วันที่ 7 มิถุนายน 2026

สั่งปิดโรงงานปลากระป๋องไม่ตรงปกเป็นการชั่วคราวแล้ว “ศุภมาส” สั่ง สคบ.ทุกจังหวัด ตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 7 พฤษภาคม 2569 “ศุภมาส” จี้ติดเคสปลากระป๋อง ล่าสุดผู้ว่าฯสมุทรสาคร สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงมาตรฐานโรงงาน กำชับฉลาก-สินค้า ต้องตรงปก เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภค

วันนี้ (7 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปลากระป๋องไม่ตรงปก ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แจ้งว่า จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พบว่า โรงงานดังกล่าวมีระบบการบำบัดน้ำเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จึงได้สั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการชั่วคราวแล้ว เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขสถานที่ผลิตให้ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความผิดในกรณีใช้ปลาชนิดอื่นแทนหลาแมคเคอเรลตามที่แสดงบนฉลาก ที่เข้าข่ายการผลิตอาหารปลอม ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท รวมถึงการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงสถานที่และกระบวนการผลิตให้ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการตรวจสอบอีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์เชิงคุณภาพ จึงจะสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง

“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ท่านได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด  ซึ่งการดำเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค และส่งสัญญาณชัดเจนถึงผู้ประกอบการรายอื่นว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมุ่งคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปกับการให้โอกาสผู้ประกอบการในการแก้ไขปรับปรุง ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัด ตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก” นางสาวศุภมาสกล่าว

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนการร้องเรียนเรื่องอาหารและยา แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556

Advertisement

อย่าเชื่อข่าวบิดเบือน! “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอม

3 พฤษภาคม 2569 อย่าเชื่อข่าวบิดเบือน! ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย กรณี “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอม

เพจไทยคู่ฟ้า ยืนยันชัด นายกฯ อนุทิน ไม่เคยกล่าวว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์…” ตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม

ขณะที่ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย กรณี “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอม

ปัจจุบันการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้

อายุ 60 – 69 ปี  อัตรา 600 บาท/คน/เดือน

อายุ 70 – 79 ปี  อัตรา 700 บาท/คน/เดือน

อายุ 80 – 89 ปี  อัตรา 800 บาท/คน/เดือน

อายุ 90 ปีขึ้นไป อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน

Advertisement

เตือนภัย มุกใหม่มิจฉาชีพอัปเกรด ส่ง SMS “ใบสั่งจราจร”  แนบ QR Code หลอกสแกนดูดเงิน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 20 เมษายน 2569 เตือนภัยมุกใหม่! มิจฉาชีพอัปเกรด ส่ง SMS “ใบสั่งจราจร”  แนบ QR Code หลอกสแกนดูดเงิน ช่วงที่ผ่านมา พบรายงานการแพร่ระบาดของภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่ต้องระวังให้ดี!

ตอนนี้มิจฉาชีพได้ผสานเทคนิค Smishing (SMS หลอกลวง) เข้ากับ Quishing (QR Code หลอกลวง) เพื่อหวังตบตาผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะ

เกิดอะไรขึ้น?

ปกติเรามักจะคุ้นชินกับ SMS มิจฉาชีพที่ชอบแนบ “ลิงก์แปลกๆ” มาให้กดใช่ไหม? แต่มุกใหม่นี้แนบเนียนและอันตรายขึ้นไปอีกขั้น โดยคนร้ายจะส่ง SMS อ้างว่าเป็น “ใบสั่งจราจรค้างชำระ” หรือ “แจ้งเตือนค่าปรับจราจร” แต่แทนที่จะให้คลิกลิงก์ กลับส่งรูป QR Code มาให้สแกนแทน

ทำไมต้องเป็น QR Code?

