณ์ภัยสงคราม หากต้องเตรียมพร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอล ขอให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา ส่วนพื้นที่สู้รบให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที

วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงคนไทยในอิสราเอล จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และเพื่อหลีกเลี่ยงจากผลกระทบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยขอให้กระทรวงต่างประเทศและสถานทูตของไทยที่อยู่ใกล้ที่สุด จำเป็นต้องให้ข้อมูลกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หากพบว่าอยู่ในระดับที่เสี่ยงเกินไป ก็ขอให้รีบแจ้งให้คนไทยออกจากพื้นที่ในทันที พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนว่า เมื่อช่วงกลางคืนของวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567 ว่ากองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศให้พื้นที่เมืองเมตูลา (Metula) มิซกาฟ อัม (Misgav Am) และ คฟาร์ กิลอาดี (Kfar Giladi) บริเวณทางตอนเหนือของอิสราเอล ติดพื้นที่ชายแดนเลบานอน ให้เป็นเขตปิดทางทหาร (closed military zone) โดยเป็นเขตห้ามทำงานและอาศัย โดยแจ้งว่า หากมีคนไทยยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที และเช้านี้ก็ยังเฝ้า ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

ทั้งนี้คนไทย สามารถขอรับความช่วยเหลือเพื่อย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว ได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสามารถติดต่อได้ตามช่องทาง หมายเลขโทรศัพท์ ฝ่ายกงสุล +972 546368150, +972 503673195 ฝ่ายแรงงาน + 972 9-954-8431, +972 54-469-3476 และไอดีไลน์ 0544693476

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ให้สถานเอกอัครราชทูตตัดสินใจประกาศเตือน ในแต่ละระดับความสำคัญ และให้เตรียมความพร้อมอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยทันที หากสถานการณ์มีโอกาสจะไปถึงขั้นวิกฤต”

นายจิรายุ กล่าวอีกว่าหากคนไทยต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ตามช่องทางการติดต่อข้างต้น เพื่อเข้าทำการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกต่อไป

Advertisement

เกาหลีเหนือประกาศส่งอาวุธและกำลังพลไปประชิดเกาหลีใต้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 23 พฤศจิกายน 2566 โซล – เกาหลีเหนือเผยจะส่งอาวุธใหม่ ๆ และกำลังพลที่แข็งแกร่งขึ้นไปยังชายแดนด้านติดกับเกาหลีใต้ ขณะที่เกาหลีใต้เผยว่า เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียทำให้ส่งดาวเทียมจารกรรมทางทหารเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ

สำนักข่าวกลางเกาหลีหรือเคซีเอ็นเอ (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือว่า การที่เกาหลีใต้ระงับข้อตกลงทางทหารบางส่วนที่ทำไว้กับเกาหลีเหนือเมื่อ 5 ปีก่อน และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจตราและสอดแนมบริเวณชายแดนโดยทันที ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความยั้งคิด ดังนั้นเกาหลีเหนือจะระงับข้อตกลงดังกล่าวทั้งหมดโดยจะไม่ปฏิบัติตามอีกต่อไป และจะเสริมความมั่นคงชายแดนโดยทันที ด้วยการเพิ่มกำลังพลทรงอานุภาพมากขึ้นและยุทโธปกรณ์ประเภทใหม่ ๆ ตามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารที่แบ่ง 2 เกาหลี

ด้านสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การปล่อยดาวเทียมมันลียง-อิล (Malligyong-1) ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนประสบความสำเร็จ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า ดาวเทียมทำงานได้จริง ตามที่เกาหลีเหนืออ้างว่า ดาวเทียมได้ส่งภาพถ่ายฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวม หน่วยข่าวกรองระบุว่า หลังจากที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางไปพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเดือนกันยายน เกาหลีเหนือได้ส่งพิมพ์เขียวและข้อมูลการปล่อยดาวเทียม 2 ครั้งแรกที่ล้มเหลวไปในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคมไปให้รัสเซีย จากนั้นรัสเซียได้วิเคราะห์และส่งคำแนะนำกลับไปให้เกาหลีเหนือ ทำให้เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียมจารกรรมสำเร็จ

Advertisement

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางด้วยรถไฟ ถึงรัสเซียแล้ว

People Unity News : 12 กันยายน 2566 มอสโก – สำนักข่าวเรีย โนวอสติ ของทางการรัสเซียรายงานวันนี้ว่า รถไฟขบวนที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปด้วยนั้น เข้าประเทศรัสเซียแล้ว

