People Unity News : นายกรัฐมนตรีย้ำบอร์ดอีอีซี เน้นกระจายการลงทุนในพื้นที่ EEC ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก เชื่อมโยงทุกระเบียงเศรษฐกิจในประเทศสู่สากล

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค.64) เวลา 09.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บรูพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ กพอ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2564 โดยภาพรวมการขอรับส่งเสริมการลงทุนใน อีอีซี ในปี 2563 ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 453 โครงการ มูลค่าการลงทุน 2.08 แสนล้านบาท คิดเป็น 43% ของการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน  โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ก็มีความก้าวหน้าการเตรียมพื้นที่โครงการ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน งานรื้อย้ายสาธารณูปโภค เร็วกว่าเป้าหมาย

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC เพื่อติดตามความก้าวหน้ามีผลปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด – 19 ขณะนี้มีการลงทุนในด้านต่างๆกว่าร้อยละ 50 วันนี้มีประเทศญี่ปุ่น จีน เนเธอร์แลนด์และอีกหลายประเทศกำลังสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย ทั้งอุตสาหกรรมดิจิตอล 5G ที่ไทยทำได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน โดยมีการลงทุนในโครงสร้างและมีการใช้งานแล้วในอำเภอบ้านฉาง รวมทั้งเตรียมพร้อมระบบ Cloud และระบบต่างๆสำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้มีการใช้แพลตฟอร์มต่างๆด้วย เพื่อลดภาระต้นทุน สนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังกำชับให้ดูแลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องส่งมอบให้กับการดำเนินการสาธารณูปโภคพื้นฐาน พร้อมย้ำรัฐบาลเผชิญหน้าอุปสรรคและเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำแนวทางสำคัญในการสร้างความสมดุลการลงทุน เน้นเปิดกว้างให้เกิดการกระจายการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีความรู้ ดึงความชำนาญและนวัตกรรมจากทั่วโลก โดยเฉพาะการลงทุนในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับการพัฒนา ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Startup ไทยที่มีศักยภาพ เพื่อให้เม็ดเงินถูกดึงออกมาใช้ลงทุนช่วยแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งทุกโครงการต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส  มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้ EEC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุก 1-3 เดือน เพื่อให้นักลงทุนต่างๆ และประชาชน รับทราบถึงการลงทุนในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะอีอีซีเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย

สำหรับการประชุมบอร์ดอีอีซีวันนี้ ยังได้รับทราบความคืบหน้าโครงการ EFC ขับเคลื่อนห้องเย็นทันสมัย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีห้องเย็นที่ทันสมัยสำหรับผลไม้ อาทิ ทุเรียน และอาหารทะเล โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 – 30 สร้างรายได้ดีต่อเนื่องให้เกษตรกร รวมทั้งความก้าวหน้าพัฒนา 5G ในอีอีซี ก้าวสู่เศรษฐกิจสังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านสัญญาณ ด้านข้อมูลกลาง จะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมทั้งการผลักดันให้บ้านฉางเป็นต้นแบบชุมชนอนาคต (Smart city) ทั้งการใช้เทคโนโลยี 5G ดิจิทัลเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ และการดูแลสุขภาพชุมชน  ร่วมมือพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) แหลมฉบังด้วย

Advertising

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here