การเปลี่ยนมาใช้ QR Code เป็นทริคที่มิจฉาชีพใช้เพื่อหลบเลี่ยงระบบคัดกรองลิงก์อันตราย (Anti-Spam) ของสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ เมื่อเหยื่อตกใจกลัวว่าจะโดนค่าปรับหรือถูกอายัดทะเบียน ก็มักจะรีบสแกนโดยไม่ทันระวัง ซึ่ง QR Code นี้จะพาพุ่งตรงไปยัง “เว็บไซต์ปลอม” ที่หน้าตาเหมือนเว็บชำระค่าปรับของจริงเป๊ะๆ เพื่อหลอกให้เราโอนเงินเข้าบัญชีม้า หรือหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว บัตรเครดิต และรหัสผ่านต่างๆ

วิธีรับมือและป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย:

▪ตั้งสติ ท่องไว้เสมอ: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ไม่มีนโยบาย” ส่งใบสั่งจราจรพร้อม QR Code ให้สแกนจ่ายเงินผ่านทาง SMS เด็ดขาด (ใบสั่งของแท้จะถูกส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถเท่านั้น)

▪กฎเหล็ก “ห้ามสแกน”: อย่าสแกน QR Code ที่มาจาก SMS, อีเมล หรือคนแปลกหน้า เพราะ QR Code อันตรายกว่าลิงก์ตรงที่เราไม่สามารถมองเห็น URL ปลายทางก่อนที่จะสแกนได้เลย

▪เช็กให้ชัวร์ผ่านช่องทาง Official: หากไม่แน่ใจว่าตัวเองโดนใบสั่งจริงๆ หรือเปล่า ให้เข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเองผ่านช่องทางทางการเท่านั้น ได้แก่:

เว็บไซต์ ptm.police.go.th (e-Ticket ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน)

แอปพลิเคชัน ขับดี (Khub Dee)

เทคโนโลยีไปไว มิจฉาชีพก็ปรับตัวเก่งขึ้นทุกวัน รบกวนทุกคนช่วยกัน “แชร์” โพสต์นี้เพื่อเตือนภัยคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัว และเพื่อนๆ ที่ใช้รถใช้ถนนกันด้วยนะ จะได้รู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของโจรไซเบอร์!

ที่มา ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล – PDPC Eagle Eye

Advertisement

รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง “โรคเมลิออยด์โดสิส” พบผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 18 เมษายน 2569 รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง “โรคเมลิออยด์โดสิส” พบผู้ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย ย้ำกลุ่มเสี่ยงเลี่ยงสัมผัสดิน–น้ำ รีบพบแพทย์หากมีอาการ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิสอย่างใกล้ชิด หลังพบแนวโน้มการระบาดยังคงน่ากังวล โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย และมีผู้เสียชีวิต 23 ราย

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น รายงานสถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสม 68 ราย และเสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โรคเมลิออยด์โดสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยอาการมีได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตั้งแต่มีไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงมีแผลบวมแดงหรือฝีหนอง ซึ่งหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงสูงกว่ากลุ่มอื่น

ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ และหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

“โรคเมลิออยด์โดสิสสามารถรักษาให้หายได้ หากเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง” นางสาวลลิดา กล่าว

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement

จุดความร้อนไทยพุ่ง 5,000 จุด

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 4 เมษายน 2569 GISTDA เผยสถานการณ์จุดความร้อน ไทยแตะ 5,052 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยกระจุกตัวหนาแน่นในพื้นที่ภาคเหนือ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะเมียนมาทะลุ 8,000 จุด สะท้อนความเสี่ยงหมอกควันข้ามแดนที่ยังรุนแรง

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนในประเทศไทย 5,052 จุด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงก่อนหน้า

เมื่อจำแนกตามประเภทพื้นที่ พบว่าเกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุด 2,962 จุด รองลงมาคือป่าสงวนแห่งชาติ 1,436 จุด พื้นที่เกษตร 291 จุด พื้นที่เขต ส.ป.ก. 189 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่น ๆ 162 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 12 จุด

ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า จุดความร้อนส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขาและเข้าถึงยาก ส่งผลให้การควบคุมไฟป่าทำได้ลำบาก และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในหลายจังหวัด

ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีจุดความร้อนในระดับสูง โดยเมียนมาพบมากที่สุด 8,551 จุด รองลงมาคือ สปป.ลาว 4,934 จุด เวียดนาม 896 จุด กัมพูชา 838 จุด และมาเลเซีย 67 จุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาค

ทั้งนี้ GISTDA ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของไทยที่ยังคงเผชิญค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับสูงต่อเนื่อง

