วันที่ 27 กรกฎาคม 2026

เฟสบุ๊ค เตรียมเปิดตัวระบบใหม่ควบคุมการใช้งานที่มากเกินไปของกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

People Unity News : 14 ตุลาคม 2564 เฟสบุ๊ค เตรียมเปิดตัวระบบใหม่สำหรับแพลตฟอร์มต่างๆของตน ที่มีจุดประสงค์ในการควบคุมการใช้งานที่มากเกินไป เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและสภาพความเป็นอยู่ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

หลังจากประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่าบริษัทตัดสินใจระงับโครงการอินสตาแกรมสำหรับเด็กไว้ก่อน เฟสบุ๊ค เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวระบบควบคุมใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกสำหรับบรรดาผู้ปกครองที่จะใช้ในการควบคุมการใช้ทั้ง เฟสบุ๊ค และอินสตาแกรม ในกลุ่มบุตรหลานของตน

นิค เคล็กก์ รองประธานเฟสบุ๊ค ด้านกิจการต่างประเทศ แย้มความถึงระบบควบคุมใหม่นี้แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ระหว่างออกเดินสายให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN และ ABC ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับระบบอัลกอริทึมของเฟสบุ๊ค และข้อกล่าวหาที่ว่า ระบบดังกล่าวมีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ให้กับประชาชนก่อนเกิดเหตุการณ์จลาจลที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 มกราคม

เคล็กก์ บอกกับ CNN ว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่า บริษัทไม่ได้มีอำนาจวิเศษใดๆ ที่จะทำให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบได้ โดยสิ่งที่ทำได้คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหลายให้มีความปลอดภัยและให้ผู้ใช้งานรู้สนุกเพลิดเพลินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผู้บริหารเฟสบุ๊ครายนี้เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนเม็ดเงินถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้แพลตฟอร์มต่างๆของตนมีความปลอดภัย ทั้งยังจ้างพนักงานถึง 40,000 คนเพื่อคอยดูและตรวจสอบงานด้านนี้

การออกเดินสายให้สัมภาษณ์ของเฟสบุ๊คครั้งล่าสุดนี้มีขึ้น หลังอดีตลูกจ้างบริษัทผู้พัฒนาและให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ชั้นนำแห่งนี้ กล่าวหาว่า เฟสบุ๊ค มุ่งเน้นแต่กำไรมากกว่าความปลอดภัยของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆของตน ระหว่างการขึ้นให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาสหรัฐฯในประเด็นดังกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

จอช โกลิน ผู้อำนวยการของ Fairplay ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิของเด็ก ให้ความเห็นว่า ระบบควบคุมใหม่ๆที่ เฟสบุ๊ค มีแผนจะเปิดตัวนั้นไม่น่าจะมีประสิทธิภาพดังหวัง เพราะเด็กๆสมัยนี้ต่างสร้างบัญชีใช้งานที่เป็นความลับไม่ให้ผู้ปกครองทราบอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า ผู้ใหญ่จะไม่มีโอกาสได้ใช้งานระบบใหม่ๆที่ว่านี้ได้ตามจุดประสงค์

Advertising

แฉ “ทรัมป์” ออกรอบตีกอล์ฟตามปกติ หลังสั่งยิงจรวดมิสไซล์ถล่มซีเรีย

People unity news online : 10 เมษายน 2560 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกรอบตีกอล์ฟในวันอาทิตย์เป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่สนามกอล์ฟของตนเองในรัฐฟลอริด้า หลังจากเพิ่งเสร็จสิ้นการพบหารือกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง และคำสั่งให้ยิงจรวดมิสไซล์โจมตีซีเรียเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวต่างปิดปากเงียบเกี่ยวกับกิจกรรมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการออกรอบตีกอล์ฟสองครั้งที่สนามกอล์ฟ Trump International Golf Club และการสนทนาทางโทรศัพท์ราว 45 นาทีกับนายกฯญี่ปุ่น ชินโซ่ อาเบะ

นายกฯอาเบะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนและประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเกาหลีเหนือและซีเรีย หลังจากที่เรือรบของสหรัฐฯได้ยิงจรวดมิสไซล์หลายสิบลูกถล่มฐานทัพอากาศของซีเรียเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นฐานทัพที่ซีเรียใช้โจมตีด้วยอาวุธเคมีใส่บริเวณที่กลุ่มแข็งข้อต่อต้านครอบครองอยู่ เป็นผลให้มีประชาชนบริสุทธิ์ รวมทั้งเด็กๆ เสียชีวิตจำนวนมาก นายกฯอาเบะ ยังกล่าวด้วยว่า “ตนและประธานาธิบดีทรัมป์ ต่างเห็นพ้องกันถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อต้านทานภัยคุกคามจากจรวดขีปนาวุธและการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ”

ทางด้านทำเนียบขาวได้มีแถลงการณ์ออกมาในวันอาทิตย์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กล่าวขอบคุณนายกฯอาเบะ ที่สนับสนุนการโจมตีของสหรัฐฯใส่ซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผู้นำทั้งสองคนยังได้เห็นพ้องกันในการขยายความร่วมมือในหลายเรื่อง รวมทั้งการตอบโต้ภัยคุกคามจากกรุงเปียงยาง”

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม โดนัลด์ ทรัมป์ ออกรอบตีกอล์ฟแล้วในอัตราความถี่หนึ่งครั้งทุกๆ 5.3 วัน เมื่อเทียบกับอดีตประธานาธิบดีโอบาม่าที่ออกรอบเฉลี่ยทุก 8.8 วัน

โดยก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ คือผู้ที่กล่าวโจมตีโอบาม่าหลายครั้งว่า มัวแต่เล่นกอล์ฟโดยไม่สนใจเหตุบ้านการณ์เมือง

ถึงกระนั้น ระหว่างการออกรอบตีกอล์ฟในวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความออกมาจากในสนามกอล์ฟ ลงในบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดที่โบสถ์สองแห่งในอียิปต์ ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลามออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบ

ปธน.สหรัฐฯยังได้ทวีตแสดงความมั่นใจว่า ประธานาธิบดี เอล-ซิสซี่ ของอียิปต์ จะสามารถรับมือเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน (ข่าวจากเว็บไซต์ voathai.com)

People unity news online : post 10 เมษายน 2560 เวลา 23.53 น.

 

ปูตินส่งเรือติดขีปนาวุธความเร็ว ‘ไฮเปอร์โซนิก’ มุ่งหน้ามหาสมุทรแอตแลนติก

People Unity News : 5 มกราคม 2566 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียส่งเรือลาดตระเวณ ติดขีปนาวุธนำวิถีความเร็ว ‘ไฮเปอร์โซนิก’ รุ่นใหม่มุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแอตเเลนติก ในวันพุธซึ่งเป็นสัญญาณไปยังโลกตะวันตกว่า รัสเซียจะไม่ผ่อนท่าทีในสงครามยูเครน ตามรายงานของรอยเตอร์

ขณะนี้ รัสเซีย จีน และสหรัฐฯ กำลังเเข่งขันกันพัฒนาอาวุธความเร็ว ‘ไฮเปอร์โซนิก’ ซึ่งเร็วกว่าการเดินทางของเสียงอย่างน้อย 5 เท่า เพื่อความได้เปรียบทางทหาร

รอยเตอร์รายงานว่า ปูตินระบุถึงศักยภาพของอาวุธดังกล่าว ที่ติดไปกับเรือฟริเกตของรัสเซียชื่อ ‘Admiral of the Fleet of the Soviet Union Gorshkov’ ระหว่างการประชุมผ่านระบบวิดีโอกับรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เซอร์เก ชอยกู และอิกอร์ โครคห์มอล ผู้บัญชาการเรือลำดังกล่าว

โดยอาวุธ ‘ไฮเปอร์โซนิก’ นี้มีชื่อว่า ‘เซอร์คอน’ (Zircon) ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการอาวุธความเร็วสูงของรัสเซีย

ผู้นำรัสเซียกล่าวด้วยว่า “ผมมั่นใจว่า อาวุธที่มีอานุภาพขนาดนี้จะสามารถปกป้องรัสเซียอย่างหวังผลได้ หากมีภัยคุกคามภายนอกเกิดขึ้น”

ปูตินระบุอีกว่า อาวุธดังกล่าวยังไม่มีประเทศใดสามารถเทียบชั้นกับรัสเซียได้

ทั้งนี้ ในยูเครนรัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็ว ‘ไฮเปอร์โซนิก’ อีกชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่าคินซอล (Kinzhal)

