พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ 30 มกราคม 2569 ธปท.ส่งสัญญาณวิกฤตหนี้ครัวเรือนไทย พบช่องว่างคนไทยเงินออมน้อย-รายจ่ายสูงกว่ารายได้เรื้อรัง ขณะที่คนรุ่นใหม่ติดหล่ม NPL เร็วขึ้น
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “จากความเปราะบางสู่ความยั่งยืน : FinLit เพื่อภูมิคุ้มกันทางการเงินของคนไทย” ในงานเปิดตัวรายวิชาการวางแผนการเงินเพื่อชีวิต ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกสะท้อนวิกฤตความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนไทยที่น่ากังวล
นางสาวชญาวดี ระบุว่า แรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เกิดจากการเล็งเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก โดยข้อมูลสถิติตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน พบว่าอัตราเฉลี่ยของรายจ่ายครัวเรือนไทยอยู่ที่ 18,691 บาทแต่รายรับกลับอยู่ที่ 16,817 บาทซึ่งถือว่ารายจ่ายอยู่สูงกว่ารายได้มาอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปัญหาหนี้สินจะยังคงอยู่กับสังคมไทยไปอีกนาน
นอกจากนี้นางสาวชญาวดี ได้ให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า ธปท.พบว่าคนไทยเริ่มเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber ช่วงอายุ 29-30 ปี พบว่าครึ่งหนึ่งมีภาระหนี้แล้ว และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ 1 ใน 5 ของคนกลุ่มนี้เริ่มมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่วัยเริ่มต้นทำงาน นอกจากนี้ปัญหาหนี้ยังติดตามไปจนถึงวัยหลังเกษียณ โดยพบว่ากลุ่มอายุ 60-69 ปี ยังมีภาระหนี้เฉลี่ยสูงถึง 4 แสนกว่าบาท ทั้งที่อาจไม่มีรายได้ประจำแล้ว และหากเปรียบเทียบสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยกับต่างประเทศ แม้ในระดับตัวเลขรวมจะมีความใกล้เคียงกับประเทศอย่างเกาหลีใต้หรือสวิตเซอร์แลนด์ แต่เมื่อพิจารณาไส้ในกลับพบความแตกต่างที่สำคัญคือ หนี้สินทรัพย์ต่ำ คือ คนไทยมีสัดส่วนหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสินทรัพย์เพียง 34-35% ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักรมีสัดส่วนสูงถึง 90% ขณะที่หนี้บริโภคสูง โดยหนี้ส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคและหนี้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้การบริหารจัดการทำได้ยากกว่าและไม่ช่วยสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ ธปท.จะมีมาตรการออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่มักเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้เมื่อเป็นหนี้ไปแล้ว แต่เป้าหมายถัดไปคือการย้อนกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ แม้ผลสำรวจทักษะทางการเงินปี 2567 จะระบุว่าคนไทย 91.5% มีเงินออม แต่มีเพียง 23% เท่านั้นที่มีการออมอย่างเป็นระบบ และมีเพียง 25% ที่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอสำหรับ 6 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าการวางแผนเพื่อการเกษียณที่ทำได้จริงยังมีน้อยมาก
นางสาวชญาวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.กำลังปรับเปลี่ยนบทบาทจากการทำหลักสูตรแบบ “On-shelf” หรือการฝึกอบรมแบบ Train the Trainer มาเป็นการรุกเข้าสู่กลุ่มผู้ใช้จริง (End User) มากขึ้น โดยการจับมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อจัดทำวิชาการวางแผนการเงินเข้าในหลักสูตรการศึกษาในครั้งนี้
“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขเงิน แต่มันคือเรื่องของความสุขที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนสามารถควบคุมและออกแบบชีวิตทางการเงินของตัวเองได้อย่างยั่งยืน เพื่อลดภาระความเหนื่อยล้าของคนทั้งประเทศในระยะยาว” นางสาวชญาวดี กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับความร่วมมือที่จัดทำหลักสูตรดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเครื่องมือให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งกลุ่มที่ประสบปัญหาทางการเงินอยู่แล้ว หรือกลุ่มที่ยังไม่มีปัญหาแต่ต้องการป้องกันความเสี่ยง ให้สามารถปรับตัวและเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ รวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้ที่ต้องการเพิ่มรายได้ผ่านการลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยหลักสูตรนี้จะถือเป็นคอร์สความรู้พื้นฐานที่เบ็ดเสร็จ ครอบคลุมการบริหารจัดการชีวิตทางการเงินในทุกมิติ
โดย ธปท. ต้องการให้ประชาชนและกลุ่มนิสิตนักศึกษาให้ความสนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ธปท. ตั้งเป้าที่จะขยายผลหลักสูตรนี้ไปยังสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงต้องการผลักดันให้ความรู้ทางการเงินลงไปถึงกลุ่มเด็กในระดับที่เล็กกว่ามหาวิทยาลัย
นางสาวชญาวดี ย้ำว่าวินัยทางการเงินเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นปลูกฝังตั้งแต่เยาวชน ซึ่งปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาและดูแลหลักสูตรทางการเงินสำหรับเด็กอยู่แล้ว และในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาให้หลักสูตรนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างสู่ประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ในอนาคต ธปท. จะมีการปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการสื่อสารให้มีความเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยจะกระจายความรู้ให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับคนไทยในระยะยาว
Advertisement
