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลจุดความร้อนแบบเรียลไทม์เพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ของ GISTDA เพื่อใช้ประกอบการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์อย่างเหมาะสม

Advertisement

“นายกฯ” แฉ ขบวนการกักตุน ค้ากำไรเกินควร ลอยเรือกลางทะเล หวังรอประกาศขึ้นราคา ก่อนฟีดเข้าระบบ

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 3 เมษายน 2569 “นายกฯ” แถลง พบขบวนการกักตุน ค้ากำไรเกินควร ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉ ลอยเรือกลางทะเล หวังรอประกาศขึ้นราคา ก่อนฟีดเข้าระบบ และปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังให้ปั๊ม รัฐบาลมอบ DSI รับเป็นคดีพิเศษ สั่งฟันผิดเฉียบขาด ให้ความมั่นใจประชาชน ช่วงกลับบ้านสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาดแคลน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาล โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปราม การกักตุน และลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ รัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์หรือ ศบก.ขึ้น รวมทั้งได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ในการตรวจสอบติดตามและบังคับใช้กฎหมายผู้ที่กักตุนน้ำมัน ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยึดหลักการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่ว่าใครก็ตามที่เอาเปรียบประชาชน ทำลายความมั่นคงทางพลังงานของชาติ ไม่ว่าจะมีอิทธิพลแค่ไหนก็ตาม จะเร่งดำเนินการตามกฏหมายอย่างเฉียบขาดและเคร่งครัด

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ที่ติดตามการดำเนินการของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลาง ที่รับน้ำมันจากผู้ค้า (จ๊อบเบอร์) ซึ่งผลจากการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไร ดังนี้

1.พบการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้มีการประกาศเพิ่มราคาน้ำมันจากนั้น จะฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบให้ให้ได้กำไรมากขึ้น

2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง

3.มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบและขยายผลว่า ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มใดที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวปริมาณน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล เชื่อว่า มีการลักลอบขนถ่ายทางทะเลและกำลังเร่งสอบสวนและขยายผลไปเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติที่ตรวจพบในการรายงานปริมาณน้ำมันระหว่างหน่วยตรวจสอบ ได้แก่ กรมเจ้าท่าและกรมธุรกิจพลังงาน กับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น และเรียกจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยรัฐบาลจะตรวจสอบยืนยันกับฐานข้อมูลการเดินเรือกับ ศรชล.และจะขยายผลการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไข เช่น มีการส่งออกน้ำเกินปริมาณที่ขออนุญาตไว้

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การกระทำทั้งหมดนี้เป็นการค้ากำไรเกินควรจากราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงานของโลก จึงทำให้รัฐบาลต้องใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างของต้นทุนกับราคาขายมากขึ้น ทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เงินที่ไปสนับสนุนลิตรละ 17 บาท รัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะต้องการสนับสนุนประชาชนคนไทยที่ใช้น้ำมันสัญจร ไม่ใช่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการกักตุน ลักลอบไปขายยังต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาลต้องดำเนินการเด็ดขาดกับการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศ ได้มอบหมายให้ดีเอสไอ ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อไป

ช่วงท้ายการแถลงข่าวสถานการณ์น้ำมัน นายอนุทินย้ำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า รัฐบาล เดินหน้าช่วยเหลือประชาชน โดยเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ พร้อมสร้างความมั่นใจว่า จะมีน้ำมันให้ประชาชนเติมและใช้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลได้บริหารจัดการให้มีน้ำมันในรูปแบบต่างๆ ให้บริการในช่วงวันหยุดเทศกาลนี้ ขอประชาชน อย่าตื่นตระหนกว่า จะไม่มีน้ำมันขับกลับบ้าน เพราะถ้าใช้แบบสภาวะปกติ ไม่ต้องเผื่อใส่ถังแกลลอน ไปตุนไว้ น้ำมันจะมีให้บริการเหมือนทุกครั้ง ทุกปี โดยปีนี้ได้ประสานงานไปยังผู้ประกอบการ ตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.พลังงาน ให้มีการสแตนด์บายรถขนส่งน้ำมันเป็นพิเศษ ขอให้ทุกคนกลับไปพบกับครอบครัว ใช้วันหยุดให้มีความสุขมากที่สุด รัฐบาลได้ตรียมการยกเว้นระเบียบรถขนส่งน้ำมัน หากได้รับการร้องขอจากสถานีบริการน้ำมัน หากเวลาใดน้ำมันขาด จะไปเติมให้อย่างทันท่วงที