รัฐมนตรีชอยกู กล่าวว่า เรือฟริเกต Gorshkov จะเดินทางไปยังมหาสมุทรแอตเเลนติกและมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีภารกิจหลักคือต้านภัยคุกคามต่อรัสเซีย และรักษา “สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคร่วมกับมิตรประเทศ”

ชอยกูกล่าวว่า ขีปนาวุธ ‘เซอร์คอน’ มีความเร็วสูงถึง 9 เท่าของเสียง และยิงได้ไกลว่า 1,000 กิโลเมตร

รายงานของหน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ U.S. Congressional Research Service ระบุว่า ขีปนาวุธ ‘ไฮเปอร์โซนิก’ ของรัสเซียกับจีนถูกออกเเบบมาเพื่อใช้กับหัวรบนิวเคลียร์

เนื่องจากมีความเร็วและศักยภาพในการหลบหลีกสูง จึงเป็นการยากที่จะยิงสกัดจรวด ‘ไฮเปอร์โซนิก’

ประเทศอื่น ๆ ที่กำลังพัฒนาอาวุธชนิดเดียวกันนี้ ได้เเก่ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ และญี่ปุ่นตามข้อมูลของหน่วยงานวิจัยดังกล่าว

Advertisement

“ทรัมป์” กล่าวหา “ไบเดน” เป็นภัยต่อประชาธิปไตย ด้าน “ไบเดน” กล่าวหา “ทรัมป์” คบแต่เผด็จการ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 มีนาคม 2567 จอร์เจีย – โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวหาโจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันว่า เป็นภัยต่อประชาธิปไตย

ทรัมป์ วัย 77 ปี กล่าวในการหาเสียงที่รัฐจอร์เจียเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า เมื่อไม่กี่คืนก่อนทุกคนได้ฟังการปราศรัยแถลงผลงานและนโยบายประจำต่อรัฐสภาหรือสเตทออฟเดอะยูเนียน (State of the Union) ของไบเดนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลียด ไบเดนเป็นภัยต่อประชาธิปไตยจากการที่นำรัฐบาล สำนักสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ และกระทรวงยุติธรรมมาใช้เป็นอาวุธ เป็นคนที่ไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง ปราศรัยสุนทรพจน์ที่ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและสุดโต่งอย่างที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดทำมาก่อน

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ประธานาธิบดี ไบเดน วัย 81 ปี เพิ่งกล่าวขอโทษทางโทรทัศน์ในเรื่องที่เรียกฆาตกรที่ฆ่านักศึกษาพยาบาลวัย 22 ปี ในรัฐจอร์เจียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า เป็นผู้ลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และคิดว่าควรเรียกว่าผู้ลอบเข้าเมืองไร้เอกสาร ทรัมป์กล่าวว่า ไบเดนควรขอโทษที่ไปขอโทษฆาตกรมากกว่า

รัฐจอร์เจียมีคดีอาญาค้างคาเรื่องฟ้องร้องทรัมป์บ่อนทำลายการเลือกตั้งปี 2563 เป็นรัฐสมรภูมิ (Battleground State หรือ Swing State) ที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตมีโอกาสชนะเท่ากัน โดยในการเลือกตั้งปี 2563 ไบเดนคว้าชัยชนะในรัฐนี้ ทำให้ทรัมป์กล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี คาดว่าทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารนี้ พร้อมกับรัฐฮาวาย มิสซิสซิปปีและวอชิงตัน

ขณะที่ทางด้าน ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐหาเสียงกล่าวหาโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีว่า คบหาแต่ผู้นำเผด็จการ

ประธานาธิบดีไบเดน วัย 81 ปี ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ คืนเดียวกับที่ทรัมป์ขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองโรมในรัฐเดียวกัน ไบเดนกล่าวว่า ทรัมป์เพิ่งเลี้ยงต้อนรับนายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บานของฮังการีที่ไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย และยกย่องผู้นำฮังการีว่าเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ทรัมป์พยายามเอาใจบรรดาเผด็จการและอันธพาลเบ็ดเสร็จจากทั่วโลก เช่น บอกว่าคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเขียนจดหมายที่สละสลวยมาให้ เรียกประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนว่าเป็นกษัตริย์ บอกให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียทำอะไรก็ได้กับพันธมิตรของสหรัฐ

