ปีที่ 1   

ข่าวเจาะ // โผทหารไร้แรงต้าน กองทัพกระชับอำนาจ ปกปักษ์บ้านเมือง

BB 27สำนักข่าวออนไลน์ พีเพิล ยูนิตี้ - บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร (กลางปี) ประจำปี 2557 ผ่านฉลุย ไร้แรงต้านทานจากอำนาจรัฐ เพราะอย่างที่รู้กันว่า ลำพังรัฐบาลก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

แม้จะเป็นที่รับรู้กันว่า โผทหารกลางปีเป็นการ “ปรับเล็ก” ซึ่งในยามปกติจะไม่ปรับเปลี่ยนนายทหารในระดับคุมกำลังสำคัญเอาช่วงนี้

แต่ในยามที่สถานการณ์การเมืองร้อนแรง การเปลี่ยนแปลงตัวขุนศึกในยามนี้จึงถูกจับจ้องมากเป็นพิเศษ เพราะหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะกองทัพบก (ทบ.) มีก้าวย่างที่น่าจับตายิ่ง

โดยเฉพาะ พล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 .เพชรบุรี ที่ย้ายกลับมาเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.)

ถือเป็นการ “คัมแบ็ก” ของ “ผู้การแดง” ที่เคยสร้างวีรกรรมนำกำลังพลปกป้อง ผบ.ทบ. จากสื่อใหญ่เครือหนึ่ง

นอกจากนี้ พล..อภิรัชต์ ยังเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในยุทธการกระชับพื้นที่เมื่อปี 53 ในฐานะผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (ผบ.พล.ร.11)

ว่ากันว่า การย้ายผู้การแดงไปอยู่ จ.เพชรบุรี เพราะถูกแรงต้านจากฝั่งเสื้อแดงที่ยังฝังใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น และเพื่อตัดทอนกำลังสำคัญของ ผบ.ทบ.ไปในตัวด้วย

แต่ผ่านไปแค่ 6 เดือน ผู้การแดงซึ่งเป็นลูกชายคนโตของ พล..สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ก็กลับมารับภารกิจใหญ่อีกครั้งในฐานะ ผบ.พล.1 รอ. หรือ “กองพลวงศ์เทวัญ” อันลือลั่น

เป็น ผบ.พล.1 รอ. ที่นอกจากจะคุมกองพลวงศ์เทวัญแล้ว ยังคุมกำลัง 56 กองร้อย ที่กระจายกำลังเฝ้า 176 จุดบังเกอร์ในกรุงเทพฯที่แสลงใจนายกฯหญิงเป็นที่สุด

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยจะพบเห็นนักในการโยกย้ายกลางปี ซึ่งสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า ณ ยามนี้ “อำนาจต่อรอง” ของกองทัพนั้นแข็งแกร่งเกินต้านทานเพียงใด

อีกรายชื่อหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่การโยกย้าย แต่การ “คงอยู่” ของเขาได้สะท้อนถึงอำนาจต่อรองเช่นกัน นั่นคือ พล...วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล

คงจำกันได้ว่า การจับทหารและอดีตทหารหน่วยซีลที่มีข่าวว่ารับจ้างเป็นการ์ด กปปส. รวมทั้งบทสัมภาษณ์ของ ผบ.หน่วยซีล เป็นที่ขัดเคืองใจของรัฐบาลและคนเสื้อแดงเป็นที่สุด

ดังนั้น จึงมีข่าวว่ามีแรงกดดันให้ พล...ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ โยกย้าย ผบ.หน่วยซีล ไปอยู่ที่อื่นเสีย เพื่อลดความระแวงจากฝ่ายการเมืองและมวลชนอีกขั้ว

แต่ข่าวล่าสุดแจ้งว่า ผบ.ทร. ตัดสินใจให้ ผบ.ซีล นั่งเก้าอี้เดิมต่อ แต่ยังไม่แน่ว่าการโยกย้ายปลายปีในเดือนตุลาคม 57 จะผลักดันให้ขึ้น “พลเรือโท” ในตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือไม่

ทว่า การตัดสินใจไม่ย้าย พล...วินัย ตามแรงกดดันของฝ่ายการเมืองอีกขั้ว และมองแรงกดดันจาก กปปส.เป็นด้านหลัก ก็สะท้อนนัยะทางการเมืองได้เป็นอย่างดี

ส่วนอีกรายชื่อที่ถือเป็น “ไฮไลต์” คือ พล..วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 อดีต ผบ.พล..2 รอ. ที่เคยถูกยิงเอ็ม 79 ในวันเดียวกับ พ..ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรอง เสธ.พล.ร.2 รอ.