นายกรัฐมนตรียังแจ้งว่า ศูนย์ ศบก. ที่ตั้งขึ้นโดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดวาระในสัปดาห์หน้า และจะมีการตั้ง ศบก.ชุดใหม่ ตามกฏหมายทุกอย่าง ในรอบแรกเน้นเรื่องการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอกับการใช้ในประเทศ ไม่มีการขาดแคน หลังจากนี้ ศบก.จากนี้ ในรัฐบาลที่จะเข้ามานี้ ก็จะเน้นในเรื่องของมาตรการการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการบริหารจัดการโครงสร้างพลังงาน ให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน ดังนั้นก็จะมีภารกิจเพิ่มเติมมากขึ้นกว่า ศบก.ชุดเดิม เรียกได้ว่าเป็นศบก.พลัส ที่จะต้องมีภารกิจเพิ่มเติมอีกหลายระดับ

“ดังนั้น หากประชาชนกลับมาใช้ปริมาณปกติ การบริหารสถานการณ์ใหม่ ก็จะไม่มีคำว่าขาดแคลน ตอนนี้การหาแหล่งน้ำมัน ก็เฟิร์มออเดอร์ไปแล้ว ที่จะส่งเข้ามาเป็นปกติ ไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน และเราก็ยังจะใช้วิธีการจัดซื้อ สรรหา จากภูมิภาคอื่นด้วย ซึ่งก็มีการติดต่อตลอดเวลานี้ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำทุกวิถีทาง บางครั้งที่ไม่ได้พูดออกมา เพราะบางเรื่องเป็นความลับ ที่ต้องมั่นใจก่อนว่า จะไม่ให้เกิดข่าวรั่วไหล ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น ไม่ได้มีอะไรที่ปกปิด หรือปิดบังข้อมูลใดใดต่อพี่น้องประชาชนแม้แต่น้อย ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาล คำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

เปิดข้อเท็จจริง “ช่องจอม” เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 2 เมษายน 2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) เปิดข้อเท็จจริง “ช่องจอม” เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน คุมสถานการณ์อยู่ ย้ำจุดยืนไทยไม่ยั่วยุ ไม่ยกระดับสถานการณ์

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่ตรงข้ามโอเสม็ด ว่า ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยในพื้นที่แล้ว พบว่า

1.เหตุการณ์ในพื้นที่และการควบคุมสถานการณ์จากการตรวจสอบพบว่า มีเหตุการณ์ทหารจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาใกล้แนวลวดหนามในลักษณะไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมก่อกวนต่อกำลังพลฝ่ายไทย ส่งผลให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องปรับกำลัง และนำรถสายพานลำเลียงพล M113 เข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยกระดับ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568) อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการวางกำลังตามแนวที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการยั่วยุ

2.กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายกัมพูชา (AOT) ตรวจสอบแล้วพบว่า คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายกัมพูชา (AOT) ได้เข้าพื้นที่บริเวณคาสิโน/พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอยู่ในฝั่งกัมพูชาเท่านั้น “ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมหรือวางกำลัง” ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้กำหนดแนวและมาตรการควบคุมพื้นที่ไว้อย่างชัดเจนแล้ว

3.ประเด็นการประสานงานฝ่ายไทยยึดมั่นว่า การเข้าพื้นที่ของคณะ AOT ควรมีการประสานงานล่วงหน้าผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน เช่น RBC/JBC เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเข้าใจที่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงสนับสนุนบทบาทของ AOT ในการตรวจสอบและส่งเสริมมาตรการลดความตึงเครียดตามถ้อยแถลงร่วม

4.ขอย้ำจุดยืนของประเทศไทยประเทศไทยดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพ อดทน และยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด

  • ไม่ยั่วยุ
  • ไม่ยกระดับสถานการณ์
  • มุ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

“ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างสองประเทศ” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยเป็นไปตามกรอบถ้อยแถลงร่วม และคณะ AOT ไม่ได้เข้าพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย โดยสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม และไม่มีการยกระดับความตึงเครียด “ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายไทยจะยังคงดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

Advertisement

ลุยกวาดล้างทุ่นระเบิดชายแดนอุบลฯ เปิดพื้นที่ปลอดภัยแล้วกว่า 1.2 แสน ตร.ม.