เรีย โนวอสติ รายงานว่า รถไฟเดินทางข้ามชายแดนจากเกาหลีเหนือไปยังแคว้นพริมอร์สกี้ของรัสเซียแล้ว โดยภาพถ่ายแสดงให้เห็นขบวนรถไฟสีเขียวเข้มถูกลากไปตามรางโดยหัวรถจักรของการรถไฟรัสเซีย เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่า ขบวนรถไฟของนายคิม จะเข้าประเทศรัสเซียในวันนี้

สื่อของทางการรัสเซียรายงานว่า นายคิม จะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในสัปดาห์นี้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียน่าจะขอจัดซื้อกระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธต่อต้านรถถังจากเกาหลีเหนือ ซึ่งต้องการเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านดาวเทียมและเรือด้ำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นการตอบแทน ขณะนี้นายปูตินอยู่ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เพื่อข้าร่วมการประชุมประจำปีด้านเศรษฐกิจ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือจะหารือกันในประเด็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนที่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือประกาศอย่างเปิดเผย และจะไม่สนต่อคำเตือนใด ๆ ของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐกล่าวว่า เกาหลีเหนือจะต้องชดใช้หากจัดหาอาวุธให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในการรบกับยูเครน

Advertisement

ศาลสหรัฐตัดสิน “ทรัมป์” มีความผิดคดีจ่ายเงินปิดปาก แต่ไม่ต้องรับโทษ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 12 มกราคม 2568 วอชิงตัน วานนี้ (11 ม.ค.) – ศาลในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐไม่ได้กำหนดบทลงโทษใด ๆ ต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ถูกคณะลูกขุนวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่า เขามีความผิดในคดีจ่ายเงินปิดปาก ซึ่งเป็นคำตัดสินก่อนหน้าที่เขาจะเข้าพิธีสาบานตนกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในวันที่ 20 มกราคมนี้

ผู้พิพากษาฮวน เมอร์ชาน ตัดสินให้ปล่อยตัวนายทรัมป์ วัย 78 ปีอย่างไม่มีเงื่อนไขแม้ว่าเขาจะถูกระบุว่ามีความผิดในข้อกล่าวหาที่ว่า ปลอมแปลงเอกสารบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดการจ่ายเงินเพื่อปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่มิให้แฉเรื่องราวการมีความสัมพันธ์ชู้สาวก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้รับโทษใด ๆ แต่ไม่ได้ลบล้างคำวินิจฉัยของคณะลูกขุนที่ว่าเขามีความผิดจริงได้

ผู้พิพากษาเมอร์ชาน กล่าวว่า ที่เขาตัดสินไม่ลงโทษจำคุก ปรับ หรือ รอลงอาญา นายทรัมป์ ก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญปกป้องประธานาธิบดีมิให้ถูกดำเนินคดีอาญา ในระหว่างการพิจารณาของศาลเมื่อวานนี้ นายทรัมป์กล่าวย้ำหลายครั้งว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ  และประกาศจะอุทธรณ์คำตัดสินที่ว่าเขากระทำบความผิด ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมนี้ นายทรัมป์ จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่กล่าวสาบานตนโดยมีประวัติก่อคดีอาญาติดตัว

สำหรับคดีเรื่องเงินปิดปากนี้เกี่ยวข้องกับกรณีการปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดเรื่องที่ นายทรัมป์ เคยให้เงินนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายส่วนตัว จำนวน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อไปจ่ายปิดปาก สตอร์มมี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ ไม่ให้เธอออกมาแฉสัมพันธ์ชู้สาวในช่วงก่อนศึกเลือกตั้งปี 2016

Advertisement

 

สีจิ้นผิง-ปูติน อวยความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย ปกป้องสันติภาพ สร้างสรรค์โลก

People unity news online : สำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ต่างส่งข้อความแสดงความยินดีกับการประชุมกลไกการสานเสวนาระหว่างภาคีครั้งที่ 6 และการประชุมระหว่างพรรคจีน-รัสเซียครั้งที่ 5 ซึ่งการประชุมทั้งสองนั้นได้ถูกจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มี.ค.2017) ณ เมืองคาซาน  ประเทศรัสเซีย