แต่ในระหว่างที่ไบเดนกำลังพูดอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ฟังตะโกนขึ้นหาว่าไบเดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวออกไป จากนั้นไบเดนได้หาเสียงต่อว่า เสรีภาพของสหรัฐขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ทรัมป์และกลุ่มเมกาในพรรครีพับลิกัน (MAGA เป็นคำขวัญหาเสียงที่ย่อมาจากคำว่า Make America Great Again) กำลังหาทางช่วงชิงเสรีภาพไป เขาเชื่อในชาวอเมริกันทุกคน และเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถเมื่อร่วมใจกัน ขอให้ทุกคนออกไปลงคะแนนเลือกตั้ง

Advertisement

“ปูติน” ประกาศไว้อาลัยเหตุกราดยิง

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 24 มีนาคม 2567 รัสเซีย – ผู้นำรัสเซีย แถลงเหตุกราดยิงที่งานคอนเสิร์ต จับมือปืนได้แล้ว 4 คน ชี้ทั้งหมดต้องถูกลงโทษ พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย แถลงผ่านโทรทัศน์ถึงชาวรัสเซียทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดยระบุว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีงานคอนเสิร์ตที่อาคาร ครอคัส ซิตี ฮอล ใกล้กรุงมอสโก ทั้งหมดจะถูกลงโทษ และเรียกการโจมตีงานคอนเสิร์ตที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานนี้ เป็นการก่อการร้ายที่ป่าเถื่อน ส่วนมือปืนทั้ง 4 คน ถูกจับได้แล้ว พร้อมระบุข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีกลุ่มคนในยูเครน เตรียมให้การช่วยเหลือกลุ่มมือปืนหลบหนีข้ามพรมแดนรัสเซียเข้าไปในยูเครน ผู้นำรัสเซีย ยังประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศในวันนี้ (24 มี.ค.) ตามวัน เวลาท้องถิ่น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 133 คน และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 140 คน

ด้านนายอังดรี ยูซอฟ โฆษกสำนักงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าววันเดียวกันว่า ยูเครนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในรัสเซีย และการกล่าวอ้างว่ายูเครนเกี่ยวข้อง ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ยูเครนต่อสู้และป้องกันอธิปไตยจากกองกำลังทหารรัสเซีย ไม่ได้ต่อสู้กับพลเรือน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายมิไคโล โพโดลยาค ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ได้โพสต์ข้อความในเอกซ์ หรือ ทวิตเตอร์เดิม ระบุว่า ทุกความพยายามที่เชื่อมโยงยูเครนให้เกี่ยวข้องกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นโดยสิ้นเชิง

Advertisement

เกาหลีเหนือประกาศส่งอาวุธและกำลังพลไปประชิดเกาหลีใต้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 23 พฤศจิกายน 2566 โซล – เกาหลีเหนือเผยจะส่งอาวุธใหม่ ๆ และกำลังพลที่แข็งแกร่งขึ้นไปยังชายแดนด้านติดกับเกาหลีใต้ ขณะที่เกาหลีใต้เผยว่า เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียทำให้ส่งดาวเทียมจารกรรมทางทหารเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ

สำนักข่าวกลางเกาหลีหรือเคซีเอ็นเอ (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือว่า การที่เกาหลีใต้ระงับข้อตกลงทางทหารบางส่วนที่ทำไว้กับเกาหลีเหนือเมื่อ 5 ปีก่อน และจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจตราและสอดแนมบริเวณชายแดนโดยทันที ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความยั้งคิด ดังนั้นเกาหลีเหนือจะระงับข้อตกลงดังกล่าวทั้งหมดโดยจะไม่ปฏิบัติตามอีกต่อไป และจะเสริมความมั่นคงชายแดนโดยทันที ด้วยการเพิ่มกำลังพลทรงอานุภาพมากขึ้นและยุทโธปกรณ์ประเภทใหม่ ๆ ตามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารที่แบ่ง 2 เกาหลี