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 28 มีนาคม 2569 กองทัพไทย ลุยกวาดล้าง “ทุ่นระเบิดชายแดน” อุบลฯ เปิดพื้นที่ปลอดภัยแล้วกว่า 1.2 แสน ตร.ม. เร่งเคลียร์ต่ออีกกว่า 60%

วันที่ 28 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ลงพื้นที่ปฏิบัติการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิด บริเวณบ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อปรับลดพื้นที่อันตรายตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

การดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่รวม 331,104 ตารางเมตร โดยสามารถปรับสภาพให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยได้เพิ่มอีก 5,151 ตารางเมตร พร้อมตรวจพบวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) จำนวน 1 รายการ เป็นลูกระเบิดจากเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120 มิลลิเมตร จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทำให้ปลอดภัยและเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาในพื้นที่รวบรวมวัตถุระเบิดเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ยอดตรวจพบวัตถุระเบิดสะสมรวม 2 รายการ

สรุปผลการปฏิบัติ ปัจจุบันสามารถทำให้พื้นที่ปลอดภัยได้รวม 122,296 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 36.94 ของพื้นที่ทั้งหมด ขณะที่ยังคงเหลือพื้นที่ต้องดำเนินการอีก 208,808 ตารางเมตร หรือร้อยละ 63.06

ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่อไป

Advertisement

ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจงเหตุผลขึ้นราคากลางดึก 6 บาท

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 26 มีนาคม 2569 ผอ.กองทุนน้ำมันฯ แจง ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาทต่อลิตร รอตลาดสิงคโปร์ปิดราคา พิจารณาข้อมูลหลายมิติให้ชัดเจนจนดึก ชี้ ราคาน้ำมันโลกปรับสูงกองทุนน้ำมันขาดสภาพคล่อง บอก ลดขาดทุนจะยืนสู้น้ำมันโลกที่อาจปรับสูงขึ้นในอนาคต เพื่อดูแลประชาชนต่อได้ ยัน ไม่มีผู้ค้ากักตุน รอขายตอนแพง เหตุไม่มีใครรู้มาก่อน ขอไม่การันตีจากนี้น้ำมันขึ้นรวดเดียวหรือไม่ รอสถานการณ์

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) โดย นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) แถลงสถานการณ์ประจำวันถึง กรณีการปรับราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แม้จะมีการเสนอข้อตกลงต่างๆ แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกเพิ่มสูง โดยเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 ประมาณ 198 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ราคาพุ่งถึง 242 เกือบ 243 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลถึงราคาขายปลีกทั่วไปทุกประเทศ

สำหรับประเทศไทยทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องติดลบมากขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท กองทุนน้ำมันเริ่มขาดสภาพคล่อง เพราะมีเงินไหลออก ประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท

ส่วนราคาน้ำมันประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย ก็มีการปรับน้ำมันดีเซล 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านราคาของเราไม่ได้สูงอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีการพิจารณาหลายมิติ จนได้ข้อสรุปว่าต้องมีการปรับลดการชดเชยในกลุ่มของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร

นายพรชัย ยังกล่าวว่าการปรับลดการชดเชยเข้ากองทุนน้ำมัน จะทำให้กองทุนน้ำมันจะช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจ และแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 ให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่ถูก ขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงรักษาเสถียรภาพ ขายปลีกในประเทศได้อย่างเหมาะสม และขอให้ประชาชนประหยัด และเราจะดำเนินการไปด้วยกัน ซึ่งคาดว่าการลดการจัดเก็บครั้งนี้จะทำให้เราสามารถยืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้ เพราะสภาพคล่องเราจ่ายน้อยลงเราก็ยังพอช่วยเหลือได้ต่อไป