สีจิ้นผิงได้กล่าวว่า จีนและรัสเซียควรสานต่อมิตรภาพที่ยั่งยืนของพวกเขาและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมของการประสานงานระหว่างทั้งสองประเทศ

“พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (UR) ต่างรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในเชิงบวก เสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงช่วยปกป้องสันติภาพและการพัฒนาของโลกมาโดยตลอด” ประธานาธิบดีของจีนกล่าว

“หลังจากผ่านพ้นการพัฒนามาเกือบ 10 ปี กลไกการสานเสวนาระหว่างภาคีจีน-รัสเซียและการประชุมระหว่างพรรคจีน-รัสเซียได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างทั้งสองฝ่าย” สีจิ้นผิงกล่าว

ด้านปูตินก็ได้กล่าวว่า รัสเซียและจีนได้พัฒนาความสัมพันธ์มาจนบรรลุระดับสูงอันเป็นประวัติการณ์ และได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำคัญ

People unity news online : post 25 มีนาคม 2560 เวลา 10.21 น.

ปลดประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ

People Unity News : 4 ตุลาคม 2566 วอชิงตัน – นายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรครีพับลิกันถูกสภาลงมติปลดออกจากตำแหน่งแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ

การลงมติปลดนายแมคคาร์ธีมีขึ้นหลังจากที่นายแมทธิว เกตซ์ ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ยื่นญัตติต่อสภาโดยให้เหตุผลว่า นายแมคคาร์ธีสูญเสียการสนับสนุนจากพรรคให้ทำหน้าที่แล้ว โดยในการลงมติครั้งนี้มีเสียงสนับสนุนให้ปลดนายแมคคาร์ธี 216 ต่อ 210 เสียง เป็นเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เดโมแครต 208 เสียงและ ส.ส.รีพับลิกัน 8 เสียง

สาเหตุของความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันมาจากความไม่พอใจนายแมคคาร์ธีซึ่งยอมอ่อนข้อให้พรรคเดโมแครตโดยเฉพาะการผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สหรัฐรอดจากการปิดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลกลางหรือกัฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์ (government shutdown) ไปอย่างฉิวเฉียด

Advertisement

สีจิ้นผิงเตรียมเข้าร่วมประชุม G20 ในอินโดฯ และ APEC ในไทย

People Unity News : 12 พฤศจิกายน 2565 เมื่อวันศุกร์ (11 พ.ย.) ฮว่าชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะเดินทางเยือนเกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 14-17 พ.ย. ตามคำเชิญของโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

ต่อจากนั้นประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะเดินทางเยือนกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก) และเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. ตามคำเชิญของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย

อนึ่ง ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะเข้าร่วมการหารือระดับทวิภาคีกับเหล่าผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากี ซาล ประธานาธิบดีเซเนกัล และอัลแบร์โต เฟอร์นันเดซ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ระหว่างการเดินทางข้างต้นด้วย

Advertisement

“ปูติน” เตือนจะโจมตีเป้าหมายใหม่ ถ้าตะวันตกให้จรวดพิสัยไกลแก่ยูเครน

ไฮไลท์การเมือง : 6 มิถุนายน 2565 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เตือนว่า รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยโจมตีมาก่อน หากชาติตะวันตกจัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นให้แก่ยูเครน

สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์รอสสิยา-1 ของทางการที่ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ว่า หากชาติตะวันตกเริ่มจัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นให้แก่ยูเครน รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยโจมตีมาก่อน แต่ไม่ได้ระบุเป้าหมายดังกล่าวอย่างชัดเจน และว่าการที่สหรัฐและบางประเทศจะจัดส่งเครื่องยิงจรวดล้ำสมัยให้แก่ยูเครนจะไม่ทำให้การสู้รบในสมรภูมิเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐาน เพราะเป็นเพียงการชดเชยเครื่องยิงที่ยูเครนสูญเสียไป และยืดเวลาการสู้รบออกไปเท่านั้น

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า สหรัฐจะจัดส่งเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรที่มีความแม่นยำสูงให้แก่ยูเครน ตามที่ยูเครนรับปากว่าจะไม่นำไปใช้โจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซีย ก่อนหน้านี้ยูเครนแจ้งว่า ต้องการเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรอย่างเอ็ม 270 (M270) และเอ็ม 142 (M142) สำหรับโจมตีกำลังพลและคลังแสงที่อยู่ท้ายขบวนกองกำลังรัสเซีย

Advertisement

Verified by ExactMetrics