People Unity News :  “ธนาธร”อัดอภิสิทธิ์ชนทำชาติล้าหลัง ยันพร้อมสู้คดีอาญาแม้จะจบชีวิตในคุก ชี้อนาคตใหม่กู้เงินไม่ผิด

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ในการอบรมนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 10 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้จัดการเสวนาในหัวข้อ “ผู้นำการเมืองกับอนาคตประเทศไทย” โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็นวิทยากรด้วย และได้กล่าวว่า ตนเป็นคนที่มั่งคั่ง ภูมิใจในความรวยมากเพราะไม่เคยรวยจากเงินภาษีของประเทศ เนื่องจากบริษัทของตนไม่เคยเป็นคู่สัญญากับรัฐ แต่รวยจากการสร้างนวัตกรรม สร้างเทคโนโลยีที่ทำให้มีการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา วันนี้คนบางกลุ่มมีอำนาจทางการเมืองโดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โครงสร้างที่ค้ำยันกลุ่มอภิสิทธิ์ชน คือทหาร ทุนผูกขาด ระบบราชการที่ใหญ่โตเทอะทะ และกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทยมีทรัพยากรเพียงพอที่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีกว่านี้ แต่กลับถูกฉุดรั้งโดยกลุ่มคนที่ต้องการให้เห็นวันนี้ในทุกๆวันเป็นเมื่อวาน เพื่อให้เขามีฐานอำนาจ กว่า 10 ปีที่ผ่านมา เราเถียงกันอำนาจประเทศเป็นของประชาชน ผู้นำจากการเลือกตั้ง หรือมาจากกลุ่มที่มีอำนาจโดยไม่ได้มาจากประชาชน ซึ่งตนเชื่อว่าอำนาจเป็นของประชาชน ไมว่าจะไทยเจ๊ก ไทยลาว ไทยใต้ นามสกุลสูงศักดิ์ หรือชาวนา ทุกคนควรมีสิทธิเท่ากัน ต้องได้รับการบริการจากรัฐที่ดีเท่าเทียมกัน ได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน แต่ประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 ถูกทำให้ไม่มีความหมาย

นายธนาธร กล่าวอีกว่า อำนาจของรัฐถูกแบ่งเป็น 3 ขา ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เพื่อให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือเผด็จการ เมื่อมีนโยบายสาธารณะที่อาจตัดสินใจถูกหรือผิดก็ได้ แต่ รธน.60 คณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งโดยคสช. ไม่ได้มาจากประชาชน อยู่เหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ชี้เป็นชี้ตายให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนได้ นี่คือดุลอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน ฝ่าย นิติบัญญัติ ส.ว .250 คนไม่มาจากประชาชน เขากลัวประชาชนจะออกกฎหมายลดอภิสิทธิ์ทางการปกครอง การดำรงอยู่ของส.ว.เพื่อนำคนที่ประชาชนไม่ได้เลือกมาเป็นนายกฯ หากเอาคะแนนปอบปูล่าโหวตมาดู จะพบว่า 75% เป็นคะแนนรวมจากพรรคที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ พรรคที่สนับสนุนมีคะแนนเพียง 25% เท่านั้น ขณะที่อำนาจตุลการ และองค์กรอิสระก็ได้รับการแต่งตั้งหรือยืดอายุโดย คสช. อำนาจ 3 ฝ่ายถูกควบคุมไว้ทั้งหมด ตนเชื่อมั่นแรงกล้าว่า ประชาธิปไตยจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ดีกว่าเผด็จการ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วจะย้อนกลับมายอมรับอำนาจเผด็จการไม่ได้ เรามาไกลเกินกว่าที่จะย้อนประเทศไทยกลับไปดั้งเดิม ประชาชนทุกคนเป็นประธานของประโยค ไม่ได้เป็นกรรม