เมื่อถามว่า การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ทำให้ประชาชนตกใจ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หรือ สภาพัฒน์ ยืนยันว่า การขึ้นราคาจะขึ้นเป็นขั้นบันไดแต่การขึ้น 6 บาทโดยไม่แจ้งประชาชนจะชี้แจงอย่างไร นายพรชัย กล่าวย้ำว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกันณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังอยู่ที่ 198 เหรียญ สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากนั้นเพียง 2 วันกระโดดขึ้นมา 243 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการช่วยสนับสนุน

”แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับสูงก็ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุน และขาดสภาพคล่อง โดยเหตุผลที่ต้องปรับขึ้น 6 บาทเพื่อจะได้รักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไปให้มีสภาพคล่อง” ผอ. สำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุ

ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศอาเซียนไม่ใช่เพียงประเทศไทยก็มีการกระโดดขึ้นอย่างเช่น มาเลเซีย และทุกประเทศจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะไม่มีการรับประกันใช่หรือไม่ว่าการขึ้นราคาน้ำมันจะขึ้นแบบขั้นบันได จะมีการปรับขึ้นเมื่อเมื่อไหร่ก็ได้ใช่หรือไม่ และประชาชนต้องรอลุ้นราคาน้ำมันในแต่ละวันใช่หรือไม่ นายพรชัย ชี้แจงว่า การขึ้นในแต่ละครั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีการพิจารณาในหลายมิติ ที่ผ่านมาบางครั้งมีการปรับขึ้น 50 สตางค์ บางครั้ง 75 สตางค์ บางครั้งมีการขึ้น 1.80 บาท ครั้งนี้ขึ้น 6 บาท ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาจากหลายด้านไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมันอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณามิติของเพื่อนบ้านและประชาชนด้วย คงไม่การันตีว่าจะมีการขึ้นรวดเดียวต้องขอดูเป็นรายวันไป

ส่วนกรณีที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีหนี้ 35,000 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2565 ที่กองทุนน้ำมันติดลบเป็น 1.2 แสนล้านบาท สมัยนั้นมีวิธีการแก้ปัญหา เหตุใดจึงไม่นำมาใช้กับการบริหารกองทุนน้ำมันในขณะนี้ นายพรชัย กล่าวว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ว่าจะวิธีไหนมีหลักการในการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้นสถานการณ์ของรัสเซีย-ยูเครนจะค่อยๆขยับ ถึงแม้จะมีความยืดเยื้อหลายเดือน จนถึงปัจจุบันยังมีสถานการณ์ประปราย แต่ราคาน้ำมันไม่เท่าพุ่งสูงขึ้นอย่างเช่นสถานการณ์ปัจจุบันเหมือนเหตุการณ์สหรัฐกับอิหร่าน ที่ราคาพุ่งสูงต่อวัน 20 ถึง 30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลถึง 243 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

“เพราะฉะนั้นการตัดสินใจขึ้นบางอย่างต้องรีบดำเนินการ เพื่อไม่ให้บานปลาย ไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง ยืนยันว่ายังคงรักษาเสถียรภาพ และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรายังดูแลอยู่“ นายพรชัย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีจะนำภาษีสรรพสามิตมาใช้ แต่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลจริงมีเพียงนายกรัฐมนตรีคนเดียว แล้ววันนี้นายกรัฐรัฐมนตรี เรียกประชุม ครม. นัดพิเศษซึ่งเป็น ครม.เดิม มีอำนาจที่จะนำกฎหมายนี้มาบรรเทาเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า เรื่องกฎหมายตน คงไม่ไปก้าวล่วง แต่ในมิติพลังงานกับกระทรวงการคลัง เคยดำเนินการขอลดภาษีมาแล้วในสมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้แต่ในช่วงที่สรรพสามิต เคยขอกองทุนฯ จึงมีการประสานกันไว้แล้วตลอด ได้ส่วนเรื่องของกฎหมายหากพร้อมก็เจรจาประสานกันได้

ส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน

เมื่อถามว่า ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ทำไมถึงขึ้นราคากลางดึก และตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่หาน้ำมันเติมไม่ได้ เพราะมีการกักตุนรอราคาขึ้นหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน.ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายมิติ เราก็เพิ่งทราบว่า เพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ฉะนั้น การประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน

ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้

เมื่อถามว่า วิเคราะห์อย่างไรที่ก่อนหน้านี้น้ำมันหมดปั๊ม แต่พอราคาขึ้น น้ำมันกลับไม่ขาด นายพรชัย กล่าวว่า เรามองในมิติอัตราเงินกองทุน ส่วนเรื่องการจัดเก็บสต็อกน้ำมันขอให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ตอบจะดีกว่า เขาจะตอบได้ชัดเจน

Advertisement

กรมทางหลวง เตรียมเปิดทดลองใช้ M6 “บางปะอิน-โคราช” ตลอดสาย รับสงกรานต์ปี 69 เริ่ม 10-19 เม.ย.นี้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 25 มีนาคม 2569 กรมทางหลวง เตรียมเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 ตลอดสาย ตั้งแต่บางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทางรวม 196 กม. ระหว่าง 10-19 เม.ย.69 รองรับปริมาณการเดินทางของประชาชน ลดความแออัดบนถนนมิตรภาพ และถนนพหลโยธิน

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านสำหรับการเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M6 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ที่จะถึงนี้ โดยได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความปลอดภัย และการบริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตลอดการเดินทาง

สำหรับรูปแบบการเปิดให้บริการช่วง “ปากช่อง – นครราชสีมา” เปิดให้สัญจรได้สองทิศทางตามปกติ ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนช่วง “บางปะอิน – ปากช่อง” จะเป็นการจัดการจราจรแบบเดินรถทางเดียว (One-way) ตามช่วงเวลา ดังนี้

⬆️ ช่วงต้นเทศกาล วิ่งทิศขาออกกรุงเทพฯ เท่านั้น

เปิดให้สัญจร ระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึง 13 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. โดยผู้ใช้ทางสามารถเข้าสู่มอเตอร์เวย์ M6 ได้ที่ด่านบางปะอิน ด่านหินกอง ด่านสระบุรี และด่านแก่งคอย ทั้งนี้ หากพบว่ามีปริมาณรถสะสมหนาแน่นบริเวณด่านปากช่อง กรมทางหลวงจะเปิดใช้งาน “ด่านมวกเหล็ก” เพื่อเร่งระบายการจราจรออกสู่ถนนมิตรภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

⬇️ ช่วงปลายเทศกาล วิ่งทิศขาเข้ากรุงเทพฯ เท่านั้น

เปิดให้สัญจร ระหว่างวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 19 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. โดยผู้ใช้ทางสามารถวิ่งเข้า – ออก M6 ได้ที่ ด่านแก่งคอย ด่านสระบุรี ด่านหินกอง หรือออกที่ด่านบางปะอิน เพื่อเชื่อมต่อสู่ถนนพหลโยธิน และวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตกและตะวันออก

ทั้งนี้ จะมีการปิดพื้นที่ชั่วคราว ตั้งแต่บริเวณต่างระดับบางปะอิน ถึง ด่านปากช่อง ในวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 00.00-06.00 น. เพื่อสลับทิศทางการจราจรและเตรียมพร้อมรองรับการจราจรขาเข้า

สำหรับการอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง กรมทางหลวงได้จัดเตรียมจุดบริการห้องน้ำชั่วคราวรวมทั้งหมด 17 จุด ประกอบด้วยบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง 14 จุด (ทั้งขาเข้าและขาออก) จุดพักรถทับกวาง กม.64+900 (ขาออก) และจุดพักรถสีคิ้ว กม.147+000 (ทั้งขาเข้าและขาออก)

อธิบดีกรมทางหลวงเน้นย้ำว่า เนื่องจากเป็นช่วงทดลองให้บริการ จึงอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัย โดยเส้นทางดังกล่าวยังไม่มีสถานีบริการน้ำมัน จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งร้านค้าบริการ กรมทางหลวงจึงขอแนะนำให้ประชาชนศึกษาเส้นทางและเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เติมน้ำมัน และจัดเตรียมอาหาร/น้ำดื่มให้พร้อมก่อนเข้าสู่มอเตอร์เวย์

กรมทางหลวงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน โดยได้จัดเจ้าหน้าที่บริหารจัดการจราจรและหน่วยเคลื่อนที่เร็วอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement

Verified by ExactMetrics