พล..วลิต เคย “อกหัก” จากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 เพราะการทำงานเมื่อปี 53 ทำให้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.  ให้สัญญาใจกับน้องบูรพาพยัคฆ์คนนี้ว่า จะชดเชยให้

ในที่สุด “รางวัลปลอบใจ” ของ พล..วลิต ก็คือตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อจาก พล..สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะขึ้นมาเป็น “พลเอก” ก่อนเกษียณในเดือน ก..นี้

ขณะที่ พล..ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายทหารม้าจากกองทัพภาคที่ 3 ต้องร้องเพลงรอไปสักพักก่อน เพราะ พล..วลิต ก็เคยลิ้มรสชาติความผิดหวังมาถึง 2 ครั้งซ้อน

โผทหารครั้งนี้จึงเป็นการ “กระชับอำนาจ” อีกขั้นของกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกที่นายทหารซึ่งเคยต้องหลีกทางเพราะแรงต้านทางการเมืองได้กลับมายืนในที่ที่ควรอยู่อีกครั้ง

จะเห็นได้ว่าระดับคุมกำลังตั้งแต่แม่ทัพภาคที่ 1-4 (โดยเฉพาะ ทภ.3 ที่เป็น “น้องชาย” ผบ.ทบ.) รวมถึง ผบ.พล.1 รอ. ซึ่งเป็นกำลังหลักในพระนคร ล้วนเป็นสายตรง ผบ.ทบ.

รวมถึงนายทหารระดับ “ผู้การกรม” จำนวน 304 คน ทั้งเหล่าราบ-ม้า-ปืน-รบพิเศษ ที่มีการแต่งตั้งในเดือนตุลาคม 2556 ล้วนผ่านการกลั่นกรองมาจาก พล..ประยุทธ์ ทั้งสิ้น

แต่การจัดแถวกองทัพแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้หมายความว่าทหารมองถึงการ“รัฐประหาร” หากแต่เป็นการวางกำลังเชิงป้องปราม และ “คุมสภาพ” ในภาวะที่ได้เปรียบทุกประตู

เพราะทหารในยามนี้ไม่จำเป็นต้องปฏิวัติ หากแต่แค่ดำรงสถานะที่ได้เปรียบไว้ แล้วบีบให้เข้าสู่การ “เจรจา” โดยยื่น “เงื่อนไขที่มิอาจปฏิเสธได้” เพื่อคืนความสงบกลับสู่ประเทศอีกครั้ง

โดย – เสมา พิทักษ์ราชัน

9 มีนาคม 2557

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

ข่าวธุรกิจ // ธอส.โตต่อเนื่องทุกด้าน สนองคนไทยให้มีบ้าน

BB 25สำนักข่าวออนไลน์ พีเพิล ยูนิตี้ - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจงผลการดำเนินงานปี 2556 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้จำนวน 126,839 ล้านบาท เกินกว่าเป้าสินเชื่อที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 120,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8,188 ล้านบาท ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 6.12% สำหรับปี 2557 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ไว้ที่ 130,000 ล้านบาท พร้อมดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้าด้วยบริการที่เป็นเลิศ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม รวมถึงขยายสาขารุกตลาดภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนกำไรคืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยยุทธศาสตร์ CSR ภายใต้แนวคิด บ-ว-ร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ซึ่งถือเป็น 3 เสาหลักระดับชุมชนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม

นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2556 เมื่อเทียบกับปี 2555 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้นเป็นเงิน 126,839 ล้านบาท เกินกว่าเป้าสินเชื่อปี 2556 ที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า 120,000 ล้านบาท โดยธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 736,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.31% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 45,049 ล้านบาท คิดเป็น 6.12 % ของยอดสินเชื่อรวม ซึ่งลดลง 9,362 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) คงเหลือจำนวน 1,662 ล้านบาท ลดลง 29.9 % ด้านสินทรัพย์ ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 766,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,279 ล้านบาท เงินฝากรวม 599,898 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,677 ล้านบาท  มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 8,188 ล้านบาท จากตัวเลขผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นสถาบันการเงินหลักในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

สำหรับปี 2557 ธนาคารยังคงดำเนินแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก โดยกำหนดเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ไว้ที่ 130,000 ล้านบาท พร้อมรุกทำการตลาดครบวงจรทั้งสินเชื่อ เงินฝาก ควบคู่กับกลยุทธ์มุ่งเน้นบริการที่เป็นเลิศ ขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วไทย เพิ่มจุดให้บริการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะขยายสาขาในภูมิภาคที่มีการเจริญเติบโต ซึ่งจะมีความต้องการในด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น รองรับ AEC ในปี 2558 นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเครือข่ายพันธมิตรที่จะร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยได้จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับลูกค้าทั่วภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนนางอังคณากล่าว

นางอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภารกิจหลักในการให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว ธอส.ยังได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม  (CSR) ควบคู่กัน โดยในปี 2556 ได้จัดกิจกรรม CSR ฉลองครบรอบ 60 ปีในรูปแบบ บ-ว-รหรือ การพัฒนา บ้าน-วัด-โรงเรียนซึ่งถือเป็น 3 เสาหลักระดับชุมชนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยดำเนินการไปแล้วในหลายจังหวัด อาทิ นครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมส่งมอบบ้านหนังสือตามโครงการ 60 ปี บ้านหนังสือ ธอส.ทั่วไทย และโครงการศูนย์การเรียนรู้ ประตูสู่อาเซียน เพื่อหวังส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้เยาวชนได้มีโอกาสในการศึกษาเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ AEC รวมทั้งยังคงมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือสร้าง-ซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส โดยตั้งแต่ปี 2553 สามารถช่วยเหลือสร้าง-ซ่อมแซมบ้านให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ รวมกว่า 1,700 หลัง

9 มีนาคม 2557

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

PeopleU

 

0

Viewed 16550 times
PrintBookmark/FavoritesFacebookTumblrShare