ด้านสำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การปล่อยดาวเทียมมันลียง-อิล (Malligyong-1) ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนประสบความสำเร็จ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า ดาวเทียมทำงานได้จริง ตามที่เกาหลีเหนืออ้างว่า ดาวเทียมได้ส่งภาพถ่ายฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวม หน่วยข่าวกรองระบุว่า หลังจากที่นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางไปพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในเดือนกันยายน เกาหลีเหนือได้ส่งพิมพ์เขียวและข้อมูลการปล่อยดาวเทียม 2 ครั้งแรกที่ล้มเหลวไปในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคมไปให้รัสเซีย จากนั้นรัสเซียได้วิเคราะห์และส่งคำแนะนำกลับไปให้เกาหลีเหนือ ทำให้เกาหลีเหนือปล่อยดาวเทียมจารกรรมสำเร็จ

Advertisement

สรุปผลประชุม COP26 ไม่เกิดข้อตกลงใหญ่ ผู้นำประเทศยากจนกล่าวหาประเทศร่ำรวยเบี้ยวเงิน

People Unity News : สรุปผลประชุมสุดยอด COP26 ไม่เกิดข้อตกลงใหญ่ แต่บรรลุผลข้อตกลงย่อยลดก๊าซมีเทน-ยกเลิกตัดไม้

4 พ.ย.64 บรรดาผู้นำประเทศในแอฟริกาที่เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ กล่าววิพากษ์วิจารณ์ประเทศร่ำรวยว่าล้มเหลวในการปฏิบัติตามคำสัญญาที่ว่าจะมอบเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยประเทศยากจนรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ประเทศยากจนที่ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด ในขณะที่ประเทศรายได้สูงซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม G-20 มีปริมาณการปล่อยก๊าซที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจกรวมกันคิดเป็น 80% ของปริมาณทั่วโลก

เมื่อสองปีที่แล้ว ประเทศร่ำรวยให้สัญญาว่าจะมอบเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีให้แก่ประเทศยากจนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก แต่เป้าหมายในคำสัญญาดังกล่าวถูกเลื่อนไปเป็นปี ค.ศ. 2023 ในการประชุม COP26 ครั้งนี้

ประธานาธิบดีกาน่า นานา อัดโด ดังกวา อะคูโฟ-อัดโด กล่าวต่อที่ประชุม COP26 ในวันอังคาร แสดงความขุ่นเคืองและผิดหวังที่ประเทศพัฒนาแล้วเหล่านั้นผิดคำสัญญา

ในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำประเทศกว่า 100 คนตกลงกันว่าจะยุติการตัดไม้ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยมีการให้เงินอุดหนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนรวมเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ และมีการลงนามในคำสัญญาร่วมระหว่างสหรัฐฯ – สหภาพยุโรป ว่าด้วยการลดก๊าซมีเทนทั่วโลกลง 30% ภายในปี ค.ศ. 2030

อย่างไรก็ตาม จีนและรัสเซียซึ่งเป็นสองประเทศที่ปล่อยก๊าซมีเทนมากที่สุดในโลก มิได้ร่วมลงนามในคำสัญญาฉบับดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิผลที่แท้จริงของการประชุม COP26 ครั้งนี้ว่าจะช่วยนำไปสู่การควบคุมภาวะโลกร้อนได้จริงหรือไม่

เมื่อวันอังคาร นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน กล่าวแสดงความมั่นใจต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการประชุม ขณะที่บรรดาผู้จัดงานแสดงความหวังว่า แม้จะไม่เกิดข้อตกลงในเรื่องใหญ่ๆเกี่ยวกับการลดก๊าซที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจก แต่การประชุมครั้งนี้ก็ทำให้เกิดข้อตกลงย่อยๆ ที่มุ่งเป้าไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น การลดก๊าซมีเทน การยกเลิกการตัดไม้ทำลายป่า และการช่วยเหลือประเทศหมู่เกาะที่เปราะบางต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ การประชุมสุดยอด COP26 ของบรรดาผู้นำประเทศต่างๆได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่คณะทำงานของแต่ละประเทศจะยังคงร่วมหารือในวาระอื่นๆต่อไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

ที่มา VOA

Advertising

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางด้วยรถไฟ ถึงรัสเซียแล้ว

People Unity News : 12 กันยายน 2566 มอสโก – สำนักข่าวเรีย โนวอสติ ของทางการรัสเซียรายงานวันนี้ว่า รถไฟขบวนที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปด้วยนั้น เข้าประเทศรัสเซียแล้ว