“ผมชื่นชมทกคนที่ออกมาต่อต้านคอรัปชั่น แต่ถ้าคนเหล่านั้นไม่พูดถึงกองทัพ สัมปทานช่อง 7 กี่ปี และช่อง 5 หายไปไหนไม่มีอยู่ในงบประมาณ หรือแม้แต่เงินภาษีที่ใช้จ้างพลทหาร แต่ถูกเอาไปดูแลบ้านนายพล เป็นการคอรัปชั่นหรือไม่ เราพูดถึงแต่นักการเมือง ไม่แตะคนที่ตรวจสอบไม่ได้ การแสดงทรัพย์สิน นายพล ในสนช.รวยเป็นพันล้านบาทเป็นไปได้อย่างไร คนที่ไม่กล้าตรวจสอบคนเหล่านี้ ผมถือว่าเฟคทั้งหมด วันนี้ผมไม่ได้เป็นส.ส. ไม่มีอภิสิทธิ์ แต่ถ้าจะเดินหน้าประเทศต่อไป ก็ขอเสนอแนวทางไทยแลนด์ 3D ทำให้ประเทศกับมาเป็นประชาธิปไตย, ลดบทบาทกองทัพ ,และยุติอำนาจรวมศูนย์ในกรุงเทพกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น มีคนบางคนบอกว่าถ้าคุณทำดีจะมีอายุอยู่ถึง 90 หรือ 100 ปี แต่ผมไม่สนใจอายุขัย ไม่สนใจว่าจะจบสวยหรือไม่ ถ้าผมพูดความจริง ยืนหยัดต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องจบชีวิตในคุกในตะรางก็ภูมิใจที่ได้สร้างสังคมที่เท่าเทียมส่งต่อให้ลูกหลาน และภูมิใจที่ชีวิตอาจจะจบไม่สวย แต่ไม่เลียท็อปบู๊ททหารแน่ๆ” นายธนาธร กล่าว

ลั่นพร้อมสู้คดีอาญาชี้อนาคตใหม่กู้เงินไม่ผิด

นายธนาธร กล่าวถึงกรณีอาจจะถูกดำเนินคดีภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.ว่า ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ใครเป็นผู้ฟ้อง พร้อมจะสู้อย่างเต็มที่ และที่เดินทางมาร่วมอภิปรายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) วันนี้(21 พ.ย.) ไม่ได้คุยนอกรอบเกี่ยวกับกรณีกกต.จะดำเนินคดีอาญาเรื่องสมาชิกภาพ ส่วนคดีที่ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน ถ้าถามนักบัญชีหรือนักกฎหมายจะได้คำตอบว่าเงินกู้เป็นหนี้สิน อยู่ในงบดุลไม่ใช่รายได้และไม่อยู่ในงบกำไรขาดทุน จึงไม่ได้รู้สึกกังวล และมองไม่ออกว่าจะขัดกฎหมายหรือขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร

นายธนาธร กล่าวว่า อยากทำงานการเมืองโปร่งใส อยากให้สาธารณชนรับทราบ จึงไม่แน่ใจว่าการทำอย่างนี้จะผิดกฎหมายได้อย่างไร ขณะนี้ได้รับหนังสือแจ้งจากกกต.ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมแล้ว แต่ได้ตอบกลับด้วยวาจาไปก่อนว่าขณะนี้พรรคอนาคตใหม่งานเยอะมาก ทำให้ไม่ทัน จึงจะขอขยายระยะเวลาส่งเอกสารออกไปก่อน ยืนยันพรรคจะทำหน้าที่ของเราต่อไป เพราะยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก ทั้งการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ การทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอต่อสภา ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ส่วนการแก้ไขปัญหาโครงสร้างอำนาจต้องกระทบกับผู้มีอำนาจรัฐจะทำอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า ต้องเจรจาต่อรองกัน ถ้าจริงใจต่อการปฏิรูปประเทศเพียงพอ ต้องกลับมาพูดเรื่องอำนาจว่าใครมีอำนาจมากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมายิ่งปฏิรูปคนกลุ่มเดิมยิ่งมีอำนาจมากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ไม่เรียกว่าปฏิรูป ถ้าอยากปฏิรูปให้สังคมไทยกลับมาเท่าเทียมกัน ต้องให้อำนาจกลับคืนสู่ประชาชน เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้

เมื่อถามถึงการอภิปรายเรื่อง “ผู้นำการเมืองกับอนาคตประเทศไทย” โดยระบุว่า จะไม่เลียท็อปบู๊ททหาร ถือเป็นความอึดอัดส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากคดีหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ไม่ใช่แต่ถามว่าใครไม่อึดอัดบ้าง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมากับสิ่งที่เกิดขึ้น คิดว่าประชาชนคงเห็นกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่พร้อมยืนหยัดต่อสู้ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมความถูกต้อง เรายังคงยืนยันเรื่องการต้องลดอำนาจของกองทัพลง ต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เป็นทางเดียวที่จะทำให้สังคมเดินต่อไปข้างหน้าได้ ไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต

เมื่อถามย้ำว่าหากมีส.ส.เขตลาออกเพื่อเปิดทางให้ จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ไม่หรอก เราตั้งพรรคการเมืองนี้มา ไม่ใช่เพื่อให้พวกเราเป็นรัฐมนตรีหรือส.ส. ไม่เคยคิดว่าตำแหน่งส.ส. รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี คือเป้าหมายสุดท้าย สิ่งที่ต้องการคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ดังนั้น การเป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ซึ่งตนพร้อมทำงานต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here