เรีย โนวอสติ รายงานว่า รถไฟเดินทางข้ามชายแดนจากเกาหลีเหนือไปยังแคว้นพริมอร์สกี้ของรัสเซียแล้ว โดยภาพถ่ายแสดงให้เห็นขบวนรถไฟสีเขียวเข้มถูกลากไปตามรางโดยหัวรถจักรของการรถไฟรัสเซีย เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่า ขบวนรถไฟของนายคิม จะเข้าประเทศรัสเซียในวันนี้

สื่อของทางการรัสเซียรายงานว่า นายคิม จะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียในสัปดาห์นี้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียน่าจะขอจัดซื้อกระสุนปืนใหญ่และขีปนาวุธต่อต้านรถถังจากเกาหลีเหนือ ซึ่งต้องการเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านดาวเทียมและเรือด้ำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นการตอบแทน ขณะนี้นายปูตินอยู่ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เพื่อข้าร่วมการประชุมประจำปีด้านเศรษฐกิจ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือจะหารือกันในประเด็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนที่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือประกาศอย่างเปิดเผย และจะไม่สนต่อคำเตือนใด ๆ ของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐกล่าวว่า เกาหลีเหนือจะต้องชดใช้หากจัดหาอาวุธให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในการรบกับยูเครน

Advertisement

“ปูติน” ลั่นพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 13 มีนาคม 2567 มอสโก – ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเผยว่า รัสเซียยังคงอยู่ในภาวะพร้อมรบ และพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะทำสงครามนิวเคลียร์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งใดเร่งให้ต้องทำสงครามนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์รอสซียา-วัน (Rossiya-1) และสำนักข่าวเรีย (RIA) ตอบคำถามเรื่องรัสเซียพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์จริงหรือไม่ว่า เมื่อมองจากมุมมองด้านเทคนิคทางทหาร แน่นอนว่ารัสเซียพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ เขาเชื่อว่า สหรัฐตระหนักดีว่าหากเคลื่อนกำลังพลอเมริกันเข้ามาในดินแดนรัสเซียหรือยูเครน รัสเซียจะถือว่าเป็นการแทรกแซง และในสหรัฐเองก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐและเรื่องการอดกลั้นเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากพอสมควร ดังนั้นเขาจึงยังไม่เห็นว่ามีสิ่งใดเร่งให้ต้องมีการเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ แต่รัสเซียก็พร้อมเสมอ

ประธานาธิบดีปูตินย้ำว่า รัสเซียมีหลักการกำหนดการใช้อาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว หากสหรัฐทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ รัสเซียอาจทำตาม อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้รัสเซียยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามยูเครนที่เปิดฉากมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565

Advertisement

“ปูติน” เตือนจะโจมตีเป้าหมายใหม่ ถ้าตะวันตกให้จรวดพิสัยไกลแก่ยูเครน

ไฮไลท์การเมือง : 6 มิถุนายน 2565 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เตือนว่า รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยโจมตีมาก่อน หากชาติตะวันตกจัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นให้แก่ยูเครน

สำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์รอสสิยา-1 ของทางการที่ออกอากาศเมื่อวันเสาร์ว่า หากชาติตะวันตกเริ่มจัดส่งขีปนาวุธพิสัยไกลขึ้นให้แก่ยูเครน รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยโจมตีมาก่อน แต่ไม่ได้ระบุเป้าหมายดังกล่าวอย่างชัดเจน และว่าการที่สหรัฐและบางประเทศจะจัดส่งเครื่องยิงจรวดล้ำสมัยให้แก่ยูเครนจะไม่ทำให้การสู้รบในสมรภูมิเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐาน เพราะเป็นเพียงการชดเชยเครื่องยิงที่ยูเครนสูญเสียไป และยืดเวลาการสู้รบออกไปเท่านั้น

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า สหรัฐจะจัดส่งเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรที่มีความแม่นยำสูงให้แก่ยูเครน ตามที่ยูเครนรับปากว่าจะไม่นำไปใช้โจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซีย ก่อนหน้านี้ยูเครนแจ้งว่า ต้องการเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรอย่างเอ็ม 270 (M270) และเอ็ม 142 (M142) สำหรับโจมตีกำลังพลและคลังแสงที่อยู่ท้ายขบวนกองกำลังรัสเซีย

Advertisement

Verified by ExactMetrics